บทที่ 64
ในขณะที่ด้านหนึ่งกำลังคิดทบทวน และวางแผนการต่อไปของพวกเขา ก็มีอีกด้านหนึ่งเช่นกันที่เป็นเดือดเป็นร้อนอยู่ไม่สุข เมื่อวันก่อนพวกเขายังมีทหารผู้เกรียงไกรหลายหมื่นนาย แต่ในตอนนี้นักรบเหล่านั้นได้หายไปตลอดกาล นับว่าเป็นอะไรที่เรียกได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของอาณาจักรดีไวท์ ณ ปราสาทหลวงของอาณาจักรดีไวท์จึงมีการเรียกประชุมหารือเรื่องสงครามที่ผ่านมา “เกิดอะไรขึ้น!! .. อาวุธที่เรียกว่าปืนใหญ่อะไรนั่น ทำไมข้าไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกันมันเลย” พระราชากล่าวถามออกมาอย่างมึนงง เขาไม่เคยได้รับแจ้งเลยว่ามีอาวุธที่ทรงพลังเช่นนี้บนโลกนี้เลยสักครั้ง และการที่มันปรากฏออกมาให้เห็นมันทำให้เขาตกใจ และสูญเสียทหารไปจำนวนมากด้วยเช่นกัน“เท่าที่เราทราบข้อมูลจากพวกสายลับนั้น ผู้บัญชาการทัพของฝ่ายนั้นเป็นบุคคลที่มีความฉลาด เขารู้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่เขาเป็นผู้คิดค้นอาวุธใหม่นี้ แต่เขาคนนั้นยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ระดับน่าจะเทียบเท่าจักรพรรดิเวทย์ขอรับ.. นอกจากนี้ผู้บัญชาการคนนี้ยังเป็นองค์ชายใหญ่ของอาณาจักรซาทารอสขอรับ” นักปราชญ์ของอาณาจักรดีไวท์กล่าวออกมา ก่อนที่จะมาประชุมนี้เขาก็ได้ข่าวมาจากทหารที่เขาให้แฝงเข้าไปภายในกองทัพ เพราะหนึ่งเขาต้องการรู้การเคลื่อนไหวทั้งหมดของกองทัพ และสองก็เพื่อเผื่อทางผู้นำกองทัพในแต่ละกองจะทรยศเขาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วไม่สูญเสียไปมากกว่านี้ “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง.. ซาทารอสที่เราคิดว่าอ่อนแอมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไป.. กองทัพของเราก็สูญเสียในเรื่องของจำนวนคนไปมาก ข้าขอเสนอให้อาณาจักรขอประนีประนอมทางการทูต จึงจะเหมาะสมที่สุดขอรับ องค์เหนือหัว” เสนาบดีซ้ายผู้ควบคุมในเรื่องของการบริหารบ้านเมืองเอ่ยแนะนำข้าราชการกับราชา เมื่อพระราชาได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะหันไปมองทางเสนาบดีขวาผู้ครองอำนาจทางการทหารอยู่“ข้าพระองค์มีความเห็นเช่นเดียวกันกับท่านเสนาบดีซ้ายในครั้งนี้ขอรับ องค์เหนือหัว ถึงเราจะสูญเสียจำนวนมูลทรัพย์ไปบ้างก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใดๆ จำนวนทหารของทหารของเราลดไปเป็นจำนวนมาก กว่าที่จะพัฒนาทหารของเราให้เจนศึกก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 5 ปี นอกจากนี้ยังมีเรื่องการป้องกันชายแดนอีกขอรับ เราไม่อาจรับศึกพร้อมกันหลายด้านได้ในตอนนี้ขอรับ..” เสนาบดีผู้ควบคุมกองกำลังทหารทั้งหมดก็เอ่ยออกมา ตอนนี้ยิ่งมีข่าวสารต่างๆว่าพวกเขาสูญเสียกองกำลังหลักไป อาณาจักรรอบๆด้านเองก็จ้องที่จะเข้ามาเพื่อยึดครองดินแดนของพวกเขาอีกครั้งหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน ตอนนี้พวกเขามีทางเลือกไม่มากนัก ต้องเดินเกมวางตัวหมากให้เหมาะสมไม่อย่างนั้นอาณาจักรของพวกเขาได้ล่มสลายเป็นแน่ “ถ้าพวกเจ้าเห็นควรอย่างนั้นก็เริ่มดำเนินการในทันที.. แล้วทางเราเองก็ต้องเริ่มพัฒนาอาวุธของเราบ้างแล้ว..จัดหาผู้คนที่เก่งกาจ และเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาอาวุธมาซะ และให้หน่วยนั้นขึ้นตรงกับข้าแต่เพียงผู้เดียว ..” จากนั้นราชาของดีไวท์ก็ลุกขึ้นยืน และเดินจากไปท่ามกลางเหล่าข้าราชการทำความเคารพเขา ในขณะเดียวกันนั้นเองทางเมืองเลบานอนที่มีแต่แสงสีเสียงของงานเฉลิมฉลอง บนเวทีใหญ่กลางเมืองเองก็มีการแสดงของโรงละครที่รีออนเป็นหุ้นส่วนขึ้นแสดงอยู่ ด้วยการนำเสนอของวอเตอร์หัวหน้าโรงละครเจ้าเก่า กับไอรินดอกไม้ประจำโรงละคร แม้ว่าหลายๆคนจะได้ดูบทละครหลายเรื่องแล้ว แต่มันก็ยังสนุก และน่าติดตามอยู่เหมือนเดิม และที่สำคัญมันยังมีเรื่องใหม่ที่เป็นบทส่งเสริมทั้งรีออนผู้เป็นวีรบุรุษสงคราม กับท่านหญิงแคทเทอรีนอีกด้วย “ท่านพี่.. น้องทำอย่างนั้นจริงๆหรือเจ้าคะ..” มันเป็นภาพบนเวทีที่ตัวละครสมมุติแคทเทอรีนที่แสดงนำโดยไอรินกำลังนอนบนตักของรีออนตัวละครสมมุติอยู่ และนั่นมันทำให้เธอเขินออกหน้าออกตาเป็นอย่างมาก ถ้าเธอจำไม่ผิดเธอไม่เคยทำนี่นา“..อื้มม ก็มีนะ พี่จำได้ ตอนนั้นเจ้าง่วงมากในขณะที่รอพี่ทำงานเอกสาร จนเจ้าเผลอหลับไป.. แต่พี่ไม่คิดเลยว่าท่านแม่จะเอากับเขาด้วยหรือนี่...” รีออนมองไปยังท่านแม่หรือองค์ราชินีที่ตอนนี้เธอไปกำกับการแสดงละครด้วยตัวเอง บางทีท่านแม่อาจจะเหมาะสมกับงานแบบนี้ก็เป็นไปได้ เซฟีน่าน้องสาวของเขาเองก็ด้วยที่เข้าไปเรียนรู้เรื่องเสื้อผ้ากับจูลลี่ด้วยอีกคน รีออนยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวที่ภาพมันออกมาอย่างนี้“องค์ราชินีกับองค์หญิงต่างก็ลงทุนลงแรงด้วยตัวเองเลยนะเจ้าคะ.. ท่านทั้งสองทุ่มเทเพื่อให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่โด่งดังมากขึ้น และล้างเรื่องแย่ๆที่ผู้คนเคยกล่าวถึงเอาไว้น่ะเจ้าค่ะ.. ว่าแต่ ท่านพี่นิสัยดี และแข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไมผู้คนถึงได้กล่าวหาท่านเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ..” แคทเทอรีนกล่าวถึงความพยายามของทั้งราชินีและเจ้าหญิง แต่ด้วยคำพูดนั้นเองก็ทำให้เธอคิดถึงความจริงบางอย่างที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นได้เลย รีออนที่ได้ยินอย่างนั้นก็สตั๊นท์บวกกับชะงักเงียบไป ‘เพราะอะไรน่ะเหรอ.. เพราะเราไม่ใช่รีออนตัวจริงน่ะสิ..’ รีออนเหงื่อแตกก่อนจะกล่าวกับตัวเองภายในจิตใจ แต่จะให้พูดอย่างนั้นได้อย่างไร ถึงพูดไปบางทีอาจจะไม่มีใครเชื่ออีกแล้วเป็นแน่ เขาเกาแก้มเล็กน้อยก่อนจะแต่งเรื่องพูดออกมามั่วๆไป “ข้าเองก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน.. แบบว่า..ข้าตื่นมาเรื่องที่ข้าหนีออกปราสาทไปทำไม่ดีไม่ร้ายเด็กสาว หรือไม่ก็ไปท่องเที่ยวหอนางโลมนั้นก็ประเคนเข้ามาตอนข้าตื่น ทั้งๆที่ข้ายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ข้าก็นอนของข้า ฝึกวิชาอยู่แต่กับในห้องนอนของตัวเองแท้ๆ..” รีออนกล่าววนไปวนมา เพื่อให้แคทเทอรีนนั้นสับสน แล้วจะได้เลิกสงสัยเรื่องนี้เสียที แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น แคทเทอรีนกลับสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมอีก แปะ!!แปะ!!แปะ!!แปะ!!แปะ!!แปะ!! เสียงปรบมือของผู้คนหลังจากละครแสดงจบลงช่วยชีวิตรีออนจากการถูกจ้องราวกับปีศาจได้อย่างพอดิบพอดี เขาถอนหายใจก่อนจะลุกเดินออกมาจากที่นั่ง แน่นอนว่ารีออนก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยชวนแคทเทอรีนกลับบ้าน “วันนี้เราเองก็เหนื่อยกันมามากแล้ว.. คงได้เวลาพักผ่อนของพวกเราแล้วล่ะนะ ไม่ได้นอนดีๆมาหลายวันแล้วต้องนอนให้เต็มที่ เจ้าเองก็เหมือนกันนะ รีบกลับกันเถอะ” รีออนเปลี่ยนเรื่องในทันที แน่นอนว่ามันได้ผล แต่ตัวของเขาก็ยังถูกแคทเทอรีนรั้งตัวเอาไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพี่.. เดี๋ยวจะมีเรื่องประกาศจากท่านพ่อ องค์ราชา รวมถึงราชินีด้วยอีกพระองค์เจ้าค่ะ เราควรที่จะอยู่ให้ถึงตอนนั้นนะเจ้าคะ” แคทเทอรีนที่มองออกว่าท่านพี่รู้สึกอึดอัดกับเรื่องที่เธอถาม เธอจึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง“อย่างนั้นรึ เอาให้ถึงตอนนั้นก่อนก็ได้..” รีออนกล่าวพร้อมกับนั่งลงที่เดิม และไม่รอช้าทั้งสามคนที่แคทเทอรีนกล่าวออกมาเมื่อครู่ก็เดินขึ้นเวทีกันอย่างสง่างาม ตัวของมาควิสชาลเวียเองก็พูดถึงเรื่องสงครามที่เกิดขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นก็ให้เครดิตกับรีออนผู้บัญชาการทัพ ต่อมาก็เป็นพระราชาที่พูดถึงเรื่องการปกครอง และปากท้องของประชาชน แน่นอนว่ารีออนได้พระอิสริยยศตำแหน่งเจ้าชายแห่งซาทารอสคืนเหมือนเดิม และนั่นมันก็ทำให้ทุกคนปรบมือชอบใจกันใหญ่ ส่วนคนสุดท้าย พระราชินีเซล่าเธอกล่าวออกมาอย่างสดใสเป็นประโยคไม่กี่คำ แต่มันก็ทำให้รีออนถึงกับตาค้างไปเลยทีเดียว “ด้วยคุณงามความดีของเจ้าชายรีออนบุตรชายของข้า ผู้บัญชาการทัพที่ยอดเยี่ยม ข้าขอประกาศเรื่องงานอภิเษกของเจ้าชายรีออนกับท่านหญิงแห่งเมืองเลบานอน แคทเทอรีน บุตรแห่งมาควิสชาลเวีย ในอีกสองเดือนข้างหน้า และแน่นอนว่าเราจะจัดงานกันที่เมืองแห่งนี้ ข้าขอเชิญประชาชนทุกท่านเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในวันงานพิธีด้วย..” เซล่ากล่าวออกมาอย่างนั้น ประชาชนต่างก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ แน่นอนว่าหญิงสาวหลายคนเองก็เศร้าใจไปตามๆกัน..