“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น?”
ไตเติ้ลตั้งคำถามแม้สายตาจะหันไปมองเด็กชายที่แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวคนนั้นแต่อันที่จริงแล้วคือเขาถามกับตนเอง…
ถามความทรงจำจากเ้าของร่างเดิมที่หลงเหลืออยู่
แล้วพลันก็ระลึกรู้คำตอบถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่นี้ขึ้นมาได้ว่า
ไอ้พ่อชั่วเดชาคนนี้มันกำลังบีบคอลูกชายของมันอยู่ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าให้ตายแต่เป็การระบายอารมณ์ของเศษสวะขี้เมาในยามเมื่อเหล้าเข้าปากเด็กชายตัวเล็กที่พอตนเองจะถูกฆ่าก็หวาดกลัวจนเผลอยืมพลังจิตมารออกมาใช้โดยไม่รู้ตัวพลังนั้นอัดเดชาจนตัวลอยไปกระแทกกับกำแพง แล้วหัวก็น็อกเดี้ยงตายไปจากแรงกระแทกนั้น
………
……….
อ่า… ถึงแม้ไตเติ้ลจะยังมึน ๆ เบลอ ๆเพราะแรงกระแทกที่ศีรษะก็เถอะ แต่ถ้าเขาจำเนื้อเื่ที่เคยอ่านมาไม่ผิดพลาดแล้วล่ะก็นี่คือครั้งแรกที่เ้าว่าที่ิญญาร้ายตนนี้ฆ่าคนสินะ แล้วคนที่ฆ่าก็ยังเป็พ่อของตัวเองเสียด้วยสิต่อไปหลังจากนี้เ้าเด็กนรกนี่ก็จะเทิร์นดาร์กเข้าสู่ด้านมืดของชีวิต เริ่มรู้สึกได้ถึงพลังจิตมารในร่างของตนเองแล้วก็จะใช้พลังนี้ปล้น ฆ่า ่ชิงทำเลวสารพัดเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดในโลกอันมืดมนไร้หนทางรอดของชีวิต
แล้วหลังจากนั้นเป็ยังไงต่อหว่า…?
เหมือนว่าการใช้พลังจากจิตมารตามเนื้อเื่แล้วจะต้องแลกด้วยพลังชีวิตของตัวเองเ้าเด็กนี่ก็เลยอายุสั้นแล้วตายั้แ่ยังหนุ่มพอตายแล้วิญญาที่หลอมรวมเข้ากับจิตมารก็กลับกลายเป็ิญญาที่มีพลังอำนาจพอเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็คอยอิจฉาริษยา ทำร้าย แล้วก็ฆ่าคนไปเรื่อยเปื่อยเป็งานอดิเรกจนกระทั่งพระเอกของเื่มาเจอเข้า
ลูกพลับไม่รู้เลยว่าเวลานี้
คนที่นั่งหน้ามึนอยู่เบื้องหน้าของตนนั้นได้เปลี่ยนไส้ในไปแล้วเรียบร้อย
เด็กน้อยสังเกตมองสีหน้าครุ่นคิดของบิดาเพราะต้องเผชิญกับอารมณ์รุนแรงของผู้เป็พ่อมานับแต่เล็กจึงทำให้เ้าตัวเล็กรู้จักระแวงระวังที่จะอ่านอารมณ์ของผู้คนและเอาตัวรอดจากอารมณ์ขึ้นๆ ลง ๆ ของพ่อขี้เมาคนนี้ได้ แต่ว่า…
ตอนนี้พ่อดูแปลกไป เมื่อกี้ยังเมา โมโหร้ายแต่ตอนนี้กลับดูนิ่งมาก แล้วก็คิดอะไรในใจอยู่ก็ไม่รู้
เด็กชายเข้าใจว่าเมื่อครู่นี้พ่อตั้งคำถามกับตนเขาอยากที่จะตอบออกไป…
ถึงแม้ว่าจริง ๆ แล้วลูกพลับจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ถ้าพ่อถามมาเขาก็แค่ตอบอะไรออกไปก็ได้ตามแต่สภาวะอารมณ์ของพ่อพูดอะไรก็ได้ให้พ่อพอใจแล้วจะไม่ตบตีเขา แต่สีหน้าที่พ่อแสดงออกอยู่ในเวลานี้…
พ่อกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหน? ลูกพลับควรจะตอบอะไรออกไปอย่างไรดีพ่อถึงจะไม่โกรธและทำร้ายลูกพลับอีก?
เด็กชายพยายามครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอดและเมื่อคิดไม่ออกหน้าตาเลอะเขรอะที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำก็เริ่มเหยเกเตรียมจะเปล่งเสียงร้องไห้ออกมา
“อย่าได้แหกปากออกมาให้ปวดประสาทเด็ดขาดเลยนะ”
ไตเติ้ลโพล่งฉับพลันเด็กน้อยกลับเงียบกริบลงในทันที
‘โว๊ะ! พูดรู้เื่ด้วยแฮะ’ ชายหนุ่มเบิกตากว้างขึ้น
สิ่งที่ชายโสดวัยสี่สิบเจ็ดปีไม่ยอมมีครอบครัวอย่างเขาเกลียดมากที่สุดก็คือเสียงร้องไห้หนวกหูของพวกเด็กปากเปราะนี่แหละ แถมเ้าเด็กพวกนี้ถ้าบอกว่าอย่าร้องก็มักจะยิ่งแหกปากร้องหนักขึ้นอีกด้วย
ไอ้ตายแล้วมาเกิดใหม่ในร่างซกมกแบบนี้ยังไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่หรอกเพราะปัญหาที่น่ากลัวที่สุดก็คือไอ้ร่างนี้ดันมีลูกชายวัยกำลังปากเปราะนี่แหละ ที่ทำให้ไตเติ้ลรู้สึกเครียดมากที่สุด
แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ใช่แบบนั้นแฮะสั่งว่าอย่าร้องไห้ก็หยุดนิ่ง ไม่ร้องออกมาได้ตามสั่งทันทีเลยด้วย
ก็… นะ เป็เด็กที่จะเติบโตขึ้นไปเป็ิญญาร้ายฆ่าคนนับพันศพเลยนี่หว่าจะให้เหมือนกับเด็กอื่น ๆ ทั่วไปได้อย่างไรกันล่ะ
“ป๊ะป๋าหัวกระแทกหนักจนสร่างเมาแล้วว่าจะไปอาบน้ำสักหน่อย นาย… ลูกพลับไปนอนเหอะ”
เห็นเด็กชายว่าง่ายชายหนุ่มก็เริ่มเบาใจพยายามตั้งสติและปรับตัวกับสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองให้ได้
“ป... ปะ…ป๋า…?”
เด็กน้อยทวนคำ พ่อไม่เคยเรียกแทนตัวเองว่าป๊ะป๋ามาก่อนเลยแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ไม่เคยเรียกชื่อลูกพลับว่าลูกพลับแบบนี้มาก่อนด้วยเช่นกัน
เท่าที่ในความทรงจำน้อย ๆ ของเด็กชายจะระลึกได้พ่อจะเรียกลูกพลับด้วยสรรพนามต่าง ๆ ทั้ง มึง ไอ้พลับ ไอ้เ_ี้ย ไอ้ชาติ(สารพัด)สัตว์จนเด็กชายแทบจะเข้าใจไปแล้วว่าตัวเองชื่อไอ้เ_ี้ยแทนชื่อว่า ลูกพลับ
“ไม่ต้องงง ต่อไปนี้เรียกฉันว่าป๊ะป๋า หรือป่าปี๊อะไรก็ได้ แล้วป๊ะป๋าก็จะเรียกนายด้วยชื่อว่าลูกพลับเหมือนกัน โอเคไหม?”
ไตเติ้ลตัดสินใจทำข้อตกลงกับเด็กตัวน้อย
ตามปกติในชีวิตก่อนตายตัวเขาไม่ค่อยจะพูดจาหยาบคายเป็กิจวัตรอาจมีพูดคุยกับเพื่อนบ้าง แต่กับคนในครอบครัวนั้น…
ไม่มีทางจะหลุดพูดออกไปให้ถูกตัดออกจากกองมรดกได้ง่ายๆหรอก
ดังนั้นแล้วถ้าจะให้เรียกเ้าเด็กตัวจ้อยนี่ด้วยคำสารพัดสัตว์แบบเ้าของร่างเดิมไตเติ้ลไม่มีทางทำได้โดยไม่กระดากปากเด็ดขาดส่วนคำเรียกของเด็กชายนั้น…
ถึงชีวาจะวายจากโลกเดิมมาตอนอายุสี่สิบเจ็ด แต่เขาก็เป็คนแก่ในวัยสี่สิบเจ็ดปีที่นิสัยอินโทรเวิร์ธแถมโสดทั้งแท่งไม่มีทั้งแฟน ไม่มีทั้งลูก
ถ้าถูกเรียกว่าป๊ะป๋า ป่าปี๊อะไรพวกนี้ยังพอทำใจเพราะคุยกับหมากับแมวก็เรียกแทนตัวเองแบบนี้แต่ไอ้จะให้เด็กที่เพิ่งจะเคยเจอหน้ากันครั้งแรกมาเรียกว่าพ่อมันก็ออกจะขัดหูกับความรู้สึกอยู่สักหน่อย
“ป๊ะป๋า… ลูกพลับ…”
เด็กชายทวนคำเรียกตามที่ชายหนุ่มบอกมา
หนูน้อยเคยได้ยินเด็ก ๆที่ครอบครัวพาไปทำบุญที่วัดเรียกพ่อแม่ตัวเองว่าป่าป๊า หม่าม้า ป๊ะป๋า หม่ามี้อะไรพวกนี้อยู่บ้าง คำเรียกพวกนี้เด็กชายฟังออกมาเป็ศัพท์ภาษาเดียวกันหมดไม่ใช่ภาษาไทย จีน หรืออังกฤษ แต่ในความเข้าใจของเด็กตัวน้อยนั้นมันคือภาษาของ ‘บ้านคนรวย’ พวกเด็กๆ ที่พ่อแม่รวยแล้วก็รักลูกมากมักจะให้ลูกเรียกตัวเองแบบนี้
ลูกพลับเองก็อยากจะลองเรียกพ่อตัวเองแบบนี้บ้างเหมือนกันแต่เคยลองเรียกไปครั้งหนึ่งแล้วก็ถูกพ่อตบจนแก้มบวมแถมยังด่าว่ากระแดะ แต่ตอนนี้พ่อบอกให้เขาเรียกว่าป๊ะป๋าด้วยตัวเอง…
แปลว่าลูกพลับกำลังจะได้ฝึกเรียกแบบลูกคนรวยแล้วสินะเวลาคนอื่นได้ยินลูกพลับเรียกพ่อแบบนี้ก็จะต้องคิดว่าลูกพลับรวยแล้วก็เป็เด็กที่มีความสุขแน่ๆ เลย
พอคิดอย่างนี้เด็กชายก็เริ่มคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทั้งที่ใบหน้าฟกช้ำเต็มไปด้วยาแ
ไตเติ้ลพอสังเกตเห็นแผลช้ำบวมอย่างนั้นก็เผลอกลั้นหายใจไปวูบหนึ่งคิดว่าเ้าหนูนี่ท่าทางจะเจ็บน่าดู ควรที่จะต้องทำแผล
แต่ก็อีกล่ะ จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิมบ้านหลังนี้มันแทบจะไม่ใช่บ้าน เป็แค่เพิงซุกหัวนอนที่มีแต่เหล้ากับหลังคากันฝน ไฟฟ้ายังไม่มีใช้ ห้องน้ำยังจะต้องไปอาศัยใช้ของวัดและก็แน่นอนว่าไอ้ขี้เมาจรจัดอย่างเดชาไม่มีทางที่จะซื้อยาทำแผลติดบ้านเอาไว้อย่างแน่นอน
‘เอาวะ! ไหน ๆ ก็หลุดเข้ามาอยู่ในนี้แล้วนี่’
ไตเติ้ลคิดประเมินสถานการณ์อยู่ในหัวของตนอย่างตัดสินใจว่าแล้วก็ลุกยืนขึ้น หิ้วคอเสื้อยืดเก่าขาดสีมอซอของเ้าเด็กร่างผอมพาลูกพลับไปล้างหน้า ล้างแผลด้วยน้ำเปล่าเท่าที่มีอยู่ในบ้านจากนั้นจึงส่งลูกชาย(ของเ้าเดชา)เข้านอน ก่อนจะเริ่มศึกใหญ่จัดการกับสภาพร่างโสโครกสุดเหม็นของตนเองให้ดูเป็ผู้เป็คนต่อไป.
กว่าจะอาบน้ำเสร็จ
ก็เป็เวลาที่ดึกมากแล้ว น้ำในโอ่งหลังบ้านก็เป็น้ำที่ลูกพลับตักมาจากวัดหิ้วน้ำใส่ประป๋องถือตามแรงน้อย ๆ ของเด็กตัวเล็กได้มาทีละครึ่งถังเอามาเทใส่ตุ่มแตก ๆ ก็มีอยู่เพียงแค่ครึ่งตุ่มเท่านั้น
กับสภาพร่างที่สกปรกซกมกขนาดนี้อาบน้ำไปประหยัดน้ำไปกว่าจะสะอาดพอกลบกลิ่นเหม็นได้ก็เสียเวลาไปนานพอดูไตเติ้ลใช้น้ำจนเกือบหมดตุ่มแล้วก็แอบจะนึกเห็นใจร่างเล็ก ๆของเ้าเด็กลูกพลับนั่นเอาเสียมิได้
กรรมของเ้าว่าที่ิญญาร้ายนั่น ดันเกิดมามีพ่อเลวทรามที่วันๆ เอาแต่เมา งานการไม่ทำ เด็กตัวเล็กแค่นั้นต้องหิ้วน้ำหนัก ๆมาเทใส่ตุ่มทุกวันให้พ่อตัวเองใช้ คิดแล้วก็ช่างน่าสงสาร...
เ้าลูกพลับตอนนี้ยังคงหลับสนิท วันนี้ท่าทางจะเป็วันนรกของเ้าเด็กขาดสารอาหารนี่มายาวนานอยู่พอสมควรเพราะทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะโดนพ่องมันซ้อมไปขนาดนั้นแท้ ๆ แต่เ้าเด็กนั่นกลับหลับเป็ตายได้อย่างไม่ผวาตื่นเหมือนกับพวกเด็กที่ถูกทำร้ายถูกทรมานมาอย่างยาวนาน
ถ้าไม่ชาชินกับเื่อย่างนี้จนลืมจะฝันร้ายมันก็แปลได้อย่างเดียวว่าหมดเรี่ยวแรงจนหลับเป็ตายไปอย่างที่เห็นนั่นแหละ
จะว่าไปแล้วไอ้เื่วันนรกแตกแบบนี้มันไม่ใช่แค่กับเ้าลูกพลับหรอกแต่กับเขานายไตเติ้ลก็เช่นกัน คนเราอยู่ ๆ ก็ลืมตาตื่นมาอยู่ในร่างโคตรเหม็นแบบนั้นนี่มันโคตรนรกจนสมองคิดอะไรแทบไม่ออก
ทั้งกว่าจะขัดความเหม็นออกไปด้วยสบู่ถูก ๆ กับน้ำในปริมาณจำกัดจำเขี่ยได้ก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมงพอควร หัวที่กระแทกก็ยังมึน ๆปวดหนึบ ๆ อยู่เลยด้วย ดันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างสวะกากเดนสังคมแบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าวันนรกแตกมันก็ต้องเรียกว่าวันนรกแตกสุด ๆ อยู่แล้วล่ะแบบนี้
ไตเติ้ลคิดไปคิดมาแล้วก็ตัดสินใจว่าจะวางทุกสิ่งอย่างในความวุ่นวายของเ้าของร่างเดิมและความสับสนจากตัวของเขาเองที่เพิ่งสับเปลี่ยนร่างเอาไว้ในสภาพแบบไม่รับรู้สิ่งใดๆ แล้วหนีไปนอนก่อนก็น่าจะดีกว่าบางทีพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาอาจโชคช่วยได้กลับร่างของตัวเองหรืออย่างน้อยก็อาจจะคิดอะไรออก วางแผนการดำเนินชีวิตของตนเองในสภาพ
ร่างซกมกของไอ้เ้าเดชานี่ได้ต่อไป.