พระพายมองหน้าของคนที่เอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังหมายถึงที่ไหนหรือว่าเขากำลังจะแกล้งอะไรเธออย่างนั้นหรือ
“บ้านค่ะ” หญิงสาวตอบกลับในขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างของคนนั่งไขว่ห้างเขี่ยหน้าจอแท็บเล็ต อยู่ที่โซฟาเบาะหนังตัวยาว
“บ้านไหน?”
“บ้านของฉันสิคะ”สาวร่างเล็กเอียงคอมองคนถามตาปริบ ๆ เสียงตอบเริ่มสูงขึ้นนิดหน่อย
“คุณแน่ใจเหรอ?”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”สิ้นสุดความอดทน หญิงสาวเลือกเล่นถามตอบ และถามออกไปตรง ๆ
“มานั่งก่อนสิ”มือใหญ่ตีที่เบาะโซฟาข้าง ๆ ตัว บอกตำแหน่งให้หญิงสาวรู้ว่าเขา้าให้เธอนั่งตรงไหน
แต่สิ่งที่หญิงสาวเลือกทำคือการนั่งตรงโซฟาตัวเล็กใกล้ตัว
“ฉันพร้อมฟังแล้วค่ะสรุปว่าคุณวัสหมายความว่ายังไงคะ”เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขารู้ข้อมูลอะไรมาบ้างเธอยังไม่ได้ถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่โรงแรมกับเสี่ยนพไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากรู้เพียงแต่เธอไม่อยากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่น่าอับอายเมื่อกลางวันนั่นอีก
ซึ่งถ้าหากเขารู้ว่าเธออยู่ที่นั่นได้เขาก็คงจะรู้เื่อื่น ๆ ของเธอได้ด้วยเช่นกันและตอนนี้เธอก็อยากรู้ว่าเขารู้อะไรมาบ้าง แล้วจะเป็สิ่งที่เธอไม่รู้ด้วยหรือเปล่าเพราะถึงตอนนี้เธอก็ยังคาใจกับเหตุผลที่แม่ใหญ่ของเธอต้องเป็หนี้มากมายถึงสิบล้าน
“แกไม่ต้องรู้หรอกถ้าแกมีความคิดที่จะตอบแทนบุญคุณที่ฉันเลี้ยงแกมาจนโตป่านนี้อยู่ในหัวบ้าง ก็ไปจัดการหนี้สิบล้านให้มันหายไปทีถ้าแกไม่อยากเห็นฉันบ้าตายไปต่อหน้าต่อตาแล้วพวกแกเองก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอนกันด้วย” เสียงตวาดดังอย่างคนอารมณ์เสียของ คุณดาหวันส่งออกมาเมื่อพระพายถามถึงสาเหตุของการเป็หนี้
“แต่ผมไม่พร้อมผมไม่อยากพูดเสียงดัง” นอกจากจะพูดออกมาแล้ว สายตาก็ยังส่งตรงไปบอกคนที่นั่งผิดจุดด้วยว่าเขากำลังหมายถึงอะไร
จนพระพายต้องยอมขยับเข้าไปนั่งในตำแหน่งที่เขา้าในที่สุดกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ โชยเข้าจมูก คนขยับมาใกล้เผลอสูดหายใจเข้าไปและก็อยากจะสูดมันเข้าไปอีก...หอมจัง
“ค่ะสรุปว่าคุณรู้อะไรมาคะ”
“เื่อะไรดีล่ะ”
“ก็แล้วคุณรู้เื่อะไรมาบ้างก็เล่ามาทุกเื่นั่นละค่ะ” เสียงหวานเริ่มกระด้างขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากที่เห็นว่าคนเอาแต่ใจยังคง โยกโย้ไม่พูดเื่ที่เธอ้ารู้เสียที
“ก็นี่ไง”นิ้วยาว ๆ ชี้ไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมที่เ้าตัวเพิ่งจะละสายตาจากมา“ผมรู้ว่าตอนนี้หุ้นอสังหาฯ หลายตัวกำลังตกลงมาอยู่แถว ๆ แนวรับและบางตัวก็มีโอกาสจะทะลุแนวรับลงมาได้อีกด้วย ส่วนหุ้นกลุ่...”
“คุณวัส!!”สาวร่างเล็กกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับเสียงที่แหวออกมาด้วยความไม่พอใจ“ฉันไม่ได้อยู่เพื่อจะฟังเื่หุ้นค่ะ ถ้าคุณจะพูดเื่นี้ ฉันก็ต้องขอตัวก่อน ขอบคุณสำหรับวันนี้อีกครั้งถ้ามีโอกาสฉันจะขอเลี้ยงข้าวคุณคืนก็แล้วกันนะคะ”
ผมสลวยสีน้ำตาลเข้มหยักศกปลิวสยายไปตามแรงสะบัดของใบหน้ากลมสวยเท้าเล็ก ๆ ก้าวฉับ ๆ อย่างลืมนึกถึงมารยาทเพื่อหวังจะออกจากบ้านหลังนี้ไปให้เร็วที่สุด เพราะกำลังรู้สึกว่าเสียรู้คนตัวใหญ่เข้าอีกจนได้
“เดี๋ยวสิครับคุณพระพาย” ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ เข้าไปขวางหน้าคนที่หน้ายุ่งชนิดบอกบุญก็ไม่รับ
“ฉันจะกลับบ้านแล้วค่ะตอนนี้มันดึกมากแล้ว”
“นั่นสิครับมันดึกมาก แล้วคุณจะกลับยังไง” ไหล่หนายกขึ้นเล็กน้อย
“ฉันเดินออกไปเรียกแท็กซี่เองได้ไม่ต้องห่วง ฉันไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ” แววกล้าแข็งของคนตั้งใจดื้อฉายชัดอยู่ในดวงตาใสไซซ์โตก่อนจะเบี่ยงตัวหวังจะเดินหลบร่างสูงใหญ่ที่ขวางทางเธออยู่ออกไป
“พระพาย” มือใหญ่คว้าแขนของหญิงสาวเอาไว้ได้แล้วดึงเข้าหาตัวร่างเล็กเซถลาเข้ามาปะทะกับลำตัวหนา ก่อนจะพันธนาการเธอเอาไว้ด้วยอ้อมกอดของเขา“ทำไมคุณถึงยังไม่เข้าใจอะไรสักทีนะ”เสียงทุ้มส่งออกมาตัดพ้อคนในอ้อมกอดที่ยังคงดิ้นขลุกขลัก
“คุณวัสปล่อยฉันนะคะ นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ การที่คุณไปพาฉันออกมาจากเสี่ยนพแล้วให้ที่พัก เลี้ยงอาหารฉัน ไม่ได้หมายความว่าคุณจะล่วงเกินฉันยังไงก็ได้นะคะ”พระพายยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกรัดมากขึ้น และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอต้องออกแรงมากขึ้นอีกและความรู้สึก คุกรุ่นก็เริ่มเดือดดาลมากขึ้น
“ถ้าผมล่วงเกินไม่ได้แล้วใครทำได้ เสี่ยนพอย่างนั้นเหรอ?” วัสสะตอบกลับไปทันควันอย่าง้าประชดโดยไม่ทันได้คิดว่าคนในอ้อมกอดจะรู้สึกเช่นไร
ใบหน้ากลมแหงนเงยขึ้นส่งตาแป๋วฉ่ำไปด้วยน้ำที่เริ่มรื้นขึ้นมาจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ
“ผมขอโทษ”แววตาที่แข็งกระด้างอ่อนลงทันที อ้อมกอดที่รัดแน่นคลายลงเล็กน้อย “แต่ผมเสียใจเมื่อไหร่กันพระพาย เมื่อไหร่ที่คุณจะยอมรับความรู้สึกของผมเสียทีผมรู้ว่าคุณรู้ว่าผมรู้สึกกับคุณยังไง หนึ่งปีที่ผ่านมาผมมั่นใจว่าคุณต้องรับรู้ได้” ทั้งที่จริงมันนานกว่านั้น
อกกว้างที่ถูกปกปิดไว้ด้วยเสื้อยืดเนื้อนิ่มยี่ห้อดังกลายเป็ที่ซับน้ำตาของสาวร่างเล็กอีกครั้ง ใช่แล้วเธอรู้แต่ว่าเธอไม่คิดจะอาจเอื้อม ความแตกต่างที่มากมายยิ่งเมื่อได้มาเห็นบ้านของเขาอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้เธอได้เห็นว่าความแตกต่างระหว่างเขากับเธอนั้นมีมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียอีกและนอกเหนือไปจากความแตกต่างที่เธอมองเห็น ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเธอไม่มีความคิดที่จะเปิดประตูใจให้ใครเพราะข้างในนั้นมีคนที่จับจองพื้นที่ใจของเธออยู่แล้ว ถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นจะยังมีตัวตนอยู่บนโลกนี้หรือไม่ก็ตาม
“ฉันไม่รู้ค่ะไม่รู้อะไรทั้งนั้น กรุณาปล่อย” ปล่อยให้ฉันไปตามทางของฉัน...ที่ไม่มีคุณ
ท่าทางตั้งแง่ปฏิเสธแสดงออกมาให้เห็นชัดเจนทำเอาหัวใจแกร่งวูบไหวด้วยความผิดหวัง แต่เขาเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองว่าเธอก็คิดไม่ต่างไปจากเขา เพียงแค่มีบางอย่างที่ปิดกั้นเอาไว้ซึ่งจะเป็อะไรนั้น เขาจะต้องรู้ให้ได้ แต่ระหว่างที่กำลังหาคำตอบเขาจะไม่เปิดโอกาสให้ใครมาคว้าเธอตัดหน้าไปได้เด็ดขาด
“ไม่!ไม่มีทาง! ต่อจากนี้คุณจะไปไหนอีกไม่ได้คุณต้องอยู่ที่นี่” น้ำเสียงแข็งกร้าวพูดเน้นชัดถ้อยชัดคำทำเอาคนที่หลับหูหลับตาดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนของเขาหยุดชะงักแล้วเงยหน้าจ้องมองเขาอย่างเอาเื่เช่นกัน
“หมายความว่ายังไงคะ?คุณไม่มีสิทธิ์มากักขังหน่วงเหนี่ยวฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความ”
“ผมมี! ตราบใดที่คุณยังหาเงินสิบล้านมาใช้หนี้ผมไม่ได้”
เหตุผลที่วัสสะพูดออกมาอย่างตั้งใจจะกักตัวหญิงสาวเอาไว้ทำให้คนฟังถึงกับอึ้งและมองเขาด้วยสายตาที่ผิดหวังซึ่งนั่นก็สร้างความปวดใจให้กับคนพูดด้วยเช่นกันแต่ในเวลานี้เขา้าเพียงที่จะกักตัวเธอเอาไว้...เพื่อเธอเอง...ที่เป็หัวใจของเขาด้วยเช่นกัน
“นี่คุณจ่ายเงิ...”เสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือ เบาโหวงและ จางหายไปในที่สุด มีเพียงแววตาแห่งความผิดหวังที่ไหวระริกอยู่เท่านั้นที่ยังเขม้นมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างประเมินเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงใจร้ายกับเธอได้เพียงนี้ เมื่อกี้ยังพูดทำนองว่ารักเธอแต่ตอนนี้สิ่งที่เขาพูดออกมากลับตรงข้ามแตกต่าง
“ใช่ผมจ่ายเงินให้เสี่ยนพ ใช้หนี้ให้คุณไปแล้วเพราะฉะนั้นตอนนี้คนที่คุณจะต้องชดใช้หนี้ให้ก็คือผม”
สิ่งที่คลุมเครือไม่แน่ใจบัดนี้กระจ่างชัด เขา้าจะบีบบังคับเธอจริง ๆ ที่คิดว่าเขาช่วยแท้จริงก็แค่การทำเพื่อหวังผลในตัวเธอ น้ำใส ๆเอ่อล้นออกนอกกระบอกตาลงมาผ่านแก้มใส ปลายจมูกทรงหยดน้ำแดงเรื่อ
น้ำตาของหญิงสาวตรงหน้าทำให้หัวใจของชายหนุ่มอ่อนยวบ จนไม่รู้จะต้องทำยังไงดีที่จะให้น้ำตาจากดวงตาคู่สวยเหือดแห้งไป โดยที่เขาจะใจอ่อนยอมให้เธอกลับบ้านไปไม่ได้อีกเช่นกันและสิ่งที่เขาตัดใจทำคือ...
“เป็อะไรเสียใจมากนักหรือไง ที่ต้องเปลี่ยนจากเสี่ยอ้วนลงพุงนั่นมาเป็ผม”
“...”ไม่มีถ้อยคำตอบกลับจากสาวร่างเล็ก ยกเว้นเสียงสะอึกสะอื้นของร่างที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัวพระพายน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองจนเกินคณานับ เธอกำลังหนีเสือปะจระเข้สินะ โลกที่โหดร้ายใบนี้ไม่มีทางเลือกให้กับเธอแม้แต่จะเลือกทางเดินให้ตัวเองก็ยังไม่ได้ ทุกคนทำกับเธอเหมือนเป็สิ่งของที่สามารถใช้เงินซื้อหาเอาได้ไม่ต่างไปจากสิ่งของที่มีมูลค่า อยากได้เงินก็เอาเธอไปแลกมา อยากได้เธอก็แค่เพียงใช้เงินซื้อหาไม่มีใครคิดถึงจิตใจเธอแม้สักนิด ความคิดทั้งหมดทั้งมวลประดังประเดถาโถมเข้ามาและทำให้โลกของเธอมืดมนลงทุกที ๆ จนกระทั่งดับสนิท