ว่าที่ฮูหยินจอมป่วน

    ตอนที่ 32 แม่สามี (จบ)

    ณ บ้านพ่อแม่ของมือปราบหานอู่ หานอู่พาฮูหยินมาถึงบ้านเกิดเสียที

    “บ้านท่านพี่ใหญ่โตจริงๆ ที่แท้พ่อแม่ของท่านพี่ก็เป็นถึงเศรษฐี” ซานยี่กล่าวเมื่อมองไปรอบบ้าน

    “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกฮูหยิน บ้านข้าเป็นบ้านพ่อค้าขายผ้าและเครื่องแต่งกาย อย่ารอช้าเลย พวกเราเข้าไปกันเถอะ” หานอู่โอบเอวฮูหยินเข้าไปข้างในบ้าน

    พ่อบ้านเห็นคุณชายใหญ่มากับฮูหยินก็รีบไปรายงานให้เถ้าแก่และนายหญิงทราบ

    สักพักท่านทั้งสองก็มานั่งประจำที่ในห้องรับรองอย่างน่าเกรงขาม

    หานอู่และฮูหยินคุกเข่าและรับถ้วยน้ำชาจากสาวใช้ ยื่นให้กับท่านพ่อและท่านแม่ของหานอู่เพื่อแสดงความเคารพ

    แม้ผู้อาวุโสทั้งสองจะยอมจิบน้ำชา แต่แม่ของหานอู่ก็ยังไม่พอใจลูกสะใภ้

    เมื่อหานอู่พาฮูหยินไปนั่งประจำที่ แม่สามีก็พูดทันที “ข้าได้ข่าวว่า เจ้าเป็นถึงองค์หญิงไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงสละตำแหน่งแล้วมาแต่งงานกับลูกชายข้า”

    “ข้ารักท่านพี่ค่ะท่านแม่” ซานยี่พูดเขินๆ เมื่อต้องพูดต่อหน้าสามี

    “อืม งั้นก็ดี แม้เจ้าเคยเป็นหญิงสูงศักดิ์มาก่อน แต่ต่อไปนี้เจ้าจะต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของข้าล่ะ ซานยี่” แม่สามีกล่าว

    “ค่ะ ท่านแม่” ซานยี่รับคำ

    “เอ่อ ลูกว่า ค่อยเป็นค่อยไปดีมั้ยท่านแม่” หานอู่เป็นห่วงฮูหยิน

    “ลูกไม่ควรให้ท้ายฮูหยินของเจ้าแบบนี้ เอาล่ะ งั้นตั้งแต่นี้ต่อไป แม่จะคอยอบรมสั่งสอนลูกสะใภ้เอง” แม่สามีออกคำสั่ง

    “หมายความว่ายังไงครับ” หานอู่สงสัย

    “แม่จะพาซานยี่ไปที่โรงทอผ้า ณ เมืองเสียนชางด้วยกัน” แม่สามีกล่าว

    “มันจะดีหรือ พวกเราควรปล่อยให้นางอยู่กับลูกที่เมืองสือหนานนะ” เถ้าแก่สงสารลูกสะใภ้

    “ข้าต้องอบรมนางให้ดีก่อน แล้วค่อยให้นางกลับมาที่สือหนาน มันก็ไม่สาย” แม่สามียังยืนยัน

    “แต่ว่าท่านแม่ ข้าไม่อยาก…” หานอู่พยายามค้าน

    “ไม่เป็นไรหรอก ท่านพี่ ให้ข้าไปอบรมกับท่านแม่เถอะ” ซานยี่ไม่อยากให้ถกเถียงกัน

    “ดีมาก งั้นอีกเจ็ดวัน เจ้าค่อยไปรับนางที่โรงทอผ้าก็แล้วกัน ตอนนี้เจ้าก็ไปรายงานตัวที่จวนเจ้าเมืองสือหนานก่อน ปล่อยนางไว้กับแม่ที่นี่เถอะ” แม่หานอู่บอกแผน

    “ครับท่านแม่” หานอู่จำต้องยอม

    แม้ว่าซานยี่จะกลัวกับการที่ต้องมาอยู่บ้านพ่อแม่สามีโดยไร้หานอู่ แต่นางก็จำต้องอดทนเพื่อสามีที่รักของนาง

    ซานยี่เดินตามมาส่งสามีอย่างอาลัย เพราะสามีจะต้องไปอยู่ที่บ้านพักของมือปราบ

    หานอู่ดึงตัวซานยี่เข้ามากอดอย่างอ่อนโยน “หากเจ้าทนไม่ไหวหรือมีใครรังแกเจ้า ส่งข่าวบอกข้าได้ ข้าจะรีบไปรับเจ้าทันทีนะฮูหยิน”

    “ท่านพี่อย่าได้กังวล ไม่มีใครรังแกข้าหรอก อีกเจ็ดวันค่อยเจอกันนะคะท่านพี่” ซานยี่กล่าว

    หานอู่หอมแก้มฮูหยินทั้งสองข้าง แล้วขึ้นม้าและขี่ไปที่จวนเจ้าเมืองสือหนานเพื่อรายงานตัวและเตรียมพร้อมสำหรับงานมือปราบ

    บรรยากาศที่บ้านพ่อแม่ของหานอู่นั้นตึงเครียดมาก เหตุเพราะโรงทอผ้าประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ผ้าขายได้ไม่ดีเพราะมีคู่แข่งที่ขายผ้าได้ในราคาถูกกว่า ดังนั้นจึงทำให้อารมณ์ของนายหญิงไม่ดีเลย และทำการใส่อารมณ์กับลูกสะใภ้คนโต

    นายหญิงใช้งานซานยี่อย่างกับสาวใช้ ให้นางทำงานบ้านเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ตลอดจนช่วยงานในครัว

    ส่วนท่านพ่อก็ไม่ค่อยมีเวลาเพราะจะต้องคอยทำบัญชีและติดต่อกับพ่อค้าคนอื่นเพื่อเจรจาค้าขายต่อรองราคา

    หานเยี่ยนน้องชายของหานอู่ ผู้คอยช่วยงานโรงทอผ้า ก็ต้องเดินทางไปชายแดนเพื่อติดต่อซื้อผ้า ไม่รู้ว่าจะกลับมาโรงทอผ้าเมื่อไหร่

    เช้าวันรุ่งขึ้น เถ้าแก่และนายหญิงพาซานยี่ออกเดินทางไปโรงทอผ้า เมืองเสียนชางทันที

    ยังดีที่ภายในครอบครัวใหญ่ของหานอู่นั้นมีท่านน้าของหานอู่ชื่อว่า เหมยเหนียง นางเป็นคนใจดีอ่อนโยน ดังนั้นน้าเหมยเหนียงจึงช่วยคอยดูแลซานยี่อยู่ไม่ห่าง

    “หิวมั้ย ซานยี่ เจ้าทำงานจนผ่ายผอมแบบนี้ หานอู่ต้องเอาเรื่องแน่ๆ” เหมยเหนียงเป็นห่วง

    “ขอบคุณท่านน้า ข้ากินอะไรไปบ้างแล้ว” ซานยี่กล่าวอย่างเกรงใจ

    “อะนี่ ซาลาเปา ทานรองท้องก่อน พวกเราจะต้องเดินทางอีกไกล” เหมยเหนียงยื่นซาลาเปาให้หลาน

