“เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะท่านแม่” ลู่เยี่ยนฟางถามมารดา
“เ้าลองอ่านจดหมายฉบับนี้ดู” เจินอี๋เหนียงส่งจดหมายในมือในบุตรสาว “ข้าไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่านังเด็กนั่นจะกล้าสร้างปัญหาให้ข้าเร็วขนาดนี้ ความจริงข้ายังคิดจะให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักปีสองปี จากนั้นค่อยจัดการกับมัน แต่คราวนี้คงไม่ต้องแล้ว กล้ามาทำร้ายคนของข้า เช่นนั้นก็ให้มันตายตามแม่ของมันไปก็แล้วกัน”
“ท่านแม่เ้าคะ แต่ลู่อวิ๋นชย่าเพิ่งถูกส่งตัวไปไว้ทุกข์ให้ฮูหยินใหญ่ที่หมู่บ้านเกษตรกรเซิ่งไห่แค่หกเดือน หากเกิดเื่ขึ้นกับนาง ข้าเกรงว่าพวกเราคงเลี่ยงคำครหาไม่พ้น ทั้งอาจมีคนรื้อคดีการเสียชีวิตของฮูหยินใหญ่ขึ้นมาอีกก็ได้นะเ้าคะ”
“หึ...โจรอดอยากจะเข้าปล้น ซ้ำยังเป็เพียงหญิงสาวร่างกายอ่อนแอ หากจะถูกย่ำยีซ้ำอีกก็ไม่ใช่เื่แปลก” เจินอี๋เหนียงตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ “เ้าเชื่อแม่เถอะ ไม่มีเื่ไหนที่แม่ทำไม่สำเร็จ ต่อไปเ้าก็จะต้องได้เป็คุณหนูใหญ่ เป็บุตรสาวคนโตที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ของท่านเสนาบดีกรมพระคลัง และเ้าจะต้องได้แต่งกับผู้สูงศักดิ์ ไม่ใช่เพียงคุณชายจากบ้านสายรองเหมือนบุตรสาวของอนุทั่วไปอีกแล้ว ตำแหน่งอย่างบิดาของเ้าจะปล่อยให้ลูกสาวแต่งงานไปกับคุณชายธรรมดาๆ ได้ยังไง”
“แล้ว...เื่พี่ิเฉินเล่าเ้าคะ” ลู่เยี่ยนฟางถามอย่างเอียงอาย “ข้าคิดอย่างไรกับเขาท่านแม่ก็น่าจะรู้”
“ฟางเอ๋อ” เจินอี๋เหนียงจับมือบุตรสาวมากุมไว้ “ก่อนหน้านี้พ่อกับแม่ยังไม่ได้บอกเื่นี้กับเ้า ก็เพราะกลัวว่าเ้าจะยอมรับความจริงไม่ได้ อีกทั้งท่านพ่อยังอยากจะไปสืบเื่ราวให้กระจ่างเสียก่อน แต่ตอนนี้เื่ทั้งหมดมันชัดเจนแล้ว”
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะท่านแม่”
“เวลานี้เซียวิเฉินกลายเป็เพียงคนพิการที่ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาพ่ายแพ้ในการปราบกองโจรที่ชายแดนเหนือ ทำให้ฮ่องเต้สั่งปลดเขาจากตำแหน่งแม่ทัพแล้ว”
“ถูกสั่งปลดจากตำแหน่งแม่ทัพ! แล้วพี่ิเฉินจะทำอย่างไรต่อไปหรือเ้าคะ”
“ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็ซื่อจื่อของจวนอ๋อง แม้จะไม่ได้เป็แม่ทัพแล้ว แต่เขาก็ยังทำงานในราชสำนักได้ อยู่ที่ว่าเขาจะยอมหรือเปล่าเท่านั้น แต่แม่ว่าเขาคงไม่ยอม เพราะคนเย่อหยิ่งอย่างเซียวิเฉินไม่มีทางยอมมาทำงานในราชสำนักหรอก”
“ท่านแม่เ้าคะ” ลู่เยี่ยนฟางก้มหน้าอย่างใช้ความคิด
“เ้าไม่ต้องคิดเื่ที่เป็ไปไม่ได้นั่นอีกแล้ว เ้ากับเซียวิเฉินไม่ใช่คู่กันั้แ่แรก ถึงแม้บ้านเราจะมีสัญญาหมั้นหมายกับจวนอ๋องเซียว แต่แม่กับพ่อก็ไม่อาจส่งเ้าให้ไปแต่งงานกับคนไร้ประโยชน์เช่นนั้นได้”
