เสียงเพลงแด๊นซ์มันๆ โดยดีเจสุดหล่อ หุ่นแน่น มีลีลามิกซ์เพลงแบบเป็เฉพาะตัว เรียกเสียงกรี๊ด จากคนมาร่วมงานได้อย่างคึกคัก ทุกคนเต้น ดื่ม กันอย่างสุดเหวี่ยง หนุ่มๆ ที่เข้าสมัครแข่งขันชิงราชินี ต่างพากันวอร์มร่างกายกันอย่างคึกคัก เพราะว่าเป็การแข่งขันที่จะต้องออกกำลังกันพอสมควรเลยทีเดียว ราชินีของงานคืนนี้มาปรากฏตัวแล้วตอนเปิดงาน เธอเดินเยื้องย่างผ่านหนุ่มๆ ผู้แข่งขันต่างมองเธอเป็ตาเดียว ความเซ็กซี่ของสีรุ้ง ทำให้มีผู้เข้าแข่งขันเพิ่มขึ้นไปถึงสามสิบคนเลยทีเดียว จากตอนแรกมีคนสมัครแค่สิบคน เวลาเธอเดินผ่าน ก็ส่งจูบบ้าง ขยิบตาบ้างให้หนุ่มๆ เ่าั้ ยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดๆ จากกองเชียร์ ทำให้บรรยากาศของงานดูสนุกมากขึ้นไปอีก ราชินีของงานหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มหุ่นล่ำคนหนึ่ง นอกจากล่ำแล้วเขายังสูงมากอีกด้วย สูงจนเท่ากับหนุ่มยุโรปคนหนึ่งที่ยืนใกล้ๆ เขาสวมเสื้อฮาวายสีแสบตา ปลดกระดุมลงทุกเม็ด เหมือนจะอวดความล่ำของตน (จริงๆ แล้วกลัดกระดุมไม่ได้ต่างหาก เพราะเสื้อคับ) ยิ่งไรขนอ่อนที่กระจายั้แ่แผงอกลงไปถึงแผ่นท้อง และต่ำลงไปในกางเกงเอวรูดสีดำลายดอกชบานั้น มันยิ่งทำให้คนมองบางคนที่เป็ผู้หญิง ถึงกับคิดจินตนาการไปไกลลิบ เธอหรี่ตา เงยมองใบหน้านั้นให้ชัด ชายหนุ่มหน้าเรียว ั์ตายาวรีชั้นเดียว จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงเรื่อ คนนี้หน้าตาคุ้นมาก ไม่คุ้นได้ยังไงกัน นี่มัน...
“แข่งกับเค้าด้วยเหรอธาร”
เธอยิ้มหวานส่งให้กับธาร ที่หัวใจแทบจะหยุดเต้นกับรอยยิ้ม และสรีระบางส่วนของสีรุ้งที่มันดันพุ่งออกมาจนแทบจะหลุดออกจากเสื้อ เขาถอนใจนิดๆ รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วก็ห่วงกับเพื่อนคนสวยตรงหน้า ที่มารับตำแหน่งราชินีของงานสุดวาบหวิวที่มีกติกาชวนให้คิดไปไหนต่อไหน ว่าจะทำอะไรกับราชินีของงานก็ได้
ทำไมเขาจะไม่แข่งล่ะ เกิดคนอื่นชนะ แล้ว...ลากพาทำอะไรสีรุ้งเข้า เขาจะทำยังไง เขายอมไม่ได้หรอก นี่ก็เตะกำธรไปล่ะสามหน จนหมอนั่นถึงกับเดินกระเผลก เพราะความแผลงที่เอาบุหรี่ยัดไส้กัญชาไปให้สีรุ้งสูบ
นี่เ้าหล่อนยังเมาอยู่รึเปล่านั่น? มันออกฤทธิ์นานพอดูล่ะ สำหรับคนไม่เคย ก็ทำให้เคลิ้มๆ เมาๆ ขำขันไปกับทุกอย่าง บางคนก็กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ ยิ่งผสมกับเหล้าไปแล้ว จะยิ่งไปกันใหญ่เอา ดีนะที่สีรุ้งไม่ดื่ม?