    ซานยี่ทำท่าคารวะและรับซาลาเปามาทานอย่างหิวโหย จนนางเกิดสำลัก

    “ค่อยๆ กินนะหลาน อะนี่น้ำ” เหมยเหนียงเลยต้องรีบส่งน้ำให้

    ซานยี่รับกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาดื่มอย่างกระหาย “ขอบคุณท่านน้า”

    “เจ้าอย่าถือสา โกรธเกลียดแม่สามีของเจ้าเลยนะ นางคงเครียดจากการประสบปัญหาทำการค้าขาดทุนน่ะ” เหมยเหนียงกล่าว

    “ผ้าขายไม่ได้งั้นหรอคะ” ซานยี่สงสัย

    “ใช่ น่าแปลก ทั้งๆ ที่ผ้าประจำตระกูลก็มีคุณภาพ การออกแบบก็สวยงามวิจิตรตระการตา แต่กลับขายไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร” เหมยเหนียงแปลกใจ

    “เจ้าไม่ควรพูดกับซานยี่เรื่องโรงทอผ้านะ เหมยเหนียง” นายหญิงปราม

    “ขอโทษค่ะ ท่านพี่” เหมยเหนียงกล่าวเสียงอ่อน

    เมื่อขบวนพ่อค้าผ้าเดินทางมาถึงโรงทอผ้าอย่างปลอดภัย นายหญิงก็สั่งให้ลูกสะใภ้ไปทำงานบ้านภายในโรงทอผ้าเช่นเคย

    ด้วยความที่ซานยี่เคยเป็นถึงองค์หญิงมาก่อน ทำให้นางทำงานบ้านช้า ค่ำมืดก็ยังไม่เสร็จ

    ซานยี่ได้เข้าไปทำความสะอาดในห้องของนายหญิงเป็นห้องสุดท้าย นางมองเห็นปึกกระดาษแบบเสื้อผ้าวางอยู่บนโต๊ะ นางเลยถือวิสาสะหยิบมาดู และพึมพำว่า “ออกแบบเสื้อผ้าได้สวยจริงๆ”

    “เจ้าทำอะไรน่ะ” นายหญิงทัก

    ซานยี่ตกใจเลยเผลอปล่อยกระดาษแบบผ้าตกกระจายเกลื่อนพื้น “ข้าขอโทษค่ะท่านแม่ ข…ข้าแค่อยากรู้ว่ามันคืออะไร เลยถือวิสาสะหยิบมาดู”

    “ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย” นายหญิงดุ

    “เข้าใจแล้วค่ะ งั้นข้าขอตัวนะคะท่านแม่” ซานยี่เก็บรวบรวมแบบผ้าทั้งหมดแล้วส่งคืนให้กับท่านแม่

    พอซานยี่เปิดประตูออกไป กำลังจะปิดประตูห้องให้ท่านแม่ นางก็ได้ยินเสียงร้องไห้

    “ฮือ ฮือ”

    ซานยี่รู้ว่าท่านแม่กำลังร้องไห้อยู่ แม้ว่าซานยี่จะกลัวท่านแม่มาก แต่นางก็อยากรู้ว่าท่านแม่กำลังประสบปัญหาอะไรอยู่ เลยตัดสินใจหันหลังเข้าไปในห้องแม่อีกครั้ง แล้วเดินเข้าไปกอดนางไว้

    “นี่เจ้า เข้ามาทำไม และมากอดข้าทำไม” นายหญิงพยายามผลักซานยี่ออก แต่ซานยี่กอดไว้แน่น

    “ข้าไม่รู้หรอกว่าท่านแม่เสียใจด้วยเรื่องอะไร แต่ถ้าท่านแม่อยากร้องไห้เพื่อระบาย ก็ปล่อยออกมาเถอะค่ะ” ซานยี่กล่าวอย่างเห็นใจ

    “เจ้า เจ้า ฮือ ฮือ ข้ากำลังจะบริหารโรงทอผ้าเจ๊ง ไม่มีใครซื้อผ้าหรือเสื้อผ้าของข้าเลย ข้าจะทำยังไงดี” นายหญิงปล่อยโฮ

    “ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ ท่านแม่ออกแบบเสื้อผ้าได้สวยงามขนาดนี้ จะขายไม่ออกได้ยังไง” ซานยี่แปลกใจ

    “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แถมคู่แข่งของข้าก็แย่งลูกค้าไปเกือบหมด ลำพังข้าก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่คนงานที่นี่ทั้งหมด ก็ต้องหางานใหม่ เพราะโรงทอผ้าอาจล่มสลาย” นายหญิงกังวลหนัก

    “พวกเรามาต่อสู้ด้วยกันมั้ย ให้ข้าช่วยนะท่านแม่” ซานยี่เสนอตัวให้การช่วยเหลือ

    “ขอบใจมากนะซานยี่ และขอโทษที่ข้าใส่อารมณ์ใส่เจ้าอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้” นายหญิงรู้สึกผิด

    “ข้ารู้ว่าท่านแม่เครียด แต่การสอนให้ข้าทำงานบ้านเป็น มันจะมีประโยชน์ในอนาคตไม่ใช่หรือ” ซานยี่เดาวัตถุประสงค์ของแม่

    “เจ้าฉลาดมาก สะใภ้ข้า นั่นเป็นการทำให้เจ้ารู้แผนผังภายในบ้าน และทำให้เจ้าได้รู้จักคนในบ้านโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่ก่อนข้าเองก็โดนมากกว่านี้อีก” นายหญิงอธิบาย

    “อย่างนี้นี่เอง” ซานยี่เข้าใจ

    “เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าดีขึ้นแล้ว” นายหญิงกล่าว

    “ท่านแม่ต้องถนอมสุขภาพด้วยนะคะ” ซานยี่กำลังจะเดินออกไป

    “ช้าก่อน ซานยี่”

    “ทำไมคะท่านแม่”

    “การอบรมยังไม่จบ วันพรุ่งนี้เจ้าจะต้องไปจ่ายตลาดกับแม่ครัวนะ” นายหญิงออกคำสั่งต่อ

    “ค่ะ ท่านแม่” ซานยี่รับคำแบบยิ้มๆ เพราะรู้แล้วว่าท่านแม่ตั้งใจจะอบรมนางจริงๆ ไม่ได้กลั่นแกล้งเพราะไม่ชอบหน้า

    ********************************************************

    ซานยี่ต้องไปจ่ายตลาดกับแม่ครัวตั้งแต่เช้าตรู่ ของสดที่ซื้อเยอะมาก จนกระทั่งซื้อของจนครบ

    “ท่านกลับไปก่อนนะ ท่านป้า ข้าขอหาซื้อของก่อน” ซานยี่อยากเดินตลาด

    “รีบกลับนะคะ ฮูหยิน เดี๋ยวนายหญิงจะไม่พอใจ” แม่ครัวกังวล

    “ค่ะ แล้วข้าจะรีบกลับ” ซานยี่รับคำ

    ซานยี่เดินไปตามตลาดและเดินไปทั่ว ตามนิสัยของนางที่ชอบเที่ยวชมดูของแปลกๆ จนกระทั่งนางแวะซื้อป้ายหยกไว้สำหรับห้อยกับดาบของสามี และพึมพำว่า “ท่านพี่เห็นป้ายหยกแล้ว จะได้คิดถึงข้า”

