D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    การเติบโตที่ก้าวกระโดด 3

     

            ไม่นานนักมอนสเตอร์ระดับเลเวล80-90 ที่ออกมาก็ถูกแทนซึ่งใช้สกิลเพิ่มความเร็ว...สปีดบูทเข้าช่วยจัดการลงได้อย่างรวดเร็ว

            “ยาวไปเรื่อยๆเลยดีกว่า” ชายหนุ่มพูดขึ้นหลังจากจัดการศัตรูจนหมดจากเลเวลที่สูงระดับกว่า 130 และอุปกรณ์สวมใส่ทำให้เขาใช้การ์ดซัมมอนเพียงเพื่อดึงความสนใจจากศัตรูแทนเตรียมเวทมนตร์รีเจนไว้สำรองแล้ว และยังมีการ์ดที่ค่อยๆ จั่วเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

            หลังจากจบกลุ่มหนึ่ง แทนก็ตามหาศัตรูอีกกลุ่มหนึ่งไปเรื่อยๆขณะนี้เขาใช้วิธีนี้เก็บเลเวลอย่างไม่หยุดพัก มอนสเตอร์หลายสิบตัวถูกจัดการลงแต่มันยังไม่พอกับที่เขาตั้งใจไว้

            “เอาทีเดียวให้จบเลยดีกว่า”แทนพูดพร้อมกับเหลือมอนสเตอร์ลอร์สไพรด์การ์เดียนตัวใหม่ไว้สิ่งที่เขาต้องระวังมากที่สุดก็คือ…ไม่ให้มอนสเตอร์ของตัวเองเผลอไปจัดการศัตรูที่เหลืออยู่ตัวเดียวเข้า

            มอนสเตอร์ฝูงที่ 14 ปราฏตัวออกมาพร้อมกับการ์ดที่ถูกจั่วขึ้นสู่บนมือมันน่าจะเป็นการ์ดที่แทนรอคอย จาเร็ตผู้สังหารมังกรโลหะ

             “ซัมมอน!” แทนเรียกใช้การ์ดใบนี้ทันทีและเมื่อสิ้นเสียงนักรบในชุดเกราะเกล็ดมังกรโลหะและดาบเล่มยักษ์ที่เงาปลาบก็ปรากฏขึ้นรอยแผลเป็นบนแก้มทั้งสองข้างนั้นบอกถึงประสบการณ์ผ่านการรบมาอย่างโชกโชนหมวกเกราะที่ทำจากหัวมังกรโลหะส่องประกายเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์

            เขาเรียกใช้การ์ดใบนี้ได้เพราะอันเดดดราก้อนลงไปอยู่ในสุสานก่อนหน้านั้นและเมื่อจาเร็ตผู้สังหารมังกรโลหะออกสู่สนาม พลังพิเศษของการ์ดใบนี้ก็แสดงออกมาพลังที่จะทำให้ผู้เรียกใช้สามารถหาการ์ดที่มีคำว่า ดราก้อน มังกร ดราโก้ หรือดราโกนิกขึ้นมือได้1 ใบ และในขณะนี้ในใจของแทนมีการ์ดใบที่ต้องการอยู่แล้ว การ์ดที่จะเสริมพลังการโจมตีของเขาให้รุนแรงขึ้นไปอีกขั้น...การ์ดดราก้อนฟอร์ซ

            แทนเลือกการ์ดที่ว่าจากการ์ดที่ระบบแสดงออกมาทันทีและเมื่อเขาได้การ์ดใบนั้นมาแล้วเสียงเรียกใช้ก็ดังขึ้น

            “อีควิป!”และเมื่ออุปกรณ์เสริมการโจมตีถูกสวมใส่แทนก็ลองยิงลูกศรไปยังศัตรูตรงหน้า ผลที่ได้เป็นค่าความเสียหายที่น่าพอใจเลยทีเดียว

            “98,7851!”           “98,432!”          “98,114!”

