ในโถงถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบชั่วครู่ ร่างของราชครูมินจอส่วยส่ายโงนเงนยืนบนพื้นหินเย็นเยียบ รอยไหม้จากพลังศักดิ์สิทธิ์ของทะเลสาบใต้ดินฉายชัดบนอาภรณ์สีดำและิัของมัน
ควันสีเทาจางๆ ยังคงลอยกรุ่นขึ้นจากาแ เป็เครื่องยืนยันถึงความเ็ปอันแสนสาหัสที่จอมขมังเวทผู้ยิ่งใหญ่ได้รับเป็ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ
เื้ัแท่นศิลาจารึกโบราณ คำอินทร์และหลวงปู่แก้วที่ซ่อนกายอยู่ในเงามืด ต่างจ้องมองภาพนั้นด้วยลมหายใจที่กลั้นไว้จนแทบหยุดนิ่ง
พวกเขาเห็นอาการาเ็บนนร่างกายของราชครู
"มันาเ็...มันาเ็สาหัส!" คำอินทร์กระซิบผ่านกระแสจิต เสียงของเขาเจือด้วยความตื่นเต้นระคนไม่เชื่อสายตา
หลวงปู่แก้วพยักหน้ารับช้าๆ ดวงตาของท่านที่เคยอ่อนล้า บัดนี้กลับทอประกายคมกล้าขึ้นมาอีกครั้ง "พลังของมันถูกพลังแห่งชีวิตของสถานที่นี้ชำระล้างจนอ่อนกำลังลงอย่างหนัก...นี่คือโอกาสเดียวของเรา คำอินทร์ โอกาสเดียวที่จะหยุดมัน!"
ไม่ต้องมีคำพูดใดอีกต่อไป สองศิษย์อาจารย์ต่างเข้าใจในชะตากรรมของตนเองตรงกัน ทั้งสองพยุงกายที่บอบช้ำของตนขึ้น แล้วก้าวออกมาจากที่ซ่อนอย่างพร้อมเพรียง เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังก้องขึ้นในความเงียบ ปลุกราชครูมินจอส่วยที่กำลังรวบรวมพลังขึ้นจากภวังค์แห่งความเ็ป
จอมขมังเวทแห่งพม่าค่อยๆ กวาดสายตาไปมอง แขนข้างหนึ่งเต็มไปด้วยรอยไหม้จนขยับไม่ถนัด มันหันมาเผชิญหน้ากับคนทั้งสอง ดวงตาที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความเกลียดชังอันบริสุทธิ์
"เ้าเฒ่าแก้ว! ในที่สุดก็เลิกซ่อนตัวเหมือนเต่าในกระดองแล้วรึ!" มันตวาดเสียงแหบพร่า "เห็นข้าได้รับาเ็ก็รีบออกมา พวกเ้าคิดว่าพลังของหนองน้ำโสโครกนี่จะหยุดข้าได้รึ!"
"บาปกรรมของเ้าต่างหากที่ทำร้ายตัวเอง มินจอส่วย" หลวงปู่แก้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ "สถานที่แห่งนี้ไม่ต้อนรับจิตใจที่มืดบอดเช่นเ้า"
ราชครูหัวเราะหยัน "จิตใจรึ? สิ่งนั้นไม่มีค่าอันใดในสนามรบ!"
สิ้นเสียงนั้น มันก็สะบัดมือข้างที่ยังดีอยู่ พลังมนต์ดำสายหนึ่งพุ่งเป็เกลียวสว่านเข้าใส่หลวงปู่แก้วทันที มันคือการโจมตีที่ไม่ให้ตั้งตัว หวังปลิดชีพเป้าหมายที่อ่อนแอที่สุดก่อน
แต่หลวงปู่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ท่านไม่ได้คิดจะต่อกรซึ่งๆ หน้า แต่กลับประสานมือร่ายอาคมป้องกันอย่างรวดเร็ว "โอม...ปฐีจงเป็เกราะแก้ว!"
พื้นหินเบื้องหน้าของท่านพลันส่องสว่างวาบขึ้น ก่อตัวเป็กำแพงอักขระสีทองบางๆ ขึ้นมาป้องกัน พลังมนต์ดำของราชครูปะทะเข้ากับกำแพงยันต์ เสียงดังเปรี้ยง! มนต์ดำถูกสลายไปส่วนหนึ่ง แต่แรงปะทะที่เหลือก็ยังทำให้กำแพงยันต์สั่นะเืรุนแรงจนหลวงปู่ถึงกับเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
วินาทีนั้นเองคือสัญญาณเปิดศึกของคำอินทร์!
"หลวงปู่!"
เขาทะยานร่างออกไปราวกับพยัคฆ์โผน ดาบคู่กายในมือสะท้อนแสงสีฟ้าเรืองรองจากทะเลสาบ พุ่งเข้าใส่ราชครูที่กำลังเสียจังหวะจากการร่ายมนตร์
เพลงดาบที่หนึ่ง: กรงเล็บพยัคฆา!
ดาบของเขารวดเร็วและเฉียบคม มุ่งหวังจะสร้างาแเพิ่มเติมให้กับศัตรู แต่ราชครูแม้จะาเ็ แต่มันก็ยังคงเป็ยอดฝีมือ มันบิดตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด พร้อมกับใช้ดาบโค้งของมันปัดป้องการโจมตีของคำอินทร์ออกไปด้านข้าง
เคร้ง!
ประกายไฟสีดำปะทะกับสีทองสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ คำอินทร์รู้สึกถึงพลังอันเย็นเยียบที่ส่งผ่านจากดาบของศัตรูพยายามจะกัดกินเข้ามาในแขนของเขา
"วิชาดาบของเ้ายังอ่อนหัด!" ราชครูคำราม มันใช้พละกำลังที่เหนือกว่ากดดาบลงมาอย่างหนักหน่วง บีบให้คำอินทร์ต้องถอยร่น
การต่อสู้กลายเป็ระบำมรณะของสามจอมอาคมผู้าเ็ ไม่มีผู้ใดอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่ละคนต่างใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดและทำลายล้างศัตรู
ราชครูมินจอส่วยแม้จะเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ แต่ทุกคาถาที่มันร่ายออกมาล้วนอันตรายและชั่วร้าย มันชี้นิ้วไปยังหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำ เศษหินเ่าั้ก็พุ่งลงมาราวกับห่าฝนหมายจะบดขยี้สองศิษย์อาจารย์
หลวงปู่แก้วรับหน้าที่เป็ผู้บัญชาการและหน่วยสนับสนุน ท่านะโบอกทิศทางของมนตร์ที่ศัตรูใช้
"คำอินทร์! ระวังเบื้องซ้าย!" พร้อมกันนั้นท่านก็ร่ายอาคมป้องกันบทเล็กๆ เพื่อเบี่ยงเบนวิถีของเศษหินที่อันตรายที่สุด เปิดทางให้คำอินทร์สามารถหลบหลีกได้
คำอินทร์กลายเป็คมเขี้ยวและกรงเล็บ เขาใช้ วิชาพยัคฆ์พนา ผสานกับเพลงดาบอย่างเต็มรูปแบบ เคลื่อนไหวไปรอบๆ ราชครูด้วยท่าเท้า พยัคฆ์เตร็ดเตร่ในไพรสณฑ์ หาจังหวะเข้าโจมตีจากจุดบอดที่เกิดจากอาการาเ็ของมัน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างตึงเครียด ทุกวินาทีล้วนชี้เป็ชี้ตายได้
"น่ารำคาญ!" ราชครูตวาดอย่างหัวเสีย มันตระหนักว่าตราบใดที่หลวงปู่ยังคอยสนับสนุนอยู่ มันก็ยากที่จะจัดการกับคำอินทร์ได้ มันจึงเปลี่ยนเป้าหมายอีกครั้ง
มันถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว ยกมือขึ้นประสานอินในท่าที่แปลกประหลาด ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลวงปู่แก้ว ไม่สนใจคำอินทร์ที่กำลังจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง "ในเมื่อเ้าชอบช่วยมันนัก...ก็จงมาเป็หุ่นเชิดของข้าเสียเถิด!"
"อาคมบงการิญญา!"
พลังจิตอันชั่วร้ายมหาศาลพุ่งตรงเข้าสู่จิตสำนึกของหลวงปู่แก้ว มันเป็อาคมสายจิตที่ร้ายกาจที่สุด หวังจะเข้าควบคุมร่างกายของหลวงปู่จากภายในให้หันกลับมาทำร้ายศิษย์ของตนเอง
หลวงปู่ถึงกับหน้าซีดเผือด ท่านต้องรีบนั่งขัดสมาธิลงกลางอากาศ รวบรวมพลังสมาธิทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อต้านทานการรุกรานทางจิติญญาครั้งนี้ "คำอินทร์...อย่าสนใจข้า! โจมตีที่ตัวมัน! ทำลายสมาธิของมัน!"
ราชครูแสยะยิ้ม มันคิดว่าแผนของตนสำเร็จแล้ว การร่ายอาคมสายจิตนี้ทำให้มันต้องยืนนิ่ง เปิดช่องว่างให้โจมตีทางกายภาพก็จริง แต่เมื่อมันควบคุมหลวงปู่ได้แล้ว เด็กหนุ่มที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ
แต่มันประเมินคำอินทร์ต่ำเกินไป
คำอินทร์เห็นโอกาสนั้น เขาทะยานร่างเข้าใส่ แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ร่างกายของราชครู แต่เป็พื้นหินที่ราชครูยืนอยู่!
ท่าไม้ตาย: พยัคฆ์ทลายภูผา!
เขากระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างสุดกำลัง พลังทั้งหมดถูกส่งผ่านลงไปในปฐี แรงสั่นะเือย่างรุนแรงแผ่ออกไปเป็วงกว้าง พื้นถ้ำบริเวณที่ราชครูยืนอยู่พลันเกิดรอยร้าวและยุบตัวลงเล็กน้อย
ราชครูที่กำลังเพ่งสมาธิอย่างสูงสุดกับการควบคุมจิตใจของหลวงปู่ ไม่คาดคิดว่าจะมีการโจมตีในรูปแบบนี้ มันเสียหลักไปชั่วขณะ และนั่นคือการเพลี่ยงพล้ำที่มันไม่อาจให้อภัยตัวเองได้!
สมาธิที่ใช้ในการร่ายอาคมขาดสะบั้นลง!
"อ๊าค!"
อาคมบงการิญญาที่ไร้การควบคุมสะท้อนกลับเข้าใส่ตัวผู้ร่ายอย่างรุนแรง! ราชครูกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปทางจิติญญา มันรู้สึกราวกับสมองกำลังจะะเิ เืทะลักออกจากตา จมูก และหูของมัน ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน มันทรุดกายลงคุกเข่า สองมือยกขึ้นกุมศีรษะด้วยความทรมาน
บัดนี้...ราชครูผู้ยิ่งใหญ่ตกอยู่ในสภาพที่ไร้การป้องกันโดยสิ้นเชิง
"บัดนี้แหละ!" หลวงปู่ะโก้อง ท่านเองก็เพิ่งหลุดพ้นจากมนตร์สะกดและยังคงอ่อนเพลียอย่างหนัก
คำอินทร์ไม่ปล่อยให้โอกาสที่แลกมาด้วยไหวพริบนี้หลุดลอยไป เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ร่างของราชครูที่กำลังคุกเข่าอยู่
ดาบในมือของเขาส่องประกายสีทองเจิดจ้าจากการได้รับพลังจากหลวงปู่และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เขาตั้งใจจะปิดฉากศึกนี้ด้วยดาบเดียว!
แต่แล้ว...ในวินาทีที่คมดาบของคำอินทร์กำลังจะถึงลำคอของราชครู...
ราชครูที่ดูเหมือนจะหมดสิ้นหนทางสู้กลับเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับโลหิต ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างบ้าคลั่งและน่าสยดสยอง
"โง่เขลา...พวกเ้ามันโง่เขลา!" มันหัวเราะเสียงเย็น "พวกเ้าคิดจริงๆ หรือ...ว่าข้าจะพ่ายแพ้ง่ายๆ เช่นนี้!"
ทันใดนั้น! อักขระสีดำทมิฬที่ซ่อนอยู่ใต้รอยไหม้บนแขนของมันก็พลันเรืองแสงขึ้น!
"จงตื่นขึ้น...อสูรที่หลับใหลในกายข้า!"
สิ้นเสียงคำรามนั้น ร่างกายของราชครูก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัว กล้ามเนื้อของมันปูดโปนขึ้นจนเสื้อผ้าปริขาด ิักลายเป็สีเทาดำแข็งแกร่งดุจหินผา เขี้ยวงอกออกจากปาก และที่น่ากลัวที่สุดคือ...มีแขนอีกสองข้างงอกออกมาจากกลางหลังของมัน!
มันได้ใช้มนตร์ต้องห้าม...ปลดปล่อยอสูรที่มันทำสัญญาและผนึกไว้ในร่างกายของตนเองออกมา!
เคร้ง!
ดาบของคำอินทร์ฟันเข้าใส่ร่างที่เปลี่ยนไปของราชครู แต่กลับทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนตื้นๆ เท่านั้น ก่อนที่เขาจะทันได้ถอย แขนที่งอกขึ้นมาใหม่ทั้งสองข้างของอสูรราชครูก็คว้าจับแขนและขาของเขาไว้ได้อย่างรวดเร็ว พละกำลังของมันมหาศาลจนคำอินทร์ไม่อาจดิ้นรนได้!
"ในเมื่ออาคมของข้าใช้ในที่แห่งนี้ได้ไม่เต็มที่...ข้าก็จะบดขยี้พวกเ้าด้วยพละกำลังล้วนๆ นี่แหละ!" อสูรราชครูคำรามใส่หน้าคำอินทร์
สถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็หลังมือ คำอินทร์ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูอย่างสมบูรณ์ และหลวงปู่แก้วก็อ่อนแรงเกินกว่าจะช่วยได้อีกต่อไป
ศึกในถ้ำศักดิ์สิทธิ์...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง