ตอนที่ 159 ท่าเคลื่อนไหว
“นายเรียกมันว่าท่าหนีเลยเหรอ” องค์หญิงไพลินหัวเราะร่วน โดยส่วนมากนักสลักหลายคนมักมีวิธีพลิกแพลงการใช้คำแห่งพลังของตนให้มีประสิทธิภาพ พวกเขาเรียกวิธีการใช้พลังเหล่านั้นว่า ท่า และตั้งชื่อให้มันเพื่อความสะดวก
อย่างนิทานเองก็มีท่าที่เขาคิดค้นขึ้นอย่างวัชระดาวตก เป็นท่าที่มุ่งเน้นเพียงการโจมตี สังหารเป้าหมายในครั้งเดียว ส่วนความสะดวกในการใช้งานถือว่าต่ำ นอกจากต้องการเวลาในการเตรียมตัวแล้วยังต้องมีการประจุพลังไฟฟ้าที่นอกเหนือจากคำแห่งพลังของเขาลงไปด้วยสมบัติภายนอก
ในทางกลับกัน ข้อดีของวัชระดาวตกก็คือพลังทำลายของมันที่สูงล้ำเหนือกว่าขอบเขตของผู้ขีดเขียนชะตาระดับเดียวกันไปไกล ยิ่งหลังจากนิทานได้ร่มปกปักหทัยยิ่งทำให้ท่านี้พัฒนายิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาไฟฟ้าอีกต่อไป เขาสามารถประจุมันลงไปในร่มตรง ๆ พลังทำลายก็สูงขึ้นจากประสิทธิภาพของร่ม
วิธีเสริมความเคลื่อนไหวผ่านคำแห่งพลังพวกนักสลักมักเรียกกันเท่ ๆ ว่าท่าย่างก้าว หมายถึงวิธีการเคลื่อนไหวแบบพิเศษที่พวกเขาทำได้ ท่าเหล่านี้มีปริมาณมหาศาลตามปริมาณความหลากหลายของคำแห่งพลัง
“เอ้า ก็มันใช้หนีสะดวกดี” นิทานขำตอบ เขาไม่ค่อยมีความสามารถเรื่องการตั้งชื่อนัก อย่างตอนเขาจะตั้งชื่อให้ทัณฑ์สีขจีของคีตามันก็ส่ายหน้ารัว ๆ
นิทานยืดตัวไปมา เดินไปยังลานกว้างตรงหน้า ไพลินเหมือนจะรู้หน้าที่ของตัวเองที่นิทานไม่ได้ขอดี เธอหยิบสมุดและปากกาวิเศษออกมาอย่างช่ำชอง ไม่ทันที่นิทานจะเริ่มทดสอบด้วยซ้ำเธอก็เตรียมตัววิเคราะห์แล้ว
นิทานเหงื่อตก มององค์หญิงไพลินที่นั่งเอนตัวอย่างสบาย หากสายตาคมกริบจ้องมองมาที่เขา เมื่อไพลินเห็นสายตาและสีหน้าของนิทาน เธอจึงยิ้มมุมปาก กล่าวหยอกเย้า
“อะไรคะคุณเพื่อน เราบอกแล้วไงให้เราเห็นบ่อย ๆ ระวังความลับพลังหลุดน้า” เธอยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
ท่านี้ได้ใช้การยืมพลังมั้ยนะ ไม่ได้ใช้ แต่ใช้ตอนเสริมสมรรถภาพจากคีตาจะแข็งแกร่งกว่า งั้นยืมนิดเดียวละกัน ยัยนี่จะได้จับสังเกตไม่ได้ นิทานยิ้มแห้ง ๆ กลืนน้ำลาย
การแบ่งพลังกับคีตาคือการเสริมพลังที่สูงที่สุดที่พวกเขาทำได้ เป็นการเสริมสมรรถภาพที่ทำให้พวกเขาทั้งสองสู้ข้ามระดับได้อย่างง่ายดาย พลังไล่ตามและคำแห่งพลังระบุชื่อเป็นจุดสำคัญอย่างแท้จริง
“พร้อมก็เริ่มได้เลยนะคะคุณเพื่อน” เธอหัวเราะเบิกบาน กดดันให้นิทานต้องนั่งทบทวนให้มั่นใจ
เอาวะ นิด ๆ หน่อย ๆ นิทานย่อยืดขาของตน เขาเคยลองใช้ท่านี้แบบเบา ๆ มาก่อนและมันค่อนข้างส่งผลกับขาของเขามากพอตัว
นิทานรวมพลังไว้ที่ฝ่าเท้า เขากระโดดเบา ๆ ก่อนเพื่อสร้างความคุ้นเคย และในพริบตานั้นเองที่ร่างของเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นไปในท้องฟ้า
นัยน์ตาสีชมพูสวยของไพลินส่องประกาย เธอจับจ้องไปยังฝ่าเท้าของนิทานที่วินาทีนั้นดูเหมือนจะโดนบางอย่างผลักออก
ร่างของนิทานลอยอยู่บนท้องฟ้า แล้วจึงตกลงมาอย่างนุ่มนวลราวกับไร้น้ำหนัก เป็นเหมือนขนนกที่ลงสู่พื้นโดยไร้ร่องรอย
นิทานยิ้มน้อย ๆ เขาทำมันออกมาได้ดีกว่าที่เขาคิดมากทีเดียว
“พลังผลักนี่? แต่คำของนายคือแรงดึงดูดศูนย์กลาง ร่างของนายต้องเป็นศูนย์กลางเท่านั้น” องค์หญิงไพลินพึมพำ เรียกสายตาท้าทายของนิทานให้หันมามองที่เธอ
“นายเลือกผลักพื้น? แต่ควบพลังให้จุดผลักอยู่ปลายฝ่าเท้า พอพื้นดินมันขยับไม่ได้ ร่างของนายเลยดีดตัวออกแทน?” เธอพูดอธิบายได้ภายในพริบตา ความสงสัยจากก่อนหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว
นิทานหัวเราะขำ เพื่อนของเขาคนนี้ยังคงหัวดีและไปถึงคำตอบได้ก่อนใครเสมอ
“แล้วก็คงมีลดน้ำหนักตอนพุ่งเพื่อเพิ่มระยะอะไรแบบนั้นด้วยล่ะมั้ง” องค์หญิงไพลินยิ้มอย่างผู้มีชัย บรรจงจดข้อมูลลงในสมุดของเธอ
“แต่คุณนิทานครับ ถ้าไม่มีกำแพงก็ใช้พุ่งเปลี่ยนทิศทางไม่ได้ แถมยังต้องเป็นกำแพงที่แข็งแรงพอด้วย พุ่งขึ้นได้อย่างเดียวจะเป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวตัวเองเอานะครับ” เพชฌฆาตให้คำแนะนำ
สำหรับเขาที่ช่ำชองการต่อสู้กว่านิทานมาก เขาเห็นจุดบอดของท่านี้ได้ทันที หากเป็นเขาเจอศัตรูใช้ท่านี้ เพียงแค่ครั้งสองครั้งเขาก็หาทางจัดการได้ไม่ยากแล้ว ในฐานะสหายกันเขาไม่ต้องการให้นิทานพ่ายแพ้เพราะความผิดพลาดง่าย ๆ เช่นนี้
“เพชฌฆาตกล่าวถูกต้องแล้ว” เสียงเยียบเย็นของสตรีวัยกลางคนดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ไม่ทราบว่าร่างของอริยะแปลงเพลิงมาปรากฏเบื้องหลังไพลินตั้งแต่เมื่อใด หากเมื่อเพชฌฆาตได้ยินเสียงนั้น เขารีบสะดุ้งตัวไปคำนับอย่างรวดเร็ว
อริยะแปลงเพลิงเพียงโบกมือรับการคำนับนั้น แล้วจึงกล่าวต่อกับนิทานเบื้องหน้า
“ไม่ใช่ท่าชั้นเลิศแต่อย่างใด แต่ยังคงมีประโยชน์หากใช้ในการต่อสู้จริงครั้งแรกแม้จะทำได้เพียงพุ่งขึ้น เจ้าสมควรเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้น” เธอกล่าวเตือน แม้เนื้อหาและน้ำเสียงเข้มงวดของเธอจะทำให้คล้ายกับการตำหนิ แต่ในสายตาของนิทานแล้วเธอแค่ให้คำแนะนำเท่านั้น
“ถ้าใช้แค่พุ่งขึ้นไปได้อย่างเดียวผมก็ไม่ใช้เหมือนกันครับ” นิทานยิ้มกว้าง นี่คือจุดสำคัญที่เขาคิดเสริมขึ้นมาได้
“อริยะแปลงเพลิงครับ รบกวนปล่อยลูกไฟมาทางผมหน่อยครับ” นิทานตั้งท่ากระโดดเหยง ๆ รอ
อริยะแปลงเพลิงได้ยินดังนั้นก็สร้างลูกไฟขนาดเท่ามนุษย์อย่างรวดเร็ว เธอไม่รอถามคำยืนยันหรือความมั่นใจแต่อย่างใด เพียงยิงลูกไฟนั้นเข้าไปตรง ๆ
นิทานสะดุ้งโหยง เขาไม่คิดว่าเธอจะทำให้เร็วขนาดนี้ แถมยังเป็นลูกไฟที่รุนแรงพอ ๆ กับการโจมตีของนักสลักโทเสียด้วย คีตาผุดลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมเข้าไป
นิทานกลับเลือกทำสิ่งที่น่าแปลกใจ เขาวิ่งสวนเข้าหาลูกไฟนั้นด้วยความเร็ว แล้วจึงกระโดดเอาเท้าเข้าไปเตะลูกบอลเพลิงนั้น ท่ามกลางสีหน้าตกใจขององค์หญิงไพลินและเพชฌฆาตที่ชักดาบเตรียมช่วยเหลือ
อริยะแปลงเพลิงขมวดคิ้วแน่น เตรียมสลายลูกเพลิงของเธอ หากเธอกลับสัมผัสได้ว่าลูกเพลิงของเธอนั้นมลายหายไป ร่างของนิทานโผล่ออกมาอีกครั้งโดยพุ่งไปทางด้านหลังตรงข้ามกับลูกไฟ เขายามนี้ผมเผ้ามีรอยไหม้จากเพลิงน้อย ๆ หน้าดำเพราะเขม่า แถมยังไอไม่หยุด
“ยังกะจังหวะแม่น ๆ ไม่ได้จริง ๆ แฮะ” นิทานบ่นในขณะที่พยายามไอเอาเขม่าออกจากคอ ปากของเขายามนี้เต็มไปด้วยขี้เถ้าขมปร่า
คีตาเห็นดังนั้นมันก็อดหัวเราะไม่ได้ เสียงขำจึงดังขึ้นในจิตเชื่อมต่อระหว่างเขาและคีตาไม่หยุด
เหมือนคีตาเลย เหมือนคีตาเลย!
นิทานได้ยินดังนั้นก็ขำตาม ตัวเขายามนี้โดนเขม่าเต็มหน้าจนหน้าดำไปหมด เหมือนกับคีตาไม่มีผิด
อริยะแปลงเพลิงมีสีหน้าฉงน เธอไม่เข้าใจว่านิทานสลายลูกไฟของเธอได้อย่างไร แม้เธอจะไม่ได้โจมตีเต็มแรงแต่ทางนิทานก็ดูเหมือนจะไม่ได้โจมตีเช่นกัน เธอเพียงรับรู้ได้ในชั่วขณะว่าลูกไฟของเธอโดนบางอย่างเป่าให้กระจายออก
“คุณนิทานใช้ลูกไฟของอริยะแปลงเพลิงเป็นเป้าหมายผลักเหรอครับ เปลี่ยนจากพื้นเป็นลูกไฟ ตัวก็เลยกระเด็นไปอีกด้าน” เพชฌฆาตหัวสมองแล่นเร็ว เขาวิเคราะห์จากท่าทีของนิทานและสิ่งที่เกิดขึ้น
นิทานยิ้มน้อย ๆ ไม่ตอบคำถามนั้น แม้จะเกือบถูกแล้วก็ตาม
“ไม่ได้สิ พื้นฐานคือนายต้องเป็นจุดศูนย์กลาง ถึงจะวางศูนย์กลางไว้ที่ฝ่าเท้า แต่ตอนผลักออกลูกไฟของท่านป้าก็ต้องกระจายออกแทน ไม่ใช่ร่างนายพุ่งไปอีกด้านแบบนั้น” องค์หญิงไพลินส่ายหน้าปฏิเสธความคิดของเพชฌฆาต
ได้ยินดังนั้นอริยะแปลงเพลิงก็พยักหน้าตาม เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าลูกไฟของเธอเหมือนถูกแรงผลักทำให้สลายไปจริง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นร่างของนิทานต้องไม่โดนผลักไปด้วย
“ไม่มีที่ตั้งหลักให้มั่นคง ร่างของนายจะกระเด็นกลับหลังไม่ได้ ลูกไฟเป็นที่เหยียบอันมั่นคงไม่ได้แน่” เธอพลิกสมุดจดของเธอครุ่นคิดอย่างจริงจัง
นิทานยิ้มหน้าบ้าน เขารู้สึกได้ถึงชัยชนะจากการที่ไพลินไม่สามารถคาดเดาได้ว่าพลังของเขาคือสิ่งใด แม้ส่วนหนึ่งจะถูกเดาไปแล้วก็ตาม
“อย่างกับว่านายเหยียบมันได้เลย แต่ถ้าจะให้ลูกไฟกลายเป็นหลักอันมั่นคงได้ มันก็ต้องติดกับฝ่าเท้าสิ แถมต้องมั่นคงพอด้วย” เธอพึมพำ
นิทานหัวเราะเบา ๆ เขากำลังรู้สึกคึกที่ไพลินคิดไม่ตก เขาจึงลองอีกครั้งโดยคราวนี้ถีบตัวกับอากาศว่างเปล่าทางด้านหลัง พุ่งมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วแทน
ไพลินเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้าง เมื่อนิทานสามารถพุ่งจากความว่างเปล่าเช่นนั้นได้ หมายความว่าลูกไฟนั้นไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย ไม่จำเป็นต้องใช้ลูกไฟเพื่อสร้างที่เหยียบ ความคิดของเธอผิดพลาด
“นี่ ปกตินักสลักเขาก็ไม่บอกคำแห่งพลังกันอยู่แล้ว ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่” นิทานฉีกยิ้มกว้าง
“ถ้าไม่ต้องใช้ลูกไฟ หมายความว่านายถีบตัวจากอากาศได้ ทำให้อากาศเป็นเหมือนพื้นเพื่อพุ่งตัวเหรอ หรือทำให้อากาศยึดกับฝ่าเท้า” องค์หญิงไพลินไม่สนใจคำพูดของนิทานแม้แต่น้อย เธอเพียงคิดไม่ตก แต่ดูเหมือนคำพูดบางคำของเธอจะทำให้นิทานมีปฏิกิริยาน้อย ๆ
“ยึดกับฝ่าเท้า? ดึงอากาศเข้ามาเพื่อสร้างความมั่นคงให้มันหรือเปล่า แล้วค่อยผลักออก จำลองว่าอากาศเป็นเหมือนพื้นดิน” เธอราวกับจับบางอย่างได้ ความคิดผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
นิทานยิ่งฟังก็ยิ่งเหงื่อแตก เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของนิทานแม้แต่เพชฌฆาตก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
"คุณนิทานครับ องค์หญิงของผมดูถูกไม่ได้หรอกนะครับ" เพชฌฆาตกล่าวหยอกด้วยรอยยิ้ม หากเวลานี้นิทานไม่มีอารมณ์เล่นด้วยแม้แต่น้อย ยิ่งเธอดูจะเข้าใกล้ความจริงขึ้นทุกที
“งั้นจะทำยังไงให้ยึดกับฝ่าเท้าล่ะ แค่ดึงเข้ามาจะสร้างจังหวะได้ยังไง ทำยังไงให้อากาศที่ถูกดึงเข้ามาติดกับฝ่าเท้า หือ? ติด? ยึด? เหมือนนิทานจะเคยทำเรื่องทำนองนี้มาก่อนนี่นะ ที่ยึดฝ่าเท้ากับพื้น หรืออย่างก่อนหน้านี้ที่โฮโจยิงไม่ออกไปเสียดื้อ ๆ” องค์หญิงไพลินดีดนิ้วเป๊าะ เธอพลันนึกถึงหลายครั้งที่นิทานยึดบางส่วนของศัตรูให้อยู่กับที่ แต่เพราะนิทานสามารถเพิ่มน้ำหนักได้ เธอจึงเข้าใจไปเองว่าเป็นการเพิ่มน้ำหนักศัตรูเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวส่วนนั้น
คราวนี้นิทานยิ้มแห้งจริง ๆ แล้ว อริยะแปลงเพลิงทางด้านหลังยังอดเผยรอยยิ้มให้หลานสาวของเธอไม่ได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งเธอมองนิทานด้วยสายตาราวกับจะบอกว่า หาเรื่องเองนะ
“เข้าใจละ นายมีคำแห่งพลังคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการยึดติด เชื่อม เกี่ยวพัน หรืออะไรบางอย่างที่ทำให้วัตถุสองอย่างติดกันได้ นายใช้พลังดึงกับอากาศใต้เท้าให้อัดเข้าใส่ฝ่าเท้านาย แล้วยึดมันไว้กับฝ่าเท้า แล้วค่อยผลักออกเหมือนเป็นพื้นดิน ส่วนที่ลูกไฟของท่านป้าหายไปก็เพราะแรงอัดอากาศจากการดึงและผลัก” เธอเผยรอยยิ้มกว้าง มองตรงไปยังนิทานเพื่อรอคำตอบ
ใบหน้าและรอยยิ้มแฮะ ๆ ของเขาเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เป็นอีกครั้งที่นิทานหาเรื่องใส่ตัวเองให้พลังของตนถูกเปิดเผยโดยไม่จำเป็น
คีตาเดินมานั่งข้าง ๆ นิทานอย่างปลอบใจท่ามกลางเสียงหัวเราะขององค์หญิงไพลิน
“ก็เราเตือนแล้ว ไม่เชื่อกันเองนี่” เธอหัวเราะอย่างมีความสุข
คราวหลังไม่เล่นด้วยแล้ว นิทานถอนหายใจ