สวีซิ่วเป็นแม่ม่ายเธอได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านอยู่ไม่น้อย
ถ้าต่งเสี่ยวเสี่ยวพาเด็กทั้งสามไปพึ่งสวีซิ่วก็ยังพอเข้าใจได้
แต่ยังมีฉินซู่อีกคน!
เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไปจะกระทบต่อชื่อเสียงของสวีซิ่วมากแค่ไหน?
อะไรที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงไว้ก่อน
อีกอย่าง ตอนนี้เธอมีเงินพอที่จะเช่าบ้านได้ไม่จำเป็นต้องไปเบียดอยู่กับสวีซิ่วให้ลำบากกันเปล่าๆ
"เสี่ยวเสี่ยวพูดถูกนะที่หมู่บ้านนี่มีคนชอบนินทาเยอะ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงการรื้อบ้านแล้วสร้างใหม่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดี เราก็อยู่เงียบๆตามเสี่ยวเสี่ยวไปก็แล้วกัน"
เหอเถาฮวาพยักหน้าเห็นด้วย
เธออยู่ในหมู่บ้านชิงซานมานานพอที่จะรู้จักนิสัยใจคอของคนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี
ในยุคนี้พวกเธอที่เป็นแม่ม่ายมักถูกมองด้วยอคติ ถ้าไปสุงสิงกับผู้ชายคนไหนบ่อยเกินไปต่อให้ไม่มีอะไรเกินเลยกันจริงๆ ก็ยังถูกพูดให้เป็นเรื่องน่าอับอายโดนตราหน้าว่าเป็นคนไร้ยางอายอยู่ดี
พวกเธอโดนใส่ร้ายแค่ไหนก็ไม่เป็นไร
แต่ฉินซู่ก็เคยเป็นทหารจะให้เรื่องเสื่อมเสียมาตกอยู่ที่เขาไม่ได้
สวีซิ่วเม้มปาก เธอพยักหน้าเล็กน้อย
"ฉันไม่รอบคอบเองเกือบลืมพวกปากมากในหมู่บ้านซะแล้ว เดี๋ยวพอพี่เช่าบ้านสักหลังได้แล้วฉันกับป้าเถาฮวาจะไปช่วยทำความสะอาดให้นะ!"
ตอนนี้พวกเธอทำงานตอนเช้าตอนบ่ายก็ไปขายหมาล่าทั่ง พอตกเย็นกลับมาก็ไม่มีอะไรต้องทำพอดี แค่ช่วยงานกันนิดๆหน่อยๆ ก็ไม่ลำบากอะไร
"ถ้าอย่างนั้นฉันต้องขอบคุณทั้งสองคนล่วงหน้าเลยนะ!"
สวีซิ่วกับเหอเถาฮวาอยู่ที่บ้านฉินสักพักก็เก็บของกลับไปพวกเธอยังต้องล้างหม้อถ้วยชามให้สะอาดแล้วตากไว้ให้แห้งเตรียมไว้ใช้ต่อในวันรุ่งขึ้น
เช้าวันต่อมาฉินไห่ซู่พาชายสี่คนมาด้วยในจำนวนนั้นมีสองคนที่ยังหนุ่มแน่น รูปร่างกำยำ ผิวสีเข้มดูแข็งแรงสุขภาพดีส่วนอีกสองคนอายุมากแล้ว เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างผอมบาง
"เสี่ยวเสี่ยวคนพวกนี้เป็นช่างฝีมือดีที่สุดในหมู่บ้านเราเลยนะ พอมีข่าวว่าจะสร้างบ้านใหม่คนก็รีบมาสมัครกันเต็มไปหมด ฉันเลยเลือกคัดเฉพาะคนที่ดีที่สุดสี่คนนี้มา ลองดูสิถูกใจไหม?"
ฉินไห่ซู่ถือกล้องยาสูบอยู่ในมือสูบยาสูบเข้าไปทีหนึ่ง ควันลอยออกทางจมูก พลางแนะนำคนให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่ในลานบ้านเธอยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า
"เรื่องเลือกคนน่ะสามีฉันถนัดสุดแล้ว ฉันเองก็ต้องวิ่งเข้าออกระหว่างหมู่บ้านกับในตัวอำเภอทุกวันเรื่องคุมคนสร้างบ้านก็ต้องให้สามีฉันดูแลละกันนะคะ!"
