พ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก

    บทที่ 3 ศึกราชสำนัก // อาญาแผ่นดิน #04 ลักไก่ ล่อซ้ายจู่โจมขวา

            สมุนไพรบางตัวถูกซื้อโดยแม่บ้านปกติทั่วไปพร้อมตอนไปจ่ายตลาด  ส่งให้สามีที่เป็นทหารใส่ถุงห่อมื้อกลางวัน  จากนั้นวางที่พักโต๊ะทหารเวร  เมื่อวางรวมกันหลายกล่อง  ในแต่ละห่อที่พกมากับชุดอาหารกลางวันของทหาร   ก็จะรวมเป็นตัวยาสำคัญ   จากนั้นจะโดนโยนห่อลงที่ทิ้งอาหาร  ห่อจะโดนคนเก็บกวาดขยะเอาไป  ล้างห่อนอกที่ห้องแล้วเปลี่ยนห่อใหม่

            จากนั้นส่งไปยังคนที่เข้ามาเอาของออกไปซื้อหาของในตัวอาคารที่หนึ่ง  เดินผ่านในตัวตึกระเบียงแคบๆ ตามปกติ  แล้วหย่อนลงในช่องหลังโต๊ะ  ช่องนี้จะส่งยาห่อนี้ไหลลงไปยังคุกใต้ดินที่ขุดสร้างเตรียมไว้แรมปีเพื่อซ่องสุมกำลังของเอียนน์

            ตัวคุกต้องออกไปเข้าที่นอกเมืองลอดอุโมงค์เข้ามา   แต่ตัวยาสามารถส่งลงช่องนี้ได้ จากนั้นคนของเงาปีศาจก็ต้มยาบำรุงครรภ์และยาแก้อาเจียนแพ้ท้องให้ว่าที่เมียหัวหน้าองครักษ์

            ที่ต้องทำขาดนี้เพราะอลันไม่ประมาท  เขารู้ดีว่าหากให้คนของปราสาทองค์ชายลำดับ 3ออกไปซื้อตัวยาพวกนี้บ่อยๆ เข้า แม้จะแยกซื้อพวกนักฆ่ามืออาชีพต้องสังเกตพบข้อพิรุธนี้เข้าแล้วประติดประต่อได้ว่ามีคนท้อง  และเมื่อคนในปราสาทของเอียนน์ไม่มีคนท้อง   พวกมันจะต้องรื้อค้นเรื่องนี้แน่ แม้โอกาสจะพบว่าจันทราที่ได้ชื่อใหม่ว่าจูนมีชีวิตอยู่จะน้อย  แต่อลันไม่เสี่ยง

            เขาและพวกสามารถปกป้องนางได้ แต่ถ้าพวกเกียเวอร์นและหัตถ์อสูรรู้ว่านางยังไม่ตาย  มันต้องหาทางพลิกลิ้นรับมือการไต่สวนแน่นอน

            ห้องนักโทษที่แสนจะน่ากลัวถ้ามองจากภายนอก  ตอนนี้ข้างในนั้นสะอาดสะอ้านและหวานกันซะเหลือเกินกับคู่รักคู่ใหม่ที่กำลังจะเป็นครอบครัว

             

            เอียนน์ได้ข้อมูลในการไต่สวน  เขาสั่งเปิดวิหารอาร์คเน่ สำหรับไต่สวนคดีของชนชั้นสูง   สำหรับโลกนี้แล้วจะใช้วิหารพวกนี้แทนศาล   ส่วนกับสามัญชนจะใช้ห้องไต่สวนกลางของเรือนจำ   เรียกว่าตัดสินเสร็จก็เอาขังเลยว่างั้นเหอะ

             

            คนที่เครียดออกนอกหน้าที่สุดคือเกียเวอร์น เขาแม้มากอิทธิพล   แต่การขึ้นให้การในการไต่สวนนั้นเป็นครั้งแรกของเขา  และเขารู้ว่าเอียนน์ต้องพยามที่จะไม่ให้เขารอดไปได้แน่นอน

