ตอนที่หกสิบ Obey
บรรดาหน่วยงานของรัฐนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาต่างๆของอาณาจักรนั้นเกิดเสียงในหัวดังขึ้นกระหน่ำ
Obey
จงเชื่อฟัง
ที่ทำให้พวกเขาทำตามอย่างไม่อาจจะขัดขืนได้
ราวกับว่ามีภูเขาหรือผืนฟ้าที่ไม่เป็นรูปร่างมากดทับอยู่
มีการเล่าเรื่องราวของการออกคำสั่งของท่านจักรพรรดิมาหลายร้อยปีจนแทบจะเป็นตำนาน
แต่ในช่วงนี้ท่านจักรพรรดิกลับออกคำสั่งมาติดต่อกันมากขึ้นทั้งการสร้างพิพิธภัณฑ์การก่อสร้างสถานีวิจัยหรือยานอวกาศต่างๆ
มีการพัฒนาต่างๆมากมายต่างจากเวลานับพันปีที่ท่านจักรพรรดินั้นไม่ออกว่าราชการทำสมาธิอยู่ใน
หอคอยแห่งความสงบ
Solitude Tower
(หรือเรียกว่าจุดเซฟนั่นเอง)
ทุกคนมีทฤษฎีว่าท่านจักรพรรดินั้นทำสมาธิเพื่อเพ่งมองไปในอนาคตเพื่อที่จะชี้นำอารยธรรมของเราต่อไป
แต่หนทางที่จะชี้นำนั้นเป็นที่นักการเมืองนักวิทยาศาสตร์ และนักบวชนั้นต่างถกเถียงกันมาตลอดเกือบพันปี
แต่ในที่สุดท่านจักรพรรดิก็ออกมาจากหอคอยแห่งความสงบ
และทำกิจกรรมต่างๆที่สะเทือนไปทั้งอาณาจักรสวรรค์แห่งนี้
คำสั่งให้สร้างยาน
คำสั่งให้สร้างพิพิธภัณฑ์
คำสั่งให้สร้างห้องสมุด
ทุกคำสั่งนั้นราวกับมาที่จิตวิญญาณขจองทุกผู้คนที่มีหน้าที่นั้นโดยตรง
เรียกว่าฝ่ายเอกสารราชการนั้นตามมาทีหลังคำสั่งของท่านจักรพรรดิด้วยซ้ำ
ทุกคนในอาณาจักรนี้รู้สึกตัวได้ว่าการอยู่อย่างสงบที่ผ่านมากำลังจะจบลงแล้ว
แต่ก็ตื่นเต้นดีใจเช่นกันที่เราจะได้ก้าวหน้าไปสู้หนทางใหม่ที่ท่านจักรพรรดิเป็นผู้นำ
...
ผมมองระบบและถอนหายใจ
ต่อให้กดใช้แต้มการเมืองของผมไป
การสร้างบริษัทก็ต้องใช้เวลานับเดือนนั่นล่ะนะ
มันมีการดีเลย์อยู่
แบบเดียวกับการทำสงคราม
หากเราทำสงครามโดยพึ่งจะเริ่มสร้างกองยานและอาวุธต่างๆนั้นมันก็คงสายเกินไปแล้วล่ะ
ทรัพยากรต่างๆจะหมดลงอย่างรวดเร็วหากสงครามเกิดขึ้น
ก็เป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของสายเมก้าคอร์ปเช่นกัน
เราอาจจะขายอาวุธได้
แต่หากทั้งจักรวาลฆ่ากันตายจนเกือบหมดเราคงหาลูกค้าที่ซื้อสินค้าของเราได้น้อยลงเช่นกัน
เมื่อได้รู้ถึงเวลาดีเลย์เช่นนั้น
ผมเลยทำเรื่อง
Low hanging Fruit
ผลไม้ที่อยู่ใกล้มือ
ใช้แต้มเล็กน้อยแก้ปัญหาปลีกย่อยหรือสร้างหน่วยรบพิเศษเท่าที่พอจะทำได้ก่อน