งานที่ต้องใช้แรงแบบนี้โยนให้ใครทำแทนได้ก็โยนไปเถอะ
อีกอย่าง หลังจากที่เธอฝังเข็มให้เขาติดๆกันมาหลายวัน ขาของฉินซู่ก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก งานคุมคนหน้างานแบบนี้ต่อให้โดนแดดโดนลมยังไหวอยู่
พอได้ยินแบบนั้นฉินซู่ก็มองไปที่พวกผู้ชายที่ฉินไห่ซู่เลือกมา
คนพวกนี้เป็นคนที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
พวกเขาเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการทำไร่ทำนา ที่เหลือก็ตัดหญ้า กำจัดแมลงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ แถมยังขยันขันแข็ง ไม่เกี่งงาน
"ถ้างั้นก็เอาสี่คนนี้แหละครับ!"
"งั้นก็ตามนี้ฉันจะให้พวกเขาสี่คนนี้อยู่ทำงานต่อนะ ฉันยังมีเรื่องต้องไปคุยกับเลขาหมู่บ้านอีกงั้นฉันขอตัวก่อนนะ"
พอทำตามที่ตั้งใจไว้เสร็จฉินไห่ซู่ก็ไม่อยู่ต่อให้เสียเวลา เขาสูบยาสูบเข้าไปอีกคำ แล้วก็เตรียมจะกลับ
เมื่อรู้สึกตัวอีกทีในมือของเขาก็มีเงินเพิ่มมาอีกหนึ่งหยวน
เป็นฉินไห่เยว่ยื่นให้เงินนั้นให้เขา
"ปู่ผู้ใหญ่บ้านคะ แม่ฝากให้ปู่ค่ะขอบคุณที่ช่วยพวกเรานะคะ"
เจ้าตากลมแป๋วที่มองฉินไห่ซู่อยู่ทำให้หัวใจของเขาแทบละลายเลยทีเดียว
เขาย่อตัวลงแล้วหยิกแก้มยุ้ยของฉินไห่เยว่เบาๆ
"เด็กน้อยรู้จักพูดจริงๆ!"
พอพูดจบเขาก็หันไปมองต่งเสี่ยวเสี่ยวกับฉินซู่อีกครั้ง ทั้งสองก็ไม่ได้ว่าอะไร
แค่ช่วยแค่นิดๆ หน่อยๆก็ได้ตั้งหยวนหนึ่งแล้ว คุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก
"ผู้ใหญ่บ้านรบกวนช่วยหาบ้านให้สักหลังด้วยนะคะขอแบบเข้าอยู่ได้พรุ่งนี้เลย ส่วนค่าเช่าจะเท่าไรก็แล้วแต่คุณเรียกมาได้เลยค่ะ"
"งั้นไปอยู่บ้านเจ้าเสี่ยวซานก็แล้วกันเขากับเมียบอกว่าจะไปทำงานที่เมืองหลวงนู้น เขาฝากบ้านไว้ให้ฉันช่วยดูแลขอแค่ไม่ทำของเสียหายก็พอ เดือนละห้าหยวนเป็นไง"
เสี่ยวซาน อายุสามสิบสอง เขามีลูกชายหนึ่งคนเพื่อให้ลูกชายมีชีวิตที่ดีขึ้นสองสามีภรรยาจึงตัดสินใจไปทำงานที่เมืองหลวงเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวและจำนองบ้านเอาไว้ แลกกับค่าเดินทาง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่คุ้นชื่อเสี่ยวซานเท่าไหร่เธอจึงหันไปมองฉินซู่
พอฉินซู่พยักหน้าต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ตกลงทันที
"ตกลงค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบเงินสิบหยวนออกมาจากกระเป๋ายื่นให้ฉินไห่ซู่
"นี่ค่าเช่าสองเดือนค่ะ"
"พรุ่งนี้ตอนจะขนของเข้าไปอยู่ก็มาเอาลูกกุญแจจากฉันก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะให้เมียฉันไปทำความสะอาดก่อน"
บ้านหลังนี้ก็ไม่มีคนอยู่มาพักใหญ่แล้วด้านนอกเลยมีฝุ่นจับอยู่บ้าง ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยหน่อย
"ค่ะ!"
หลังจากที่ฉินไห่ซู่กลับไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เริ่มจัดแจงงาน
“พอพรุ่งนี้เราขนของออกหมดแล้วค่อยเข้ามารื้อบ้านนะคะ ค่าแรงคิดเป็นรายวัน ไม่รวมอาหารกับที่พักผู้ใหญ่บ้านน่าจะบอกพวกคุณไว้แล้ว!”
"เสี่ยวเสี่ยวผู้ใหญ่บ้านบอกพวกเราแล้ว เธอสบายใจได้เลย พวกเราจะพยายามสร้างบ้านให้เสร็จเร็วๆ"
คนที่พูด คือ เสิ่นว่านไฉเขามีรูปร่างสูงใหญ่ พูดจาโผงผาง แต่กลับดูซื่อๆจนคนรอบข้างก็รู้สึกเอ็นดูมากกว่าจะรังเกียจ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้า"ช่วงสองเดือนนี้ต้องรบกวนพวกคุณแล้วค่ะ"
“เรื่องพวกนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว!”
หลังจากพวกช่างกลับไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เริ่มเตรียมอาหารเย็น
วันนี้เธอจะทำยำถั่วงอก ผัดแตงกวาแล้วก็ผัดพริกหยวกกับหมู และซุปไข่น้ำอีกหนึ่งอย่าง
เด็กๆ ทั้งสามคนรับหน้าที่ล้างจานส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เก็บข้าวของ จัดของสำคัญให้เป็นหมวดหมู่
ฉินซู่ก็คอยช่วยอยู่ไม่ห่าง
"ถ้าจะสร้างบ้าน ก็ต้องใช้อิฐแดงแต่อิฐแดงกับปูนแพงเอาเรื่องอยู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปดูในเมืองจะไปถามดูว่าลดราคาได้ไหม"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่คิดจะสร้างบ้านดินเพราะมันไม่ค่อยแข็งแรง แถมยังเป็นรอยขีดข่วยง่าย และมีฝุ่นจับเต็มไปหมด
ตอนนี้มีอิฐแดงกับปูนซีเมนต์แล้วถึงราคาจะค่อนข้างสูงหน่อย แต่คุณภาพดี สามารถใช้สร้างบ้านอิฐแดงได้เลย
ฉินซู่หยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากมุมห้องก่อนจะยื่นไปตรงหน้าต่งเสี่ยวเสี่ยว
“นี่คือเงินที่พวกเพื่อนๆ ฉันใช้หนี้คืนมาแล้วก็เงินช่วยเหลือที่ได้ตลอดหลายเดือน แล้วยังมีเงินเดือนที่แอบเก็บไว้อีกอยู่ในกล่องนี้ทั้งหมด ถ้าไม่พอก็บอกฉันได้เลยนะ”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกแปลกใจพอรับกล่องมาเปิดดู ก็เห็นธนบัตรใบใหญ่ๆ อยู่ไม่น้อย พอนับดูดีๆแล้วก็มีถึงหนึ่งพันหยวนเลยทีเดียว
ไม่น่าเชื่อว่าฉินซู่ที่ดูซื่อๆ แบบนั้นจะเคยแอบเก็บซ่อนเงินไว้หลายครั้ง แถมยังเก็บได้เยอะขนาดนี้อีกด้วย
แต่นั่นมันก็พอจะเข้าใจได้อยู่เพราะเธอเองก็รู้ดีว่าร่างเดิมเป็นคนยังไง
"ถ้าอย่างนั้นฉันขอรับไว้ทั้งหมดเลยนะตอนนั้นอย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกัน"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดไปยิ้มไป
ฉินซู่จ้องมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ของๆ ฉันก็คือของๆ เธอหน้าที่ของฉันคือการหาเงินมาให้พวกเธอใช้ แล้วฉันจะเสียดายไปทำไมกัน?"