    กว่าซานยี่จะกลับโรงทอผ้าก็ปาไปเที่ยง นางต้องเผชิญกับบรรยากาศตึงเครียดเช่นเคย และนางก็พบว่าทุกคนในครอบครัวรอนางกินข้าว

    “เอ่อ พวกท่านรอข้างั้นหรือคะ” ซานยี่รู้สึกผิด

    “ใช่ เจ้ามัวไปเถลไถลที่ไหนมา ทำไมป่านนี้เพิ่งจะกลับมา ห๊า” นายหญิงดุ

    “ข้าขอโทษค่ะท่านแม่ ข้ามัวแต่เดินเที่ยวตลาดนานไปหน่อย” ซานยี่กล่าวก้มหน้า

    “ซานยี่ นี่เจ้า!” นายหญิงตวาดจนทุกคนในโต๊ะอาหารพากันตกใจ

    “เอาน่า ฮูหยิน ซานยี่ยังเด็ก ค่อยๆ อบรมนางเถอะ” เถ้าแก่ปราม

    “งั้นมานั่งกินข้าว ต่อไปอย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนต้องมารอแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย” นายหญิงยังคงดุอีก

    “เข้าใจค่ะ” ซานยี่มีน้ำตาคลอ แต่ก็ฝืนกินข้าวกับคนในครอบครัว

    คนที่มีสิทธิ์มาร่วมโต๊ะอาหารประกอบด้วยเถ้าแก่ นายหญิง เหมยเหนียงซึ่งเป็นน้องสาวของนายหญิง ตงตงซึ่งเป็นบุตรสาวบุญธรรมของเหมยเหนียง พ่อบ้าน หัวหน้าจ้านสงซึ่งมีหน้าที่คุมคนงานทอผ้า หัวหน้าผังหู่ซึ่งมีหน้าที่คุมคนงานตัดเย็บผ้า และซานยี่ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ใหญ่

    พอทุกคนทานเสร็จก็พากันแยกย้ายกันไปทำงาน ปล่อยให้สาวใช้และซานยี่คอยเก็บจานชามไปล้างให้เรียบร้อย

    พอซานยี่ล้างจานเสร็จแล้ว สาวใช้ก็เดินมาตามนาง

    “เรียนฮูหยิน นายหญิงให้ท่านไปพบที่ห้องค่ะ” สาวใช้กล่าว

    “ด้วยเรื่องอะไรงั้นหรอ” ซานยี่อยากรู้

    “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” สาวใช้ตอบไม่ได้

    ********************************************************

    ณ ห้องส่วนตัวของนายหญิง

    “ท่านแม่เรียกลูกด้วยเรื่องอะไรงั้นหรอคะ” ซานยี่รีบถาม

    “เจ้าไม่ควรปล่อยให้ทุกคนรอในโต๊ะอาหารแบบนั้น มันเสียมารยาท” นายหญิงสั่งสอนด้วยน้ำเสียงปกติไม่ได้ใส่อารมณ์ใดๆ

    “ลูกผิดไปแล้วอภัยให้ลูกด้วย” ซานยี่ขอโทษอีก

    “แม่เองก็ไม่อยากพูดตวาดอะไรรุนแรงแบบนั้น แต่แม่เป็นนายหญิงที่ต้องปกครองทุกคนในบ้าน แม่จำเป็นต้องดุเจ้าต่อหน้าทุกคน เจ้าเข้าใจแม่ใช่มั้ย” นายหญิงอธิบาย

    “เข้าใจค่ะท่านแม่” ซานยี่มีสีหน้าดีขึ้น

    “งั้นไปได้”

    “เอ่อ ท่านแม่ ลูกมีเรื่องสงสัยค่ะ” ซานยี่ฉุกคิดได้

    “ว่ามาสิ” นายหญิงสงสัย

    “ข้าได้ยินว่าท่านแม่เคยบอกว่า เสื้อผ้าที่ท่านแม่ออกแบบขายไม่ได้เลย แต่ทำไมข้าไปตลาดกลับเห็นผู้คนสวมเสื้อผ้าที่ท่านออกแบบล่ะคะ รูปแบบเหมือนไม่มีผิดเพี้ยน" ซานยี่สงสัย

    “เจ้าว่าไงนะ แต่มันขายไม่ออก จะมีคนสวมเสื้อผ้าที่ข้าออกแบบได้ยังไง” นายหญิงตกใจ

    “เป็นไปได้มั้ยคะ ว่าร้านคู่แข่งมีเสื้อผ้าที่ท่านออกแบบด้วย” ซานยี่คาดการณ์

    “เจ้าจะบอกว่าร้านคู่แข่งขโมยแบบของข้าไปตัดเสื้อ และนำไปขายในราคาถูกงั้นหรือ” นายหญิงตีความ

    “ก็เป็นไปได้นี่คะ” ซานยี่กล่าว

    “บางทีอาจมีเกลือเป็นหนอน” นายหญิงคาดเดา

    “ท่านแม่สงสัยใครหรือไม่” ซานยี่ลองถาม

    “ข้าไม่รู้ เพราะทุกคนต่างทำหน้าที่เป็นอย่างดี” นายหญิงเดาไม่ออก

    “ถ้าเช่นนั้น เราจำเป็นต้องสงสัยทุกคนค่ะ และข้ามีวิธีจับคนร้าย” ซานยี่ยิ้มมุมปาก

    “จริงหรอซานยี่ ทำยังไง”

    ซานยี่กระซิบบอกแม่สามี

    ตั้งแต่นั้นมานายหญิงก็แกล้งใช้งานซานยี่หนักขึ้นและสั่งให้นางไปทำงานในห้องนายหญิงทุกคืน

    จนกระทั่งครบกำหนดเจ็ดวันที่หานอู่จะต้องมารับฮูหยินกลับ

    หานอู่ไปพบฮูหยินที่ห้องนอนของนาง “ข้ามารับเจ้ากลับแล้ว พวกเรารีบกลับกันเถอะ ฮูหยินของข้า”

    ซานยี่เดินเข้าไปหาสามีและจับเขานั่งลงบนเตียง พร้อมกับกอดเขาให้หายคิดถึง “ข้าคิดถึงท่านพี่มากเลย แต่ข้ายังกลับกับท่านไม่ได้”

    “ทำไมล่ะ นี่มันเจ็ดวันแล้วนะที่ข้าไม่ได้อยู่กับเจ้า” หานอู่กล่าวอย่างน้อยใจ

    “ข้ายังไม่ผ่านการอบรมค่ะท่านพี่ อาจเป็นเพราะข้าดื้อเกินไป ข้าขอเวลาท่านอีกสามวัน ข้าจะกลับกับท่านแน่นอน” ซานยี่กล่าวคำมั่น

    “ห้ามหลอกข้าล่ะ ฮูหยิน” หานอู่ยอมใจอ่อน

    “ข้ามีของให้ท่านด้วยนะ” ซานยี่ยื่นป้ายหยกให้สามี

    “ป้ายหยกรูปหงคู่ ออกแบบสวยจริงๆ” หานอู่หยิบป้ายมาดู

    “ข้าเปรียบว่านี่คือรูปของพวกเราค่ะท่านพี่ เวลาที่ท่านพี่มองเห็นป้ายหยก ท่านจะต้องคิดถึงข้า” ซานยี่กล่าวยิ้มๆ

    “ถึงไม่มีป้าย ข้าก็คิดถึงเจ้าอยู่แล้ว”

    “ท่านปากหวานอีกแล้ว ข้าขอผูกป้ายหยกติดกับดาบของท่านนะ” ซานยี่อาสาติดป้ายหยกให้

    “ก็ได้ แต่ข้ามีข้อแม้” หานอู่ตั้งเงื่อนไข

    “ข้อแม้อะไรคะ”

    “จูบข้าก่อน”

    “ท่านพี่น่ะ” ซานยี่ก็เลยยอมเป็นฝ่ายเข้าไปจูบกับสามี ทั้งสองจูบกันจนกระทั่งไปจุดไฟปรารถนา

    ผ้าม่านถูกปล่อยลง บทบรรเลงเพลงรักดำเนินไปจนถึงรุ่งเช้าของวันถัดไป

    “ท่านพี่น่ะ” ซานยี่หน้าแดงในขณะนอนกอดกับสามี

    “ไม่เอาน่า อย่างอนข้าเลย ก็พวกเราเล่นห่างกันตั้งเจ็ดวันนี่นา”

    “ท่านแม่ต้องเอ็ดข้าแน่ๆ ที่ข้าตื่นสาย”

    “ไว้ข้ารับผิดกับแม่เองนะ ฮูหยินของข้า” หานอู่ยอมรับผิดชอบ

    ด้วยความเพลียทำให้ทั้งคู่นอนกอดกันอยู่อย่างนั้น กว่าจะตื่นอีกทีก็ปาไปเที่ยงพอดี

    หานอู่พาฮูหยินไปร่วมรับประทานอาหารกับญาติคนอื่นๆ

    “ทำไมพากันตื่นสายป่านนี้” นายหญิงบ่น

    “เป็นความผิดของข้าเองท่านแม่ ข้าคิดถึงซานยี่มากไปหน่อย” หานอู่กล่าวพร้อมกับมองไปที่ฮูหยินแบบยิ้มๆ

    “เอาเถอะ งั้นรีบทานข้าวได้แล้ว” นายหญิงรู้ความหมายก็เลยเปลี่ยนเรื่อง

    “ลูกขอพาซานยี่กลับกับลูกได้มั้ยครับ” หานอู่กล่าวขอกับแม่

    “ไม่ได้นะ” นายหญิงเผลอหลุดปาก

    “ลูกคิดถึงฮูหยินมากนะครับท่านแม่” หานอู่พยายามขอร้อง

    “แม่ขออบรมนางให้หมดก่อนก็แล้วกัน ทานข้าวเถอะ” นายหญิงใจแข็ง

    หลังทานข้าวเสร็จ หานอู่จำต้องกลับไปเมืองสือหนานเพื่อทำหน้าที่ของมือปราบ โดยมีซานยี่ตามไปส่งเขาขึ้นม้า

    ก่อนจากกันทั้งคู่ก็กอดกันอีก หานอู่จูบหน้าผากภรรยาและว่า “อีกสามวันข้าจะรีบมารับเจ้า ซานยี่”

    “ค่ะ ท่านพี่”

    ตงตงสาวน้อยวัย 18 ปี นางแอบรักหานอู่มานานแล้ว นางมักจะดีใจเมื่อเห็นหานอู่มาเยี่ยมบ้านเกิดบ่อยๆ แต่พอรู้ว่าหานอู่แต่งงานแล้ว ทำให้นางรู้สึกโกรธแค้นซานยี่อย่างมาก ภายนอกของนางก็ทำดีกับซานยี่ไม่ได้แสดงออกอะไร ในตอนนี้นางแอบดูทั้งสองกอดกัน แล้วหานอู่ก็ขี่ม้าจากไป ในใจนางคิดว่า “พี่หานอู่เป็นของข้าคนเดียว”

    ********************************************************

    ตกกลางคืน ซานยี่ไปทำงานที่ห้องส่วนตัวของนายหญิงอีก

    “เป็นอย่างไรบ้าง เรียบร้อยมั้ย” นายหญิงสอบถาม

    “เรียบร้อยค่ะ ท่านแม่ รับรองว่าพวกเราสามารถจับคนร้ายได้แน่ๆ” ซานยี่มั่นใจ

    “แผนการจะสำเร็จแน่หรือ” นายหญิงกังวล

    “คอยดูกันไปก่อนนะคะ” ซานยี่ยังเชื่อมั่นว่าต้องจับคนร้ายได้

    ********************************************************

    วันต่อมา นายหญิงเพิ่มงานให้กับซานยี่อีก คือให้นางไปช่วยเถ้าแก่ขายเสื้อผ้าที่ร้าน ทำให้ซานยี่ทำงานหนักกว่าเดิม จนกระทั่งครบกำหนดสามวันที่นัดกับหานอู่ไว้

    หานอู่เข้าไปที่บ้านภายในโรงทอผ้า พอไม่พบฮูหยินก็อาละวาด

    “ฮูหยินข้าไปไหน ทำไมนางไม่อยู่ที่นี่” หานอู่สอบถาม

    “แม่เจ้าใช้งานให้นางไปช่วยเถ้าแก่ที่ร้านขายเสื้อผ้าน่ะ” น้าเหมยเหนียงกล่าว

    “ทำไมท่านแม่ใช้งานนางหนักขนาดนี้ครับ ไม่เอาแล้ว ข้าจะรีบไปพาตัวนางกลับกับข้า” หานอู่โมโห

    “ใจเย็นๆ ก่อนหลานชาย” เหมยเหนียงพยายามปราม

    หานอู่รีบขี่ม้าไปที่ร้านขายเสื้อผ้าอย่างร้อนใจ เขาวิ่งไปที่ร้านกำลังจะเรียกฮูหยิน ก็ต้องชะงัก ที่เห็นซานยี่ทำงานช่วยขายเสื้อผ้าอย่างยิ้มแย้ม

    “ชุดนี้เหมาะกับแม่นางมากเลยนะคะ เนื้อผ้าก็สวมใส่สบาย แม่นางลองสวมดูก่อนนะคะ” ซานยี่เลือกเสื้อผ้าให้

    ผู้หญิงคนนั้นรับชุดมาจากซานยี่แล้วเข้าไปลองเสื้อผ้า เมื่อพอใจก็ซื้อกลับไป

    ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ซานยี่จะสามารถขายเสื้อผ้าได้เกือบหมด กว่าจะเสร็จก็ค่ำมืดพอดี

    ซานยี่กำลังจะช่วยเถ้าแก่ปิดร้าน สักพักหานอู่ก็เดินดุ่มๆ มาอุ้มนางไป

    “ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรไป ปล่อยข้าลงนะ” ซานยี่ตกใจ

    “ก็ไหนเจ้าว่าจะกลับบ้านพร้อมข้าวันนี้ไง เจ้าลืมแล้วหรอ” หานอู่กล่าวเตือนคำสัญญา

    “เอ้อ ใช่ จริงด้วย ข้าขอโทษ ข้าลืมจริงๆ” ซานยี่เพิ่งนึกได้

    “งั้นพวกเราก็กลับกันเลย ข้าจะไม่ยอมให้แม่ใช้งานเจ้าหนักขนาดนี้หรอก” หานอู่ยังอุ้มนางกำลังจะพานางกลับด้วยกัน

