สัญญารัก สัญญาณหลอน (มี e-book แล้ว)

    ตอนที่ 39 : หน้าตาก็ดีนะแต่ทำไมโหดเหี้ยมขนาดนี้!!!! 2

            “คราวนี้เราจะมาดูความคืบหน้ากันบ้างค่ะก่อนอื่นเลยดิฉันต้องบอกก่อนว่า หลายๆ อย่างก็มาจากแหล่งข่าวนะคะดิฉันนำมาประมวลให้ทุกคนได้ทราบ จะไล่กันทีละประเด็นค่ะ...ก่อนเข้ารายการตัวดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่เคยเข้าไปสัมภาษณ์ผู้บริหารหลายท่านของซีคอร์ปค่อนข้างคุ้นเคยกับน้องๆ ในประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดีตอนนี้มีประชาชนจำนวนมากกระหน่ำโทรเข้าไปต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายมากค่ะ น้องๆหลายคนเครียดจนต้องเข้าโรงพยาบาล...น้องๆ ในทีมอยากจะลาออกกันหมดแล้วค่ะจนต้องให้พนักงานระดับหัวหน้าแผนกต่างๆ เข้ามาช่วยกันทำหน้าที่แทนชั่วคราวไปก่อน”

            “ดิฉันอยากจะขอวิงวอนขอความกรุณาอย่าไปต่อว่าน้องๆ เลยนะคะ พนักงานแต่ละคนก็ต้องรอคำสั่งรอหนังสือจากผู้บริหารระดับสูง ถ้าไม่มีข้อมูลอะไรแจ้งมา น้องๆ ก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะดิฉันเข้าใจอารมณ์ของทุกคนดีค่ะว่า หลายคนโกรธแค้น หลายคนอยากให้กำลังใจหลายคนใจร้อน พอพวกเราได้ทราบความเดือดร้อนของพนักงานจากสื่อต่างๆทำให้ทุกคนอยากได้คำตอบเร็วๆ แต่ทุกคนก็ต้องไม่ลืมนะคะว่า เรื่องนี้เพิ่งเกิดเมื่อ10 โมงเช้า ถึงตอนนี้ผ่านไปแค่ 7 ชั่วโมงเท่านั้นเองนะคะ คุณเจนก็ได้แจ้งในที่ประชุมอย่างชัดเจนแล้วว่าจะมีการนัดพูดคุยกันอีกครั้ง”

            “ประเด็นต่อมาก็คือข่าวลือเรื่องคุณเจนจิราเตรียมให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีกับคนที่ต่อว่าเธอและทำให้บริษัทซีคอร์ปเสียหายทางฝ่ายประชาสัมพันธ์มีหนังสือแจ้งออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงบ่ายแล้วค่ะว่าคุณเจนจิราไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีในทุกกรณีและขอน้อมรับคำวิจารณ์และได้ขอความร่วมมือว่า อย่าเชื่อข่าวลือหรือคำแอบอ้างใดๆ ทั้งสิ้นจากบุคคลอื่นขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางหลักของบริษัทในทุกแพลตฟอร์ม”

             

            “ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมีความเคลื่อนไหวแปลกๆของอาจารย์สมบูรณ์ที่มหาวิทยาลัยค่ะ...มีนักศึกษาจำนวนมากถ่ายรูปประกาศติดในมหาวิทยาลัย รวมถึงหลายคนได้ข้อความแจ้งว่าคลาสเรียนไหนก็ตามที่มีคาบเรียนเกิน 12.00 น.ให้งดทั้งหมดและถือว่าไม่มีการขาดเรียน และยังมีการตั้งหน้าจอโปรเจคเตอร์ 2 จุด บริการลานจอดรถข้างๆห้องประชุมใหญ่และที่สนามฟุตบอล”

