มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 44 อาชามังกร มู่ซานกวน

    ทางด้านตัวของผู้เป็นพ่อของมู่หลานหลานในยามนี้นั้นตัวของเขาเกิดความรู้สึกสนใจในตัวหลินเทียนเป็นอย่างมากว่าแท้จริงแล้วเจ้าหนุ่มผู้นี้มีลักษณะนิสัยเช่นไรกันแน่ เพราะตัวของเขานั้นรู้จักลักษณะนิสัยของบุตรสาวคนของตนผู้นี้เป็นอย่างดีนิสัยของนางช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจนัก ยากนักที่ผู้ใดจะมาควบคุมจิตใจของนางได้ต่อให้มันผู้นั้นเป็นผู้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ก็ตามตัวของนางนั้นก็ล้วนแล้วแต่หาได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้“พอดีข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำ พวกเราจะพักอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นเวลาชั่วคราวอย่างน้อย 1 อาทิตย์ในระหว่างที่ตัวของข้าไม่อยู่นั้นห้ามผู้ใดก่อเรื่องเป็นอันขาด” ตัวของมันนั้นไม่รอฟังเสียงตอบรับจากผู้คนหลังจากนั้นตัวของมันก็หายตัวไปในทันทีทร่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่าทิ้งไว้ให้เพียงแต่ความสงสัยของคนทุกคน มีเพียงแต่ท่านปู่ของมู่หลานหลานเท่านั้นที่ตอบสนองได้ทันเขารีบแอบติดตามบุตรชายของตนไปราวกับเป็นเงาตามตัว“นี่พวกเขาจะไปไหนกัน” ทางด้านตัวของสาวน้อยกล่าวถามกับท่านย่าของตนด้วยความมึนงงอย่างถึงที่สุด“หึ นี่เจ้ายังไม่รู้จักลักษณะนิสัยของพ่อเจ้าดีพออย่างงั้นเหรอ พวกเขาจะไปไหนได้อีกก็ต้องแอบพากันไปดูตัวว่าที่สามีของเจ้าภายในอนาคตล่ะซิ” ท่านย่าของมู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ทั้งบุตรชายแล้วก็เจ้าเฒ่านิเสียเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยมสมแล้วที่ตัวของมันเป็นพ่อลูกกัน“พวกเขาคงที่จะไม่ทำอะไรหลินเทียนใช่ไหม” มู่หลานหลานกล่าวถามออกมาด้วยความเป็นห่วง“วางใจเถอะหากเจ้าหนุ่มนี่ยังคงที่จะเป็นสามีของเจ้าภายในอนาคตมีหรือที่ตัวของมันจะกล้าแตะต้องเขาบิดาของเจ้ามันไม่ได้เป็นคนที่สิ้นคิดถึงขนาดนั้นถึงแม้ว่าในการตัดสินใจของมันบางครั้งออกจะดูโง่เขลาไปบ้างก็ตาม” หญิงชรากล่าวปลอบหลานสาวของตนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นภายในป่าพฤกษาหมื่นปีในยามนี้นั้นท่านพ่อและท่านปูของมู่หลานหลานเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วสิ่งมีชีวิตภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่ไม่รู้ถึงการคงอยู่ของพวกเขาไม่ว่าจะคนหรือสัตวอสูรเพราะสองพ่อลูกคู่นี้นั้นมีพลังฝีมือที่สูงส่งมากจนเกินไป“นี่เจ้าจะไปดูตัวเจ้าหนุ่มนั่นอย่างงั้นเหรอ” ปู่ของมู่หลานหลานกล่าวถามกับบุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงที่อยากรู้อยากเห็น ถึงมันไม่ตอบคำถามเขาตัวเขาเองก็ย่อมรู้อยู่แล้วว่าเจ้าบุตรชายผู้นี้นั้นกำลังคิดอ่านสิ่งใด“ข้าเพียงแค่อยากมองดูด้วยสายตาของข้าเองเท่านั้นว่าแท้จริงแล้วเจ้าเด็กนี่มันมีลักษณะท่าทางอะไรบ้างทำไมลูกสาวของข้าถึงได้ชอบมันนัก หากมัวแต่รอให้ตัวของมันมาเยือนที่ดินแดนของพวกเรานั่นมันก็ออกจะนานเกินไปข้าเพียงแค่อยากจะเห็นหน้ามันสักครั้ง” ถึงแม้ว่าตัวของหลินเทียนนั้นจะเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว หากแต่ลักษณะนิสัยใจคอของมันไม่ได้เรื่องตัวเขาจะปลิดชีพมันทิ้งซะ เพื่อความปลอดภัยของตระกูลแล้วก็บุตรสาวของตน“วางใจเถอะเจ้าเด็กนี่มันมีลักษณะนิสัยที่ไม่เลวเลย คนที่เจ้าคงห่วงก็คือบุตรสาวของเจ้าต่างหาก ตัวของนางนั้นสามารถควบคุมเจ้าเด็กน้อยนั่นได้อย่างอยู่หมัดต่อให้มันมีปีกก็ไม่สามารถที่จะบินหนีนางไปได้พ้น” ปู่ของมู่หลานหลาน อดที่จะรู้สึกปวดหัวแทนหลินเทียนมิได้ ที่ดันต้องมาพบเจอกับหลานสาวผู้นี้ของตน“อะไรกัน เหมือนกับท่านแม่ที่ทำกับท่านพ่ออย่างงั้นเหรอ” เพียงแค่ท่านประมุขนึกถึงสิ่งที่ท่านแม่ทำกับท่านพ่อตั้งแต่ยังสาวแต่ระอย่างนั้นแทบจะแสบสันสะท้านแผ่นดิน ตัวของมันถึงกับแสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก“เจ้าไม่ต้องนำเรื่องเก่าๆของข้ามาพูดก็ได้นะ” ท่านปู่ของมู่หลานหลานถึงกับแสดงท่าทางโกรธเคืองต่อผู้เป็นบุตรชายอย่างชัดเจน
    ณ ห้องทำงานของผู้อำนวยการชิงหลงในระหว่างที่ตัวของมันกำลังพูดคุยกับฉินอู๋โหย่วนั้นบัดนี้อยู่ๆสีหน้าและท่าทางของมันถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนสีอย่างชัดเจนถึงแม้ว่าสองพ่อลูกครู่นี้จะปกปิดพลังของตนได้เรียบเนียนขนาดไหนแต่ก็ไม่สามารถที่จะหลบการตรวจจับสัมผัสต่อผู้อำนวยการชิงหลงได้พ้น“พวกมันเป็นใครกันทำไมถึงได้ทรงพลังมากมายถึงเพียงนี้”“เจ้าเป็นอะไรอย่างงั้นเหรอชิงหลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันทำไมสีหน้าของเจ้าถึงดูไม่สู้ดีเลย” ฉินอู่โหย่วกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความรู้สึกที่ไม่สบายใจออกมา น้อยครั้งจริงๆที่สหายของตนจะแสดงสีหน้าเช่นนี้ออกมา ต้องเป็นเรื่องราวแบบไหนกันที่จะทำให้ตัวของมันรู้สึกตื่นตัวเช่นนี้“ดูเหมือนว่าข้าจะตรวจพบเจอผู้บุกรุกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพลังของพวกมันนั้นจะไม่ธรรมดาเอาเสียเลย” ยิ่งกาลเวลาไหลผ่านไปสีหน้าของมันก็ยิ่งจะมีแต่ไม่สู้ดีเท่านั้น เป้าหมายของพวกมันที่กำลังมานั้นคือโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ไม่ทราบว่าเป้าหมายของพวกมันนั้นคือสิ่งใดกัน“อย่ามัวคิดมากให้เสียเวลาเลย พวกเรารีบไปดูกันเถอะว่าแท้จริงแล้วพวกมันเป็นใครกันแน่” พวกเขาทั้งสองนั้นไม่คิดให้มากความอีกมุ้งตรงไปที่ภายในป่าพฤกษาหมื่นปีในทันทีหากเกิดการปะทะขึ้นความเสียหายนั้นมันจะไม่ใช่น้อยๆแน่เพราะตัวตนระดับสุดยอดนั้นสามารถที่จะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เพียงไม่กี่อึดใจชิงหลงก็สามารถที่จะมาดักหน้าของผู้มาเยือนทั้งสอง