ผ่านพ้นไปเจ็ดวันจินหยางยังคงฝึกฝนกับร่างจำลองของหยางซือเทียนอยู่ตลอดเวลาภายในห้องสำนึกตน ยามจื่อ ภายในห้องห้องหนึ่งในเรือนนอน เสียงเคาะประตูดังลั่นมาจากหน้าห้องหยางเฟยเทียนรีบเดินไปเปิดประตู พบศิษย์ผู้หนึ่งยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า
“เ้ามาแล้วอย่างนั้นรึเฮ้งฟู”
“ขอรับศิษย์พี่หยางเฟยเทียน”
หยางเฟยเทียนชะโงกไปดูด้านหน้าห้องมองซ้ายขวาเมื่อไม่พบเจอผู้ใดเขาจึงพาเฮ้งฟูเดินเข้าไปในห้อง หยางเทียนเทียนรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว
“อาการของเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“อีกไม่กี่วันข้าคงฝึกยุทธ์ได้”
หยางเฟยเทียนล้วงไปที่อกเสื้อนำขวดยาออกมายื่นให้แก่เฮ้งฟู
“เ้าได้นัดแนะกับคนในโรงครัวแล้วใช่หรือไม่เฮ้งฟู”
“เื่นั้นไม่เป็ปัญหาขอรับ ข้าจัดการเตรียมไว้หมดแล้ว”
“ดีเช่นนั้นเ้าให้คนของเ้านำยาในขวดนี้ผสมอาหารให้แก่ตัวบัดซบนั่นซะ”
“ศิษย์พี่แต่ว่ามันจะไม่ตายด้านในหรือขอรับ”
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงยาพิษชนิดนี้ไม่ได้ทำให้มันตกตายเร็วเช่นที่เ้าคิด มันจะทำให้ดูดซับพลังปราณได้ช้าลงและจะอุดตันที่จุดต่าง ๆ ตามร่างกาย เ้าไม่ต้องกลัวข้าไม่ให้มันตกตายเร็วเกินไปหรอก ข้าจะสังหารมันในการประลอง”
“ขอรับศิษย์พี่”
รุ่งเช้าเสียงเปิดช่องอาหารที่ประตูเหล็กดังขึ้น ถาดอาหารถูกเลื่อนเข้ามาในห้อง จินหยางลุกจากเตียงเดินไปหยิบถาดอาหาร หลังจากกินอาหารคำแรกเขาก็ได้ยินเสียงแว่วดังในหู
“พบสิ่งแปลกปลอมในอาหาร”
จินหยางขมวดคิ้วรีบวางอาหารลง
“เกิดสิ่งใดขึ้นเทียนคง”
“พบบางอย่างในอาหารที่คุณชายทานขอรับ คาดว่าในอาหารมีพิษผสมอยู่”
“เ้าสามารถขจัดมันได้หรือไม่”
“แน่นอนข้าสามารถทำได้”
จินหยางขมวดคิ้วจ้องมองอาหารในถาด เขารีบเปิดจุดน้ำเต้าขึ้นมาดื่มน้ำ
“พบสิ่งแปลกปลอมในน้ำ”
“บัดซบ คงเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหยางเฟยเทียนที่คิดวางยาข้า เ้าแน่ใจนะว่าสามารถขจัดพิษได้หมดเทียนคง”
“แน่ใจขอรับ อีกทั้งข้ายังสามารถระงับพิษพวกนี้ได้ เพราะหากคุณชายตายข้าก็ตายตามท่าน”
จินหยางกำหมดทั้งสองแน่น
“ดี เช่นนั้นเ้าอย่ารีบขจัดพิษให้ระงับมันเอาไว้ ข้าจะทานอาหารต่อ รอก่อนเถอะหยางเฟยเทียนเ้าบีบบังคับข้าเอง”
วันเวลาไหลผ่านอย่างรวดเร็วนานนับสองเดือนแล้วจินหยางอยู่ภายในห้องสำนึกตนเขาใช้เวลาในการจัดการร่างจำลองของหยางซือเทียนนานพอสมควร เขาจ้องมองภายในห้องสำนึกตนพร้อมกับตื่นใ สภาพด้านในถูกทำลายไปไม่น้อยรอบด้านมีแต่ร่องรอยของปราณกระบี่ที่ใช้ออกมาปะทะกับหยางซือเทียน
“ในที่สุดข้าก็สามารถจัดการกับร่างจำลองของหยางซือเทียนได้ ข้าใช้เวลาไปนานเท่าไรเทียนคง”
“สองเดือนพอดีขอรับคุณชาย”
“เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน เ้าสร้างแบบจำลองของคนผู้หนึ่งได้หรือไม่”
“ผู้ใดกันขอรับคุณชาย”
“ผู้าุโอู่หยง ตอนที่เขาใช้ทักษะกระบี่เจ็ดดาว”
ไม่นานอู่หยงก็ปรากฏตัวที่กลางห้อง จินหยางแสยะยิ้มกำชับกระบี่ในมือขวาถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าปะทะ
ภายในห้องทำงานของเ้าสำนัก หลงมู่เหยียนนั่งตรวจเอกสารอยู่บนโต๊ะ ในจังหวะนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก ทันทีที่หลงมู่เหยียนตอบรับ อู่หยงและเหลาซุนก็เดินเข้ามาภายในห้อง
“มีสิ่งใดที่เกิดขึ้นกัน นานเท่าไรแล้วที่ข้าไม่ได้พบเจอพวกเ้าทั้งสองอยู่ร่วมกัน”
“ท่านเ้าสำนักยังพอจำได้ไหมว่าอีกหนึ่งเดือนศิษย์ใหม่จินหยางจะประลองกับหยางเฟยเทียน”
“ข้าจำได้อู่หยง แล้วเกิดสิ่งใดขึ้น?”
“ข้าตรวจพบพิษบางอย่างในอาหารที่นำไปให้ศิษย์จินหยางขอรับท่านเ้าสำนัก”
หลงมู่เหยียนหันไปมองเหลาซือด้วยความสงสัย
“เ้ามั่นใจแน่รึเหลาซือ”
“แน่นอนขอรับ พิษชนิดนี้เรียกว่าพิษดูดกลืนปราณ ไร้สี ไร้กลิ่น ผู้ใดที่ได้รับพิษชนิดนี้จะไม่ทำให้ตกตายแต่จะทำให้ร่างกายดูดกลืนพลังปราณได้ช้าลงอีกอย่างไปจะไปอุดตันที่จุดหยินเหมิน ฉีจุง และจิวเหว่ย จุดทั้งสามนี้จะเรียกกันบริเวณหน้าอก เชื่อมต่อกับตันเถียน”
“แล้วผู้ใดกันเป็คนลงมือทำเช่นนี้”
“คงเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหยางเฟยเทียนขอรับเ้าสำนัก เพราะั้แ่จินหยางได้เข้ามาในสำนักก็มีเื่กับหยางเฟยเทียนเพียงผู้เดียว เพียงแต่ว่าข้ายังหาหลักฐานเอาผิดเขาไม่ได้เพราะตอนนี้หยางเฟยเทียนออกไปทำภารกิจด้านนอกรวมกับศิษย์มีอันดับคนอื่น ๆ”
“แล้วคนที่ทำงานในโรงครัวละ”
“ข้าสืบสวนหมดแล้วขอรับหาได้มีผู้ใดรับผิด อีกอย่างตอนนี้พิษก็ไม่ได้ถูกวางแล้วั้แ่ข้าตรวจสอบเมื่อวาน”
“เหลืออีกเวลาเท่าไรที่พวกเขาจะประลองกัน”
“อีกหนึ่งเดือนขอรับ หยางเฟยเทียนกำหนดการประลองเอาไว้ที่วันชิงอันดับศิษย์ขอรับ มันเป็วันเดียวกับที่จินหยางออกมาจากห้องสำนึกตน”
“หยางเฟยเทียนผู้นี้คงวางแผนเอาไว้แล้ว ว่าแต่เ้าสืบได้หรือไม่ว่าจินหยางผู้นี้มาจากที่ไหน? เหตุใดเ้าถึงมั่นใจกับเด็กผู้นี้มากนักอู่หยง”
อู่หยงยืนครุ่นคิดบางอย่าง
“ท่านเ้าสำนักยังพอจดจำอดีตแม่ทัพจินจวินซงได้หรือไม่ขอรับ?”
หลงมู่เหยียนพยักหน้า
“ข้ายังพอจดจำได้ ว่าแต่ตระกูลจินถูกกวาดล้างไปนานแล้วไม่ใช่รึ?”
“เป็เช่นนั้นขอรับ แล้วท่านยังจดจำสำนักคุ้มภัยฟูเวยได้หรือไม่ขอรับ?”
“แน่นอนเื่ใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน”
“ตอนนี้สำนักคุ้มภัยฟูเวยเป็ที่อยู่ของชายชราผู้หนึ่งนามหวังซุน ที่นั่นกลายเป็สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า รับเด็กน้อยในเมืองส่ายซีมาเลี้ยงดู เด็กส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นมาจากเหตุการณ์กวาดล้างสำนักคุ้มภัยฟูเวยเมื่อสามปีที่แล้ว”
“เื่นี้เกี่ยวอะไรกับชายชราหวังซุน”
“ก่อนที่หวังซุนจะไปทำงานที่โรงเตี๊ยมเป็คนเลี้ยงม้า เขาเป็คนรู้จักกับฟูชินฟานเ้าสำนักคุ้มภัยฟูเวยและอยู่ที่นั่นหลายสิบวันก่อนที่สำนักคุ้มภัยฟูเวยจะถูกกวาดล้าง อีกอย่างหวังซุนผู้นี้ในอดีตเป็คนขนผักและเนื้อไปส่งให้แก่บ้านตระกูลจิน ผ่านไปสามปีคนของหยางซือเทียนไปทำร้ายหวังซุนที่โรงเตี๊ยม จากที่ข้าสืบถามมาจากเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยมมีเด็กน้อยผู้หนึ่งมาพบเจอหวังซุนในวันนั้นพอดี และเด็กน้อยผู้นั้นก็คือจินหยาง”
หลงมู่เหยียนถึงกับตื่นใ
“อู่หยงเ้าอย่าบอกนะว่าจินหยางผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่ทัพจินจวินซง”
“เื่นั้นข้ายังไม่แน่ใจว่าเขาเกี่ยวข้องอย่างไร ที่แน่ ๆ เขาเองก็ใช้แซ่จินเช่นเดียวกัน”
“เ้าอย่าคิดมากนักอู่หยง คนแซ่จินมีอยู่ทั่วแผ่นดินภาคกลางมันคงไม่มีเื่บังเอิญเช่นนั้นหรอกนะ”
“ข้าก็หวังเช่นนั้นขอรับ”
“เอาละตอนนี้พวกเ้าก็รีบไปเตรียมตัวได้แล้ว เพราะอีกไม่นานจะเป็การจัดการประลองชิงอันดับของศิษย์ในสำนัก ตระกูลใหญ่ทั้งสิบคงเข้ามาเยี่ยมชมบุตรหลานของพวกเขาเป็แน่อย่าให้ขายหน้าเป็อันขาด”
“ข้ามีคำถามกวนใจ หากวันประลองจินหยางสังหารหยางเฟยเทียนในการประลองท่านคิดว่าจะจัดการกับตระกูลหยางอย่างไรขอรับ? เพราะวันคัดเลือกศิษย์ใหม่จินหยางเองได้ตัดแขนของหยางซือเทียนโดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย”
“เ้าคิดมากเกินไปอู่หยง หากถึงวันที่พวกเขาประลองแล้วเป็จินหยางเองที่สังหารหยางเฟยเทียนทั้งที่อายุน้อยกว่า อีกทั้งยังได้รับการชี้แนะจากเ้าเพียงแค่เวลาไม่นาน มีความเป็ไปได้น้อยมากไม่ถึงสามส่วนด้วยซ้ำถึงแม้เขาจะมีความใจกล้าก็เถอะ เ้าอย่าลืมสิหยางเฟยเทียนขึ้นมาเป็อันดับสิบได้เพราะเขาฝึกฝนทักษะกระบี่เจ็ดดาวสำเร็จแล้ว อีกอย่างเขาก็เริ่มฝึกกระบี่เก้าวังแล้วด้วย อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเ้านำเ้าเด็กจินหยางไปขังที่ห้องสำนึกตนก็เพราะไม่อยากให้หยางเฟยเทียนส่งคนไปทำร้ายเขา”
อู่หยงก้มหน้านิ่งเงียบ
“เอาละพวกเ้าทั้งสองแยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว”
“ขอรับ”
เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินมุ่งหน้ามายังประตูเหล็ก จินหยางลืมตาขึ้นมาจากการโคจรลมปราณ เขาใช้มือซ้ายคว้าจับกระบี่ขึ้นมาก้าวเดินไปรอที่ด้านหน้าประตูเหล็ก เสียงเลื่อนประตูเหล็กดัง เหลาซุนถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นจินหยางยืนยกยิ้มอยู่ด้านหน้าในมือซ้ายถือกระบี่เหลือเพียงกางเกงเพียงตัวเดียว กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากด้านในห้องสำนึกตน
“คารวะผู้าุโเหลาซุนขอรับ”
“เอาละเ้ารีบออกมาได้แล้ว อีกหนึ่งชั่วยามสำนักจะมีการประลองชิงอันดับของศิษย์ภายในสำนัก เ้าและหยางเฟยเทียนจะเป็คู่แรกในการประลอง”
จินหยางรีบก้มคารวะเหลาซุนก้าวเดินออกไปด้านหน้า เหลาซุนรีบก้าวเดินเข้าไปสำรวจด้านในห้องสำนึกตนเขาถึงกับตื่นใตัวสั่นสะท้าน เพราะด้านในทุกอย่างถูกทำลายไม่มีชิ้นดีไม่มีสิ่งใดอยู่ในสภาพเดิมแม้แต่น้อย พื้นและผนังมีแต่ร่องรอยปราณกระบี่อยู่เต็มไปหมดเตียงไม้หลงเหลือเพียงเศษชิ้นเล็ก ๆ และเศษของตะเกียงไฟ มีเพียงถังไม้สำหรับปลดทุกข์เท่านั้นที่ยังไม่ถูกทำลาย
“มันเกิดเื่บ้าอันใดที่นี่กัน”