รถม้าขับเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ โดยมิได้รีบร้อน จิ่งอันนั่งอ่านหนังสืออยู่ในรถโดยมีเสี่ยวเถานั่งอยู่ด้านข้าง จู่ ๆ รถม้ากลับหยุดลงอย่างกะทันหัน เสี่ยวเถาที่นั่งอยู่ในรถรีบเปิดม่านออกไปดู
"เกิดอะไรขึ้น"
"มีคนมาขวางรถไว้ขอรับ"
จิ่งอันที่ได้ยินกลับมิสนใจ หญิงสาวค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษในตำราอ่านต่อไปดั่งมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงเสี่ยวเถาเท่านั้นที่นั่งร้อนรนอยู่ในรถม้า คนขับรถม้าได้ตะโกนถามพวกที่มายืนขวางนั้นไปทันที
"พวกเจ้าเป็นใครกัน ทำไมถึงมาขวางทางข้า"
"พวกข้าเป็นแค่คนผ่านมาเท่านั้น เห็นรถม้าของเจ้าตกแต่งสวยงามคงจะเป็นของจวนผู้มีอันจะกิน หากเจ้าจะแบ่งเศษเงินให้พวกเราสักหน่อยพวกเราก็จะปล่อยเจ้าไป"
"เหตุใดเจ้าไม่ไปหางานทำ แต่กลับมาขอแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ"
"ในเมื่อขอดี ๆ ไม่ได้ก็คงต้องลงมือกันแล้ว"
บุรุษ 5-6 คนในชุดเก่า ๆ ขาด ๆ ดึงมีดออกมาจากเอวก่อนจะเดินเข้ามายังรถม้าและเกวียนที่จอดอยู่ บ่าวรับใช้ที่ติดตามจิ่งอันรีบหยิบดาบและกระบี่ออกมายืนปกป้องรถม้าเช่นกัน
"ไหนคนของเจ้าบอกว่ามีแต่สตรีและบ่าวที่มิเป็นเพลงดาบหรือกระบี่"
"ข้าก็ไม่รู้"
ชายในกลุ่มเอ่ยถามกันก่อนจะทำหน้าตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นอาวุธที่บ่าวรับใช้ของจิ่งอันนำออกมา
"รับเงินมาแล้วย่อมถอยไม่ได้ พวกเราลุย"
ทั้งหมดต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสียงดาบที่ฟาดฟันกันนั้นดังเป็นระยะไม่ขาดสาย จิ่งอันที่นั่งอยู่ภายในรถม้ามิได้ตื่นตกใจเหมือนดั่งคุณหนูทั่ว ๆ ไป นางกลับนิ่งสงบและอ่านตำราอยู่เงียบ ๆ ภายในรถม้า หญิงสาวเหลือบมองเสี่ยวเถาครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยกับนางด้วยรอยยิ้ม
"คนที่ท่านอ๋องสี่ส่งมาให้นั้นย่อมปกป้องเราได้อย่างแน่นอน"
"เรื่องนี้คุณหนูรู้อยู่แล้วหรือเจ้าคะ"
"มิรู้ เพียงแค่คาดเดาเท่านั้น"
"เหตุใดคุณหนูยังนั่งใจเย็นอยู่เช่นนี้เล่าเจ้าคะ"
"เจ้าจะให้เราออกไปสู้ด้านนอกหรือ ฝีมือเรายังมิถึงขั้นนั้นหรอกอยู่ในนี้จะปลอดภัยกว่า และเราเชื่อว่าคนที่ว่าที่สามีส่งมาปกป้องเรานั้นย่อมฝีมือไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"
ไม่นานเมื่อเสียงการต่อสู้เงียบลงหญิงสาวจึงวางตำราลงก่อนจะเดินลงจากรถม้าเพื่อสำรวจโดยรอบ
"พวกเจ้ามีใครบาดเจ็บหรือไม่"
"ไม่มีใครบาดเจ็บขอรับ แต่พวกโจรรับจ้างเหล่านี้ตายหมดแล้วขอรับ"
"ไม่เป็นไร จัดการทางนี้ให้เรียบร้อยแล้วค่อยเดินทางต่อ"
"ขอรับ"
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปตามทางดั่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เสี่ยวเถาที่ยังไม่หายตกใจได้แต่นั่งเงียบอยู่ในรถม้าจนจิ่งอันอดหัวเราะไม่ได้
"เจ้ายังมิหายตกใจอีกหรือเสี่ยวเถา"
"คุณหนูล่ะก็ เป็นใครจะมิตกใจบ้างเจ้าคะ เรื่องน่ากลัวถึงเพียงนี้"
"เสี่ยวเถา หากเจ้าอยู่กับข้าและข้ายังคงเป็นพระชายาของอ๋องสี่ เรื่องแบบนี้เจ้าอาจจะต้องพบเจอบ่อย ๆ เช่นนี้แล้วเจ้าควรทำใจให้ชินตั้งแต่ตอนนี้ซะนะ"
"ทำไมกันเจ้าคะคุณหนู"
"เจ้าก็รู้มิใช่หรือว่าการที่อ๋องสี่ตาบอดนั้นมิใช่เรื่องปกติ"
"เจ้าค่ะ"
"แล้วเจ้าไม่คิดหรือว่าผู้ที่ลงมือนั้นจะหยุดมือเพียงเท่านี้"
เสี่ยวเถานิ่งคิดก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ'เป็นดั่งที่คุณหนูกล่าวมา หากข้ายังอยู่กับคุณหนูและคุณหนูยังคงเป็นพระชายาของอ๋องสี่ แน่นอนเรื่องแบบนี้อาจจะต้องเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน'หญิงสาวนิ่งคิดก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง
"คุณหนูเจ้าคะ เสี่ยวเถามิอยากเป็นตัวถ่วงของคุณหนู ยิ่งเวลาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นด้วยแล้วเสี่ยวเถาอยากจะขอฝึกวิชาป้องกันตัวได้หรือไม่เจ้าคะ"
จิ่งอันยิ้มให้เสี่ยวเถาอย่างเอ็นดู
"เช่นนั้นข้าจะบอกให้ท่านอ๋องส่งคนมาสอนเจ้าเป็นการส่วนตัวนะ"
"เจ้าค่ะ"
ไม่นานรถม้าหยุดได้ลงเสี่ยวเถาได้เปิดม่านรถออกดู
"คุณหนูเจ้าคะ ถึงวัดแล้วเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นเราไปกันเถอะ"
จิ่งอันเดินไปไหว้พระก่อนจะเข้าไปกราบนมัสการเจ้าอาวาส ท่านเจ้าอาวาสได้ให้เณรน้อยนำหญิงสาวไปยังที่พักที่ไกลออกไปจากวัดพอสมควร จิ่งอันสำรวจรอบ ๆ อย่างพอใจ
"ที่นี่แม้จะไกลจากตัวเมือง แต่ก็นับว่าสวยงามและร่มรื่นมากนะเสี่ยวเถา"
"เจ้าค่ะคุณหนู ตอนฮูหยินยังอยู่ทุกปีฮูหยินมักจะมาถือศีลที่นี่ปีละครั้งเจ้าค่ะ"
"ที่นี่ห่างไกลและสงบถึงเพียงนี้ มิน่าแปลกใจที่ ฮู...ท่านแม่จะชอบ"
"อาจเป็นเพราะที่นี่ไกลและมีป่าไม้มากมาย เหล่าอนุทั้งหลายของนายท่านมิค่อยชอบมาเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะชอบไปวัดเทียมฟ้ากันเจ้าค่ะ"
"วัดเทียมฟ้าหรือ"
"เจ้าค่ะ เป็นวัดที่องค์ฮ่องเต้ทรงอุปถัมภ์ จึงมีเหล่าพระสนมและองค์ชายเข้าไปกราบไหว้อยู่เสมอ"
จิ่งอันนิ่งคิดก่อนจะหัวเราะเบา ๆ'ที่พวกนางไปนั้นมิได้ไปเพื่อแสวงพร แต่ไปเพื่อแสวงหาบุตรเขยมากกว่ากระมัง'
"เจ้านี่ช่างรู้ดีเสียเหลือเกิน เข้าห้องพักกันก่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ "
“เจ้าค่ะคุณหนู”