สมุนไพรบางตัวถูกซื้อโดยแม่บ้านปกติทั่วไปพร้อมตอนไปจ่ายตลาด ส่งให้สามีที่เป็นทหารใส่ถุงห่อมื้อกลางวัน จากนั้นวางที่พักโต๊ะทหารเวร เมื่อวางรวมกันหลายกล่อง ในแต่ละห่อที่พกมากับชุดอาหารกลางวันของทหาร ก็จะรวมเป็นตัวยาสำคัญ จากนั้นจะโดนโยนห่อลงที่ทิ้งอาหาร ห่อจะโดนคนเก็บกวาดขยะเอาไป ล้างห่อนอกที่ห้องแล้วเปลี่ยนห่อใหม่
จากนั้นส่งไปยังคนที่เข้ามาเอาของออกไปซื้อหาของในตัวอาคารที่หนึ่ง เดินผ่านในตัวตึกระเบียงแคบๆ ตามปกติ แล้วหย่อนลงในช่องหลังโต๊ะ ช่องนี้จะส่งยาห่อนี้ไหลลงไปยังคุกใต้ดินที่ขุดสร้างเตรียมไว้แรมปีเพื่อซ่องสุมกำลังของเอียนน์
ตัวคุกต้องออกไปเข้าที่นอกเมืองลอดอุโมงค์เข้ามา แต่ตัวยาสามารถส่งลงช่องนี้ได้ จากนั้นคนของเงาปีศาจก็ต้มยาบำรุงครรภ์และยาแก้อาเจียนแพ้ท้องให้ว่าที่เมียหัวหน้าองครักษ์
ที่ต้องทำขาดนี้เพราะอลันไม่ประมาท เขารู้ดีว่าหากให้คนของปราสาทองค์ชายลำดับ 3ออกไปซื้อตัวยาพวกนี้บ่อยๆ เข้า แม้จะแยกซื้อพวกนักฆ่ามืออาชีพต้องสังเกตพบข้อพิรุธนี้เข้าแล้วประติดประต่อได้ว่ามีคนท้อง และเมื่อคนในปราสาทของเอียนน์ไม่มีคนท้อง พวกมันจะต้องรื้อค้นเรื่องนี้แน่ แม้โอกาสจะพบว่าจันทราที่ได้ชื่อใหม่ว่าจูนมีชีวิตอยู่จะน้อย แต่อลันไม่เสี่ยง
เขาและพวกสามารถปกป้องนางได้ แต่ถ้าพวกเกียเวอร์นและหัตถ์อสูรรู้ว่านางยังไม่ตาย มันต้องหาทางพลิกลิ้นรับมือการไต่สวนแน่นอน
ห้องนักโทษที่แสนจะน่ากลัวถ้ามองจากภายนอก ตอนนี้ข้างในนั้นสะอาดสะอ้านและหวานกันซะเหลือเกินกับคู่รักคู่ใหม่ที่กำลังจะเป็นครอบครัว
เอียนน์ได้ข้อมูลในการไต่สวน เขาสั่งเปิดวิหารอาร์คเน่ สำหรับไต่สวนคดีของชนชั้นสูง สำหรับโลกนี้แล้วจะใช้วิหารพวกนี้แทนศาล ส่วนกับสามัญชนจะใช้ห้องไต่สวนกลางของเรือนจำ เรียกว่าตัดสินเสร็จก็เอาขังเลยว่างั้นเหอะ
คนที่เครียดออกนอกหน้าที่สุดคือเกียเวอร์น เขาแม้มากอิทธิพล แต่การขึ้นให้การในการไต่สวนนั้นเป็นครั้งแรกของเขา และเขารู้ว่าเอียนน์ต้องพยามที่จะไม่ให้เขารอดไปได้แน่นอน
คนของเกียร์เวอร์นมองหาอลัน แต่ไม่มีใครเห็นอลันในวิหารไต่สวน
ย้อนไปคืนก่อนจะขึ้นว่าความ
อลันหลังจัดแจงเรื่องจูนแล้วก็กลับมาที่ปราสาทเพื่อประชุมหารือรอบดึกก่อนขึ้นไต่สวนโดยเอียนน์ ในห้องประชุมอลันพบความคาดหมายที่คาดไม่ถึง คือดยุค ทัลลัสต์ มอลาสต์ เขานั่งอยู่ในที่ประชุม
“ข้ารู้ว่าท่านอยากถามข้า ว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ ข้าจะอธิบายเอง”....ทัลลัสต์หันมากล่าวกับอลัน
“เดิมทีข้าสนับสนุนองค์รัชทายาทจริง แต่นั่นเพราะเอาเขาไว้เป็นตัวคานอำนาจให้กับเอรากอสที่มีตระกูลบริทเทรย์หนุนหลัง แต่นับวันพฤติกรรมเขายิ่งต่ำทราม..เฮ้อ....ข้าน่าจะดูออก....แต่ถึงข้าดูออกก็ไม่มีทางเลือกอื่น องค์ชาย 3เอียนน์ที่ตอนนั้นมีคนจับตามองก็โดนเพ่งเล็งจากทั้ง 2 ขั้วอำนาจ จนเขาต้องออกมาจากวงเกมบัลลังก์แล้วเอาดีด้านค้าขาย....ที่ตายกลับเป็นเชนอาร์คองค์ชายลำดับที่ 4 ได้รับความไว้วางใจในการดูทำหน้าที่ตรวจร่างฎีกาช่วยพระราชาซึ่งต่อมาไม่นานเป็นศพลอยอยู่ในอุทยานตำหนักชั้นใน”...
ถอนหายใจอีกครั้งแล้วกล่าวต่อ
“พฤติกรรมกามฉาวโฉ่นั่นทำให้ข้าหอบลูกหลานที่เป็นผู้หญิงไปอย่ากับญาติที่ดินแดนห่างไกลเพื่อให้ห่างคนผู้นี้ ขุนนางอีกหลายคนก็ทำเช่นนั้น กรณีมาร์ควิสเซเลสนั้นเพิ่งจะแต่งงานยังไม่ทันจะได้อิ่มเอิบกับชีวิตสมรสก็มาเจอโศกนาฏกรรมน่าหดหู่เสียก่อน จะต้องมีใครอีกเท่าไหร่ที่ต้องเดือดร้อนเพราะคนเยี่ยงนี้ นี่ยังไม่ได้พูดถึงขุนนางและพ่อค้าวานิชอื่นไอีกนะ คนแบบนี้หรือจะให้ขึ้นมาปกครองอาณาจักร”
อลันห้อยโซ่ปลายมีดใช้ออร่าสายควบคุม โซ่ชี้ตรงไปจ่อหน้าดยุคทัลลัสต์
“อลัน!!”...แอนกับอีเดี้ยนตกใจจนทักออกมา
เอียนน์ยกมือปรามทั้งคู่ไว้
อลันชักโซ่กลับ
“ท่านพูดความจริง”
“เป็นความสามารถที่สะดวกดีมาก”...ทัลลัสต์ยิ้มชม
“ทีนี้จะยังไง?...ท่านจะสนับสนุนเอียนน์ของเราและขัดขวางเขาในที่ประชุมราชสำนักหลังจากนี้เหรอครับใต้เท้า?”...อลันถาม
“ไม่ ข้ายังคงสนับสนุนมันต่อ”
“อ้อ....ข้าเข้าใจแล้ว ท่านจะสนับสนุนมันให้ทำเรื่องโง่ๆ เพื่อให้เข้าทางเรา”
“ใช่ และมันกำลังจะส่งนักฆ่ามาลงมือกับเอียนน์ในช่วงที่มีการตัดสินคดี ขอให้พวกท่านรับมือกันด้วย”
.....
กลับมา ณปัจจุบัน
เอียนน์ขึ้นว่าความบนแท่นพิธีในวิหารอาร์คเน่
เบิกตัวจำเลยองค์ชายอันดับ1 เกียเวอร์นที่ตอนนี้ไม่ได้ดำรงค์ตำแหน่งรัชทายาท
การสืบพยานเรื่องคดีของการชำเราเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะไม่มีใครกล้าให้ปากคำที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะแพ้คดีหรือชนะ ด้วยอิทธิพลของรัชทายาทรับรองว่าไม่ได้ติดคุกคนปกติ แต่จะเป็นวิหารรีซียม วิหารที่ใช้ประกอบราชพิธีหลวง ซึ่งบางครั้งก็เอาไว้ขังบุคคลในราชวงจนกว่าจะพ้นความผิดหรือข้อกล่าวหาเท่านั้นเอง และแน่นอนว่าเกียเวอร์นสามารถสั่งการเก็บคนที่ขึ้นให้ปากคำได้จากในนั้นรวมไปถึงจัดการกับครอบครัวของพวกเขาด้วย
คดีแรกไม่คืบ ทุกคนพักการไต่สวน
“คดีนี้ทำอะไรมันไม่ได้อย่างที่คิดจริงๆ..”...อิเรเน่บ่น
“ยังไงก็เข้าทางเรา คดีต่อไปได้เห็นอะไรแน่”...เอียนน์พูดแล้วกลับเข้าศาลต่อ
“จำเลยเกียเวอร์นคดีต่อไปคือท่านถูกล่าวหาว่าเกี่ยวกับองค์กรหัตถ์อสูร”
“เจ้าพูดมามีหลักฐานเหรอไง ข้าเป็นถึงรัชทายาทนะจะไปเกี่ยวข้องกับองค์กรสกปรกแบบนั้นได้ยังไง!?”
“เบิกพยาน นักฆ่าฉายาชื่อในองค์กร ฝุ่นทราย !!”.....เอียนน์ออกคำสั่ง
ชายร่ายกำยำบาดแผลเต็มตัวเดินเข้ามา
“ข้าน้อย 1ใน 13 มืออสูรสังหาร แห่งองค์กรหัตถ์อสูร ฝุ่นทรายครับ”...ชายกำยำรายงานตัว
“ไหนลองเล่าสิ่งที่เจ้าทำมาในองค์กรซิ”
“ครับ....เริ่มจาก.............”....ชายกำนำเล่าเหตุการณ์สังหารขุนนางและพ่อค้าวานิชเมื่อหลายปีก่อนแบบเป๊ะๆได้ถึง 4-5 เหตุการณ์ ทั้งยังพาดพิงว่าองค์รัชทายาทสั่งการผ่านการาโทส ที่ฉากหน้าคือพ่อค้าวานิช แต่แท้จริงคือเจ้าขององค์กรหัตถ์อสูร
เกียเวอร์นตกตะลึง ตะลึงแรกคือชายคนนี้เป็นใคร? นี่ไม่ใช่ฝุ่นทรายที่เคยพาจันทราเมียของมันไปฆ่าคนให้เขาบ่อยๆด้วยการสั่งการของการาโทส
ตะลึงที่สอง มันเมื่อไม่ใช่ฝุ่นทรายเหตุใดรู้เหตุการณ์ละเอียดถึงเพียงนั้น
ตะลึงที่สาม เขาไม่พูดไม่ได้แล้ว
“เพ้อเจ้อ เจ้ามาถึงก็พูดๆๆๆๆ พูดอยู่คนเดียวว่าข้าสั่งนั่นนี่สาพัด เจ้ามีหลักฐานอะไร? เจ้าเป็นใคร?”....เกียเวอร์นโวยวาย
“องค์ชายท่านยอมจำนนเถอะ ข้าสารภาพไปหมดแล้ว เมียข้าก็ตาย พฤกษาก็ตาย ถ้าท่านยังดื้อรั้น ต่อให้พ้นการไต่สวนไปได้ก็ไม่มีใครปกป้องท่านได้ ข้า.......ตอนนี้ท่านการาโทสยอมเปลี่ยนข้างแล้ว เขารู้ว่าท่านจะปัดเขาให้พ้นทางสักวัน องค์ชายท่านเคยให้ข้าลิ้มลองบรรดาภรรยาท่าน ข้าไม่ลืมพระคุณ ขอข้าช่วยท่านครั้งสุดท้าย ถาการาโทสมาถึง เขาจะต้องแฉท่านแน่”....ชายกำยำที่เรียกตัวว่าฝุ่นทรายกล่าวกับเกียเวอร์น
“ไอ้สารเลว เจ้าพล่ามอะไร? ข้าไม่เคยให้นักฆ่ามาเอาเมียข้า ฝุ่นทรายไม่เคยเหยียบปราสาทข้าด้วยซ้ำข้าเจอพวกมันที่ท่าเรือตลอด!! คนที่เหยียบปราสาทข้ามีแต่การาโทส”.....เกียเวอร์นโวยวาย
แต่..
เขาก็สะอึก เขารู้ว่าเขาพลาดแล้ว
คนที่โดนตามใจ ไม่เคยมีคนขัด ไหนเลยจะเคยโต้ถกแลกเปลี่ยนวาทะวาทีกับผู้อื่นเพื่อหยั่งเชิง แน่นอนไม่มีทางที่เขาจะทันเหลี่ยมการหลอกล่อ เพราะในชีวิตเขาไม่มีใครกล้ามาล้อเล่นสนทนาหลอกล่อเขาเด็ดขาด
“อ๋อ.....ปกติเจอฝุ่นทรายบที่ท่าเรือ?...แล้วเจ้าล่ำบึ๊กคนนี่ก็ไม่ใช่ฝุ่นทรายตัวจริงที่ท่านเคยรู้จัก? ตกลงว่า 1 ใน 13 มือสังหารสุดยอดมีคนที่ชื่อฝุ่นทรายและท่านก็รู้จักมันสินะ?”...เอียนน์ยิ้มถาม
“ข..ข..ข้า..อ้อ..ใช่ๆ...มันคือคนที่ข้าไว้ใช้งาน แต่มันไม่ใช่ 13 นักฆ่าอะไรนั่นเลยนะ”
“อ้อ............”
