ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 120 ปวดใจ, ผู้ใดหลงรักเจ้า

            มู่จื่อหลิงก้มศีรษะมองตนเองร่างกายนอกจากวิ่งห้อจนหมดแรง และโทรมอยู่บ้าง ก็มิได้รับความเสียหายใดๆ เลย

            และเย่จื่อมู่

            มู่จื่อหลิงชำเลืองขึ้นๆ ลงๆมองเย่จื่อมู่อย่างละเอียด

            ถึงได้เห็นว่าอาภรณ์สีแดงสดบริเวณแขนนั้นขาดวิ่นและย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงสด แดงเหมือนโลหิตจนน่าสยดสยองสวยสดเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัด

            ใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้ถูกหน้ากากผีเสื้อดูสีหน้าซีดเซียว อิดโรยซีดขาว ใบหน้าซีกล่างมีเหงื่อผุดขึ้นมาจางๆ ขมุกขมัว

            เมื่อมองสีหน้าซีดขาว แขนเสื้อทั้งสองข้างที่ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดีและมีคราบเลือดมู่จื่อหลิงก็บรรยายรสชาติในใจไม่ออกเช่นกัน

            ในก้นบึ้งหัวใจราวกับจะมีความทุกข์ใจอันเบาบางและยังมีความเจ็บปวด...อันเลือนราง!

            มู่จื่อหลิงเพียงรู้สึกว่าในหัวใจชาหนึบเล็กน้อยความแสบร้อนแปลกประหลาดทะลักเข้ามาที่หน่วยตา ดวงตาปกคลุมไปด้วยม่านน้ำ

            นางกับเย่จื่อมู่ก็แค่รู้จักกันอย่างบังเอิญเท่านั้นมีไมตรีต่อกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะเหตุใดเขาถึงปรากฏตัวได้ทันเวลา? และเหตุใดจึงปกป้องนางโดยไม่เสียดายชีวิต?

            ตั้งแต่รู้จักจนถึงตอนนี้นอกจากเย่จื่อมู่จะพูดจาไร้สาระอย่างสมเหตุสมผลจนทำให้นางกระฟัดกระเฟียดพาลโกรธขึ้นมาแล้วก็เหมือนจะคอยช่วยเหลือนางอยู่ตลอดเวลา

            ขายร้านค้าให้นางทั้งที่ผู้อื่นเขาให้เงินมากกว่าหิ้วอาหารโอชะไปคุยกับนางแก้เหงาในคุกกลางดึกดื่น ช่วยนางสืบเรื่องราวกระทั่งลงมือช่วยเหลือในยามนี้

            บางทีอาจจะมีเรื่องที่นางยังไม่รู้

            เย่จื่อมู่มองดวงตาแวววาวเต็มไปด้วยน้ำตาของมู่จื่อหลิงใบหน้าเบะจะร้องไห้ ในใจบังเกิดความอาดูร

            เขายกมือขึ้นอย่างช้าๆยื่นนิ้วเรียวยาวที่มีข้อกระดูกโปน ดีดไปที่หน้าผากมู่จื่อหลิงริมฝีปากซีดขาวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์เช่นเดิม “เถ้าแก่มู่มิได้บอกท่านแล้วหรือ อย่าได้หลงรักข้าเด็ดขาดยังมองข้าอย่างเคลิบเคลิ้มทำอันใดกัน?”

            “ผู้ใดหลงรักเจ้ากัน” ความเจ็บบริเวณหน้าผากอย่างกะทันหันทำให้มู่จื่อหลิงได้สติขึ้นมาในชั่วพริบตา น้ำเสียงเจือแววสะอึกสะอื้น

            เย่จื่อมู่ชี้ไปที่ดวงตาแวววาวไปด้วยน้ำของมู่จื่อหลิง“ยังพูดว่าไม่อยู่อีก ดูสิ น้ำตาจะไหลออกมาอยู่แล้วนี่ไม่ได้ลุ่มหลงรูปโฉมหล่อเหลาของข้าจนร้องไห้กระมัง?”

            มู่จื่อหลิงค้อนใส่อย่างอารมณ์เสียปัดมือเขาออกทันที “ท่านเป็นนกยูงหรือ? หลงตนเองเพียงนี้ ท่านไม่อาย ข้ายังอายแทนท่านแล้วอีกอย่างท่านไม่ใช่ตั๋วทอง ที่แต่ละคนเห็นก็จะหลงรัก”

            ร่างกายของเย่จื่อมู่นั้นปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงแขนที่ได้รับบาดเจ็บถูกมู่จื่อหลิงปัดเช่นนี้ ทั้งตัวก็เกือบจะตกต้นไม้ลงไป

            ในชั่วพริบตานั้นมู่จื่อหลิงก็รีบพยุงเย่จื่อมู่เอาไว้ ทำให้ร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของเขามั่นคง“พ่อค้าหน้าเลือด ท่าน...”

            คำพูดนางยังไม่จบก็รู้สึกว่ามือที่วางอยู่บนแผ่นหลังของเย่จื่อมู่นั้นเหนียวหนึบ

            มู่จื่อหลิงยกมือขึ้นมามองตามสัญชาตญาณ

            เลือด เลือดเหนียวเหนอะติดอยู่เต็มมือของนาง เป็นภาพที่ละลานตา และกลิ่นเลือดที่บีบหัวใจ

            มู่จื่อหลิงขมวดหัวคิ้วแน่นในใจอดตื่นตระหนกขึ้นมาไม่ได้ นางย้ายสายตาไปที่แผ่นหลังของเย่จื่อมู่ตามสัญชาตญาณ

            เพียงแวบแรก อาภรณ์สีแดงด้านหลังของเย่จื่อมู่กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่มีดีเหวอะหวะไปหมด สีแดงก็ดูน่าสยดสยองขึ้นไปอีก ทำให้คนไม่อาจอดทนมองตรงๆ ได้

            เพียงแค่มองก็รู้ว่าเป็นรอยแผลจากการถูกหมาป่ากัดทึ้งอย่างโหดเหี้ยม

            “พ่อค้าหน้าเลือดเป็นอย่างไรบ้าง ท่านเจ็บหรือไม่?” มู่จื่อหลิงร้อนใจขึ้นมา ในใจแสบร้อนม่านน้ำที่ก่อตัวขึ้นในดวงตาก็กลิ้งลงมาอย่างไม่รู้ตัว

            บาดแผลที่ถูกกัดจนเลือดไหลซิบมากมายเพียงนี้แค่มองนางก็เจ็บไปหมดแล้ว

            เดิมมู่จื่อหลิงคิดว่าเย่จื่อมู่ได้รับบาดเจ็บเพียงที่แขนเท่านั้นคิดไม่ถึงว่า เขาจะบาดเจ็บสาหัสเพียงนี้ และเขาก็ยังฝืนทนยังอดทนแย้มยิ้มล้อเล่นกับนาง

            มิน่าเล่าการจู่โจมของหมาป่าฝูงใหญ่เพียงนั้นบนตัวนางกลับไม่มีบาดแผลกัดทึ้งแม้แต่น้อย คาดไม่ถึงว่าจะถูกเย่จื่อมู่บังไว้จนหมด

            นางโชคดีอย่างไร ทำให้คนที่พบกันอย่างบังเอิญเสียสละเอาตัวเข้าช่วยเหลือเพียงนี้

            ในชั่วขณะนี้มู่จื่อหลิงรู้เพียงว่าในใจนางเต็มไปด้วยความทุกข์ และยังเต็มไปด้วยความทรมานใจ

            เย่จื่อมู่เจ้าเป็นใครกันแน่?

            เหตุใดจึงต้องเสียสละตนเองช่วยชีวิตข้าให้รอดจากปากหมาป่าเพียงนี้

            “ไอ้หยาจะไม่เจ็บได้อย่างไร เจ็บนัก ข้าเจ็บจนจะตายอยู่แล้ว”เย่จื่อมู่ยกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้ามู่จื่อหลิงพลางส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

            การแสดงนี้เกินจริงยิ่งนักสวมหน้ากากผีเสื้ออันเย็นชา แต่ท่าทางเจ็บจนนิ่วหน้ากลับทำได้สมจริง ดูแล้วน่าขบขันนัก

            เย่จื่อมู่ช่างเป็นคนรู้ทิศทางลมจริงๆ!

            “ท่านนั่งให้ดีข้าจะใส่ยาพันแผลให้” มู่จื่อหลิงรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้โดยพลันนางรู้ว่าเย่จื่อมู่เจ็บจริงๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกเกินจริงเช่นนี้

            มู่จื่อหลิงฉีกแขนเสื้อของเย่จื่อมู่ออกมองบาดแผลเหล่านั้นอยู่นาน ดวงตาก็เริ่มแดงเรื่อขึ้นมา นางพูดเสียงเบา“พ่อค้าหน้าเลือด ขอโทษนะ”

            เย่จื่อมู่มองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปวดใจพูดเสียงแผ่วเบา “เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ มิจำเป็นต้องพูดสามคำนี้กับข้าไปตลอดกาล”

            “ท่านว่าอะไรนะ?” มู่จื่อหลิงเงยศีรษะขึ้นอย่างงงงวยเสียงของเย่จื่อมู่แผ่วเบาจนนางได้ยินไม่ชัดเจนอย่างสิ้นเชิง

            “ถ้าเถ้าแก่มู่รู้สึกผิดต่อข้าจริงๆล่ะก็ มิสู้...มิสู้แบ่งรายได้ในภายหน้าของหลิงซั่นถังให้ข้าเจ็ดส่วน เป็นอย่างไร?” เย่จื่อมู่เท้าคางโค้งริมฝีปากเป็นรอยยิ้มร้าย

            พรวด...มู่จื่อหลิงเกือบกระอักเลือดออกมา

            นางเบิกตาโตในทันทีร้องอย่างเกินจริง “อะไรนะ? ต้องแบ่งให้เจ็ดส่วน?”

            “ใช่ เจ็ดส่วน” เย่จื่อมู่พยักหน้าตอบอย่างมั่นใจ

            หลังจากนั้นประเดี๋ยวเดียวในที่สุดมู่จื่อหลิงก็ตัดสินใจ หัวใจเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวด “เจ็ดส่วนมากไปแล้วมากสุดให้ท่านได้แค่ห้าส่วน”

            นางก็รู้ว่าพ่อค้าหน้าเลือดไม่ว่าอย่างไรนิสัยเดิมของพ่อค้าหน้าเลือดก็ยังอยู่ในเวลาคับขันยังไม่ลืมขูดรีดนางอย่างโหดร้ายสักหน

            เหลือให้นางเพียงสามส่วนเช่นนั้นนางเปิดร้านยาแห่งนี้จะยังมีความหมายอยู่อีกหรือ? ต่อไปเถ้าแก่ผู้นี้ยังจะมีเงินเข้ามืออย่างชื่นใจอยู่หรือ?

            นางก็รักเงินเช่นกัน!

            นางชอบความรู้สึกของการนับเงินจนมือเป็นตะคริวเช่นนั้นเหมือนกัน!

            เจ็ดส่วน? พ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้กล้าพูดเช่นนี้มิสู้บอกให้นางยกหลิงซั่นถังมอบให้ด้วยสองมือเลยเล่า

            ในเวลานี้ใจมู่จื่อหลิงก็แทบจะคลุ้มคลั่งอยู่แล้ว

            “เอาเถอะห้าส่วนก็ห้าส่วน” เย่จื่อมู่ถอนหายใจเบาๆ ด้วยท่าทางมีเหตุผลและใจกว้าง

            ถ้าไม่เพราะเย่จื่อมู่ได้รับบาดเจ็บถ้าไม่เพราะฝูงหมาป่าใต้ต้นไม้จ้องตาเป็นมันมู่จื่อหลิงจะต้องผลักเย่จื่อมู่ลงไปเป็นแน่

            ได้ประโยชน์มากเพียงนั้นยังทำเป็นผู้บริสุทธิ์ มีเหตุผล เข้าอกเข้าใจ ตนเองกลับทำเป็นเสียประโยชน์มีเช่นนี้ที่ใดกัน เนื้อแท้ของพ่อค้าหน้าเลือดไร้อันใดจะมาเปรียบเทียบช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

            แม้จะแบ่งเงินจากรายได้ภายหน้าของหลิงซั่นถังไปครึ่งหนึ่งชดเชยชีวิตตนเอง แต่มู่จื่อหลิงก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบทนไม่ได้

            กิจการของหลิงซั่นถังในยามนี้เฟื่องฟูไม่ใช่เล่นไม่กี่วันก่อนหน้าก็เชิญผู้ช่วยมาเพิ่มอีกสองคน คนเข้าๆ ออกๆเต็มเปี่ยมไปด้วยเม็ดเงิน!

            รายได้ที่ได้มาอย่างยากลำบากได้รับเพียงครึ่งหนึ่ง จะไม่ให้นางเจ็บปวดได้อย่างไร

            เย่จื่อมู่สายตาสั่นไหวมองสีหน้าขมขื่นของมู่จื่อหลิง เย่จื่อมู่ก็มุมปากกระตุก ลอบพูดอย่างจนปัญญายายหนูโง่งมรักเงินยิ่งกว่าชีวิตเสียอีกได้อย่างไร?

            มู่จื่อหลิงก้มศีรษะช่วยเย่จื่อมู่จัดการบาดแผลโดยละเอียดนางถามอย่างอดไม่ไหว “พ่อค้าหน้าเลือด เหตุใดท่านต้องช่วยชีวิตข้า?”

            เย่จื่อมู่มองมู่จื่อหลิงจัดการบาดแผลอย่างระมัดระวังดวงตาเต็มไปด้วยความพะเน้าพะนอ เขาเอ่ยปากเสียงแผ่ว“เห็นคนจะตายไม่ช่วยมิใช่วิสัยของข้า อีกอย่าง ถ้าไม่มีเถ้าแก่มู่ใครจะยังลับฝีปากเป็นเพื่อนข้าได้อีก!”

            เย่จื่อมู่กำลังพูดไร้สาระอีกแล้ว!

            มู่จื่อหลิงพลันถูกเย่จื่อมู่ทำให้ทั้งฉิวทั้งขันหมดคำพูดกับเขาเหลือเกิน

            เย่จื่อมู่ไม่พูดก็พอทำเนาเพียงเปิดปากก็ทำให้คนโมโหอยากหาเต้าหู้มาชนตาย

            ในขณะที่มู่จื่อหลิงกำลังจัดการบาดแผลเย่จื่อมู่ก็ก้มศีรษะลงไปมองหมาป่าที่รูปร่างใหญ่กว่าตัวอื่นเล็กน้อยด้านล่าง“จุ๊ๆ เถ้าแก่มู่ ท่านมีความสามารถนัก! แค่เข้ามาในป่าสายหมอกก็สามารถยั่วโทสะราชาหมาป่าได้ข้านับถือ”

            กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังแอบยินดีในใจยินดีที่ครั้งนี้มู่จื่อหลิงรอดพ้นจากภยันตรายอันน่าอกสั่นขวัญแขวนนี้ไปได้

            ราชาหมาป่าปกครองหมาป่าทั่วทั้งป่าสายหมอกปกติจะปรากฏตัวน้อยครั้งนักถ้ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นมันก็จะแหงนหน้าส่งเสียงหอนแบบพิเศษ หมาป่าทั้งป่าสายหมอกก็จะปรากฏตัวขึ้นในเวลาเดียวกัน

            หมาป่าในป่าสายหมอกมีมากเท่าใดใครก็ไม่รู้ โดยสรุปคือเป็นตัวเลขน่ากลัวที่ทำให้คนสยดสยอง

            ปัจจุบันพวกเขายังคงปลอดภัยโชคดีที่มีหมาป่าแค่สิบกว่าตัวเท่านั้นมิเช่นนั้นต้นไม้ที่พวกเขาอยู่นี้คงโค่นไปแล้ว

            มุมปากมู่จื่อหลิงกระตุกหน้าผากปรากฏเส้นสีดำสามเส้น นี่พ่อค้าหน้าเลือดกำลังชมนาง? หรือกำลังด่านางกัน?