“ลูกไม่อยากแพ้ให้กับนังอวิ๋นชย่าเ้าค่ะท่านแม่ ลูกรู้ดีว่าสัญญาหมั้นหมายครั้งนี้เป็ความ้าของพระชายาเซียวอ๋องกับฮูหยินใหญ่ แต่พวกเขาต่างก็ตายกันไปหมดแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ ในเมื่อสัญญาหมั้นหมายระบุไว้แค่เพียงว่าพี่ิเฉินจะต้องแต่งกับบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ เช่นนั้นก็หมายความว่าในอนาคตลูกก็แต่งกับพี่ิเฉินได้ เพราะต่อไปท่านแม่ก็จะกลายเป็ฮูหยินใหญ่ของบ้านเราแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“เกิดอะไรขึ้น” ลู่ฝานเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงบุตรสาวะโคุยกับภรรยาของตนอยู่ เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “เหตุใดเ้าถึงได้พูดจาเสียงดังอย่างกับคนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนเช่นนี้ แล้วใครใช้ให้เ้าะโคุยกับมารดาเช่นนี้ ดูแล้วข้าคงต้องหาคนมาอบรมมารยาทให้เ้าใหม่เสียแล้ว”
“ท่านพี่อย่าเพิ่งตำหนิฟางเอ๋อสิเ้าคะ” เจินอี๋เหนียงรีบเดินเข้าไปหาสามีพร้อมกับส่งยิ้มหวาน “นางยังเด็กอยู่เลย”
ลู่ฝานมองอนุของตนอย่างรักใคร่ “เ้าก็คอยแต่ให้ท้ายนาง ไหนลองบอกมาซิว่าเมื่อครู่พวกเ้าคุยเื่อะไรกันอยู่”
เจินอี๋เหนียงหันไปส่งสัญญาณให้บุตรสาวเงียบ ก่อนที่นางจะหันไปคุยกับสามีด้วยท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจ “ข้ากำลังปลอบใจฟางเอ๋อเื่การแต่งงานน่ะเ้าค่ะ ใครๆ ต่างก็รู้กันทั่วว่าพระชายาของเซียวอ๋องและฮูหยินใหญ่ต่างก็หมั้นหมายเซียวซื่อจื่อให้กับคุณหนูใหญ่ไปแล้ว อวิ๋นชย่าช่างเป็เด็กสาวที่โชคดี แม้ฮูหยินใหญ่จะสิ้นไปแล้ว แต่นางก็ยังทำเื่ดีๆ ไว้ให้บุตรสาว เอ่อ...ผิดกับฟางเอ๋อที่มีมารดาเป็เพียงอี๋เหนียงอย่างข้า งานแต่งที่ดีเช่นนี้ฟางเอ๋อคงไม่มีโอกาสได้รับแน่ๆ เลยเ้าค่ะ”
“เ้ากำลังอิจฉาพี่สาวเพราะเื่ของเซียวิเฉินอย่างนั้นหรือฟางเอ๋อ” ลู่ฝานหัวเราะเสียงดัง “เ้าจะไปสนใจกับซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องที่ไม่มีอำนาจทำไม อีกทั้งขาของเซียวิเฉินก็ใช้การไม่ได้แล้ว คนไร้ค่าแบบนั้นเ้ายังนึกอยากจะแต่งกับเขาอีกหรือ เชื่อพ่อเถอะนะฟางเอ๋อ เ้าจะต้องได้แต่งกับผู้สูงศักดิ์ ไม่แน่ว่าในอนาคตเ้าอาจจะได้เป็ใหญ่ที่สุดในตำหนักในก็เป็ได้”
“ท่านพี่หมายถึงรัชทายาทหรือเ้าคะ” เจินอี๋เหนียงถามอย่างตื่นเต้น “จะมีการคัดเลือกพระชายารัชทายาทแล้วหรือเ้าคะ เมื่อไหร่...เมื่อไหร่จะมีการคัดเลือกเ้าคะท่านพี่”
“ข้าได้ยินเ้ากรมพิธีการเปรยให้ข้าฟังมาบ้างน่ะ คิดว่าภายในปีสองปีนี้คงจะมีพิธีคัดเลือก เพราะฉะนั้นั้แ่วันนี้ไป เ้าก็สอนงานฟางเอ๋อให้หนัก ตำหนักในไม่เคยมีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอ หากอยากจะขึ้นเป็ที่หนึ่งจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด”
“แต่ว่าท่านพี่...ฟางเอ๋อเป็เพียงบุตรของอนุ นางมีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อเข้าไปด้วยหรือเ้าคะ” เจินอี๋เหนียงก้มหน้าถามอย่างเสียใจ “เป็เพราะข้าที่เป็ตัวถ่วงลูกใช่หรือไม่เ้าคะ”
ลู่ฝานโอบปลอบ “เ้าอย่าคิดมากน่า ข้าพูดเื่นี้กับพวกเ้าสองแม่ลูกก็ต้องหมายความว่าข้าได้เตรียมการให้พวกเ้าไว้แล้ว ข้าคิดว่าอย่างเร็วพิธีคัดเลือกก็คงจะจัดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า ถึงเวลานั้นบ้านเราก็หมด่ไว้ทุกข์ให้ฮูหยินคนเก่าแล้ว หลังจากนั้นข้าจะทำเื่ขอตั้งเ้าเป็ฮูหยินใหญ่ของข้า เท่านี้ฟางเอ๋อก็จะกลายเป็บุตรสาวของฮูหยินใหญ่อย่างถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ”
เจินอี๋เหนียงและลู่เยี่ยนฟางหันมาสบตากันแล้วยิ้ม ก่อนที่พวกนางจะคุกเข่าให้กับลู่ฝานพร้อมกัน
“นี่พวกเ้ากำลังทำอะไร” ลู่ฝานถามยิ้มทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ข้าอยากขอบคุณท่านพี่ที่เมตตาข้ากับฟางเอ๋อเ้าค่ะ แม้ที่ผ่านมาข้าเกือบจะถูกบ้านเดิมตัดขาดเพราะเลือกที่จะมาเป็อนุของท่าน แต่ตอนนี้ท่านพิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่าท่านดีกับข้าจริงๆ เ้าค่ะ”
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังเลยเ้าค่ะ” ลู่เยี่ยนฟางพูดอย่างหนักแน่น ก่อนหน้านี้นางอยากแต่งกับเซียวิเฉินก็เพราะนางอิจฉาที่ลู่อวิ๋นชย่าจะได้แต่งงานกับคนมีความสามารถอย่างเซียวซื่อจื่อ แต่ใครจะไปนึกว่าโชคชะตาของนางจะดีกว่าพี่สาวต่างมารดาคนนั้น ในเมื่อเซียวซื่อจื่อกลายเป็คนพิการและไม่ได้เป็แม่ทัพผู้เก่งกาจอีกแล้ว นางก็ไม่มีความจำเป็ที่ต้องไปสนใจคนไร้ค่าเช่นนั้นอีก ก็ปล่อยให้คนไร้ค่าสองคนแต่งกันไปก็แล้วกัน ส่วนนางจะเริ่มฝึกฝนตัวเองและศึกษาเื่ของตำหนักในให้ดี ภายภาคหน้าตำแหน่งมารดาของแผ่นดินย่อมเป็ของนาง คนนับหมื่นนับแสนจะต้องคอยทำความเคารพนาง จะไม่มีใครกล้าเรียกนางว่าบุตรสาวของอนุอีกแล้ว และลู่อวิ๋นชย่าก็ต้องคุกเข่าให้นางโดยไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้อีก แค่คิดลู่เยี่ยนฟางก็ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มได้อีกต่อไป
ณ จวนของเซียวอ๋อง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งอยู่ในห้องหนังสือโดยมองดูอ่างบัวที่แตกร้าวใบนั้นอย่างเหม่อลอย
“ซื่อจื่อขอรับ หากท่านคิดถึงนาง ท่านก็แค่ไปหานางก็ได้แล้วไม่ใช่หรือขอรับ เอาแต่นั่งมองอ่างบัวใบนี้จะมีประโยชน์อะไรเล่าขอรับ” หวังเทียนยี่ถามเ้านาย
“ก่อนที่ข้าจะส่งนางไปอยู่ที่โลกใบนั้น ข้าแค่คิดว่าอยากจะส่งนางไปฝึกฝนให้นางกลายเป็คนใหม่ แต่ไม่นึกว่าเพราะการกระทำนั้นจะส่งผลให้ข้ากลายเป็คนพิการไปเช่นนี้น่ะสิ แม้แต่ตัวเองยังดูแลไม่ได้ แล้วต่อไปข้าจะปกป้องนางได้อย่างไร เทียนยี่...ข้ามันเป็คนไร้ประโยชน์ไปแล้วใช่หรือไม่”
หวังเทียนยี่แอบกลอกตา “เื่พิการของท่านเป็เื่จริงที่ไหนกันเล่าขอรับ นี่เป็เพียงแผนการที่ท่านกับรัชทายาทตกลงกันไว้เท่านั้นไม่ใช่หรือ”
“เ้าจะคล้อยตามข้าสักหน่อยไม่ได้หรือยังไง เฮ้อ...หมดสนุกเลย” เซียวิเฉินลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยุดที่หน้าต่าง “หลังจากนางฟื้นขึ้นมา มีความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นกับนางบ้าง”
“คุณหนูใหญ่ลงโทษสาวใช้จนพวกนางทั้งสองไม่กล้าหาเื่คุณหนูอีกแล้วขอรับ องครักษ์ลับรายงานกลับมาว่าคุณหนูใหญ่มีวิธีการต่อสู้คล้ายกับผู้ฝึกวรยุทธ์ เพียงแต่องครักษ์ลับกลับััไม่ได้ถึงกำลังภายในของนางเลยขอรับ”
“ความหมายของเ้าก็คือนางมีวรยุทธ์ แต่ไม่มีกำลังภายในอย่างนั้นหรือ จะเป็ไปได้อย่างไรที่ผู้ฝึกยุทธ์จะไม่มีกำลังภายใน” เซียวิเฉินทำท่าคิด “รอให้เื่ในเมืองหลวงซาลงอีกสักหน่อย หลังจากนั้นข้าจะไปหานางที่หมู่บ้านเกษตรกรเซิ่งไห่ด้วยตัวเอง”