ทางด้านกิจการแถบท่าเรือ
กองกำหลังกองปราบนครบาลของโยฮันตันก็ส่งทหารมาล้อมท่าเรือนี้ พร้อมหมายบุกค้นของเจ้ากรมตุลาการ
“พวกท่านจะทำอะไร!?”..การาโทสขวางไว้
“นี่หมายค้นลงนามเจ้ากรมตุลาการ ค้นได้ทุกที่ยกเว้นพระราชฐานส่วนประทับของพระราชา ค้น!!”....สิ้นคำ หัวหน้ากองก็ทำเหล่าทหารกองปราบบุกค้น
“ฝีมือของเอียนน์สิน”....การาโทสได้แต่ปล่อยให้ค้น
ทหารนายหนึ่งเดินมารายงาน
“เรียนท่านนายกอง เราควบคุมตัวบุคคลที่มีหน้าตรงตามรูปวาดหมายจับที่เป็นนักฆ่าครับ”
“ดี ล่ามโซ่แล้วพามา!!”
คนที่ถูกจับมาถึง หัวหน้ากองกางกระดาษภาพวาดออกแล้วมองพวกมัน
“เมฆหมอก พสุธา ควัน อัคคี .....ตรงตามชื่อและใบประกาศ แล้ว วายุ เงามืด อัสนี วารี ล่ะ?”
“เรียนท่าน.... พวกมัน 4 ไม่พบครับ”....ทหารรายงาน
วายุ อัสนี วารี เคยปะทะพวกอลันกับลิเลียในฐานะเงาปีศาจที่ปลอมตัวเป็นนักฆ่าไปพบพวกมันหลบไปกบดาน ส่วนเงามืด รับคำสั่งลอบฆ่าเอียนน์
สำหรับเมฆหมอก พสุธา ควัน และอัคคี พวกเขายังไม่ยอมรับว่าคือคนร้ายดังนั้นแกล้งยอมโดนล่ามโซ่แน่นหนา และเมื่อเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด จึงโดนสั่งให้เข้าไปอยู่ในกรงเหล็กหนาที่โผล่มาแต่คอ
“เรียนท่านนายกอง เราตรวจไม่พบอะไรครับ”
“หึ...ท่านมาก็ไม่พบอะไรที่เชื่อมโยงว่าคนงานและนักบัญชีของข้าเป็นนักฆ่า ท่านควรรีบปล่อยพวกเขา”...การาโทสเตือน
“ข้างบนเสากระโดงเรือของท่านเรือ 4 ลำที่จอดตรงนี้ไม่เคยไปไหน ตัวเรือข้าค้นไม่พบอะไร แต่ขอข้าและคนของข้าขึ้นไปตรวจ ท่านจะว่าไง”
“ข้างบนจะมีอะไร หอเอาไว้ขึ้นไปส่องสังเกตการณ์เวลาออกเรือ อีกอย่างที่เรือ 4ลำนี้ไม่ออกไปไหนเพราะแม้สภาพมันยังดี แต่หางเสือและแกนเรือมันมีปัญหา ซ่อมลำบากกว่าซื้อลำใหม่ ข้าเลยเอาไว้ประชุมคุยเจรจางานแทน”
“คุมตัวเขา ให้คนขึ้นไปดู”
จากข้อมูลของจันทราหรือจูน พวกมันซ่อนชุดอาวุธของ 13นักฆ่าไว้ที่จุดนั้น เพราะถ้าโดนตรวจค้น ทหารที่สวมเครื่อแบบหรือชุดเกราะรับรองจะไม่ปืนขึ้นไป
ในบรรดาทหารของหัวหน้ากองมีสมาชิกเงาปีศาจแฝงมา พวกเขาใช้ออร่าช่วยในการปีนขึ้นไปอย่างง่ายดาย
แล้วโบกมือส่งสัญญาณออกมา
“ไม่พบอะไรงั้นรึ?”...หัวหน้ากองถอนหายใจ
การาโทสเองก็แปลกใจที่ไม่พบอะไร เขาล่งใจขึ้นมา
“ทีนี้พวกท่านจะ.....”
การาโทสไม่ทันพูดจบ ทหารที่คุมกรงก็เลือกฝากรงที่แท้จริงคือใบมีดประหาร กดเข้าที่จุดที่หัวของนักโทษโผล่
ฉับ!!
คอของ เมฆหมอก พสุธา ควัน ขาดทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสดิ้นรนต่อต้านขัดขืน
“เฮ้ย!!!”....การาโทสตกตะลึง
“ไม่มีที่ไหนมีชัดๆ”....หัวหน้ากองชี้ขึ้นไป
คนที่ค้นแม้โบกมือ แต่สักครู่เขาก็ชูห่อชุดอาวุธของนักฆ่าที่ยังประจำการที่นี่ขึ้นมา
การโบกมือเมื่อสักครู่คือสัญญาณหลอก และบอกให้ตัดหัวนักฆ่าที่อยู่ในกรงทันที เพราะเจออาวุธร้ายแล้ว หากรอช้าพวกมันมีโอกาสที่จะหลุดออกมาแล้วจะยากที่จะควบคุมสถานการณืได้
3 ใน 13นักฆ่าอันแสนจะร้ายกาจ กลับตายด้วยอุบายเช่นนี้โดยยังไม่แสดงฝีมือนับว่าน่าเสียดาย แต่คนที่มาไม่ใช่อลัน หากรอมันแสดงฝีมือเกรงว่าจะพากันตายหมดมากกว่า
“ท่านครับ รายงานด่วน องค์ชายเกียเวอร์นตอบคำถามท่านเจ้ากรมตุลาการไม่ได้ ตอนนี้กำลังปัดความผิด บอกว่าเขาโดนการาโทสข่มขู่ให้ใช้อำนาจทำงานให้ครับ”
“ดี....ทหาร!!”....หัวหน้ากองกำลังจะออกคำสั่ง
กากราโทสไม่โดนควบคุมตัว แถมรอบๆ ตัวเขาไม่มีคนอยู่ใกล้ ทำให้เขาสะดวกหนี ประการนี้เป็นคำสั่งอลัน ว่าห้ามทหารอยู่ใกล้การาโทส เขาเป็นผู้ฝึก 13นักฆ่ากับมือย่อมต้องมีความสามารถในการเข่นฆ่าสูง ดังนั้นจงใจหละหลวมให้ทางเขาหนี เพื่อที่จะไม่ทำให้ทหารล้มตาย เพราะถึงพยามจับกุมเขาก็หนีได้อยุ่ดี รังแต่จะเสียกำลังคนไปเปล่าๆ
และก็จริงตามคาด การาโทสได้จังหวะรีบถอนตัวหนีก่อนที่จะไม่มีโอกาส นักฆ่าไม่ใช่นักรบ เขาไม่ประสงค์จะเอาเวลาหนีหรือถอนตัวมานั่งฆ่ายืนฆ่าทหารกองปราบ
เขาทะยานหนีหายไปในที่สุด
วิหารอาร์คเน่
นกส่งสารบินมาที่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่รับนกแล้วแกะข้อความอ่าน
เดินเอามาส่งที่แท่นว่าความของเอียนน์
“อืม....เกียเวอร์น... การาโทสของท่านรับสารภาพแล้ว ว่าทำงานให้ท่าน นักฆ่าเมฆหมอก พสุธา ควันตายแล้วอีกเดี๋ยวหัวของพวกมันจะถูกส่งมาที่นี่ เขาเลือกที่จะให้ทางการปล่อยเขาและองค์กรเขาไปโดยและกับคำให้การที่เป็นประโยชน์ เขากำลังจะตามมาให้การที่นี่ในไม่ช้า”.....เอียนน์บอก
“อะไรนะ!?”....เกียเวอร์นตะลึง
เสียงในห้องโถงสอบสวนฮือฮาลั่น
เอียนส่งคนไปปราบถึงรังจริง แต่เขาลักไก่ทั้ง 2 ฝั่ง
หญิงสาวคลุมผ้าสวมหมวกเดินมากระซิบเอียนน์
เอียนน์หันไปทางผู้หญิงคนหนึ่งที่มาร่วมฟังคำไต่สวนอยู่นอกโถง
“เจ้า..เข้ามาซิ”
“คะใต้เท้า ข้าเหรอ?”...นางชี้นิ้วที่ตัวเองทำท่างงๆ
“ใช่เจ้านจั่นแหล่ะ ..เงามืด”
!!