อย่ามีใครเอาเหล้าให้หล่อนดื่มก็แล้วกัน
“อืม...แข่งสิ ไม่แข่งได้ยังไงล่ะ ราชินีของงานเป็รุ้งนี่นา”
สีรุ้งมองหน้าของเพื่อนหนุ่ม พลางเอียงคอ เธอกับธารไม่ค่อยพูดคุยกันเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะเขาเป็คนเงียบๆ เวลาเข้ากลุ่มก็มักจะนั่งฟัง ยิ้มอย่างเดียว เธอจำเขาแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าเรียนมาด้วยกัน เพราะเธอเป็เด็กกิจกรรม มีคนรายล้อมเกือบตลอดเวลา พอมารวมกลุ่มกับเพื่อนเก่า แล้วกำธรพาเขาเข้ามาด้วย เธอจึงเพิ่งคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเรียนกับหนุ่มตี๋คนนี้
เขาเป็คนยิ้มได้น่ารักมาก คนอะไรยิ้มตรึงใจจริงๆ เพราะทั้งปาก ทั้งตายิ้มไปด้วยกันหมด แล้วก็เป็ผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้าน สุภาพ ทว่า...หุ่นหมีของเขาน่ะ...มันดึงดูดใจเอามาก เธอเองก็เคยแอบมองอกล่ำๆ บ่ากว้างๆ ของเขาบ่อยๆ แถมหนนี้เขาดันเปลือยอกเสียด้วย สายตาของสีรุ้งมองต่ำลงไปกว่าอกกว้างนั่น โอ๊ย...เืกำเดาจะไหล ใครจะไปคิด ว่าผู้ชายที่ดูตี๋ๆ แบบนี้ ไม่มีพิษสงเพราะรอยยิ้มซื่อเหมือนเด็กๆ นั่น มีอะไรต่อมิอะไรที่...ชวนเร้าใจได้ขนาดนี้
“คิดจะชิงราชินีหรือจ๊ะ” เธอว่าพลางหัวเราะ เออ...นายไก่ให้เธอลองไปแค่มวนเดียว ลองไปสำลักไป ทำไมเธออารมณ์ดีขนาดนี้กันนะ ถึงจะแอบรู้สึกผิดนิดๆ แต่...ชีวิตอันเพอร์เฟคของสีรุ้ง มันก็ควรจะมีอะไรนอกลู่นอกทางไปบ้าง เอาไว้เป็สีสันชีวิตล่ะ
“ปกป้องรุ้งต่างหาก” เขาว่า น้ำเสียงนั่นหนักแน่น เสียงของเขาทุ้มเพราะ ฟังแล้วเซ็กซี่อย่างประหลาด หรือเพราะเธอเมากัญชากันนะ ถึงจู่ๆ คิดอะไรเลอะเทอะกับธารได้ขนาดนี้
นั่นมันเพื่อนนะ
ยัยรุ้ง
ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหมอนี่ว่าจะเซ็กซี่ หล่อล่ำ ชวนใจเต้น มิน่าล่ะ ยัยเปรียว หรือแม้แต่ยัยเต้ เพื่อนๆ ในกลุ่มที่ยังโสด ถึงได้แทะๆ เล็มๆ หมาหยอกไก่กับธารประจำ เขามีเสน่ห์แบบนี้นี่เอง
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้สำเร็จล่ะ ราชินีรอองค์รักษ์อยู่จ้ะ”
ความเมานิดๆ นั่นล่ะทำให้เธอเดินเข้าไปจนชิดเขา จนได้กลิ่นน้ำหอมแบบสปอร์ตหอมอ่อนๆ จากกายแกร่งนั่น สีรุ้งโน้มคอของธารลงมา เธอเขย่งเท้าเล็กน้อยเพราะความสูงของเธอกับเขาที่ต่างกันมาก จุ๊บแก้มเขาเบาๆ ท่ามกลางเสียงฮือฮา เป่าปาก ของพวกผู้แข่งขันคนอื่นๆ และกองเชียร์
ส่วนธาร...ที่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับจูบแบบนั้น ถึงกับตัวแข็งทื่อไปเลย คนข้างๆ เขาเอาไหล่ชนเขาพร้อมกับกระเซ้าอย่างอิจฉา แต่หูของเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หูอื้อไปหมด แถมหน้ายังแดงเถือก แดงลามไปทั้งตัวอีกด้วย คนผิวขาวอย่างธาร มองออกชัดแจ๋วเลยล่ะว่าเขารู้สึกอย่างไรกับจูบของราชินี
ปรียานุช กับรัญญาที่เห็นอย่างถนัดตา เพราะมองจับจ้องอยู่กับสิ่งที่เพื่อนทั้งสองทำ ถึงกับปิดปากซุบซิบกันเลยทันที เมื่อเห็นธารหน้าแดง ตัวแดงขนาดนั้น
สามทุ่มได้เวลาแข่งขันของหนุ่มๆ เพื่อชิงราชินีแล้ว!
……………………………………………………………………………………………………………
การแข่งขันดำเนินไปอย่างดุเดือดของหนุ่มๆ ทั้งสามสิบคน เนื่องจากเป็การจัดงานริมหาด ฉะนั้นการแข่งขันจึงมีทั้งว่ายน้ำ วิ่งวิบาก เต้นลิมโบ ร็อก และด่านสุดท้าย ที่เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงแค่สามคน เพื่อชิงราชินี ท่ามกลางการเชียร์อย่างสนุกสนานของกองเชียร์ ก็คือดวลเหล้าแข่งกัน ดื่มดวลกันแล้วออกลีลาเต้นตามเพลงให้สุดเหวี่ยง แล้วมาดื่มต่อ ใครทรุดคนนั้นแพ้ ใครอยู่รอดได้ครองราชินี พร้อมกับเงินรางวัลห้าพันบาท พร้อมกับที่พักฟรี
การแข่งขันดำเนินไปอย่างดุเดือด จนเกือบล่วงถึงเวลาเที่ยงคืน ตอนนี้เหลือเพียงแค่สองหนุ่ม คือธาร และหนุ่มต่างชาติที่สักเกือบทั้งตัวที่ชื่อ ร็อบ เสียงเชียร์ยิ่งดังมากขึ้น เมื่อการดวลดำเนินมาถึงแก้วที่ห้า
“อย่ายอมแพ้นะเพื่อน” กำธรที่รั้งตำแหน่งกองเชียร์มาั้แ่ต้น เชียร์จนเหนื่อยกว่าธารอีกก็ว่าได้ ตอนนี้หอบแฮกๆ เพราะระหว่างที่ธารเต้นออกท่าตามจังหวะเพลง เขาก็ทั้งลุ้นและเต้นแรงยิ่งกว่าเพื่อนไปอีก เพราะธารเต้นยึกๆ ยักๆ ท่าทางไม่ได้ดั่งใจกองเชียร์เล้ย ให้ตายเหอะ!
“อืม...จะชนะให้ได้” ธารกัดฟัน หอบเหมือนกัน แถมเมาอีกด้วย นี่ั้แ่สามทุ่มมาแล้ว เขาออกแรง ไม่หยุดเลย ดีนะที่ออกกำลังสม่ำเสมอ แต่เจอเหล้าเข้าไปหลายแก้วแบบออนเดอะร็อก นี่ล่ะ มันจะทำให้เขาน็อคเอา
ดีนะตอนที่ไปฝึกงานอยู่แถบจังหวัดทางภาคเหนือ เขาถูกลากไปก๊งบ่อยๆ เหล้าต้มกลั่นเองเสียด้วย เลยพอจะมีฐานทางนี้อยู่บ้าง ธารเริ่มตาลาย มองคู่ต่อสู้มีสองหน้าเข้าไปล่ะ ส่วนหมอนั่นยังยิ้มแสยะส่งให้เขา แถมยังเต้นตีลังกาด้วยท่าเบรกแด๊นซ์แถมด้วยอย่างข่มขวัญ
เขาเหลือบมองไปยังราชินีของงาน...