            “แรงจริงๆ แฮะ” ชายหนุ่มพูดออกมาหลังจากเห็นค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเขาใช้ความเร็วและความคล่องตัวหลบหลีกการโจมตีพร้อมกับใช้การโจมตีที่รุนแรงโจมตีเข้าใส่ศัตรูไม่นานนักมอนสเตอร์ฝูงตรงหน้าก็สลายไป

            แทนทำซ้ำเหมือนเดิม เขาตามหาเหยื่อฝูงใหม่ในขณะที่ตัวเขาเองก็เรียกใช้อุปกรณ์เสริมไปเรื่อยๆและในที่สุดการ์ดใบสุดท้ายก็ถูกจั่วขึ้นมาเมื่อเวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมงการ์ดธนูระดับ 13ดาว เซเลสเทียร์วิสเปอร์

            “มาอยู่ซะใบสุดท้ายเลยนะแก”แทนพูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้ว

                “อีควิป!” เขาเรียกใช้คันศรระดับ13 ดาวทันที เขาสละการ์ดในมือถึง 2 ใบใส่เข้าเด็คตามด้วยสละ HP และ MP 50% ของ HPMax และ MP Max เป็นการบูชาต่อเทพเบื้องบนเพื่อเรียกใช้การ์ดใบนี้แทนจำเป็นต้องเปลี่ยนอาวุธเพราะเมื่อไม่มีการ์ดมังกรในสุสานคันศรวิญญาณมังกรก็ไม่แสดงพลังอย่างที่เคยพลังโจมตีของมันลดลงมาก

              คันศรสีขาวสะอาดตาที่ปลายสองข้างมีปีกเทพธิดาถูกสวมใส่เข้ากับอุปกรณ์เสริมดราก้อนเรจและดราก้อนฟอร์ซและเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคันศรแห่งสรวงสวรรค์ก็อยู่ในมือของแทน สายธนูเป็นเส้นแสงและส่วนด้ามของธนูนั้นสลักลายเทพธิดาทั้ง 12 องค์อย่างวิจิตรและเมื่อชายหนุ่มกุมมือไปที่คันศรนั้น พลังแห่งชีวิตก็ไหลสู่ร่างของเขา…

     

                    

     

     

     

     

                ตามกฎของเกมนี้เมื่อการ์ดในเด็คหมดจะไม่มีการจั่วการ์ดใบต่อไปแต่ผู้เล่นก็จะไม่เกมโอเวอร์แต่อย่างใด และในตอนนี้ในมือของแทนมีการ์ดที่เขาเตรียมไว้2 ใบสำหรับสถานการณ์นี้ และในตอนนี้ก็น่าจะเป็นเวลาที่ต้องอาศัยพลังของการ์ด2 ใบที่ว่า

            แทนเรียกใช้ใบแรกทันที…

                “เมจิก!”การ์ดระดับ6 ดาว ความทรงจำที่หวนคืนถูกใช้งานหลังจากนั้นการ์ดที่อยู่ในสุสานก็กลับมาอีกครั้ง เด็คของแทนถูกทำให้มีการ์ดเพิ่มขึ้นทันทีส่วนการ์ดความทรงจำที่หวนคืนอีกใบนั้นเขาเตรียมไว้ใช้ในรอบต่อไปเพราะเมื่อใช้การ์ดใบแรกผลของการ์ดจะแสดงออกมาก่อนที่การ์ดจะตกสู่สุสานทำให้การ์ดความทรงจำที่หวนคืนใบแรกตกลงไปในสุสาน ไม่กลับขึ้นกองการ์ดแต่หากการ์ดหมดเด็คอีกครั้ง แทนจะใช้การ์ดความทรงจำที่หวนคืนที่อยู่ในมือมันจะทำให้การ์ดใบแรกที่ตกลงไปกลับเข้าเด็ค และใบที่ถูกใช้ทีหลังค่อยตกลงสู่สุสานสลับกันไปอย่างนี้ซึ่งมันจะทำให้เขาจะมีการ์ดใช้ตลอลดเวลาไม่จำกัด

