ตอนที่3 ผิดสัญญา
"เ้าจงตอบคำถามข้ามา" น้ำเสียงอันเยือกเย็นประหนึ่งสายลมหนาวท่ามกลางฤดูเหมันต์ พัดผ่านจากริมฝีปากของบุคคลนิรนามจรดตรงหูของเด็กสาวในยามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์
"กรี๊ดดดด!!! "
เสียงกรีดร้องอันเ็ปเมื่อขาของเด็กสาวถูกเสียบด้วยดาบเล่มยาวจากบุคคลนิรนามในชุดคลุมสีดำ
"เหตุใดพวกเ้าจึงรวบรวมกองกำลัง "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"มีสิ่งใดน่าขันงั้นรึ "
"ฮ่า ฮ่า รุ่งอรุณใหม่แห่งจอมมาร ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่ปีศาจทุกตนจะเชื่อในสิ่งนี้หรอกนะไอ้ชาติชั่ว"
สิ้นคำกล่าวคมมีดอีกนับสิบก็พุ่งออกจากิัของเด็กสาวคล้ายกับตัวเม่น จนบุคคลนิรนามต้องรีบถอยหนี แต่ฮู้ดคลุมหัวกลับถูกทิ่มทะลุจนเผยใบหน้าอันผ่องใสท่ามกลางค่ำคืนไร้แสงจันทร์ แต่มิอาจบดบังความงดงามในดวงตาที่แสนเ็ายิ่งกว่าสายลมหนาว ซึ่งกำลังจับจ้องมายังเด็กสาวราวกับจะแช่แข็งนางให้ตายเสียตรงนั้น
"หึเผยโฉมออกมาแล้วสินะ ไอ้ปีศาจ" บุคคลผู้งดงามเผยรอยยิ้มเมื่อเด็กสาวตรงหน้ากำลังลุกขึ้นยืนด้วยผิวกายที่เปลี่ยนเป็สีดำดั่งท้องฟ้ายามราตรี พร้อมกับดวงตาที่ส่องแสงสีแดงประหนึ่งดอกกุหลาบกลางหิมะอันขาวโพลน
แล้วปลายดาบจากบุคคลนิรนามก็ฟาดฟันผ่านใบหน้าสีดำจนเกือบคร่าชีวิตเด็กสาวในชั่วพริบตา หากนางมิใช่คมมีดอันพลิ้วไหวสกัดกั้นเอาไว้ได้ทัน
"ไม่ธรรมดา สามารถตั้งรับดาบข้าได้"
บุคคลผู้งดงามกล่าวพร้อมกับยกขาขึ้นอย่างทรงพลังและถีบเข้าที่ชายโครงจนเด็กสาวกระเด็นไปชนโขดหินบนเนินเขา
แต่นางก็ยังสามารถลุกขึ้นยืนพร้อมกับออร่าแปลกๆ คล้ายกับหมอกควัน หากมันเป็สีชมพูอ่อนที่รายล้อมร่างกาย ก่อนแผลทั้งหลายจะเริ่มรักษาตัวเองได้อย่างอัศจรรย์
"โอ้ เ้าสามารถใช้พลังิญญารักษาาแได้ด้วยงั้นรึ กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มสร้างหลอดเืขึ้นมาใหม่ในกระบวนการรักษาแผลที่ซับซ้อนต้องใช้สมาธิระดับสูงเลยทีเดียว เห็นได้ชัดเลยว่าเ้าเป็ปีศาจขั้นต้นระดับสูงแล้ว"
"หึ ระดับสูง จะประเมินข้าสูงเกินไปนัก!! " เด็กสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวแล้วเปลี่ยนให้กลายเป็คมมีดทั้งสิบ พร้อมปล่อยมันพุ่งโจมตีเป้าหมายเพื่อคร่าชีวิตของอีกฝ่าย
"เพียงเท่านี้รึ อาวุธของเ้ามันทั้งช้าและอืดอาดจะสังหารข้าได้อย่างไร"
แต่สุดท้ายความห่างชั้นของฝีมือก็แสดงออกมาให้เด็กสาวประจักษ์ เมื่อหญิงงามตรงหน้าปัดป้องการโจมตีของตนอย่างง่ายดาย ก่อนร่างกายอันสูงโปร่งจะปรากฏอยู่ด้านหลังโดยที่เด็กสาวมิอาจมองตามได้ทัน
"บ้าชัดๆ เ้ามาถึงตัวข้าเร็วเยี่ยงนี้ได้อย่างไร เ้าเป็มนุษย์จริงๆ รึ" เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทาราวกับเห็นผีสาง แล้วดาบเล่มยาวของหญิงงามก็เริ่มฟาดฟันเรือนร่างสีดำดั่งพายุโหมกระหน่ำ จนปีศาจตนนั้นร่วงหล่นสู่พื้นดินอย่างน่าเวทนา
"ข้าไม่ให้ถึงตายหรอกนะ เ้ายังมีคำถามที่ต้องตอบ แล้วจากนั้นข้าจึงอนุญาตให้เ้าตาย" สายตาอันเยือกเย็นจ้องมองร่างที่เต็มไปด้วยาแ ก่อนหญิงงามจะเงื้อดาบยาวขึ้นสู่ฟ้าและเสียบมันลงตรงขาซ้ายอันเรียวบาง จนเสียงกรีดร้องสุดโหยหวนจากเด็กสาวจะดังกึกก้องไปทั่วผืนป่า
"แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก"
และในทันใดนั้นเสียงประหลาดคล้ายกับบางอย่างกำลังปริแตก ได้ดังมาจากทางซ้ายของหญิงจนต้องหันไปมองอย่างเสียมิได้ แล้วก็พบว่าสิ่งนั้นคือต้นไม้ใหญ่ขนาดห้าคนล้อมกำลังโค่นล้มใส่ทั้งสองด้วยความเร็วอันน่าหวั่นใจ จึงต้องใช้กำลังขาทั้งหมดะโหลบจากจุดอันตรายแม้จะต้องละทิ้งเป้าหมายเช่นปีศาจตรงหน้าก็ตามที
"หึ เ้าเล่ห์นักนะ"
บุคคลนิรนามเดินกลับมายังต้นไม้ใหญ่เพื่อตรวจสอบว่าปีศาจตนนั้นเป็อย่างไร แล้วก็พบว่ามันได้หายไปหลงเหลือไว้เพียงเือุ่นๆ กับตัวดาบสีเงินเงา จึงทำให้เขาต้องรีบมองหาร่องรอยอื่นๆ แม้กระทั่งเศษไม้จากลำต้นขนาดใหญ่ที่เด็กสาวคนนั้นได้ทำไว้เพื่อเป็หนทางหนียามเข้าตาจนเช่นนี้
"เ้าก็อีกตนงั้นรึ จะไปขอความช่วยเหลือจากใครล่ะ"
........................................
เด็กสาวผมสีน้ำตาลเดินเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกเดซีสีขาวปนแสงสีส้มอ่อนจากแสงแดดในยามเช้า ส่องผ่านผืนหญ้าและใบหน้าอันเรียบเนียนของนางจนดูผ่องใส่ เช่นเดียวกับดวงตาสีน้ำตาลราวกับดวงตะวันกำลังจับจ้องผึ้งตัวน้อยที่โบยบินมาพร้อมกับสายลมจากเนินเขาทางตอนเหนือ
นางผู้กำลังมีความสุขอยู่ในสวนหลังบ้านของตนซึ่งถูกมอบให้เป็ของขวัญวันเกิดครบรอบสิบห้าปี โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความงดงามนี้ยกเว้นตัวเด็กสาวและครอบครัว
“เอนี่ ไปแลกของกันได้แล้ว” แต่แล้วความสุขนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อน้ำเสียงอันอ่อนหวานจากมารดากำลังกล่าวเรียกใช้งานจนนางเริ่มแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย
"ข้าไม่ไปไม่ได้รึแม่"
"ใจคอเ้าจะให้แม่แบกของหนักๆ กลับบ้านคนเดียวเลยรึ"
"ให้พ่อไปแทนไม่ได้เหรอ"
"พ่อต้องทำสวนเตรียมดินให้พร้อมกับการเพาะปลูกครั้งหน้า พ่อเขาไม่ว่างหรอก" คำกล่าวของผู้เป็แม่ช่างทำให้จิตใจของเด็กสาวรู้สึกหดหู่ั้แ่เช้าวันอย่างที่มารดาหรือเอ็มม่าไม่เคยเห็น
"เ้าเป็อะไรงั้นรึเอนี่ ปกติเ้าน่าจะดีใจที่ได้ออกไปนอกบ้านมิใช่หรือ"
