หลังจากนั้นลินเซ่ก็ฝึกเวทมนตร์อย่างต่อเนื่องจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงพลังสมาธิสุดยอดเลย แต่ว่า ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ถึงจะไม่ต้องห่วงเรื่องพลังเวทแต่คราวนี้เป็นพลังกายที่ไม่พอแทน
ยังไงก็พักก่อนละกัน
“ยากจริง ๆ ด้วยค่ะ...... ไม่ว่ายังไงก็จับเค้าโครงของเวทมนตร์นี้ไม่ได้เลย......”
“งั้นเหรอ......”
ยากจริง ๆ ด้วยสินะ ไอ้ที่เรียกว่าเวทมนตร์โบราณเนี่ย เอาเถอะเพราะมันเป็นเวทมนตร์ที่แทบไม่มีใครใช้ ก็เลยไม่มีตัวอย่างให้ดูถ้าจินตนาการของตัวเองไม่กล้าแข็งพอก็จะไม่สามารถก้าวข้ามต่อไปได้สินะ
“......อย่างน้อย ๆ ถ้ารู้ความหมายของคำว่าบับเบิ้ลบอมบ์ล่ะก็......”
“........................ครับ?”
คำพูดของลินเซ่ทำให้ผมส่งเสียงเซ่อ ๆ ออกไปซะได้ เอ๋? หมายความว่าไง?
“ความหมายของบับเบิ้ลบอมบ์?”
“? ค่ะ ดูเหมือนชื่อเฉพาะของเวทมนตร์จะมีความหมายอยู่ อย่างเช่นคำว่า【ไฟเออร์】ของ【ไฟเออร์สตรอม】ก็คือไฟ......”
“ไม่ไม่ไม่ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น”
อ้าว? ภาษาอังกฤษเนี่ย......ไม่ได้แปลมาให้หรอกเหรอ?แปลว่าสื่อมาตรงๆ โดยไม่เกี่ยวกับความหมายเลยสินะ?
ผมขอยืมคัมภีร์มาจากลินเซ่แล้วลองอ่านด้วย【รีดดิ้ง】............ตรงที่เป็นตัวคาตางานะอ่านว่า “บับเบิ้ลบอมบ์” สินะ งั้นเหรอ แบบนี้นี่เองสินะ......
แปลว่าถึงจะรู้จักคำว่า【ไฟเออร์บอล】แต่ก็ไม่ได้เข้าใจไปถึงความหมายนี่เองถึงดูเหมือนจะพอรู้อยู่บ้างว่า “ไฟเออร์” จากในพวกเวทอย่าง【ไฟเออร์บอล】【ไฟเออร์แอโรว์】【ไฟเออร์สตรอม】คือคำที่แสดงถึงไฟก็เถอะ
เอ๊ะ งั้นทุกคนก็ตะโกนชื่อเวทมนตร์ออกมาโดยไม่รู้ความหมายน่ะสิ?เป็นเรื่องที่แปลกดี......ไม่เข้าใจเลยแฮะคนอื่นเขาไม่ได้ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษกันหรอกเหรอ? ถ้าจำไม่ผิด เคยมีคนบอกว่าไอซ์ = น้ำแข็งนี่นาพระเจ้า ฟังก์ชันแปลภาษามันออกจะแปลก ๆ นะครับ
คงมีแค่คำว่าบับเบิ้ลกับบอมบ์ที่มันแปลกล่ะมั้งไม่ว่าคำไหนก็แทบไม่ได้ใช้สนทนาในชีวิตประจำวันของญี่ปุ่นด้วยนี่นะ......
“? เป็นอะไรไปเหรอคะ?”
“อ๊ะ เปล่า...... คำว่า “บับเบิ้ล” ก็คือฟองส่วน “บอมบ์”หมายถึงลูกระเบิดน่ะ”
“ลูกระเบิด?”
“อ๊ะ หมายถึงของที่ระเบิดได้ ล่ะมั้ง คล้าย ๆกับของที่ออกมาตอนลินเซ่ใช้เวทมนตร์【เอ็กซ์โพลชั่น】น่ะ”
พอผมอธิบาย ลินเซ่ก็ใช้ความคิดโดยไม่พูดไม่จาอยู่พักหนึ่งหลังเงยหน้าขึ้น เธอก็ตั้งคทาขึ้นมาอีกครั้ง
แล้วเริ่มใช้งานเวทมนตร์
“【วารีเอ๋ยจงมา ฟองแห่งการอัดกระแทก บับเบิ้ลบอมบ์】”
ก้อนน้ำ......บอลที่เหมือนไม่สิฟองสบู่ก้อนหนึ่งปรากฏขึ้นมาที่บริเวณคทาจากนั้นก็เริ่มลอยตุ๊บป่อง
ขนาดของลูกบอลก็เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณยี่สิบเซนติเมตรดูเหมือนจะขยับได้ตามความต้องการของลินเซ่ถึงจะทำให้มันลอยอย่างอิสระอยู่บนอากาศได้ชั่วคราว แต่ในที่สุดลินเซ่ก็สั่งให้ลูกบอลนั้นลอยไปชนต้นไม้ต้นหนึ่ง
พริบตานั้น เสียงกระแทกอันรุนแรงก็ดังก้องกังวานแล้วต้นไม้ที่โดนกระแทกก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
พวกผมตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น แต่ไม่นานต่อมาลินเซ่ก็พึมพำออกมาเบา ๆ
“......สำเร็จแล้ว......”