ทางด้านของท่านปู่และท่านพ่อของมู่หลานหลานหยุดนิ่งค้างอยู่ภายในของอากาศที่ว่างเปล่าสีหน้าและท่าทางของพวกมันเองก็ตื่นตกใจอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับรัศมีพลังที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาตนอยู่ภายในขณะนี้“พวกท่าน พวกท่านมาสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร” น้ำเสียงของชิงหลงในยามนี้นั้นตัวของมันนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุดผู้คนที่อยู่ตรงหน้าของมันนั้นมิใช่ตัวตนที่จะยั่วยุได้อย่างเด็ดขาด“เจ้ารู้จักพวกมันด้วยอย่างงั้นเหรอ” ฉินอู๋โหย่วกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ แต่ชายทั้งสองที่ยืนอยู่ต่อหน้าของตนในยามนี้นั้นพลังของพวกมันร้ายกาจจริงๆและไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่าตัวของมันเองจะรับมือไหว“ท่านอาชามังกร พวกท่านต้องการสิ่งใดกันแน่” อาชามังกรนั้นคือ ฉายาของบิดาของมู่หลานหลาน นามของเขานั้นคือ มู่ซานกวน เป็นประมุขคนปัจจุบันของ ตระกูลอสูรมายา หนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปกิเลนนภา ผู้คนจากตระกูลแห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงไปในทางที่ไม่ค่อยดีนักในเรื่องความเอาแต่ใจของพวกมันแต่ผู้คนต่างรับรู้โดยทั่วกันว่าพลังของพวกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของจริง
    “พลังฝีมือของเจ้านั้นไม่เลวเลยจริงๆ สนใจมาเป็นข้ารับใช้ข้ารึไม่ ผู้ที่มีความสามารถเช่นเจ้านั้นนับว่าหายากจริงๆ” ดูเหมือนว่าตัวของ มู่ซานกวน ก็พอที่จะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของชิงหลงเช่นกัน“พวกท่านมาทำอะไรที่นี่กันแน่” ชิงหลงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นยินดีสักนิดที่คนผู้นี้นั้นรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของตน แต่ในทางกลับกันตัวของเขาในยามนี้นั้นกำลังรู้สึกตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะขึ้นมาจริงๆไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีผู้บาดเจ็บล้มตายเท่าไหร่“วางใจเถอะข้าไม่ได้มาหาเรื่องพวกเจ้า ข้าเพียงแค่มาดูว่าที่ลูกเขยของข้าเท่านั้น และนับจากนี้เป็นตนไปข้าจะไม่สร้างเรื่องยุ้งยากให้กับพวกเจ้าอย่างเด็ดขาด ยกเว้นแต่พวกเจ้าจะมาแส่หาเรื่องเสียเอง”“ท่านมาหาหลินเทียนอย่างงั้นเหรอ” หลังจากที่ฉินอู๋โหย่วนิ่งเงียบอยู่นานดูเหมือนว่าตัวของมันจะนึกเรื่องอะไรออกอยู่ๆก็เกิดเรื่องบ้าๆกับหลินเทียนเจ้าคนพวกนี้มันจะต้องมีส่วนแน่“เป็นเจ้าหนุ่มนั่นแหละ พวกเจ้าพอจะเล่าประวัติความเป็นมาของมันให้ข้าฟังได้รึไม่” เมื่อพูดคุยกันไปสักพักทางด้านของผู้อำนวยการชิงหลงก็ได้กล่าวเชิญแขกผู้มาเยือนทั้งสองไปที่ห้องทำงานของตนในทันที การที่จะพูดจาแตกหักกับผู้คนพวกนี้นั้นไม่ใช่เรื่องดีเลยมันเป็นอะไรที่โง่เป็นอย่างมาก เพราะผู้คนต่างรู้กันทั่วหากทำให้ตัวของอาชามังกรผู้นี้รู้สึกโกรธชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคตนั้นจะเป็นเช่นไร

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน