บทที่ 29 วีรกรรมของไป๋หลี
เวลาสองนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉินเหยียนจินเริ่มเชิญแอ็กเคานต์ของคนสี่คนให้เข้าร่วมไลฟ์
พวกเธอเหมือนกำลังเล่นเกมเออีไอโอยูหยุด ถูกฝ่ายตรงข้ามหันมามองและจับได้ว่ากำลังขยับตัว
ดวงตาของหลี่ชิงจู๋ ไป๋หลี หลินชิวซิน และเหยาอวี๋จิ่นเบิกกว้างด้วยความตกใจราวกับเห็นผีทันที
หลังจากได้สติคืนมา ทุกคนก็พบว่าหลังตัวเองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาตกอยู่ในความหวาดกลัว
“ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจังเลย เราจะทำยังไงต่อไปดี ต้องไลฟ์ด้วยจริง ๆ เหรอเนี่ย แล้ว… ถ้าเกิด...”
หลินชิวซินขยี้หัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าไร้สีเลือดฝาดซีดเป็นไก่ต้มด้วยความกลัว
“จะซ่อนต่อไปก็ไม่ได้ เราซ่อนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฉันไม่อยากเจอแบบนั้นอีก จะไม่ยอมไปเจอแบบนั้นอีกแล้วจริง ๆ เอาละ พวกเราไปไลฟ์เถอะ!”
ภายในห้องนอนที่หรูหรา ผู้หญิงสี่คนที่อยู่ในอาการหวาดกลัวมองดูปุ่มเชื่อมต่อเสียงที่กำลังส่งเสียงแจ้งเตือนอย่างสิ้นหวัง
เสียงนั้นเป็นเหมือนกับเสียงจากปีศาจที่กำลังเพรียกหามาจากปรโลก พวกเธอขนลุกไปทั้งตัวแม้แต่เส้นผมบนหัว ร่างกายทั้งตัวก็สั่นอย่างรุนแรง
“เราควรทำยังไงกันดี? จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเหรอ? ไป๋หลี มันเป็นความผิดของเธอนั่นแหละ ถ้าเธอไม่อิจฉาถงโจวโจว ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้!”
“นี่เธอกล้าโทษฉันงั้นเหรอ? ฉันไม่เคยเห็นเธอหน้าไม่อายเท่านี้มาก่อนเลย อีกอย่างเงินที่เธอใช้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็แลกมาจากการฆ่าถงโจวโจวนี่ กล้ามาโบ้ยให้ฉันคนเดียวได้ยังไง!”
ไป๋หลีคำรามด้วยความโกรธ เธอโกรธมากจนตัดสินใจกดเปิดการเชื่อมต่อเสียงทันที ในตอนนั้นเองใบหน้าของทั้งสี่ก็ปรากฏขึ้นในไลฟ์สด
“เธอต้องการอะไรก็บอกมาซะ ยัยนักพรตลวงโลก รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ลบแอ็กเคานต์เว่ยป๋อเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันฟ้องจนล้มละลายแน่นอน”
เสียงของไป๋หลีเต็มไปด้วยความโกรธเคือง คำรามออกมาไม่ต่างจากสิงโตสาว
ฉินเหยียนจินยิ้มเย็น และทันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่าย เธอก็เริ่มใช้ศาสตร์ลับแห่งสวรรค์เพื่อดูอดีตของไป๋หลีทันที
“ไป๋หลี คุณเกิดในตระกูลร่ำรวย ได้รับความรักและการเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก อายุได้สามขวบก็ทำให้คนรับใช้ตาบอดไปหนึ่งข้างเพราะอิจฉาที่เห็นว่าเธอมีดวงตาที่สวยงาม เพื่อปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้น ครอบครัวคุณใส่ร้ายเธอว่าขโมยเครื่องประดับและพยายามหลบหนีจึงถูกลงโทษ หลังจากนั้นก็ข่มขู่ว่าจะจัดการตามกฎหมายหากเธอเอาความจริงทั้งหมดออกมาพูด”
เมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้ไป๋หลีก็หายใจแรงขึ้น
ชาวเน็ตที่ดูไลฟ์อยู่ก็พากันตกใจเช่นกัน
[พระเจ้า ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม อาจารย์บอกว่ายัยคนนี้ทำตัวเลวขนาดนั้นมาตั้งแต่สามขวบ นึกภาพไม่ออกเลยว่าเด็กสามขวบทำอะไรแบบนั้นได้ไง]
[โบราณว่าไว้ แค่สามปีก็มีสันดานให้เห็น ผู้หญิงคนนี้โหดเหี้ยมมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก็คงไม่แปลกที่จะลงมือฆ่าคนได้]
[คนเลือดเย็นแบบนี้ ภัยสังคมสุด ๆ]
จู่ ๆ สีหน้าของไป๋หลีก็เปลี่ยนไปแล้วเริ่มโต้กลับด้วยเสียงดัง “เธอกำลังพูดจาไร้สาระอะไร เด็กสามขวบไม่ประสีประสา ถ้าอยากจะมาหาชื่อเสียง ขอเตือนไว้ก่อนว่าฉันไม่ใช่คนที่ผู้หญิงอย่างเธอจะมาหาเรื่องได้ด้วยหรอกนะ!”
ฉินเหยียนจินยังนิ่งและพูดต่อไปอีก “เมื่อคุณอายุได้ห้าขวบ คุณผลักลูกพี่ลูกน้องวัยสองขวบตกลงไปในสระน้ำและมองดูเธอจมน้ำไป เพียงเพราะเห็นว่าเด็กคนนั้นเอาปิ่นปักผมคริสตัลอันโปรดของคุณไปถือ จนถึงทุกวันนี้ปิ่นอันนั้นคุณก็ยังเก็บไว้กับตัวอยู่เลย”
ริมฝีปากของไป๋หลีสั่นเทา และเริ่มควบคุมสีหน้าตัวเองไม่ได้ เธออยากจะปิดการเชื่อมต่อไปทันที แต่ร่างกายกลับรู้สึกราวกับว่ามีคนมาสกัดจุดจนไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวไปทำอะไรได้
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง หัวใจเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
[คนหรือปีศาจ สมควรโดนจัดการแล้ว ฆ่าคนตั้งแต่ห้าขวบ คนจิตใจแบบนี้ยังเติบโตมาจนป่านนี้ได้ไง]
[ตอนนี้ยิ่งมั่นใจขึ้นอีกว่าเด็กผู้หญิงอัจฉริยะคนนั้นต้องโดนยัยนี่ฆาตกรรมแน่นอน]
[ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม!]
[แล้วถ้าพ่อแม่ของลูกพี่ลูกน้องคนนั้นมาเห็นไลฟ์นี้จะว่ายังไงล่ะเนี่ย]
[คนแบบนี้ปล่อยให้ตายก็น่าเสียดาย ยังไม่สาสมกับสิ่งที่ทำเอาไว้เลย อาจารย์ขุดเรื่องของเธอออกมาให้หมดเลย อย่าปล่อยผ่านแม้แต่เรื่องเดียว]
[ทำไงดี โกรธจนทนไหวแล้วเนี่ย!]
[คนแบบนี้มันสมควรโดนสักหน่อย]
“ตอนอายุสิบสองปี คุณตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่ง เพื่อให้เขาหันมาสนใจ คุณจ้างอันธพาลสองคนมารุมทำร้ายเขา เพื่อที่จะได้ทำทีไปช่วยเหลือเขาไว้ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าเฉิงเหย่าจินผู้ชายคนนั้นตกหลุมรักสาวคนอื่นอยู่แล้วและออกมาพร้อมเธอในวันนั้น ด้วยความอิจฉาคุณจึงให้พวกอันธพาลทำร้ายผู้หญิงคนนั้นด้วยการล่วงเกินจนเธอมีมลทิน”
“สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นก็ทนความเสียใจไม่ไหวจบชีวิตตัวเองไป”
ชาวเน็ตไม่อยากจะเชื่อกับเรื่องที่ได้ยิน พวกเขาตกใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถึงทำเรื่องเลวร้ายได้มากมายขนาดนี้?
เธอไม่มีสามัญสำนึกในความเป็นมนุษย์บ้างเลยหรือ?
[อายุ 12 นี่ยังเล่นดีดลูกแก้วอยู่เลยอะ]
[ฉันตอนอายุ 12 ยังกลัวว่าจับมือผู้ชายแล้วจะท้องอยู่เลย]
[ตอนนั้นฉันยังอ้วนมากจนเพื่อนล้อไม่เล่นด้วยอยู่เลย]
[ผู้หญิงคนนี้ตอนอายุ 12 ก็ฆ่าคนแล้ว ไม่สิ ที่จริงก็เป็นปีศาจมาตั้งแต่สามขวบแล้วนี่นา]
[โห นี่ขนาดคิดว่าตัวเองเป็นคนแย่แล้วนะ พอฟังเรื่องนี้แล้วยังคิดว่ายัยนี่มันเลวทรามต่ำช้า พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบนี้มาได้มันต้องมีปัญหาอะไรแน่นอนอะ เรียกตำรวจมาตรวจสอบตระกูลนี้หน่อยไม่ดีเหรอ]
[พลเมืองดีต้องเข้าแล้วค่ะจุดนี้ สมเป็นแฟนคลับอาจารย์ฉิน]
เมื่อเห็นคำด่าทอสาดเสียเทเสียเลื่อนไปตามหน้าจอ สายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของไป๋หลีก็ไม่สามารถเก็บซ่อนเอาไว้ได้ เธอดูพร้อมจะฆ่าคนมากในเวลานี้
ฉินเหยียนจินหัวเราะออกมา
“อายุสิบห้าที่คุณกำลังอยู่ในวัยคึกคะนองรักสนุก และเล่นกับผู้ชายไปเรื่อย คุณจ้างนักสืบเอกชนไปตามถ่ายภาพและวิดีโออนาจารเพื่อแบล็กเมลคนอื่น หากเหยื่อไม่ยอมเชื่อฟังก็ขู่ว่าจะปล่อยภาพกับคลิปแย่ ๆ พวกนั้นในอินเทอร์เน็ต”
ชาวเน็ตกลับมาคึกคักอีกครั้งและเริ่มจินตนาการภาพมากมายในหัว
[อ้าว อันนี้พีก น่าสนใจมาก ตื่นเต้นสุด ๆ!]
[ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายอยาก มีเหรอผู้ชายจะปฏิเสธ
[น่าขยะแขยงมาก อุตส่าห์โชคดีเกิดมารวยแต่ดันทำตัวแบบนี้ เสียเปล่ามากจริง ๆ]
[แค่มองหน้าก็รู้สึกว่าสกปรกลูกตาแล้ว อาจารย์เล่ามาให้หมดเลยค่ะว่ายัยคนนี้ทำอะไรเลว ๆ เอาไว้อีก]
[ว่าไปแล้ว ทำไมยัยนั่นนิ่งไปเลยล่ะ หรือจะกลัวจนปิดไมค์หนีไปแล้ว]
[นี่ก็เห็นเหมือนกัน อีกสามคนก็เอาแต่มองอาจารย์อย่างเดียว เหมือนจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เริ่มไลฟ์แล้ว]
[ดูแปลก ๆ บอกไม่ถูกแฮะ]
ไป๋หลีตกตะลึงเมื่อเรื่องราวที่น่าอับอายถูกเอามาเปิดเผยต่อหน้าคนจำนวนมากเช่นนี้ ใบหน้าเธอซีดขาวราวกับไร้วิญญาณ ในหัวมีแต่เสียงอื้ออึงดังก้องอยู่
ว่ากันตามตรง การถูกแฉเรื่องฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อนยังไม่น่าอายเท่าเรื่องนี้เลย
ฉินเหยียนจินพยักหน้าแล้วเอ่ยตามตรง
“ทั้งสี่คนจะขยับตัวไม่ได้ค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ปิดไลฟ์หนีไปก่อนระหว่างที่ฉันจัดการเรื่องเหล่านี้ เลยต้องทำให้อยู่นิ่ง ๆ ชั่วคราว ยังไงเราก็ไม่ได้มาเพื่อให้ทุกคนได้แก้ตัวอะไรอยู่แล้ว ฉันแค่อยากเอาความจริงทั้งหมดมาเปิดเผย เพื่อให้คนเหล่านี้รับผิดตามกฎหมายและขอโทษเหยื่อต่อหน้าทุกคน ฉันไม่ใช้กำลังทำอะไรใครร้ายแรงค่ะ”
[ไม่ร้ายแรงเหรอเนี่ย แจ้งตำรวจยังไม่ร้ายเท่าลากมาตบกลางสี่แยกแบบนี้อีกมั้ง]
[อาจารย์พูดถูก บางครั้งความตายก็ยังง่ายไปสำหรับความเลวร้ายของคนบางคน สมควรไปชดใช้ในคุกให้หมด]
[พอคิดว่าความผิดครั้งที่ผ่าน ๆ มาถูกปกปิดเอาไว้มาตลอดแล้วก็ขนลุกไปหมด]
[แล้วอาจารย์จะเล่าต่ออีกไหม อยากรู้ว่าวีรกรรมจะไปสุดที่ตรงไหน]
ฉินเหยียนจินยังดูนิ่งและเริ่มเล่าต่อ “คุณตกหลุมรักอาจารย์คนหนึ่งตอนอายุสิบเจ็ด อาจารย์คนนั้นรู้ว่าคุณเป็นคนจากบ้านเศรษฐี เลยเต็มใจจะมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับคุณ แต่เรื่องฉาวนี้ถูกจับได้โดยเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง ไป๋หลีจึงวางยาต้องห้ามบางอย่างเป็นพวกยาปลุกเซ็กซ์ลงไปในเครื่องดื่มของเพื่อนเพื่อเป็นการปิดปาก”
“จากนั้นก็ส่งเพื่อนคนนั้นไปให้ขี้เมาสองสามคนที่คุณบังเอิญเจอ”