            “ประเด็นนี้ดิฉันได้สอบถามอาจารย์สมบูรณ์มี2 ประเด็นค่ะ แต่จะขอพูดถึงประเด็นแรกก่อน คือยกเลิกคลาสเรียนทุกชั้นปีทุกคลาสรอบบ่ายจริงค่ะ และจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างพนักงาน 897คนกับคุณเจนจิราที่ห้องประชุมใหญ่ของทางมหาวิทยาลัย ตรงนี้อาจารย์สมบูรณ์บอกว่าเดิมทีเดียวเรื่องนี้เป็นปัญหาภายในของซีคอร์ปแต่ตอนนี้ลุกลามผลกระทบกลายเป็นประเด็นทางสังคมไปแล้ว ห้องประชุมเล็กไม่น่าจะเพียงพอต่อการประชุมครั้งนี้ท่านอธิการบดีได้กรุณาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้ใช้หอประชุมใหญ่แทน จุคนได้ 3,500 คนและขอเรียนเชิญสื่อมวลชน, ประชาชนและนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการประชุมมา ณโอกาสนี้ด้วย จึงต้องงดคลาสเรียนทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาอีกทางหนึ่ง”

            “จากประเด็นนี้ดิฉันได้สอบถามไปที่แหล่งข่าวระดับสูงของทางซีคอร์ปย้ำนะคะว่าเป็นแหล่งข่าว เรื่องนี้คุณเจนไม่มีการมอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงคนใดทั้งสิ้นหลังจากประชุมช่วงเช้านี้ คุณเจน,คุณพลอยและคุณส้มเดินทางกลับมาที่อาคารแฝดและขึ้นไปที่ชั้น 80 จนถึงตอนนี้ทั้ง 3คนยังไม่ได้ออกมาจากห้องเลยค่ะ ตรงนี้ดิฉันตีความว่าคุณเจนน่าจะต้องการจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

            “แหล่งข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่าคุณเจนเรียกคุณไพโรจน์, คุณวินัยและคุณสมพรหัวหน้าทีมกฎหมายซีคอร์ปเข้าพบโดยด่วนและยังเรียกคุณไพบูลย์ตามตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการวางแผนทรัพยากรภูมิภาคเอเชียกลับจากเกาหลีใต้ทันทีเป็นการติดต่อทางโทรศัพท์จากคุณเจนโดยตรง ไฟลท์บินกลับไทยวันนี้ตอน 5 ทุ่มค่ะคาดว่าจะเดินทางถึงไทยราวตี 4 กว่าๆ ให้เดินทางเข้าพบคุณเจนจิราเช่นกัน”

            “อีกคนหนึ่งที่ถูกคุณเจนเรียกตัวกลับโดยด่วนคือคุณต่อศักดิ์...ตามตำแหน่งเป็นผู้จัดการกลยุทธ์ภูมิภาคเอเชียประจำประเทศไทยกลับจากจีนไฟลท์บินกลับ 1 ทุ่มวันนี้คาดว่าถึงไทยไม่เกินเที่ยงคืน...ดิฉันพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์คุณสมพรรวมถึงผู้บริหารระดับสูงท่านอื่นๆแต่ได้รับการปฏิเสธทุกคน บอกแต่เพียงแค่ว่ารอฟังคุณเจนคนเดียวในที่ประชุมอย่างเป็นทางการ”

            “แต่ดิฉันก็ยังไม่ยอมแพ้นะคะหลังจากที่ทราบว่าคุณวินัยกับเลขานุ่นกลับจากญี่ปุ่นถึงไทยแล้วดิฉันได้สอบถามความคืบหน้าจากคุณวินัยก็ได้คำตอบมาสั้นๆ ว่าหวังว่าทุกฝ่ายจะพอใจ...คำตอบนี้ดิฉันวิเคราะห์ว่า คุณวินัยน่าจะพอทราบแนวทางแล้วว่าคุณเจนจิราตัดสินใจอย่างไรค่ะ”

            “ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาจ้างงานหลายท่านวิเคราะห์ตรงกันว่าผลการตัดสินใจมีแค่ 3 ทางเท่านั้น ดิฉันขอไล่ทีละประเด็นนะคะ...ทางแรกคือยังคงยืนยันแผนเดิมทั้งหมดคือ จ่ายชดเชยและเลย์ออฟพนักงานโอกาสที่จะออกทางนี้เป็นไปไม่ได้เลยหรือเป็นไปได้น้อยมากเพราะว่าเรื่องนี้กลายเป็นกระแสทางสังคมไปแล้ว และเป็นกระแสที่รุนแรงมากคิดว่าซีคอร์ปไม่น่าจะเลือกทางนี้ เพราะว่าจะโดนโจมตีอย่างหนักแต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ถ้าพนักงานที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์การควบรวมกิจการคุณเจนก็ต้องเลือกทางนี้ค่ะ การเลย์ออฟพนักงานหลังจากควบรวมกิจการถือเป็นเรื่องปกติค่ะเป็นทางเลือกที่โหดร้ายพอสมควรในสถานการณ์แบบนี้”

            “ทางเลือกที่2 เลย์ออฟพนักงานและจ่ายเงินชดเชยมากขึ้นกว่าเดิมทางนี้ค่อนข้างประนีประนอมเป็นไปได้และเป็นหนทางที่หลายๆ บริษัทเลือกทางนี้แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การแก้ปัญหาด้วยการจ่ายเงินมากๆ ออกไปมันจะกระทบภาพของการบริหารเป็นอย่างมาก ซีคอร์ปจะเผชิญการเรียกร้องไม่จบไม่สิ้น การบริหารงานหลังจากนี้ไม่ง่ายแน่นอนค่ะ”

            “ทางสุดท้ายคือรับพนักงานทุกคนกลับเข้าทำงาน ทางนี้จะฟังดูผิวเผินอาจจะดูง่ายแต่ก็ต้องพบกับคำถามที่ตอบยากมากคือรับเข้าทำงานเพราะว่าเจอกระแสสังคมต่อต้านอย่างรุนแรงอย่างนั้นเหรอ?...จะเห็นได้ว่าทั้ง3 ทาง ซีคอร์ปโดนโจมตีทุกทาง ทำได้แค่ว่าโดนด่ามากหรือน้อยแค่นั้นเองเรียกได้ว่าเป็นบททดสอบความเป็นผู้นำของคุณเจนจิราอย่างแท้จริงว่าการตัดสินใจของคุณวรวิทย์ที่ให้ลูกสาวตัวเองขึ้นเป็นซีอีโอเร็วเกินไปหรือไม่?”

             

            “ไฮไลท์ในที่ประชุมเมื่อเช้านี้และกลายเป็นกระแสมาตลอดทั้งวันทีมงานเอาคลิปข่าวขึ้นได้เลยค่ะ...ในช่วงเวลาที่ป้าเพียรกำลังขอความเป็นธรรมกับคุณเจนจิราเกิดเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึง อยู่ๆคุณป้าเพียรก้มลงกราบเท้าคุณเจนจิรา, คุณพลอยและคุณส้มหลายครั้ง จนทำให้ทุกคนในห้องประชุมต่างตกตะลึงเป็นอย่างมากในขณะเดียวกันคุณเจนจิรากับคุณส้มต้องรีบวิ่งเข้ามาประคองป้าเพียรแทบจะทันที...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นไวรัลในสังคมไทยจนถึงเวลานี้ทั้งภาพและคลิปจังหวะนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกค่ะมีหลายคนแสดงความเห็นกันหลากหลาย”

            “ถ้าเราไม่ทราบที่มาของภาพนี้เราอาจจะคิดว่า มีนักศึกษาผู้หญิง 2 คนนี้กำลังประคองหญิงสูงอายุที่กำลังเป็นลมโดยมีนักศึกษาผู้หญิงอีกคนหนึ่งยืนอ้าปากค้าง ตาโต เอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจแต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเรื่องเล่าต่างๆ มากมายซ่อนอยู่ในภาพนี้เป็นภาพที่ดิฉันอยากจะพูดว่า สะท้อนความเป็นจริงของชีวิต ณ เวลานี้จริงๆ...คลิปข่าวช่วงที่ป้าเพียรก้มกราบเท้าคุณเจน,คุณพลอยและคุณส้มของทางสถานีในชั่วโมงแรกมียอดวิวสูงถึง 58 ล้านวิวผ่านมาถึงตอนนี้กว่า 163 ล้านวิวเข้าไปแล้วค่ะ”

             

            “ถึงตรงนี้ดิฉันขอย้อนกลับมาที่อาจารย์สมบูรณ์...สำหรับประเด็นที่2 เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสกู๊ปพิเศษที่ทางรายการทำไว้ค่ะ หลังจากรายการนี้จบคุณผู้ชมจะได้ดูสกู๊ปชุดนี้ค่ะแต่ดิฉันขอมาเล่าประเด็นที่เกี่ยวข้องก่อน...ทุกคนจำกันได้ใช่ไหมคะว่าตัวแทนพนักงานคนแรกที่เข้ามาพูดกับคุณเจนจิราคือคุณนิด...คุณนิดเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ตำแหน่งงานสุดท้ายคือพนักงานบัญชี มีลูก 3คน คนโตชื่อหนึ่ง กำลังจะจบ ม.6 เทอมหน้าแล้วค่ะ อีก 2 คนอยู่ ม.3 กับ ม.2ชื่อน้องสองกับน้องสามค่ะ”

            “น้องสองคือคนที่ใส่ชุดเนตรนารีส่วนน้องสามใส่ชุดยุวกาชาด ยังเด็กๆกันอยู่เลยนะคะ...ถึงแม้น้องหนึ่งจะเป็นลูกสาวคนโตแต่ก็ยังเด็กเช่นกัน อายุเพิ่ง17 ปี เป็นอีก 1 ครอบครัวที่น่าเห็นใจจริงๆ นะคะ”

            “ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ค่ะน้องหนึ่งลูกสาวคนโตเธอเลือกโควต้าพิเศษมหาวิทยาลัยและเลือกสาขาเอกภาษาอังกฤษเหมือนกับคุณเจนจิราเช่นกันหมายความว่า น้องหนึ่งกำลังจะกลายเป็นรุ่นน้องของคุณเจนจิราแต่ว่าไม่ทันรุ่นกันนะคะ คุณเจนจะจบการศึกษาเทอมเดียวกับที่น้องหนึ่งเข้าเรียนพอดีน้องทำคะแนนเป็นอันดับ 1 ของทุกสาขาได้คะแนนสูงถึง 599 จากคะแนนเต็ม 600น้องได้ทุนเรียนด้วยค่ะ คนที่ดูแลเรื่องนี้คืออาจารย์สมบูรณ์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณเจนจิราและน้องหนึ่งเช่นกันค่ะ”

            “เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากที่คุณนิดถูกเลย์ออฟออกจากงานกระทันหัน เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับลูกๆ ทั้ง 3คนโดยตรงเลยค่ะ น้องหนึ่งเครียดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากเธอตัดสินใจขอยกเลิกทุนที่ได้รับมาจากทางมหาวิทยาลัยและมีหนังสือตอบรับกลับมาด้วยคนที่ลงชื่อในหนังสือตอบกลับคืออาจารย์สมบูรณ์...ตรงนี้เป็นอีก 1ประเด็นที่ร้อนแรงมาตลอดทั้งวัน ขนาดมีแฮชแท็ก #saveน้องหนึ่งกันเลยทีเดียว”

            “มีคนจำนวนมากต้องการช่วยเหลือน้องหนึ่งอยากอุปการะก็มี บ้างก็เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือน้องหนึ่งทันทีเรากำลังจะเสียเด็กที่มีคุณภาพคนหนึ่งไปอย่างน่าเสียดายหลายคนโกรธแค้นเข้ามารุมต่อว่าคุณเจนจิราอย่างหนักหน่วงทำไมไม่ช่วยเหลือเด็กที่กำลังมีอนาคตที่สดใส ทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังจะเป็นพี่รหัสอีกต่างหากแต่กลับต้องออกจากระบบการศึกษาเพียงเพราะว่า แม่เธอตกงานจากบริษัทที่ได้ชื่อว่าให้โอกาสคน”

            “ตัวดิฉันได้สอบถามอาจารย์สมบูรณ์ประเด็นนี้เพิ่มเติมด้วยค่ะทางอาจารย์แจ้งกับดิฉันว่า โดยปกติแล้วในทุกๆปีจะมีนักเรียนขอสละสิทธิ์เป็นจำนวนมากจนถือเป็นเรื่องปกติ สาเหตุมาจากนักเรียนอาจจะได้ที่เรียนอื่นๆ...ตัวอาจารย์สมบูรณ์เองก็ถูกต่อว่าเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นกันแต่ดิฉันก็อยากให้ทุกคนเข้าใจด้วยนะคะว่า ณ เวลานั้นอาจารย์สมบูรณ์ไม่มีทางทราบหรอกค่ะว่านักเรียนแต่ละคนสละสิทธิ์ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่...อาจารย์สมบูรณ์ยืนยันกับดิฉันโดยตรงว่าหลังจากทราบเรื่องนี้ ท่านอธิการบดีได้สั่งการให้ระงับหนังสือคืนทุนของน้องหนึ่งทันทีรวมถึงให้ตรวจสอบนักเรียนที่สละสิทธิ์ทั้งหมดในปีนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง และได้มีการประสานคืนทุนและค่าครองชีพให้น้องหนึ่งเรียนต่อจนจบการศึกษาแน่นอน”

             

            “ประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนก็คือดิฉันอยากให้ทุกคนลองนึกย้อนกลับไปในวันที่เรารู้จักคุณเจนเป็นครั้งแรกตอนชิงตำแหน่งซีอีโอค่ะข่าวช่วงแรกๆ ทุกสำนักข่าวไม่มีแม้กระทั่งรูปหรือคลิปที่จะมาทำสกู๊ปข่าวกันด้วยซ้ำรูปประกอบช่าวทั้งหมดเราได้มาจากน้องๆ ม.3 บ้าง, ม.6บ้างที่เคยไปติวภาษาอังกฤษกับคุณเจน”

            “ตอนนี้เราทุกคนโฟกัสที่ความร่ำรวยของเธอต่อว่าเธอ ด่าทอเธอต่างๆ นานามากมาย แต่ก็ต้องไม่ลืมนะคะว่าเราไม่เคยมองคุณเจนในมุมมองสาวสังคมสายปาร์ตี้หรือสาวไฮโซแม้แต่น้อยตัวดิฉันเองก็สอบถามนักข่าวสายบันเทิงหลายคน ทุกคนพูดตรงกันหมดว่าคุณเจนไม่มีเพื่อนที่เป็นไฮโซแม้แต่คนเดียว เธอมีเพื่อน 2คนที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ คุณพลอยเพื่อนสมัยเด็ก และคุณส้มรุ่นน้องปี 3ที่คณะ...เธอมีเพื่อนแค่นี้จริงๆ ค่ะ”

            “ตอนนั้นบัญชีแอดมีของคุณเจนมีคนติดตามเพียงแค่พันกว่าคนเท่านั้นเกือบทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียนที่สนใจจะมาติวภาษาอังกฤษกับคุณเจนจิรา เธอติดตามบัญชีคนอื่นเพียง 2 คนคือคุณพลอยกับคุณส้มเท่านั้น...หรือแม้กระทั่งรถที่เธอใช้งานในตอนนั้นก็ยังผ่อนไม่หมดด้วยซ้ำ...ดิฉันนำเสนอประเด็นเหล่านี้เพื่อที่จะให้ความเป็นธรรมกับคุณเจนจิราเช่นกันพวกเราสนใจความร่ำรวยของเธอมากกันเกินไปหรือเปล่าคะ?นี่เป็นคำถามที่ดิฉันอยากตั้งไว้ให้คนในสังคมได้ฉุกคิดกันค่ะ”

            “ก่อนที่คุณเจนจะมาเป็นซีอีโอของซีคอร์ป...ตัวคุณเจนเองก็ต้องโพสต์หางานหาคนมาเรียนคอร์สติวภาษาอังกฤษกับเธออยู่บ่อยครั้งดิฉันไปตรวจสอบย้อนหลัง เธอทำมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปี 2 ค่ะ ทั้งๆที่ตัวเธอคือลูกสาวคนเดียวของคุณวรวิทย์ที่ร่ำรวยมหาศาล...ดิฉันอยากจะวิงวอนให้คนในสังคมใจเย็นๆกันนิดหนึ่งค่ะ ดิฉันทราบดีค่ะว่า ตอนนี้ทุกคนมีความไม่พอใจต่างๆอยู่มากมายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจอารมณ์ของทุกคนที่อยากแสดงออกแต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณเจนด้วยเช่นกันค่ะ รอดูเธอแก้ไขปัญหาก่อนดีไหมคะ?”

             

            “ทีมงานเอาภาพขึ้นเลยค่ะ...ตอนนี้บัญชีของคุณเจนจิรามีคนติดตามมากถึง39.6 ล้านคน ส่วนของคุณพลอยกับคุณส้ม จากเดิมเท่าที่ดิฉันจำได้นะคะ มีเพียง 30-40คนเท่านั้น...แต่ตอนนี้ของคุณพลอยมีคนติดตาม 20.9 ล้านคน, คุณส้ม 20.7 ล้านคนเห็นได้ว่าทั้ง 3 คนกลายเป็นคนในกระแสทั้งในไทยและต่างประเทศไปแล้วค่ะ”

            “โพสต์ล่าสุดของคุณเจนคือภาพถ่ายประตูทางเข้าอาคารแฝดในวันที่เธอเข้าทำงานในตำแหน่งซีอีโอเป็นวันแรก...ดิฉันให้ทีมงานเซ็นเซอร์ความเห็นแล้วนะคะมีหลายความเห็นที่ค่อนข้างรุนแรงและหยาบคายมากค่ะแล้วก็มีทั้งปกป้องและเข้ามาต่อว่าด่าทอจำนวนมาก ตอนนี้เกือบ 2 แสนความเห็นแล้วค่ะ...แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันสังเกตได้คุณเจนจิราไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น”

             

            “ช้อปปิ้งแบรนด์เนมอะไรกัน!!! ไอ้เจนไม่รู้จักยี่ห้อด้วยซ้ำ ก็เดินตลาดนัดเหมือนคนอื่นแหละทำไมถึงใส่ร้ายกันแบบนี้ได้ยังงัย!!!...เกินไปป่ะวะ?”พลอยพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหัวเสียเป็นอย่างมากในขณะที่เจนได้แต่ร้องไห้เสียใจอยู่ข้างๆ

            “มึงไม่ต้องอ่านแล้วก็ได้อ่านไปก็บั่นทอนจิตใจเปล่าๆ...คนพวกนี้ไม่เข้าใจบ้างเหรอว่าพวกเรากำลังแก้ไขปัญหาอยู่...แล้วดูในโพสต์สิ มีแต่คนมาด่ามึงทั้งนั้นอ่ะ!!!”

            เจนนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างในยามที่ฝนตกลงมาอย่างหนักเธอรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของตัวเอง สิ่งที่เธอเคยคิดว่าถูกต้องแล้วในตอนนั้นกลับกลายเป็นความผิดพลาดที่ทำให้เรื่องบานปลายจนกลายเป็นกระแสสังคมไปทั่วขนาดนี้

                “ไอ้เจน!!! มึงจะเป็นแบบนี้ไม่ได้!...กูรู้ดีว่าใจมึงสู้ถึงเวลาแล้วที่มึงต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่ามึงเป็นคนสู้จริงๆ”

                คำพูดของพลอยสะกิดใจเจนไม่น้อยเหมือนกันทำให้เจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาและลุกขึ้นเดินไปที่เก้าอี้ “จริงของมึง...กูเสียใจมากแต่กูจะจมอยู่กับความรู้สึกผิดแบบนี้ไม่ได้!!!...แล้วคนที่เขารอความหวังจากกูอีกกูจะทำให้พวกเขาผิดหวังจากกูเป็นครั้งที่ 2 ไม่ได้!!!”

                “เอ่อ!!! มันต้องแบบนี้สิวะ ถึงจะเป็นไอ้เจนเพื่อนกู!!!”

            สีหน้าของเจนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาอีกครั้ง “กูดีใจที่มีพวกมึงทั้ง2 คนเป็นเพื่อนกู!!!”

    คล้ายกับเรื่องสัญญารัก สัญญาณหลอน (มี e-book แล้ว) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258