ตอนนี้สีรุ้งเองสวมเสื้อคลุมแล้ว เลยลดความชวนมองของทรวดทรงไปได้...แต่แค่นิดเดียว เพราะเสื้อยีนตัวที่เธอสวมมันไม่ได้ติดกระดุมสักเม็ด มันเหมือนยิ่งเน้นบางส่วนไปเสียอย่างนั้นแทนที่จะปกปิดมิดชิด
เขาเผลอมองไปอย่างไม่ตั้งใจเหมือนกัน และพร้อมๆ กับสายตาของคู่แข่งที่มองหยาดเยิ้มไปยังสรีระส่วนนั้นของสีรุ้งมันยิ่งทำให้เขาฮึดสู้มากยิ่งขึ้น
เขาจะแพ้ไม่ได้ ขืนเขาแพ้ล่ะ สีรุ้งจะเป็อย่างไร หน้าไอ้หมอนี่มันหื่นมากขนาดนี้ แถมสีรุ้งก็ยังดูท่าจะยังมึนนิดๆ เพราะหน้าเธอแดงแถมยิ้มหวานตาเยิ้มขนาดนั้นอีกด้วย ทุกคนในงานนี้คงไม่มีใครที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ จะมีใครห้ามใครล่ะถ้าเกิดว่าคู่แข่งของเขาชนะ แล้วพาสีรุ้งของเขาไปทำมิดีมิร้าย
โอย...สีรุ้งของเขา (แนะ...เข้าข้างตัวเองจริงๆ ธารเอ๊ย)
ธารละสายตาเสียจากราชินีของงาน เขาหันมาจ้องคู่แข่งที่ยังคงมองไปทางสีรุ้งด้วยสายตาเคลิ้มๆ แล้วะโเสียงดังใส่หมอนั่นอย่างจะข่มขวัญ
“เฮ้ย! มองไปทางไหนวะ หันมานี่ มาดวลกันต่อเสียเวลาโว้ย!”
“ไอ้ห้า!” แนะ...ไม่รู้ว่าใครสอนภาษาไทยให้ แต่ก็ยังดีกว่าด่าอีกอย่างล่ะ ธารกับรอบชนแก้วกัน มองตากันแล้วคำรามใส่กันฮึ่มๆ ฮั่มๆ พอเป็พิธี ก่อนจะเริ่มแก้วที่หก...
หมดแก้ว...
เพลงมา...
สองหนุ่มแด๊นซ์ออกลีลากันแบบเอาเป็เอาตาย
แก้วที่เจ็ด
หมดแก้ว
เพลงมา
“ฮะ ฮะ ฮ้า ไอ้แสรดดดดดดดดดด” หนุ่มฝรั่งลุกขึ้นชี้หน้าธาร ด้วยคำด่าแบบไทยแปร่งๆ เสร็จแล้วแทนที่จะออกลีลา เขากลับล้มทั้งยืน ขาชี้ฟ้ากันไปเลย
อะนั่น...ธารสะบัดหน้าแบบมึนๆ ทำไมยิ่งสะบัด ยิ่งมึนวะกู
“ได้ผู้ชนะแล้วครับ เฮ้! เฮ้! เฮ้!” เขาถูกชูมือขึ้น แล้วรอบล้อมด้วยผู้คนที่ะโร้องไชโย พาเขาแบกไปหาราชินีแสนสวยสีรุ้ง ที่กำลังยืนมองเขาด้วยสายตาหวานฉ่ำ
มือเรียวนั้นแตะเข้าที่หน้าเขา มือของเธอหอมจริงๆ นิ่มมากด้วย
เขาต้องมีสติให้สุดๆ นะคืนนี้ ธาร! ไอ้ธาร มึงห้ามหลับนะโว้ย!