และด้วยความที่เอตกใจและยากพิสูจน์ว่าเป็นความจริงเขาเลยบีบตรงนั้นดูผลที่เขาได้ก็คือเคียร่าที่ครางออกมาเบาและความรู้สึกนุ่มที่มือของเขา เอเอามือกลับมาอย่างไม่เชื่อก่อนที่จะอุทานออกมาเบาๆอีกครั้ง
“นี้มัน …นุ่ม ไม่สิตั้งสติเอาไว้เอ” เอพยายามตั้งสติและพยายามปลุกเคียร่า
“เฮ้! เคียร่า ตื่น ตื่นเดียวนี้” เอจับไหล่เคียร่าขึ้นมาเขย่าจนนางตื่นจากการหลับไหล
“สวัสดีตอนเช้ามาสเตอร์ วันนี้เราจะไปที่โซน A กันใช่ไหมที่นั้นเห็นว่าเป็นเนินแมกม่าด้วย อาไม่อยากไปเลยผิวได้เสียกันพอดี” เคียร่าที่สะลึมสะลือดันตัวลุกขึ้นมาจากเตียง ก่อนที่จะนั่งแล้วหันมามองที่เอ
“ใช่ เอ๋ย!! ไม่ เออ ใช่ โอเค ไม่” เอที่ตอนนี้กำลังพูดไม่ได้สับเพราะกำลังตกใจจนเคียร่าหันมามองแล้วเอียงหัวไปทางซ้ายเป็นมุม 45 องศาอย่างสงสัย
“เคียร่าตอนขอถามตรงๆตอนนี้เราอยู่ที่ไหน”
“อืม!!! ก็ที่บ้านแบ่งเช่าของเอเลน่าไม่ใช่หรอ เอะ!!!” เคียร่ามองไปด้านข้างก่อนที่จะมองไปรอบๆ
“นี้มันไม่ใช่ห้องนั้นนิน่า แล้วที่นี้มันที่ไหนกัน มานาที่นี้มันสเถียรเกินไปรึป่าวนะ” พูดเสร็จเธอพลางยกมือขึ้นมา พอเธอยกมือขึ้นมาเสร็จก็ปรากฏวงแหวนเวทย์สีเทาขึ้นมาแล้วเธอก็อุทานออกมาดังๆ
“นี้มันไม่ใช่อามาเนีย ตายแล้วมาสเตอร์ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน”
“เบา เบาๆหน่อยเคียร่า เบาๆ ใจเย็นๆ ผมรู้ว่าเราอยู่ที่ไหนก่อนอื่นใจเย็นๆก่อน” เอพยายามปลอบเคียร่าที่กำลังตื่นตระหนก เมื่อเขาเห็นเธอตั้งสติได้และใจเย็นลงเอค่อยพูดกับเคียร่า
“ตอนนี้เราอยู่ที่โลก ใช่โลกของผมไม่ใช่อามาเนีย”
“โลก ไม่นี้มันเอกภพแยก ไม่เอกภพเดียวกันแต่ที่นี้…” เคียร่าพึมพำออกมา ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อไปก็มีเสียงดังมาจากประตูห้องของเอ
“ไอ้ลูกหมาเป็นอะไรไหม ไอ้ลูกหมา เปิดประตูมาหน่อย” เสียงพ่อของเอดังมาจากหลังประตู เมื่อเอได้ยินแบบนั้นเขาก็ตอบสนองเร็วเท่าความคิดพยายามให้เคียร่ากลายเป็นร่างเล็กและเข้าไปอยู่ในตัวของเขาก่อนแต่ด้วยความงงงวยของนางจึงยังไม่แปลงร่างทำให้เอพยายามบังคับนางแต่แล้วประตูก็ได้ถูกเปิดออกทำให้พวกเขาถูกพบในท่าที่เอกำลังจับไหล่เคียร่าแล้วคร่อมตัวนาง ในตอนนั้นเอก็แข็งค้างและเขาก็ค่อยๆหันหัวไปทางประตู เมื่อเขามองไปที่ประตูเขาก็พบเข้ากับพ่อและแม่ที่กำลังยืนตกใจอยู่
“ไอ้ลูกหมาแกทำอะไร!!!”
“นี้ ไม่ใช่อย่างที่พ่อคิดนะ”
“หยุด!!! ถึงข้าจะบอกให้เอ็งหาแฟนแต่ข้าไม่ได้ให้เอ็งไปฉุดลูกสาวคนอื่นมา”
“ไม่ช่าย ไม่ช่าย แม่บอกพ่อให้หน่อยสิว่ามันไม่ใช่แบบนั้น” เอหันไปหาผู้เป็นแม่ด้วยความหวังว่าเธอจะช่วยเขาได้แต่เอกลับพบว่าเธอกำลังซับน้ำตาแล้วหันหน้าหนีเขา
“แม่”
หลายนาทีหลังจากนั้น
“เห็นไหม ผมก็บอกแล้วว่าให้ฟังผมก่อนนี้ไม่ฟังกันเลยแถมยังเดินเข้ามาฟาดเอาฟาดเอา” เอที่ตอนนี้กำลังนอนคว่ำหน้าพลางบ่นอุบให้กับผู้เป็นพ่อ
“บ๊ะ!!! ไอ้นี้ ข้าบอกแล้วไงว่าข้าขอโทษ” พ่อบ่นอุบอย่างไม่ทุกข์ร้อนในตอนแรกเขาก็อยากเชื่อคำของลูกชาย และเพราะด้วยความที่กลัวลูกชายจะถูกดำเนินคดีถ้าฝ่ายหญิงไม่สมยอม นั้นก็เป็นเพราะความรักของเขาที่มีต่อเอนั้นเองแต่หลังจากที่ฟังคำอธิบายของเอและเคียร่าเขาก็ยังไม่เชื่อจนกระทั่งเขาได้เห็นเคียร่าเรียกทหารโครงกระดูกออกมาให้เขาดูเขาจึงปักใจเชื่อและเมื่อเขามองไปที่เคียร่าอย่างจริงจังก็พบว่าเคียร่านั้นทั้งสวยงามและทรงเสน่ห์อย่างมากจนเขาแอบคิดในใจ
‘เจ้าลูกหมานี้ตาถึงใช้ได้เลยนี้นา’ เมื่อเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วเขาก็ปล่อยลูกๆไปที่ห้อง เมื่อเอขึ้นมาบนห้องเขาก็หันมาถามเคียร่าทันที
“นี้เคียร่าทำไมตอนอยู่บนอามาเนีย เคียร่าถึงไม่ช่วยผมสู้ละ”
“ก็มาสเตอร์ไม่ได้บอกนี้นา”
“งั้นต่อจากนี้มาสู้ด้วยกันเถอะ”เอพูดอย่างดีใจและกอดเคียร่า