            “ข้ามิได้หาเรื่องใส่ตนเองว่างจนไปยั่วยุฝูงหมาป่า หมาป่าฝูงนี้ ข้าสงสัยว่ามีคนเรียกมาให้สังหารข้าให้ตาย”

            นางเอาชีวิตรอดมาจากความตายท่ามกลางอันตรายครั้งนี้นางจะไม่ทนต่อไปอีกเด็ดขาด

            เป็นนายแห่งวังหลังแล้วอย่างไรเล่า? ฐานะสูงศักดิ์แล้วอย่างไรเล่า?ต่อให้พึ่งเพียงพลังของตนเองก็มิอาจถอนรากถอนโคน แต่กลอุบายเล็กๆ น้อยๆที่นางวาง ก็มิอาจทำเป็นเหมือนไม่รับรู้ได้

            “ผู้ใด?” เย่จื่อมู่ถามอย่างเคร่งขรึม

            “ผู้ที่ข้าพูดคือเด็กน้อยอายุเจ็ดแปดขวบท่านเชื่อหรือไม่?” มู่จื่อหลิงพูดล้อเล่น

            “นี่! ข้าก็ไม่เชื่อสิ” สีหน้าของเย่จื่อมู่ไม่เชื่อทว่าในใจกลับปรากฏไอเย็นอันเฉียบคมซ่อนอยู่

            มู่จื่อหลิงกลอกตาใส่เขาอย่างไม่พอใจ“ก็รู้อยู่แล้วว่าท่านไม่เชื่อ ที่จริงข้าก็ไม่เชื่อ”

            บาดแผลบนร่างของเย่จื่อมู่ถึงดูแล้วจะเหวอะหวะแต่ล้วนเป็นบาดแผลภายนอก ไม่ได้หนักหนาจนถึงเอ็นและกระดูก

            หลังจากที่มู่จื่อหลิงใส่ยาที่แผลแล้วไม่นานบาดแผลก็เริ่มสมาน

            มู่จื่อหลิงจัดการบาดแผลของเย่จื่อมู่เรียบร้อยแล้วทว่าปัจจุบันพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่หลวง

            ถ้าหมาป่าภายใต้ต้นไม้ไม่จากไปไหนพวกเขาคงมิอาจอยู่บนต้นไม้ได้ตลอดไปกระมัง?

            “พ่อค้าหน้าเลือดท่านมีวิธีหรือไม่?” มู่จื่อหลิงขมวดหัวคิ้วแน่นมองฝูงหมาป่าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายด้านล่าง

            ยามนี้ยาพิษในระบบซิงเฉินใช้จนหมดแล้วนางเองก็หมดวิธีการเช่นกัน

            “ข้าเองก็หมดวิธีการเช่นกันเมื่อครู่เสียเลือดมากไป ไม่ถึงสิบวันหรือครึ่งเดือนก็ฟื้นฟูกลับมาไม่ได้ยามนี้แม้แต่แรงจะวิ่งหนีก็ไม่มีแล้ว” เย่จื่อมู่พูดเกินจริงยิ่งนักส่ายศีรษะทันที สองมือแบออก แสดงท่าทางไร้กำลังจะช่วยเหลือ

            ส่วนเขาจะไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะวิ่งหนีจริงหรือไม่คาดว่าคงมีแค่เขาเองที่รู้

            มู่จื่อหลิงปวดศีรษะอย่างมากถอนหายใจเบาๆ “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?”

            “รอ!” เย่จื่อมู่พูดออกมาคำเดียวแล้วเอนกายนอนบนลำต้นที่ใหญ่และแข็งแรง ปิดตางีบหลับ

            คำง่ายๆ เพียงหนึ่งคำกลับแฝงความหมายลึกซึ้ง

            มู่จื่อหลิงไม่ได้คิดมากพวกเขายามนี้ได้แต่รอให้หมาป่าจากไปเอง

            แต่รอจนถึงตอนไหนนั้นมู่จื่อหลิงมองท้องฟ้าอย่างไร้คำพูด

            มู่จื่อหลิงเห็นเย่จื่อมู่ไม่สนใจนางนางก็หาตำแหน่งที่ปลอดภัย เข้าสู่ห้วงนิทรา เข้าไปสกัดยาในระบบซิงเฉิน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452