            หลังจากมีการ์ดในเด็คเพิ่มและได้คันศรเซเลสเทียร์วิสเปอร์มาไว้ในมือเขาก็เริ่มจัดการยิงใส่มอนสเตอร์ด้วยท่าไม้ตายโนเวมเบอร์เรนอีกครั้ง

            “โนเวมเบอร์เรน!”เมื่อสิ้นเสียงลูกศรก็ทะยานสู่ท้องฟ้าก่อนจะกระจายเป็นประกายแสงนับไม่ถ้วนพุ่งลงสู่พื้นดินสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้ศัตรูในรัศมีโจมตี

            “107,364!”  “+1,073!”        “107,048!”  “+1,070!”        “107,741!”  “+1,077!”        “+1MP”

            “107,223!”  “+1,072!”        “107,778!”  “+1,077!”        “107,843!”  “+1,078!”          “+1 MP”

            “107,123!”  “+1,071!”        “107,052!”  “+1,070!”        “107,056!”  “+1,070!”        “+1MP”

            “107,490!”  “+1,074!”        “107,842!”  “+1,078!”        “107,707!”  “+1,077!”          “+1 MP”

            “107,567!”  “+1,075!”        “107,912!”  “+1,079!”        “107,112!”  “+1,071!”        “+1MP”

            “107,078!”  “+1,070!”        “107,061!”  “+1,070!”        “107,838!”  “+1,078!”        “+1MP”

            “107,256!”  “+1,072!”        “107,923!”  “+1,079!”        “107,245!”  “+1,072!”          “+1 MP”

            ความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงมากมันมาจากเลเวลที่มากกว่ามอนสเตอร์ถึง 40 เลเวลบวกเข้ากับพลังโจมตีอันหนักหน่วงของคันศรระดับ 13 ดาวตามด้วยอุปกรณ์เสริมดราก้อนเรจและดราก้อนฟอร์ซที่ไม่ได้เกาะติดกับตัวธนูโดยตรงมันจะมีเส้นใยเชื่อมต่อกับแขนของผู้เรียกใช้ซึ่งเมื่อเปลี่ยนอาวุธใหม่จึงไม่ทำให้อุปกรณ์เสริม 2ชิ้นนี้สลายไป จากที่ว่ามาจึงทำให้แทนโจมตีมอนสเตอร์ได้รุนแรงพลังชีวิตของเขาฟื้นคืนมาเกินกว่าสองหมื่น ในขณะที่ค่า MP นั้นก็ค่อยๆฟื้นกลับมา

            เมื่อแทนเห็นผลของคันศรระดับสูงเขาก็พูดขึ้น

             “ยาวไปเลยก็แล้วกันแบบนี้”หลังพูดจบเขาก็จัดการรัวยิงใส่มอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับเรียกมอนสเตอร์ออกมาเข้าปะทะไปเรื่อยๆ

            แทนใช้เวลาหลายชั่วโมงในการไล่ล่ามอนสเตอร์ในลานกว้างบางช่วงมอนสเตอร์ก็หายไปมันทำให้แทนต้องโจมตีใส่มอนสเตอร์ของตัวเองเพื่อไม่ให้ทำอันตรายมอนสเตอร์ที่เขาเหลือไว้1 ตัวเพราะถ้ามอนสเตอร์ตัวสุดท้ายตายลงการต่อสู้ก็จะจบลงตามไปด้วย

            เขาทำซ้ำวนไปวนมาแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมันมีบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายของเขา ไม่ใช่แค่ต้องการเพิ่มเลเวลให้เพื่อนใหม่ทั้งสองคนแต่ในใจของแทนยังต้องการเลเวลที่มากกว่าเจ้าคนของกิลด์ไวท์พาลาดินคีย์...คนของกิลด์ไวท์พาลาดินที่เขาใช้พื้นที่ประลองให้เป็นประโยชน์ในการเอาชนะแต่ในครั้งนี้เขาต้องการชนะด้วยพลังของตัวเอง