นี่น่ะเหรอเวทมนตร์โบราณ【บับเบิ้ลบอมบ์】อานุภาพร้ายกาจน่าดูเลย......
จากนั้นลินเซ่ก็ใช้เวทมนตร์【บับเบิ้ลบอมบ์】อีกครั้งหนึ่งคราวนี้มีลูกบอลห้าถึงหกลูกปรากฏขึ้นมาพร้อมกันจากนั้นมันก็ลอยไปทางกลุ่มต้นไม้เป็นเส้นตรง ทำให้เกิดการระเบิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ทันทีที่ลูกบอลสัมผัสกับต้นไม้ส่งผลให้ต้นไม้ทั้งหลายล้มลงในชั่วอึดใจ
อานุภาพร้ายกาจของจริงเลยแฮะ...... ลินเซ่วิ่งมาทางผม แล้วก้มหัวให้
“เพราะคุณโทยะแท้ ๆ ถึงสามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขอบคุณมากเลยค่ะ”
“ไม่หรอก เป็นผลจากความพยายามของลินเซ่ต่างหาก ผมแค่ช่วยนิด ๆ หน่อย ๆเอง”
ผมเขินเมื่อได้รับคำขอบคุณอีกครั้งยิ่งกว่านั้นผมคิดว่าทางลินเซ่ที่พยายามท้าทายอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยอมแพ้
ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบต่างหากที่สุดยอด เพราะเรื่องที่ทำได้มีเพียงอย่างเดียวพวกมุมานะก็เลยเติบโตได้อย่างมั่นคง นั่นคือแก่นแท้ของเด็กคนนี้
ดีจังที่ได้รู้จักด้านใหม่อีกด้านหนึ่งของลินเซ่ผมคิดแบบนั้นพร้อมกับเปิด【เกท】ไปยัง“จันทราสีเงิน”
◇ ◇ ◇
“อืม......ต้องยอมแพ้สินะ......”
เอลเซ่กำลังกลุ้มใจทำหน้าปั้นยากอยู่ตรงหน้าของเธอที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะของโรงอาหารคือ กอนท์เล็ทส่องประกายสีเมทัลลิคด้านๆ ที่ใช้เป็นประจำ แต่ว่า ตรงส่วนกำปั้นของกอนท์เล็ทคู่นั้นกลับพังเสียแล้ว
เป็นเพราะการต่อสู้กับสัตว์อสูรเมื่อวานนี้นั่นเอง สัตว์อสูรที่มีร่างกายเป็นหินการ์กอยล์
พูดให้ถูกคือหนึ่งในพวกโจรมีผู้ใช้เวทธาตุมืดที่สามารถอัญเชิญเจ้านั่นมาได้
การโดนปีศาจร่างหินอย่างการ์กอยล์หลายตัวรุมล้อมทำให้พวกผมต่อสู้อย่างยากลำบาก เพราะตัวมันแข็ง
จนดาบใช้ไม่ได้ผล เวทมนตร์ก็โดนเบาลง ธนูก็ยิงไม่เข้าวิธีการเดียวที่จะสร้างความเสียหายได้คือ การโจมตีประเภทต่อยตีของเอลเซ่นั่นเอง
ในระหว่างนั้นลินเซ่เองก็ใช้เวทสายระเบิดอย่าง【เอ็กซ์โพลชั่น】หรือ【บับเบิ้ลบอมบ์】ทำลายการ์กอยล์ไปได้ส่วนผมก็หาช่องว่างทำให้นักเวทเป็นอัมพาตด้วย【พาราไลซ์】ทำให้ไม่มีใครได้รับอันตรายหลังจับกุมพวกโจรได้ก็ส่งตัวให้กับกองอัศวินของราชอาณาจักร
ถึงคำร้องของกิลด์จะเสร็จสมบูรณ์แต่กอนท์เล็ทที่เอลเซ่ใช้เป็นประจำก็ต้องมาอยู่ในสภาพนี้
“มีแต่ต้องซื้อใหม่สินะ......”
“ถ้ายังไง? ผมจะใช้【โมเดลลิ่ง】ซ่อมให้ก็ได้นะแต่บางทีอาจจะซ่อมไปถึงการเสื่อมของโลหะไม่ได้ คิดว่าเดี๋ยวก็คงพังอีกน่ะแหละ”
“อันนี้เป็นอันที่ใช้เหมาะมือที่สุดตลอดช่วงที่ผ่านมาแท้ ๆ เชียว”
เอลเซ่พูดด้วยท่าทางเสียดาย ก็นะของที่มีความรู้สึกผูกพันพังไปมันก็ต้องเศร้าอยู่แล้วล่ะ
“เอายังไงล่ะ? จะไปซื้อใหม่ที่ ‘ร้านอาวุธหมีแปด’ ไหม?”
“ไปมาแล้วล่ะ กว่ากอนท์เล็ทประเภทเดียวกันจะเข้ามาก็อีกห้าวันโน่นแน่ะ”
ใช้เวลาน่าดูเลย เอาเถอะ ถึงจะพูดสั้น ๆ ว่ากอนท์เล็ทแต่มันก็ต่างกับกอนท์เล็ทของเกราะเต็มตัวกอนท์เล็ทแบบเกราะหนักซึ่งเน้นไปที่การต่อยตั้งแต่แรกนั้นเดิมทีก็เป็นของที่คนไม่นิยมอยู่แล้วด้วย
ผู้ที่ต่อสู้โดยใช้กำปั้นกับทักษะทางกายเป็นอาวุธหรือเหล่าคนที่ถูกเรียกว่า “นักสู้” ของโลกทางนี้
ดูเหมือนสำหรับอาณาจักรนี้จะถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ตรงข้ามกับ มิสมิดอาณาจักรของอมนุษย์ที่ดูเหมือนจะมีอยู่เยอะเลยเพราะพวกมนุษย์สัตว์มีความสามารถทางร่างกายยอดเยี่ยมอยู่แล้วก็เลยรู้สึกเหมือนจะเข้าใจได้โดยไม่ทราบสาเหตุ
“โทยะ พาไปเมืองหลวงทีสิ ตั้งห้าวันรอไม่ไหวหรอก!”
ใจร้อนจัง แต่ก็ช่างเถอะ หากเปรียบเทียบกับลินเซ่แล้วเอลเซ่จะเป็นประเภทที่ลงมือรวดเร็วล่ะนะ ลินเซ่คือพวกเคาะสะพานหินก่อนข้ามส่วนเอลเซ่คือพวกที่วิ่งตะลุยไปก่อนสะพานจะพัง อารมณ์ประมาณนั้นแหละ
“ถ้าเมืองหลวงล่ะก็ คงเป็น ‘เบลคุท’ ล่ะมั้ง...... จะว่าไปรู้สึกจะมีกอนท์เล็ทเสริมเวทมนตร์ที่ชื่อ‘ถุงมือพลังแกร่ง’อยู่ด้วย”
“เบลคุท” คือร้านที่ผมซื้อเสื้อโค้ทตัวนี้ซึ่งมีการเสริมพลังอันร้ายกาจสามารถลดทอนพลังของเวทโจมตีทุกธาตุได้นั้นเอง
“‘ถุงมือพลังแกร่ง’?”
“ถ้าจำไม่ผิด......มีการเสริมเวทเพิ่มพลังกล้ามเนื้อเอาไว้น่ะ”
“อะไรกันน่ะ น่าสนใจดีนี่!”
เอลเซ่ลุกขึ้นยืนพร้อมทำตาเป็นประกายจากนั้นก็ดึงมือผมลากไปที่สวนด้านหลัง
“ดีล่ะไปกันเถอะ! ไปเดี๋ยวนี้เลย! เอ้า ออกเดินทาง!”
“เร็ว!? มีเงินแล้วเหรอ!?”
“เมื่อกี้ไปถอนมาจากกิลด์แล้ว ไม่ต้องห่วง”
เป็นพวกลงมือว่องไวอย่างที่คิดจริง ๆ!ผมโดนลากไปพร้อมกับคิดอยู่ในหัวว่า จะทำยังไงให้เด็กคนนี้ใจเย็นลงซักหน่อยดี
“เชิญเลยค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ร้าน ‘เบลคุท’ ”
คุณพี่สาวคนที่ต้อนรับผมที่มาซื้อของเมื่อคราวก่อนออกมาต้อนรับพวกผมอีกครั้งแต่จะต่างกับคราวก่อนตรงที่ไม่ขอหลักฐานแสดงตัวตนแล้ว คงจำผมได้ล่ะมั้งความจำสุดยอดเลยแฮะ
คงจะคิดว่าเอลเซ่ที่อยู่ข้าง ๆ คือคนที่ผมพามาล่ะมั้งคุณพี่สาวเลยไม่ขอหลักฐานแสดงตัวตนส่วนเจ้าตัวก็มองซอกแซกไปทั่วภายในร้านเพราะเป็นร้านที่หรูเกินกว่าที่คาดเอาไว้แต่ปิดปากเอาไว้หน่อยก็ดีนะ......