"คือว่า….วันนี้เทียจะมาหาข้า ข้าเลยอยากจะรอเขาอยู่ในสวนแห่งนี้ สวนที่เขามอบให้กับข้า" เอนี่เอื้อนเอ่ยอย่างเขินอาย พร้อมกับชุดกระโปรงลายลูกไม้สีแดงตัวสวยจนเอ็มม่าต้องหลุดยิ้มต่อความในใจของลูกสาว
"เ้าไม่ต้องเป็กังวลหรอกเอนี่ ถ้าเทีย บอกจะมาหา เ้าก็จะได้พบเขาอย่างแน่นอน ไม่แน่นะว่ากลับมาแล้วเขาอาจจะนั่งรอเ้าอยู่ในสวนเลยก็ได้"
"จริงๆ นะแม่"
"จริงสิ เทียเขาเคยผิดคำพูดบ้างรึเปล่าล่ะ"
คำพูดของเอ็มม่าได้ทำให้เอนี่มีท่าทีที่เปลี่ยนไปพร้อมกับแววตาอันสดใสประหนึ่งแสงตะวันต้องผิวน้ำกลางมหาสมุทรใหญ่ ก่อนนางจะรีบลุกขึ้นไปเตรียมข้าวของแล้วเดินนำหน้าเอ็มม่าด้วยความเร่งรีบ
"รีบไปกันเถอะแม่"
"อย่ารีบขนาดนั้นสิ แม่ตามเ้าไม่ทันนะ"
.........................................................
"ท่านเ้าเมือง ท่านเ้าเมือง!!! "
เสียงร้องะโดังขึ้นมากลางห้องโถงของตัวปราสาททราซินเวีย เขาได้มุ่งตรงเข้าหาเ้าเมืองที่กำลังนั่งอ่านบทความจากจดหมายบนโต๊ะทำงานจนเป็ที่สนใจต่อเหล่าขุนนาง
"เ้ามีเื่อันใด สถานที่นี้ข้าห้ามส่งเสียงดังลืมเสียเเล้วรึ" เ้าเมืองเอ่ยด้วยใบหน้าบึ้งตึง เพราะภายในห้องแห่งนี้คือหอสมุดขนาดใหญ่ซึ่งมีไว้รวบรวมความรู้และแหล่งข้อมูลต่างๆ อย่างที่มิควรจะส่งเสียงดังเพื่อก่อกวนคนเ่าั้
"หน่วย .. หน .. หน่วย.."
"พักหายใจก่อน แล้วค่อยๆ พูด เ้ามีสิ่งใดรีบร้อนกัน"
"หน่วยอัศวินดำ มาขอพบท่านเ้าเมืองขอรับ!! "
"......"
ทุกคนภายในหอสมุดต่างรับฟังอย่างนิ่งเฉย เพราะสิ่งที่เขาเอ่ยนั้นไม่ได้มีในฐานข้อมูลหรือรายงานที่จะสามารถตรวจสอบแล้วร้องอ้อว่านี่คือเื่สำคัญ
"นี่พวกท่าน ไม่รู้จักหน่วยอัศวินดำกันเลยรึ"
"เื่นี้ข้ายังไม่ได้รับรายงานจากเ้า เช่นนั้นแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าหน่วยที่พึ่งจัดตั้งขึ้นมานี้คือหน่วยอะไร"
"ท่านคิง ลีเดีย หัวหน้าหน่วยอัศวินดำ้าพบท่านเดี๋ยวนี้ขอรับ!! " แต่ทันใดนั้นนามของบุคคลที่ทำให้เ้าเมืองต้องลุกจากที่นั่งด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก
"เ้า!! เหตุใดถึงได้กล่าวออกมาช้าเยี่ยงนี้ แล้วได้พาท่าน ลีเดีย ไปห้องรับรองแขกแล้วหรือไม่"
"ยังขอรับ ข้าให้รออยู่ตรงหน้าประตู"
"นี่เ้าอยากหัวกุดหรืออย่างไร ไอ้โง่ วันด้า นีโอ พวกเ้าไปกับข้าต้อนรับท่านลีเดียไปที่ห้องรับแขก พวกเ้าที่เหลือไปเตรียมอาหารกับจัดห้องรับแขกให้ดี" เมื่อเหล่าขุนนางได้รับคำสั่งอันมาพร้อมกับท่าทางหวาดหวั่น ก็ทำให้ทุกคนต่างวิ่งกรูไปทำหน้าที่กันอย่างหัวปั่น
"เฮ้ย เบาเสียงกันด้วย "
.........................................................
"ข้าว่า เราจะอยู่ตรงนี้นานไปรึเปล่า"
"ใจร้อนนักนะ เฟดดี้"
"หน่วยจัดตั้งใหม่ หน่วยจัดตั้งใหม่ เห้ออ ต้องทำใจอย่างเดียวสินะ ไนท์อาย"
"ข้าเข้าใจ ข้าก็ต้องยืนรอตากแดดตากฝนเช่นเ้านั่นแหละ ได้แต่ภาวนาในใจว่าเมื่อไหร่หน่วยของเราจะชื่อเสียงเลื่องลือเป็ที่น่าเชื่อถือสักที"
"พวกเ้า จะบ่นทุกครั้งที่ต้องยืนรอเลยรึไม่" ลีเดียกล่าวออกมาอย่างเหลืออด เพราะทุกครั้งในการขอพบเ้าเมืองหรือขอใช้สถานที่ จำเป็จะต้องรอเพื่อตรวจสอบตัวตน เพราะหน่วยอัศวินดำมีการจัดตั้งได้ไม่เกินปี จึงทำให้ในหลายๆ ครั้งต้องใช้นามของ คิง ลีเดีย เพื่อความรวดเร็วของการทำงาน
แต่ระหว่างที่ทั้งสามกำลังยืนรออยู่ตรงหน้าประตูขนาดใหญ่ ก็ได้มีเหล่าทหารผู้คอยปกป้องเมืองกำลังรายล้อมทั้งสามไว้ด้วยความหวาดกลัวในรูปร่างอันสูงใหญ่ของชายร่างั์ผู้มีใบหน้าดุดัน พร้อมหนวดเครารุงรังและยังพกพาขวานหรืออาวุธต่างๆ เดินเตร็ดเตร่ไปมาโดยไม่มีผู้ใดห้ามปราม
แถมพวกเขาได้มีการจับกุมบุคคลทั้งสองซึ่งถูกมัดไว้ราวกับเป็ตัวประกัน จนหลายๆคนเริ่มสงสัยแล้วว่าเขาคือโจรป่าหรือผู้ก่อการร้ายที่มีความอันตรายต่อประชาชนคนอื่นๆหรือไม่
"อะไร พวกเ้าอยากมีปัญหางั้นรึ?? "
"เฟดดี้!! "
"อะไรเล่าหัวหน้า!! "
"ใครเข้ามาก็ฆ่ามันทิ้งได้เลย" ลีเดียกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นพร้อมชักดาบเตรียมจะต่อสู้ จนเหล่าทหารในบริเวณนั้นรีบยกอาวุธของตนขึ้นเพื่อข่มขู่ให้ทั้งสามยอมจำนน
แต่เฟดดี้และไนท์อายหาได้เชื่อฟังเมื่อรอยยิ้มอันน่าหวาดหวั่นเริ่มปรากฏขึ้นตรงมุมปากก่อนจะเข้าห้ำหั่นกับกลุ่มทหารกล้า หากไม่ได้ยินเสียงะโที่คุ้นเคยดังลั่นมาจากหลังประตู
"ขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา กระหม่อมมาต้อนรับพระองค์ช้าจนเกินไปนัก " ชายผู้มาพร้อมกับคำกล่าวอันทรงพลังแต่เมื่อผ่านพ้นประตูขนาดใหญ่นั้น เขาและผู้ติดตามอีกสองคนก็รีบคุกเข่าพร้อมกับก้มศีรษะแนบชิดติดพื้นดิน ปล่อยให้ทหารมากกว่าห้าสิบชีวิตยืนงุนงงต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลซึ่งนั่งก้มหัวอยู่ตรงหน้าคือเ้าเมืองแห่งทราซินเวีย
"เงยหน้าของเ้าขึ้นมา" น้ำเสียงอันเยือกเย็นของลีเดียยังคงสร้างความสะพรึงได้ประหนึ่งคมดาบที่จ่อคออยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็ถึงเ้าเมืองผู้สูงศักดิ์แล้วก็ตาม
"กระหม่อมมิบังอาจฝ่าา "
"เพราะความขลาดเขลาของเ้าถึงได้ขัดคำสั่งข้าเยี่ยงนี้รึ" และคำกล่าวที่แสดงถึงความไม่พอใจ ก็ทำให้เ้าเมืองรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมคำวิงวอนก่อนจะพบกับเหล่าทหารซึ่งยืนถืออาวุธด้วยสีหน้ามึนงงราวกับเด็กน้อยไร้สติ เ้าเมืองจึงรีบโบกไม้โบกมือให้พวกไม่มีสมองของตนคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
"ข้า้าอยู่ในเมืองนี้สักอาทิตย์ "
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา แต่พระองค์มีกิจอันใดในเมืองนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ยืนคุยกันตรงนี้คงไม่สะดวกนัก"
"ขอประทานอภัยด้วยฝ่าา กระหม่อมได้เตรียมพระกระยาหารสำหรับพระองค์ที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ขอเชิญเสด็จทางนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ" เ้าเมืองก้มหัวลงแล้วจึงเดินนำทางทั้งสามเข้าไปในตัวปราสาท แต่ชายผมขาวและเด็กสาวตรงหน้านั้นมันช่างเด่นชัดจนมิอาจมองข้ามได้อย่างสบายใจ
"ให้กระหม่อมทำอย่างไรกับสองคนนี้รึฝ่าา"
"ในตัวปราสาทนี่มีกรงขังพิเศษบ้างรึไม่" คำกล่าวของลีเดียทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นต่างแตกตื่น เพราะกรงขังพิเศษสร้างขึ้นจากธาตุสแคนเดียมซึ่งเป็โลหะน้ำหนักเบาและค่อนข้างหายาก แถมยังมีฤทธิ์พิเศษทำให้ปีศาจที่ััหรืออยู่ใกล้มันอ่อนแรงลงจนไร้พิษสง
"หมายความเช่นไรหรือฝ่าา สองคนนั้นเป็ปีศาจอย่างนั้นรึพ่ะย่ะค่ะ"
"ใช่"
คำตอบที่ทำให้หลายคนในบริเวณนั้นเริ่มถอยห่าง เพราะนานนับหลายสิบปีแล้วที่ไม่มีผู้ใดได้พบเห็นปีศาจตัวเป็ๆ หลงเหลือไว้เพียงนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเท่านั้น
"มีเพียงห้องเดียวพ่ะย่ะค่ะ"
"จัดการให้ข้าที" ลีเดียจ้องดวงตาของเ้าเมืองด้วยความเยือกเย็นก่อนจะเดินหายไปในตัวปราสาท แล้วปล่อยทั้งสองทิ้งไว้กับเหล่าทหารที่ยังกล้าๆ กลัวๆ กับตัวผู้ต้องสงสัย
" ว้ากกกกกกกก "
ทันใดนั้นเสียงร้องะโก็ดังสนั่นจนทหารทุกคนต่างตกตะลึงถึงกับรีบชักอาวุธเพื่อเตรียมพร้อมสู้ ก่อนเสียงหัวเราะจากชายร่างั์จะดังขึ้นมาแทนที่ความวุ่นวาย
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าพวกนี้ ฮ่า ฮ่า ขี้ใเสียจริง ฮ่า ฮ่า มันไม่กัดหรอกไม่ต้องกลัว ฮ่า ฮ่า"
" เฟดดี้ ไปได้แล้ว"
"ขอรับ หัวหน้า"
ชายร่างั์เดินหันหลังกลับไปยังตัวปราสาทอย่างสบายอารมณ์ เขาดูเป็ชายวัยกลางคนที่อายุไม่น้อย แต่พฤติกรรมกลับคล้ายเด็กเกเรทั่วไป ถึงกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าดุด่าในการกระทำของทหารรักษาพระองค์ นอกเหนือจะปล่อยให้พวกเขาทั้งสามเดินเข้าไปในตัวปราสาทโดยมีเ้าเมืองและขุนนางอีกสองคนเป็ผู้นำทาง
.................................................
ในยามบ่ายคล้อยที่แสงอาทิตย์เริ่มโรยรา ณ ทุ่งดอกไม้สีขาวถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มอ่อนจากแสงตะวัน หลงเหลือเพียงไออุ่นซึ่งจะกลับมาเหน็บหนาวในอีกไม่ช้า
เวลานี้ใครหลายๆ คนคงจะนั่งพักผ่อนอยู่ในตัวบ้านเพราะทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย มีเพียงเด็กสาวผมสีน้ำตาลที่นั่งรอคอยคำสัญญาจากชายผมขาวในวันวาน
"เอนี่ อากาศเริ่มหนาวแล้วนะ เข้ามาในบ้านเถอะ" เด็กสาวรับฟังอย่างนิ่งเฉยโดยมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดพร้อมใบหน้าที่เหม่อลอยไปแสนไกล จนผู้เป็แม่มิอาจอดห้ามใจให้เศร้าสร้อยไปตามนาง
เอ็มม่าเดินเข้าไปในสวนทุ่งดอกเดซีสีขาวและนั่งลงข้างๆเด็กสาวผู้เป็ดังแก้วตาดวงใจ มืออันเรียวบางลูบไปบนหัวของเอนี่อย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็แก้วใสที่พร้อมจะแตกร้าวได้ทุกเมื่อ
"เทียสัญญากับข้าแล้วนะ แม่" เอนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันแ่เบาพร้อมกับดวงตาที่ไร้ซึ่งความสดใส นางจ้องมองเพียงพื้นหญ้าด้วยความน้อยใจ ทั้งๆ ที่วันนี้เป็วันที่นางเฝ้ารออย่างอดทน
"เทียอาจจะมีงานต้องทำ เ้าเข้าใจเขาหน่อยนะ"
"แต่แม่ ท่านบอกว่าเทียไม่เคยผิดคำพูด"
" แม่ต้องขอโทษเ้านะ เดี๋ยวแม่จะบอกให้พ่อไปเอ็ดเ้าเทียสักรอบดีไหม บังอาจทำให้ลูกที่แสนน่ารักของข้าต้องเศร้าหมอง" เอ็มม่ากล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม นางเอียงคอเล็กน้อยเพื่อหยอกล้อบุตรสาวที่กำลังทำหน้าบูดบึ้ง
"หึ ใจเท่ามดอย่างพ่อนะรึ มีหรือจะกล้าเอ็ดใคร"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่เห็นด้วย เ้าคงต้องจัดการแทนแล้วเอนี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เอ็มม่าหัวเราะคำกล่าวว่าถึงแซมผู้เป็หัวหน้าครอบครัวที่แสนจะพึ่งพาได้ยากด้วยใบหน้ากลมป่องของเอนี่ขณะกำลังน้อยใจ นางจึงโผเข้ากอดเด็กสาวจนกลิ้งลงไปกับพื้นหญ้าและหยอกล้อเล่นกันราวกับทั้งคู่เป็เด็กน้อยในวัยใส พร้อมเสียงหัวเราะที่ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในส่วนทุ่งดอกเดซีเป็เวลาอีกพักใหญ่
"เจอกันเมื่อไหร่ข้าจะเตะไข่เ้า เทีย"
"เอนี่ ลูกไปจำคำแบบนี้มาจากใคร ไม่ดีเลยรู้ไหม!! "
" ข้าขอโทษท่านแม่!!!"