    “วางข้าลงก่อนนะท่านพี่ มาคุยกันดีๆ ก่อน” ซานยี่กล่าวอย่างใจเย็น

    หานอู่ยอมฟังและวางนางลง

    “ความจริงแล้วข้าเป็นคนไปขอท่านแม่ทำงานที่ร้านเอง ข้าเห็นว่าท่าทางมันสนุกดี ข้าก็เลยอยากลองขายเสื้อผ้าบ้าง” ซานยี่อธิบาย

    “เจ้าไม่ได้พูดเพื่อปกป้องท่านแม่ข้าใช่มั้ย” หานอู่สงสัย

    “เปล่าค่ะท่านพี่ ข้าขอท่านแม่ทำเอง และข้าก็ชอบมากเลย ขอข้าทำงานที่นี่อีกสองวันเถอะนะท่านพี่ นะ นะ" ซานยี่พยายามอ้อน

    “แล้วเจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรอ” หานอู่เริ่มน้อยใจ

    ซานยี่กอดคอสามีและหอมแก้มเขาทั้งสองข้าง “ก็ต้องคิดถึงอยู่แล้ว ยังไงต่อไปข้าจะต้องไปอยู่กับเจ้าที่สือหนานอยู่แล้ว งั้นข้าขอเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้นเอง นะ นะ”

    “ก็ได้ เผื่อท่านแม่จะมองเจ้าในแง่ดี และนึกรักเอ็นดูเจ้าบ้าง” หานอู่ใจอ่อนอีกตามเคย

    “ท่านแม่ดีต่อข้าจริงๆ ท่านคอยอบรมสั่งสอนข้าเพราะความหวังดี เวลาข้าเห็นท่านแม่ ก็ทำให้ข้านึกถึงเสด็จแม่ของข้า ท่านทั้งสองมีลักษณะคล้ายกันจริงๆ” ซานยี่คิดถึงเสด็จแม่

    “วันนี้ข้าค้างกับเจ้าที่นี่ไม่ได้ ไว้อีกสองวันข้าค่อยมารับเจ้าใหม่นะ” หานอู่กล่าว

    “ค่ะ ท่านพี่”

    ********************************************************

    วันต่อมา ก็มาถึงการสะสางคดีคนขโมยแบบเสื้อของนายหญิงไปขายให้กับโรงทอผ้าของเถ้าแก่เซี่ย

    นายหญิงเรียกประชุม ทำให้ทุกคนในบ้านมานั่งประจำตำแหน่งเพื่อรอฟัง

    ผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่ เถ้าแก่ นายหญิง เหมยเหนียง ตงตง พ่อบ้าน จ้านสง ผังหู่ ซานยี่ และคนงานทุกคนในโรงทอผ้า

    นายหญิงประกาศทันที “ที่ข้าเรียกทุกคนมาประชุมในวันนี้ ข้าขอบอกว่าในโรงทอผ้านั้นมีเกลือเป็นหนอน ที่พวกเราขายผ้าได้ขาดทุน และขายเสื้อผ้าไม่ได้เลย เพราะมีใครบางคนขโมยแบบเสื้อผ้าของข้า แล้วนำไปขายต่อให้โรงทอผ้าของเถ้าแก่เซี่ย ทำให้ฝ่ายนั้นนำแบบของข้าไปตัดเสื้อผ้าและขายในราคาถูก พวกเราถึงขายเสื้อผ้าขาดทุน”

    “มันเป็นใครหรือนายหญิง ใครกันที่กล้าทรยศพวกเราทุกคน” พ่อบ้านสงสัย

    “คนคนนั้นเป็นคนที่มีความจำดีมาก สามารถจดจำภาพของข้าแล้วนำไปวาดใหม่ได้ นั่นก็คือ เหมยเหนียง” นายหญิงเผย

    “ท่านปรักปรำข้า ท่านไม่มีหลักฐาน” เหมยเหนียงตกใจและโวยวาย

    “มีสิ หลักฐานน่ะ” นายหญิงกล่าวอย่างมั่นใจ

    “แล้วไหนล่ะหลักฐาน” เหมยเหนียงทำหน้าท้าทาย

    “ซานยี่ เจ้าอธิบายก็แล้วกัน” นายหญิงโยนให้ลูกสะใภ้กล่าวแทน

    “ค่ะ ท่านแม่ ตัวข้ากับท่านแม่ได้ร่วมมือกันวางแผนจับคนร้าย ท่านแม่ได้เร่งออกแบบเสื้อผ้าได้ทั้งหมด 30 ชุดที่แตกต่างกัน พวกเราได้ทำการแบ่งกระดาษแบบผ้าออกเป็นห้าปึก ปึกละ 6 ชุด ข้าเป็นคนนำแต่ละชุดไปวางทิ้งไว้ตรงจุดใกล้ๆ ผู้ต้องสงสัย นั่นก็คือพวกท่านทั้งห้าคน เมื่อท่านทั้งห้าเห็นแบบแล้ว พวกเราก็เลยส่งคนไปสืบที่โรงทอผ้าของศัตรู ก็พบว่าพวกเขาตัดเสื้อผ้าตามแบบที่ท่านแม่ออกแบบไว้จริงๆ และมันเป็นแบบเสื้อผ้าที่น้าเหมยเหนียงเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นคนร้ายเป็นท่านน้าเหมยเหนียงแน่นอนค่ะ”

    “หลักฐานแค่นี้มันไม่เพียงพอหรอก” เหมยเหนียงไม่ยอมรับ

    “ข้าส่งคนแอบติดตามเจ้าด้วยนะ เจ้าแอบลักลอบร่วมมือกับโจรป่าขโมยทรัพย์สินของโรงทอผ้า เถ้าแก่และซานยี่เห็นกับตา” หานหญิงกล่าวด้วยความโกรธ

    “555 ในที่สุดก็จับได้แล้วสินะ ข้าอุตส่าห์เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของโรงทอผ้าแห่งนี้ ที่นี่มันต้องเป็นของข้า และดูสินายหญิงอย่างเจ้าบริหารโรงทอผ้าได้แย่แค่ไหน ค้าผ้าขาดทุนซะขนาดนี้” เหมยเหนียงวิจารณ์

    “เจ้าต่างหากที่จงใจทำให้ข้าขาดทุน เจ้าเป็นน้องข้านะ เหมยเหนียง ทำไมเจ้าเนรคุณข้าแบบนี้” นายหญิงรู้สึกผิดหวัง

    “อย่ามาทวงบุญคุณ ข้าสมควรจะได้เป็นนายหญิงคนใหม่ต่างหาก” เหมยเหนียงแค้น

    “ไม่มีทาง พวกเราจับตัวนางไปลงโทษ” นายหญิงสั่งคนงาน

    สักพักโจรป่าที่แอบอยู่ก็เข้ามาโอบล้อมคนงานทั้งหมด

    “นี่เจ้าจะให้พวกโจรทำร้ายพวกเรางั้นหรือ” นายหญิงตกใจ

    “ใช่ ใครที่มันขัดขวางข้า มันต้องตาย ปะ พวกเราจับพวกมันมัดและนำไปขังไว้” เหมยเหนียงสั่งพวกโจร

    และแล้วกลับกลายเป็นว่าทุกคนยกเว้นตงตงและเหมยเหนียงก็ถูกขังคุกใต้ดิน

    ********************************************************

    ภายในคุก

    “พวกเราจะทำยังไงดี ไม่คิดว่าเหมยเหนียงจะโหดร้ายแบบนี้” นายหญิงกังวล

    “ข้าจะแอบส่งพิราบสื่อสารขอความช่วยเหลือนะคะท่านแม่” ซานยี่อาสา

    “ฝากด้วยนะซานยี่” นายหญิงรู้สึกมีความหวัง

    ซานยี่แอบใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาตัดเชือกที่มัดข้อมือ แล้วเขียนจดหมายถึงหานอู่เพื่อให้เขามาช่วยทุกคน นางแอบมองซ้าย มองขวา แล้วค่อยปล่อยนกพิราบ

    ผ่านไปไม่นาน เหมยเหนียง ตงตงและลูกน้องสองคนก็มาเยี่ยมที่คุก พร้อมกับแสดงนกพิราบที่ตายเพราะโดนลูกธนูเสียบทั้งร่างให้ทุกคนดู

    “ขอโทษนะ ซานยี่ เจ้าส่งจดหมายไม่สำเร็จ” เหมยเหนียงฉีกจดหมายทิ้งให้ทุกคนดู

    จากนั้นตงตงและลูกน้องก็เข้าไปในคุก ตงตงจิกหัวซานยี่ให้ออกมาจากคุก โดยมีลูกน้องคอยกันคนอื่นไม่ให้เข้าไปช่วยซานยี่

    “อย่าทำอะไรลูกสะใภ้ข้านะ ตงตง” นายหญิงตะโกน

    “หุบปาก ข้าต่างหากถึงเหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้ท่าน” ตงตงกล่าวอย่างโมโห

    “แต่เจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับหานอู่นะ” นายหญิงเตือน

    “ข้าเป็นเพียงลูกบุญธรรมของแม่เหมยเหนียง ข้าก็ย่อมมีสิทธิ์ ส่วนมันไม่คู่ควรกับพี่หานอู่ของข้าเลยสักนิด” ตงตงกล่าวกับซานยี่

    “ยังไง เจ้าก็ไม่ควรทำร้ายนาง” นายหญิงพยายามห้ามปราม

    ลูกน้องสองคนจับตัวซานยี่ไว้ ส่วนตงตงก็กำลังจะง้างตบหน้าซานยี่ แต่ทว่า

    “เรียนเหมยเหนียง ท่านหานอู่มาขอพบฮูหยินของเขาครับ” คนใช้รายงาน

    “ทำยังไงดี หานอู่เป็นมือปราบ หากนางไม่ออกไป เขาอาจสงสัยได้” ตงตงกังวล

    “ก็ให้นางออกไปสิ” เหมยเหนียงกล่าว

    “แล้วนางจะไม่บอกพี่หานอู่หรอท่านแม่” ตงตงกลัว

    “พวกเจ้า จับตัวนายหญิงออกมา” เหมยเหนียงสั่งลูกน้อง

    “อย่านะ อย่าทำอะไรท่านแม่นะ” ซานยี่ร้องห้าม

    สักพักชายคนหนึ่งก็เอาดาบมาจ่อที่คอของนายหญิง

    “ข้าขอร้องล่ะ ปล่อยท่านแม่เถอะ” ซานยี่ขอร้อง

    “มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า ซานยี่ หากเจ้ายอมให้ความร่วมมือ แม่ของเจ้าก็ไม่ต้องตาย เอาไง ยอมเชื่อฟังข้ามั้ยล่ะ” เหมยเหนียงกล่าวอย่างเป็นต่อ

    “ได้ ข้าจะออกไปพบท่านพี่ และพยายามไม่ให้เขาสงสัย” ซานยี่ยอมทำตาม

    “พยายามไม่ได้ ต้องไม่ให้เขาสงสัยเลย ถ้าเล่นตุกติก นายหญิงตายทันที จำไว้นะซานยี่” เหมยเหนียงกล่าวด้วยเสียงอำมหิต

    “ข้ารู้แล้ว” ซานยี่รับคำ

    “ซานยี่ออกไปบอกหานอู่เลย ไม่ต้องห่วงข้า” นายหญิงบอกซานยี่ไม่ต้องไปฟังเหมยเหนียง

    สักพักเหมยเหนียงก็ตบหน้าพี่สาว เพี๊ยะ เพี๊ยะ (นายหญิงโดนตบทั้งแก้มซ้ายและแก้มขวา)

    “อย่าทำร้ายท่านแม่” ซานยี่ตะโกนห้าม

    “ไปได้แล้ว ซานยี่ ข้ายังไม่ฆ่าแม่เจ้าหรอก” เหมยเหนียงกล่าว

    ซานยี่เดินไปกับเหมยเหนียงแล้วเดินไปหาหานอู่ซึ่งมากับคนของพรรคยาจกคนหนึ่ง

    หานอู่เข้าไปกอดซานยี่อย่างรักใคร่ “ข้าคิดถึงเจ้ามาก พวกเรากลับกันเถอะนะ”

    ซานยี่อยากจะร้องไห้ แต่ก็สกัดกลั้นไว้และกล่าวว่า “คราวนี้ข้าผิดสัญญาอีกแล้ว ท่านแม่จะสอนข้าทำบัญชีด้วยน่ะท่านพี่”

    “เจ้าไม่ได้จะมาคุมที่นี่เสียหน่อย เรียนรู้ทำไม” หานอู่สงสัย

    “เผื่อข้าไปเปิดร้านที่สือเหนียงไงคะ” ซานยี่กล่าวอ้าง

    “ถึงข้าห้ามเจ้ายังไง เจ้าก็ไม่ยอมฟังข้าอยู่ดี” หานอู่น้อยใจ

    “อย่าตำหนิซานยี่เลยนะหานอู่ นางอยากเรียนรู้จริงๆ” เหมยเหนียงพูดช่วย

    “งั้นสรุปว่า เจ้าจะกลับกับข้าวันไหนกันแน่” หานอู่ถามตรงๆ

    “อีกห้าวันนะหลาน เจ้าเองก็รู้ว่าบัญชีซับซ้อนแค่ไหน” เหมยเหนียงตอบแทน

    “ก็ได้ งั้นอีกห้าวันข้าจะอุ้มเจ้ากลับบ้าน คราวนี้ข้าจะไม่สนใจคำพูดใครอีก” หานอู่เอาจริง

    “ขอบคุณท่านพี่” ซานยี่กล่าวเสียงอ่อน

    “เอ้อ ใช่ ชิงชิงฝากให้ท่านหยงซึ่งเป็นคนของพรรคยาจกนำสมุนไพรเสริมความงามมาให้เจ้าด้วย เขาไม่ยอมฝากข้ามา ต้องส่งของให้เจ้ากับมือ มันเป็นกฎของพรรคยาจก” หานอู่อธิบาย

    ซานยี่รับยาสมุนไพรมาถือไว้ “ขอบคุณท่านมากที่มาส่งของให้ และฝากขอบคุณชิงชิงด้วย”

    “อย่าได้เกรงใจ ข้าไปล่ะ” ท่านหยงหันหลังเตรียมจากไป

    “อะ เดี๋ยวก่อนค่ะ ข้ามีของจะฝากด้วย” ซานยี่กล่าว

    เหมยเหนียงรีบมาจับและบีบแขนของซานยี่ทันที

    “ข้าแค่จะคืนของให้ท่านผู้เฒ่าพรรคยาจกน่ะ ข้าไปยืมเขามา” ซานยี่อธิบายให้เหมยเหนียงฟัง

    เหมยเหนียงถึงยอมปล่อยมือ

    ซานยี่ควักขลุ่ยหยกส่งให้กับท่านหยง จนท่านหยงต้องรีบมองหน้านาง

    “ข้าฝากขลุ่ยหยกนี้ให้ท่านผู้เฒ่าด้วย” ซานยี่กล่าว

    “ครับแม่นาง งั้นข้าขอลา” ท่านหยงรับมาแล้วรีบจากไปทันที

    หานอู่กอดซานยี่อีกครั้งก่อนเดินจากไปเช่นกัน

    พอพวกเขาจากไปจนละสายตา เหมยเหนียงรีบกระชากซานยี่เข้าไปข้างในทันที

    “นี่เจ้าเล่นตุกติกอะไร” เหมยเหนียงรีบถาม

    “ท่านเองก็ได้ยินทุกคำพูดของข้านี่ ข้าไม่ได้บอกอะไรพี่หานอู่เลยสักนิด” ซานยี่ยืนยัน

    “และเจ้ายาจกนั่นล่ะ” เหมยเหนียงระแวง

    “ข้าก็แค่คืนของให้เท่านั้นเอง” ซานยี่กล่าวตามตรง

    “งั้นแล้วไป อย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้าเล่นตุกติก” เหมยเหนียงขู่

    ซานยี่ถูกผลักให้เข้าไปในคุก ไปรวมกับคนอื่นๆ

    ซานยี่รีบเข้าไปกอดนายหญิงทันที “ท่านแม่ มันไม่ได้ทำอะไรท่านแม่ใช่มั้ย”

    “แม่ปลอดภัยดี แล้วเจ้าล่ะ” นายหญิงรีบสำรวจสะใภ้

    “เพื่อความปลอดภัยของท่านแม่แล้ว ข้าแอบส่งข่าวไม่ได้จริงๆ ขอโทษค่ะท่านแม่” ซานยี่กล่าวอย่างรู้สึกผิด

    “พวกเราคงทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น” นายหญิงรู้สึกหมดหวัง

    ********************************************************

    กลางดึก เหมยเหนียงรีบชำระความ โดยจับซานยี่มาฆ่าต่อหน้าทุกคน เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู

    ซานยี่ถูกโจรสองคนจับออกมานอกคุก พร้อมกับนำโซ่มาล่ามติดกับเสา

    “ปล่อยลูกสะใภ้ข้านะ อย่าทำร้ายนาง” นายหญิงตะโกน

    “ทีอย่างนี้รักมันขึ้นมาเชียวนะ” เหมยเหนียงใช้น้ำเสียงเหยียดหยัน

    “ท่านแม่ ข้าเกลียดมัน ข้าขอทำให้มันเสียโฉมก่อน อยากรู้นัก สภาพหน้าเละ พี่หานอู่ยังจะรักและหลงมันอีกมั้ย” ตงตงเข้าไปจิกหัวซานยี่ด้วยความแค้นที่ถูกแย่งคนรัก

    “อย่าทำร้ายลูกข้านะตงตง” เถ้าแก่ตะโกนบ้าง

    “หุบปาก ท่านลุง ข้าต่างหากที่จะได้เป็นลูกสะใภ้ท่าน ถ้าไม่มีมัน พี่หานอู่ต้องรักข้าแน่” ตงตงกล่าว

    “จะทำอะไรก็รีบทำเถอะตงตง” เหมยเหนียงเริ่มรำคาญ

    “ค่ะ ท่านแม่” ตงตงนำมีดสั้นไปจ่อกับเปลวไฟจนมันร้อนแดง แล้วก็นำไปจ่อที่หน้านาง หมายจะทาบมีดสั้นกับใบหน้าของซานยี่

    อีกเพียงไม่กี่คืบเท่านั้นที่มีดจะถึงแก้มซานยี่ หานอู่ก็กระโดดเข้ามาผลักตงตงล้มไม่เป็นท่า และเข้าไปตัดโซ่ให้ซานยี่จนขาด

    คนของพรรคยาจกเข้ามาช่วยปะมือกับโจรที่อยู่ในคุก กลุ่มมือปราบเข้ามาจับกุมตัวน้าเหมยเหนียงและตงตงไว้ ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยปล่อยตัวคนงานโรงทอผ้าทั้งหมดให้ออกมาเป็นอิสระ

    “ทำไมลูกถึงรู้ล่ะ ว่าพวกเราตกอยู่ในอันตราย ในเมื่อเหมยเหนียงคอยตามคุมหานยี่ทุกฝีก้าว” นายหญิงถามลูกชาย

    “ความจริงลูกไม่รู้หรอกครับท่านแม่ แต่เป็นเพราะซานยี่นำขลุ่ยหยกฝากคนของพรรคยาจกไปคืนท่านผู้เฒ่า” หานอู่กำลังอธิบาย

    “แล้วมันเกี่ยวกันยังไง” นายหญิงสงสัย

    “มันเป็นกฎของท่านผู้เฒ่าของพรรคยาจก หากมีคนนำขลุ่ยหยกมาคืนท่านผู้เฒ่า หมายความว่าคนผู้นั้นต้องการขอความช่วยเหลือจากพรรคยาจก ดังนั้นพอหัวหน้าพรรคยาจกรับรู้ก็รีบนำพรรคพวกเดินทางมาหาข้าพร้อมกับบอกความนัยของซานยี่ ข้าจึงรีบพาเหล่ามือปราบมาดูที่โรงทอผ้าทันที เมื่อมาถึง ก็เห็นเหล่าโจรป่าคอยคุมเชิง พวกเราก็เลยรีบบุกเข้าจับครับท่านแม่” หานอู่อธิบายอีก

    “ต้องขอบคุณฮูหยินของเจ้าจริงๆ ไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่รอด” นายหญิงยิ้มให้ลูกสะใภ้

    “ท่านแม่และทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ” ซานยี่รู้สึกปลื้มใจเมื่อเห็นรอยยิ้มของท่านแม่

    “นึกไม่ถึงว่าน้ากับตงตงจะร่วมมือกันทำลายโรงทอผ้าของท่านแม่” หานอู่กล่าว

    “มันคงเป็นปมตั้งแต่ตอนที่ท่านตาของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านตายกโรงทอผ้าให้แม่แทนที่จะเป็นเหมยเหนียง” นายแม่อธิบาย

    “เอาล่ะ พวกเรากำจัดบ่อนทำลายโรงทอผ้าได้แล้ว ค่อยหาทางฟื้นฟูโรงทอผ้าก็แล้วกันนะครับท่านแม่” หานอู่กล่าว

    “นั่นสินะ” นายแม่เห็นด้วย

    ทุกคนในโรงทอผ้าพากันคารวะขอบคุณคนของพรรคยาจกและมือปราบที่มาช่วยเหลือครั้งนี้

    แม่ของหานอู่จึงเลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทนผู้ที่มาช่วยเหลือทุกคน

    “อะ ตามสบายนะคะทุกท่าน ไม่ต้องเกรงใจ” นายหญิงกล่าวกับแขกทุกท่าน

    พอทุกคนทานอาหารกันไปได้สักระยะหนึ่ง หานอู่เลยเข้าไปคุยกับท่านแม่

    “มีอะไรกับแม่งั้นหรอลูก” นายหญิงสงสัย

    “ข้าอยากพาซานยี่กลับ ท่านแม่คงไม่มีอะไรต้องอบรมอีกแล้วใช่มั้ย” หานอู่ถามตรงๆ

    “ความจริง แม่ก็ไม่ได้อบรมอะไรนางหรอก แต่ที่ซานยี่ต้องอยู่ที่นี่ เพราะนางจะช่วยจับหาตัวคนร้ายที่ขโมยแบบเสื้อผ้าของแม่ไปให้โรงทอผ้าเถ้าแก่เซี่ยเฉยๆ” นายหญิงอธิบาย

    “ถ้าเช่นนั้นลูกขอพาตัวนางกลับนะครับท่านแม่” หานอู่กล่าวสีหน้าจริงจัง

    “ได้ลูก” นายหญิงยินยอม

    หานอู่จึงพาซานยี่ไปคารวะท่านพ่อท่านแม่และทุกคนในโรงทอผ้าเพื่อลากลับ

    ทุกคนต่างรักและเอ็นดูนาง กว่าที่หานอู่จะพาฮูหยินกลับสือหนานได้ก็มืดค่ำแล้ว

    หานอู่จึงอุ้มซานยี่ขึ้นม้าและตัวเองก็ขี่ม้าตัวเดียวกันกับนาง

    “ทำไมพวกเราไม่ค้างที่นี่ก่อนล่ะท่านพี่” ซานยี่สงสัยเพราะมันมืดค่ำแล้ว

    “เดี๋ยวเจ้าก็หาเรื่องอยู่ต่ออีก” หานอู่กังวล

    “แต่ข้าอยากแบ่งเบาภาระท่านแม่นี่นา” ซานยี่อยากช่วยงาน

    “เอาไว้ค่อยให้ข้าพามาเยี่ยมอีกก็แล้วกัน ทั้งสองเมือง มันก็ไม่ได้ห่างไกลกันเสียหน่อย” หานอู่กล่าว

    “ก็ได้ค่ะท่านพี่” ซานยี่ยอมฟัง

    ระหว่างที่สองสามีภรรยาขี่ม้าด้วยกัน หานอู่ก็จับแก้มของซานยี่และว่า “ข้าขอโทษนะซานยี่ ความวุ่นวายในบ้านข้า เกือบทำให้เจ้าได้รับอันตรายแล้ว”

    “แต่ท่านพี่ก็มาช่วยข้าทันนี่ อีกอย่างข้าเป็นคนในครอบครัวของท่านไม่ใช่หรือ” ซานยี่ไม่อยากให้สามีคิดมาก

    “มันก็ใช่”

    “ไม่เอาแล้ว เลิกพูดเรื่องที่ผ่านมากันเถอะ” สักพักซานยี่ก็มองเห็นชาวบ้านมุงดูอะไรบางอย่าง “นั่นอะไรน่ะ ท่านพี่”

    “งั้นไปดูกันเถอะ” หานอู่และฮูหยินลงจากม้า เพื่อไปดูสิ่งที่ชาวบ้านมุง

    “หิ่งห้อยค่ะ สวยงามมากจริงๆ” ซานยี่กล่าว

    หานอู่จับมือฮูหยินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบฝูงหิ่งห้อยมีแสงระยิบระยับตระการตา

    สักพัก “เฮ้ย พวกเรา ที่ตลาดมีการแสดงกายกรรม ไปดูกันเถอะ” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว

    ซานยี่กำลังจะเดินตามชาวบ้านไปดูด้วย แต่ฝ่ายชายรั้งตัวนางไว้

    “ทำไมล่ะท่านพี่ ไม่ไปดูงั้นหรือ” ซานยี่เสียดาย

    “มันดึกมากแล้ว วันนี้พวกเราผ่านอะไรมาเยอะแล้ว กลับกันเถอะนะ” หานอู่เกลี้ยกล่อม

    “แต่ว่า” ซานยี่ยังคงอยากไป

    หานอู่ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบอุ้มฮูหยินให้ขึ้นม้าและพากลับบ้าน

    พอทั้งสองอาบน้ำเสร็จ

    ซานยี่ก็รินน้ำชาให้คนรักจิบ

    และก็สมกับการรอคอยของหานอู่ เขาดึงตัวฮูหยินเข้ามากอดและกำลังจะจูบนาง แต่ทว่าเขาก็ล้มและนอนหลับไป

    ซานยี่แอบจับแก้มสามี “ท่านพี่ช่างหลับง่ายจริงๆ เลยนะ วันนี้ท่านพี่ยกให้ข้าสักวันนะ ข้าอยากไปดูกายกรรมจริงๆ”

    ซานยี่แอบขี่ม้าไปดูการแสดงกายกรรมกับชาวบ้าน

    นางนั่งดูการแสดงเพียงลำพัง จนกระทั่งมีนักเลงประจำถิ่นเข้ามาขอนั่งด้วย

    “แม่นาง วันนี้มาชมคนเดียวงั้นหรอ ข้านั่งเป็นเพื่อนนะ” นักเลงส่งสายตาเจ้าชู้ใส่

    “เปล่า นางมากับสามี” หานอู่กล่าวเสียงแข็ง

    “เฮ้ย ท่านมือปราบคนใหม่ นางเป็นฮูหยินของมือปราบหรือนี่” นักเลงตกใจ

    “ใช่” หานอู่กล่าว

    “ไป ไป พวกเราไปกัน” นักเลงไม่อยากมีเรื่องด้วย

    “ท่านพี่ เอ่อ ไม่ได้นอนหลับงั้นหรือคะ” ซานยี่หลบตาเพราะกลัวความผิด

    “ข้าได้กลิ่นยานอนหลับจากในน้ำชา ข้าก็เลยแกล้งดื่มให้เจ้าเห็น พอแกล้งหลับ เจ้าก็รีบขี่ม้ามาที่นี่เชียวนะ” หานอู่กล่าว

    “ข้าอยากดูกายกรรมนี่นาท่านพี่” ซานยี่ก้มหน้าพูด

    “ต่อไปเจ้าอย่าดื้อ อย่าป่วนแบบนี้อีกนะ อยากดูอะไรก็บอกข้าดีๆ เดี๋ยวข้าพามาเอง และนี่หากข้ามาไม่ทัน เจ้าอาจเกิดอันตรายได้รู้มั้ย” หานอู่ตักเตือน

    “ข้าขอโทษค่ะ ท่านพี่”

    กลายเป็นว่าหานอู่จำต้องมานั่งชมกายกรรมข้างๆ ฮูหยิน ผ่านไปไม่นานฮูหยินก็สิ้นฤทธิ์ นางง่วงจนนอนซบไหล่สามีอยู่อย่างนั้น

    หานอู่มองนางและส่ายหน้า พร้อมกับจับแก้มอย่างหมั่นเขี้ยวและพึมพำเบาๆ “ก็ข้ามีฮูหยินจอมป่วนนี่นา กลับกันเถอะนะฮูหยินของข้า” เขาหอมแก้มฮูหยินเบาๆ ก่อนจะอุ้มพากลับบ้าน

    เมื่อมาถึงห้องนอน หานอู่ค่อยๆ วางฮูหยินบนเตียงเบาๆ และด้วยความอ่อนล้า ทั้งสองจึงหลับเพลียไปด้วยกัน

    จบบริบูรณ์



    คล้ายกับเรื่องว่าที่ฮูหยินจอมป่วน ที่คุณอ่าน