             

            8ชั่วโมง 32 นาที 47 วินาทีผ่านไป...คนบ้าก็ยังวิ่งเก็บเลเวลแบบเดิมไม่เลิกเนื่องจากมันเป็นเกมที่ใช้คลื่นสมอง ร่างกายของผู้เล่นจึงเหน็ดเหนื่อยช้ากว่าโลกจริงหลายสิบเท่าแต่เมื่อมาถึงตอนนี้แทนก็คิดบางอย่างขึ้นได้

            “เฮ้ย!ลืมสองคนนั่นไปเลย หลุดออกจากเกมไปยังเนี่ย!” เขาพูดก่อนจะใช้ท่าไม้ตายโนเวมเบอร์เรนใส่มอนสเตอร์ตรงหน้าตามด้วยยิงศรใส่มอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่รอบตัวของเขา ทำให้การต่อสู้จบลงหลังจากนั้นเสียงประกาศจากระบบก็ดังตามมา

     

            กลุ่มผู้เล่นบ้าพลังสามารถจัดการลอร์สไพรด์การ์เดี้ยน เลเวล 98 จำนวน 279 ตน ลอร์สไพรด์เมจิเชี่ยน จำนวน 178ตนและ ลอร์สไพรด์ฮาวด์ เลเวล 85 จำนวน 217ตน ได้รับการ์ด ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยน ระดับ 9 ดาว279 ใบ ได้รับการ์ดลอร์สไพรด์เมจิกเชี่ยน เลเวล 99 ระดับ 9 ดาว จำนวน 178 ใบ ได้รับการ์ดเมจิก วินด์ ออฟ โซล จำนวน 178 ใบ ได้รับการ์ดลอร์สไพรด์ฮาวด์ ระดับ 8 ดาว 217 ใบได้รับ ไอเทม ปีกสีดำ 279 ชิ้น ได้รับ ไอเทม ดวงใจปักษา 279ชิ้น ได้รับ ไอเทม ได้รับ ไอเทม เศษไม้เท้าวายุ 178 ชิ้นได้รับ ไอเทม ผลึกแห่งใจ จำนวน 178 ชิ้น ได้รับไอเทม กรโหลกปีศาจ 217 ชิ้น ได้รับไอเทม เขี้ยวสุนัขปีศาจ 217ชิ้น ได้รับ ค่าประสบการณ์ 58,675,098 หน่วยได้รับเงิน 17,765,730 กิล ผู้เล่น แทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น107 ผู้เล่น อายะและทากะ เลื่อนระดับเลเวลเป็น 72

             

            “เวร...เลเวลเราขึ้นมาแค่นิดเดียวเอง”เสียงแทนบ่นขึ้น “แต่ก็เอาน่ะสองคนนั่นเลเวลถึงแล้วนี่ แถมยังได้ของมาเพียบ พี่เอ็ดตาลุกแน่ๆ” เขาพูดถึงของที่ตัวเองได้มา โดยลืมนึกถึงว่าเสียการ์ดแอเรียไปแล้วก่อนหน้านี้

            สาเหตุที่ได้ของมามากขนาดนี้มาจากผลของทักษะอาชีพที่สุ่มเพื่อนออกไปแต่เมื่อจบการต่อสู้จะได้ของทุกชนิดที่ศัตรูมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นของที่มีโอกาสตกยากสักแค่ไหนพวกของแทนก็จะได้ของเหล่านั้นหลังจัดการศัตรูจนหมด

            แทนรีบวิ่งไปยังปลายสะพานที่ทอดไปบนเวิ้งฟ้าอายะและทากะรออยู่ที่นั่น

            “โทษทีนานไปหน่อยว่าแต่พวกเธอเลเวลขึ้นกันแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มถามก่อนจะเดินมาถึงด้านหน้าของทั้งสองคนที่ยังนั่งรอเขาอยู่

            “ใช่…และใช่” เสียงอายะตอบกลับมา

            “ใช่และใช่?”แทนทวนคำพร้อมตีหน้าสงสัย

            “ใช่...นานมากและใช่...เลเวลพวกเราขึ้นมาเยอะมาก ขอบคุณนะ” หญิงตอบพร้อมกับโค้งตัวขอบคุณ

            “อ่าฮะ” แทนพยักหน้ารับ

            “ถ้างั้นเราก็ลุยออกไปด้วยกันได้แล้วใช่ไหมพวกฉันสองคนก็เลเวลเยอะแล้ว” อายะถามต่อ

            แทนส่ายหัวไปมาเมื่อได้ยินคำถามที่ว่า“ยัง...” ชายหนุ่มว่า เสียงของเขาเรียกสีหน้าสงสัยจากทั้งอายะและทากะได้เป็นอย่างดี“ชุดการ์ดในเด็คของพวกเธอยังไม่ดีพอทากะ...ช่วยตรวจดูทีว่าตอนนี้เราสร้างอาวุธอะไรให้พวกนายได้บ้างส่วนพวกการ์ดมอนสเตอร์แล้วก็การ์ดอื่นๆ เดี๋ยวใช้ที่ฉันมีรวมกับพวกการ์มอนสเตอร์ที่เราไล่ฆ่าไปนั่นน่าจะได้ราวๆครึ่งเด็ค” ชายหนุ่มหันไปบอกเพื่อนใหม่ของเขาที่มีอาชีพหลักเป็นนักสร้างอาวุธ

            ทากะพยักหน้าก่อนจะเรียกหน้าจอรายละเอียดการสร้างสิ่งของขึ้นมาและเมื่อเขามองมันแล้วก็หันหน้าจอมาให้แทนดูในหน้าจอที่ว่ามีรายละเอียดดาบคาตานะที่จะสามารถสร้างได้จากของที่พวกเขามีอยู่ทั้งหมด7 รายการ ดาบคาตานะถือมือเดียว 5 รายการดาบคาตานะถือสองมือ 2 รายการส่วนจำนวนชิ้นก็มากน้อยต่างกันไปตามดาบแต่ละชนิด

     



            “อืม...อันไหนที่สร้างได้ถึงหกชิ้นก็สร้างเลยนะ พวกนายจะได้ใช้ได้ถ้ามีมากกว่านั้นก็เก็บไว้ก่อน เอาไว้กลับลงไปข้างล่างแล้วค่อยสร้างอาวุธให้คนอื่น”แทนพูดกับทากะ

            ชายผู้เคร่งขรึมพยักหน้ารับคำ เขาหันไปบอกอายะด้วยกระแสจิตที่เชื่อมต่อกันหลังจากนั้นหญิงสาวก็พูดความคิดของทากะออกมา

            “พี่ทากะถามว่าจะลงมือเลยไหม” อายะว่า

            แทนสั่นหัวทันที “ยัง...ต้องเอาให้มันคุ้มที่สุดถ้าจะสร้างอายะ...เธอออกไปจัดการกับศัตรูพร้อมกับฉัน” เขาพูดกับผู้หญิงตรงหน้าเป็นอันดับแรก“แล้วเมื่อไรที่เลเวลสลับกันนายก็หวดแหลกเลยนะทากะแตกเติกช่างหัวมัน” เขาหันไปบอกชายที่ยืนกอดอกอยู่

            ทากะเบิกตาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับแทนนำการ์ดซัมมอนของเขาที่ไม่ได้ใช้ในเด็คให้อายะและทากะเลือกใช้อย่างน้อยมันก็น่าจะดีกว่าการ์ดที่ผู้เล่นระดับเลเวล 20 อย่างทั้งสองคนหาได้ก่อนขึ้นมาที่นี่ ในตอนแรกทั้งสองไม่ยอมรับการ์ดจากแทนจนในที่สุดแทนก็พูดขึ้น

            “ถ้าพวกเธอไม่เก่งขึ้นก็เป็นภาระแถมดีไม่ดีตอนเจอบอสจะพาฉันตายไปด้วย” เมื่อได้ยินคำที่แทนพูดออกมาทั้งสองคนก็มองตากัน จนสุดท้ายก็รับการ์ดจากเขาไปใส่ไว้ในเด็คของตัวเองโดยอายะนั้นไม่เน้นการ์ดมอนสเตอร์ การ์ดส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์สวมใส่และการ์ดคาถาเสียมากกว่าส่วนทากะเน้นมอนสเตอร์สายสนับสนุนและป้องกัน

            และเมื่ออายะเตรียมเด็คของเธอเรียบร้อยก็หันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้แทนชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะพากันออกเดินไปหาศัตรูที่ลานหน้าปราสาท

            “ฆ่าเจ้าพวกนี้ไปเลเวลพวกเราก็ขึ้นไม่เยอะแล้วจัดการพวกมันให้เร็วที่สุดแล้วเข้าไปจัดการบอสกันจากนั้นค่อยลงไปเปลี่ยนการ์ดที่วิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงตามด้วยจัดการการ์ดอาวุธของพวกเธอให้เข้าที่ แล้วเราค่อยไปหาที่ลุยกันแบบสุดๆ”แทนพูดขณะที่มองไปข้างหน้า “แต่อยู่กับพวกฉันคงได้ลุยสุดๆตลอดเวย์” พูดจบคนพูดก็แสยะยิ้ม

            “อืม...ก็ดีนะ ได้ไปหลายๆ ที่” หญิงสาวตอบกลับมา

            การ์ดจำพวกยาเพิ่มพลังถูกยกให้ทากะจัดการในตอนนี้อายะและแทนเปลี่ยนเป็นหน่วยจู่โจมเต็มตัวถึงแม้อายะจะไม่มีการ์ดที่รุนแรงในตอนนี้ แต่ด้วยเลเวลและการสนับสนุนของแทนก็ทำให้การจัดการมอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่าไม่ใช่เรื่องยาก

            และในที่สุดศัตรูฝูงแรกก็ปรากฏออกมาไม่มีการสุ่มใดๆเกิดขึ้น แทนถอนหายใจอย่างเซ็งๆ “ทีอยากได้ไม่เคยมา”เขาว่า

            ส่วนอายะนั้นเรียกใช้การ์ดอีควิปดาบคุโรฮานะมาถือไว้ในมือขวากลิ่นรัญจวนของดาบแห่งดอกไม้สีดำโชยมาเช่นเดิม และหลังจากหญิงสาววาดดาบออก้านข้างเธอก็เรียกใช้สกิลที่มีอยู่ทันที

            “ราเซ็น...” เสียงเธอเรียกใช้สกิลที่ได้รับเพิ่มขึ้นมาคมดาบของอายะมีแสงสีดำปกคลุม มันเป็นแสงที่ดูลึกลับและมืดหม่นหลังจากนั้นหญิงสาวก็พุ่งเข้าฟันใส่มอนสเตอร์ตัวแรก มันคือลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนและด้านหลังของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นก็มีลอร์สไพรด์เมจิกเชี่ยนอยู่ 2 ตน

            “5,419” 

            “5,846!” 

            “5,342!”

            การฟันของดาบระดับ 4 ดาวคุโรฮานะไม่ได้รุนแรงอะไรนักแต่อายะอาศัยความเร็วของเธอฟันใส่ไปอีก 3 ครั้ง

            “5,419!” 

            “5,846!” 

            “5,342!”     “8,657!”

            การฟันสองครั้งแรกไม่มีอะไรผิดปกติแต่ในการฟันดาบที่สามนั้นต่างออกไปเมื่อดาบของอายะสัมผัสร่างของสัตว์ประหลาดตรงหน้า มิติข้างตัวเธอก็ฉีกขาด และในวินาทีนั้นก็มีสัตว์ประหลาดคล้ายสุนัขปรากฏตัวออกมาจากช่องว่างของมิติดวงตาของมันแดงกล่ำ คมเขี้ยวสีขาวโค้งยาว ร่างสีดำมืดราวรัตติกาลและเมื่อมันปรากฏตัวออกมาก็กระโจนเข้าขย้ำศัตรูที่ดาบของอายะฟันใส่ลงไปในชั่วพริบตาหลังจากนั้นเจ้าสัตว์ประหลาดที่ว่าก็หายไปในรอยแยกของมิติอย่างรวดเร็ว

            แทนซึ่งกำลังจัดการกับศัตรูตรงหน้าด้วยคันศรอเทมิสประหลาดใจเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดที่ว่าแต่เมื่ออายะฟันใส่ศัตรูไปเรื่อยๆ เจ้าปีศาจที่ว่าก็ออกมาโจมตีเป็นบางครั้งเขาคิดว่ามันน่าจะเกิดมาจากสกิลที่อายะใช้เมื่อสักครู่

            แล้วที่เขาคิดก็ไม่ผิด...มันเกิดจากสกิลที่หญิงสาวเรียกใช้...สกิลราเซ็น





            หลังจากนั้นแทนและอายะก็จัดการศัตรูบางส่วนลงได้แต่ที่มุมสนามมีลอร์สไพรด์เมจิกเชี่ยนที่เป็นศัตรูสายโจมตีด้วยเวทมนตร์กำลังท่องคาถาอยู่และเมื่ออายะเห็นดังนั้นเธอก็เรียกใช้สกิลที่ได้จากสายทักษะสปิริตลิงค์เกอร์ของเธอทันที

            “เอสเซนท์สแคตเตอร์… (Essence Scatter)” อายะเรียกใช้สกิลพร้อมกับกางมือที่ไม่ได้ถือดาบไปทางที่ลอร์สไพร์ดเมจิกเชี่ยนซึ่งกำลังท่องคาถาอยู่

            เมื่อสิ้นเสียงของเธอพลังเวทสีขาวบริสุทธิ์จากมือของอายะก็พุ่งไปยังลอร์สไพรด์เมจิกเชี่ยนและเมื่อพลังสีขาวบริสุทธิ์ที่มีความเร็วปานแสงสว่างวาบสัมผัสร่างของศัตรูพลังเวทที่กำลังรวมตัวกันก็สลายไปทันที

            “เจ๋ง!”แทนซึ่งเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นทำเสียงชอบใจทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารู้เพียงแต่ว่าทักษะหนึ่งของอายะสามารถหยุดยั้งคาถาของศัตรูได้

             หลังจากที่พลังเวทของลอร์สไพรด์เมจิกเชี่ยนหายไปอายะก็ใช้ความเร็วของเธอพุ่งเข้าประชิดตัว ตามด้วยตวัดคมดาบตัดอากาศก่อนจะฟันลงบนร่างของศัตรูไม่ยั้ง

            “5,419”                                      “5,664” 

            “5,734!”                                      “5,877!”

            “5,861!”                                      “5,546!”                  “8,945!”

            “5,099!”                                      “5,093!”

            “5,328!”                                      “5,482!”

            “5,441!”                  “8,839!”     “5,137!”

                   

            ดาบที่ฟันใส่ศัตรูซึ่งกำลังร่ายเวทรวดเร็วและรุนแรง สกิลราเซ็นแสดงผลออกมา2 ครั้ง อสูรสุนัขจากต่างมิติพุ่งเข้าโจมตีประสานกับคมดาบ และเมื่อดาบสุดท้ายฟันลงไปศัตรูของเธอก็สลายกลายเป็นประกายแสงพร้อมกับเสียงประกาศจากระบบเพราะทางด้านแทนจัดการศัตรูลงได้ก่อนแล้ว

     






    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน