บทที่ 6 ขายโสม
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิงเหยาแบกตะกร้าไม้ไผ่ออกเดินทางไปยังในเมือง
เดินออกจากหมู่บ้าน แล้วเดินต่อไปอีกสองลี้ก็จะถึงป้ายรถประจำทาง
กู้ฉิงอันขี่จักรยาน มองเห็นร่างคุ้นตาอยู่ไกล ๆ ข้างหน้า พอมองดูให้ชัดเจนแล้วแน่ใจว่าเป็หลิงเหยา สีหน้าของเขาก็เ็าลง เร่งความเร็วในการปั่นจักรยาน แล้วขี่ผ่านข้าง ๆ หลิงเหยาไปอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าหลิงเหยาจะคืนของหมั้นให้พวกเขาแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าเธอกำลังแกล้งทำเป็ปล่อยเพื่อจับหรือเปล่า
หลิงเหยามองกู้ฉิงอันที่ขี่จักรยานจากไปอย่างเรียบเฉย แล้วเดินต่อไปยังป้ายรถประจำทาง
กู้ฉิงอันคิดว่าหลิงเหยาจะเรียกเขาให้หยุด แต่เขาขี่รถออกไปได้หลายร้อยเมตรแล้ว ก็ยังไม่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายเรียกตัวเอง ในใจเขารู้สึกสงสัย บางทีครั้งนี้หลิงเหยาอาจจะจริงจัง เธอตัดสินใจแน่วแน่ที่จะยกเลิกการหมั้นกับเขาจริง ๆ หรือ?
ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีแล้ว หวังว่าต่อไปเธอจะไม่เสียใจแล้วกลับมาวุ่นวายกับเขาอีก
หลิงเหยาเดินไปที่ป้ายรถประจำทาง รอไม่นานก็เห็นรถประจำทางคันหนึ่งแล่นมาอย่างโคลงเคลง
เมื่อรถประจำทางจอดสนิท หลิงเหยาก็ก้าวขึ้นรถ
"จะไปไหน?" พนักงานขายตั๋วสะพายกระเป๋าสีดำใบเล็ก มือถือสมุดตั๋วรถ
"เข้าเมือง" หลิงเหยาตอบ
"สามเหมา"
หลิงเหยาล้วงเงินสามเหมาออกมายื่นให้พนักงานขายตั๋ว หลังจากที่พนักงานฉีกตั๋วให้เธอแล้ว เธอก็เดินไปยังที่นั่งว่างด้านหลัง ตอนนี้ยังเช้าอยู่ บนรถยังมีที่นั่งว่างอีกมาก
เดินไปด้านหลังของรถ หลิงเหยาหาที่นั่งริมหน้าต่าง เธอถอดตะกร้าที่สะพายหลังวางไว้ข้างเท้า แล้วนั่งลงบนที่นั่ง
เมื่อรถประจำทางออกตัว รถก็แล่นไปบนถนนที่ขรุขระ โคลงเคลงไปตลอดทาง
แม้ว่าหลิงเหยาจะไม่เมารถ แต่การโคลงเคลงของรถก็ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เธอยื่นมือไปนวดจุดไน่กวน*[1]ของตัวเอง ครู่หนึ่งอาการเวียนหัวก็ทุเลาลง
เมื่อมีคนขึ้นรถมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานทั้งคันรถก็แน่นขนัดราวกับกระป๋อง อัดแน่นไปด้วยผู้คนและกลิ่นต่าง ๆ ปะปนกัน
หลิงเหยาเปิดหน้าต่างจึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา หลิงเหยาก็มาถึงจุดหมายในที่สุด เธอลงจากรถประจำทางแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านขายยาจีนที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ในชาติก่อนเธอเคยมาเมืองนี้ จึงยังจำบรรยากาศในเมืองได้บ้าง
หลิงเหยาเดินอยู่บนถนนที่คึกคัก รายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา หลิงเหยาก็เห็นร้านขายยาจีนที่มีป้ายชื่อ 'หัวอี้ถัง' แขวนอยู่
ในที่สุดเธอเดินเข้าไปในร้านขายยาสมุนไพรจีน ภายในร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรจีน ทำให้เธอรู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย
ในร้านมีแพทย์แผนจีนสูงวัยคนหนึ่ง ขณะนี้เขากำลังจับชีพจรให้คนไข้อยู่
หลิงเหยาไม่ได้รบกวนพวกเขา เธอรอจนกระทั่งแพทย์ตรวจคนไข้เสร็จและสั่งยาเรียบร้อยแล้ว จึงเดินเข้าไปหา "สวัสดีค่ะ!"
แพทย์แผนจีนชราหันมามองหลิงเหยาตามเสียงเรียก "หนูน้อย เธอมาซื้อยาหรือมาตรวจโรค?"
ก่อนหน้านี้เพราะภัยพิบัตินั้น ร้านหัวอี้ถังของเขาก็ถูกบังคับให้ปิดตัวลง จนกระทั่งมีการปฏิรูปและเปิดประเทศ เขาจึงได้เปิดร้านหัวอี้ถังอีกครั้ง ตอนนี้ร้านหัวอี้ถังของเขามีชื่อเสียงมากในเมือง มีคนมากมายมาหาเขาเพื่อตรวจรักษาและซื้อยา
"ฉันอยากถามว่า ที่นี่รับซื้อสมุนไพรไหมคะ?" หลิงเหยาถาม
"รับสิ แต่ต้องดูว่าเป็สมุนไพรอะไร"
ร้านของเขามีสมุนไพรครบครัน โดยทั่วไปแล้วสมุนไพรธรรมดาเขาไม่รับซื้อ
"ฉันมีโสมป่าอายุร้อยปีอยู่หนึ่งต้น คุณลองดูสิ" หลิงเหยาหยิบตะกร้าสะพายหลังลง แล้วนำโสมป่าที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าออกมาจากข้างใน
เมื่อได้ยินดังนั้น ตาของแพทย์แผนจีนชราก็เป็ประกาย เขารีบพูดอย่างใจร้อน "โสมป่าอายุร้อยปี? เร็วเข้า ให้ฉันดูหน่อย" แม้แต่ร้านหัวอี้ถังของเขาก็มีแค่โสมป่าอายุห้าสิบปีเป็อย่างมาก โสมป่าอายุร้อยปีนั้นหาได้ยากยิ่งนัก
หลิงเหยาส่งโสมป่าให้กับแพทย์แผนจีนชรา
แพทย์แผนจีนชรารับมาแล้วค่อย ๆ เปิดดูอย่างระมัดระวัง เมื่อเขาเห็นโสมป่า เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที "โสมป่าร้อยปี มันเป็โสมป่าร้อยปีจริง ๆ ด้วย! หนูน้อย เธอจะขายเท่าไหร่?"
โสมป่านี้มีรากเหมือนเคราของคนแก่ ทั้งบางและยาว พันกันยุ่งเหยิงไปหมด ราวกับกำลังเล่าถึงร้อยปีที่มันผ่านพ้นมา ลำต้นของมันมีสีน้ำตาลเข้ม มีวงปีเป็วง ๆ เหมือนร่องรอยที่เวลาทิ้งไว้ รูปร่างของมันก็เหมือนคน มีลำต้นยาวและระบบรากที่แข็งแรง เป็สัญลักษณ์ของชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและพลังชีวิตที่เข้มแข็ง
หลิงเหยาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้โสมป่าร้อยปีหนึ่งต้นมีค่าเท่าไหร่ "คุณลองบอกราคาที่คุณจะให้มาก่อนสิ ถ้าราคาเหมาะสม ฉันก็จะขายให้คุณ"
แพทย์แผนจีนชราคิดสักครู่ แล้วชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "หนึ่งหมื่น" โสมป่าต้นนี้หายากจริง ๆ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบเด็กสาว หนึ่งหมื่นเป็ราคาสูงสุดที่เขาให้ได้แล้ว
หลิงเหยาคอยสังเกตสีหน้าของแพทย์แผนจีนชราอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทางจริงใจ เธอจึงพยักหน้าและกล่าวว่า "งั้นก็หนึ่งหมื่นแล้วกัน"
ตอนนี้เป็ปี 1983 การที่อีกฝ่ายยินดีจ่ายหนึ่งหมื่นเพื่อซื้อโสมของเธอ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็คนที่ซื่อสัตย์มาก เพราะตอนแรกเธอคิดว่าโสมต้นนี้อย่างมากก็คงขายได้แค่ไม่กี่พันหยวนเท่านั้น
"เธอรอสักครู่นะ ฉันจะไปเอาเงินมาให้" แพทย์แผนจีนชรารีบวิ่งไปยังห้องเล็กด้านหลังอย่างตื่นเต้น
ไม่นาน แพทย์แผนจีนชราก็เดินออกมาพร้อมกับถือถุงใบหนึ่ง "นี่คือเงินหนึ่งหมื่นหยวน เธอลองนับดูหน่อยนะ"
"ได้ค่ะ" หลิงเหยารับถุงมา แล้วเทเงินออกมา มีทั้งหมดสิบมัด แต่ละมัดมีจำนวนหนึ่งพันหยวน
หลิงเหยารีบนับเงินอย่างรวดเร็ว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหา เธอจึงเก็บเงินเข้าไป "จำนวนถูกต้องแล้ว รบกวนคุณช่วยจ่ายยาสมุนไพรจีนให้ฉันอีกหน่อยนะคะ"
"ได้ ว่ามาสิ" แพทย์แผนจีนชราพยักหน้าเบา ๆ
หลิงเหยาบอกรายชื่อยาที่้าทั้งหมด รอจนกระทั่งแพทย์แผนจีนชราห่อยาเสร็จ เธอก็ซื้อชุดเข็มเงินเพิ่มอีกหนึ่งชุด
"หนูน้อย เธอเข้าใจเื่การแพทย์ด้วยหรือ?"
ตอนที่หลิงเหยาบอกชื่อยาสมุนไพรเ่าั้ เขาก็เดาว่าเธอต้องเข้าใจเื่การแพทย์แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่คุ้นเคยกับสมุนไพรขนาดนี้
"แม่ของหนูก็เป็แพทย์เหมือนกันค่ะ"
"อ๋อ เป็อย่างนี้นี่เอง" แพทย์แผนจีนชรายิ้มพลางพยักหน้า "ต่อไปถ้ามีสมุนไพรดี ๆ เธอสามารถเอามาที่นี่ได้นะ ถ้าจะซื้อยาก็มาหาฉันได้ เดี๋ยวก่อน ฉันจะเขียนเบอร์โทรศัพท์ให้" แพทย์แผนจีนชราชอบหลิงเหยามาก
"ขอบคุณค่ะ!" หลิงเหยารับหมายเลขโทรศัพท์มา "ที่บ้านหนูยังไม่มีโทรศัพท์ รอให้ติดตั้งเสร็จแล้ว หนูจะโทรมาบอกคุณนะคะ" เธอมีความประทับใจที่ดีมากต่อแพทย์แผนจีนชรา
"ได้"
หลิงเหยาบอกลาแพทย์แผนจีนชรา เดินออกจากร้านขายยาจีน มุ่งหน้าไปยังธนาคาร เธอตั้งใจจะไปฝากเงินส่วนหนึ่งที่ธนาคารก่อน จากนั้นจะไปซื้อเสื้อผ้าให้แม่ที่ห้างสรรพสินค้า ส่วนตัวเธอเอง ตอนนี้อ้วนแบบนี้ซื้อเสื้อผ้าก็เป็การสิ้นเปลือง เธอตั้งใจว่าจะรอให้ผอมลงก่อนแล้วค่อยซื้อเสื้อผ้าใหม่
มาถึงธนาคาร เห็นว่าข้างในมีคนกำลังเข้าแถวรออยู่หลายคน หลิงเหยาจึงหาที่นั่งแล้วนั่งลง
เธอเพิ่งนั่งลงไม่นาน ก็มีชายคนหนึ่งมานั่งลงข้าง ๆ
หลิงเหยารู้สึกถึงกลิ่นอายอันตราย จึงหันไปมองชายคนนั้น
ในตอนนั้นเอง ชายคนนั้นก็ชักมีดสั้นออกมาจ่อที่เอวของหลิงเหยา "ห้ามร้อง ตามฉันมา"
เขาจับตาดูหลิงเหยามาั้แ่อยู่ที่ร้านขายยาจีนแล้ว
[1] จุดไน่กวน เป็จุดฝังเข็มที่สำคัญในร่างกายมนุษย์ อยู่ในตำแหน่งที่ข้อมือด้านใน มีสรรพคุณในการรักษาอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว นอนไม่หลับ เป็ต้น