            คนของเกียร์เวอร์นมองหาอลัน  แต่ไม่มีใครเห็นอลันในวิหารไต่สวน

             

            ย้อนไปคืนก่อนจะขึ้นว่าความ

            อลันหลังจัดแจงเรื่องจูนแล้วก็กลับมาที่ปราสาทเพื่อประชุมหารือรอบดึกก่อนขึ้นไต่สวนโดยเอียนน์ ในห้องประชุมอลันพบความคาดหมายที่คาดไม่ถึง  คือดยุค ทัลลัสต์  มอลาสต์ เขานั่งอยู่ในที่ประชุม

            “ข้ารู้ว่าท่านอยากถามข้า  ว่าทำไมมาอยู่ที่นี่  ข้าจะอธิบายเอง”....ทัลลัสต์หันมากล่าวกับอลัน

            “เดิมทีข้าสนับสนุนองค์รัชทายาทจริง  แต่นั่นเพราะเอาเขาไว้เป็นตัวคานอำนาจให้กับเอรากอสที่มีตระกูลบริทเทรย์หนุนหลัง แต่นับวันพฤติกรรมเขายิ่งต่ำทราม..เฮ้อ....ข้าน่าจะดูออก....แต่ถึงข้าดูออกก็ไม่มีทางเลือกอื่น  องค์ชาย 3เอียนน์ที่ตอนนั้นมีคนจับตามองก็โดนเพ่งเล็งจากทั้ง 2 ขั้วอำนาจ  จนเขาต้องออกมาจากวงเกมบัลลังก์แล้วเอาดีด้านค้าขาย....ที่ตายกลับเป็นเชนอาร์คองค์ชายลำดับที่ 4 ได้รับความไว้วางใจในการดูทำหน้าที่ตรวจร่างฎีกาช่วยพระราชาซึ่งต่อมาไม่นานเป็นศพลอยอยู่ในอุทยานตำหนักชั้นใน”...

            ถอนหายใจอีกครั้งแล้วกล่าวต่อ

            “พฤติกรรมกามฉาวโฉ่นั่นทำให้ข้าหอบลูกหลานที่เป็นผู้หญิงไปอย่ากับญาติที่ดินแดนห่างไกลเพื่อให้ห่างคนผู้นี้  ขุนนางอีกหลายคนก็ทำเช่นนั้น  กรณีมาร์ควิสเซเลสนั้นเพิ่งจะแต่งงานยังไม่ทันจะได้อิ่มเอิบกับชีวิตสมรสก็มาเจอโศกนาฏกรรมน่าหดหู่เสียก่อน   จะต้องมีใครอีกเท่าไหร่ที่ต้องเดือดร้อนเพราะคนเยี่ยงนี้  นี่ยังไม่ได้พูดถึงขุนนางและพ่อค้าวานิชอื่นไอีกนะ คนแบบนี้หรือจะให้ขึ้นมาปกครองอาณาจักร”

            อลันห้อยโซ่ปลายมีดใช้ออร่าสายควบคุม  โซ่ชี้ตรงไปจ่อหน้าดยุคทัลลัสต์

            “อลัน!!”...แอนกับอีเดี้ยนตกใจจนทักออกมา

            เอียนน์ยกมือปรามทั้งคู่ไว้

            อลันชักโซ่กลับ

            “ท่านพูดความจริง”

            “เป็นความสามารถที่สะดวกดีมาก”...ทัลลัสต์ยิ้มชม

            “ทีนี้จะยังไง?...ท่านจะสนับสนุนเอียนน์ของเราและขัดขวางเขาในที่ประชุมราชสำนักหลังจากนี้เหรอครับใต้เท้า?”...อลันถาม

            “ไม่  ข้ายังคงสนับสนุนมันต่อ”

            “อ้อ....ข้าเข้าใจแล้ว ท่านจะสนับสนุนมันให้ทำเรื่องโง่ๆ เพื่อให้เข้าทางเรา”

            “ใช่  และมันกำลังจะส่งนักฆ่ามาลงมือกับเอียนน์ในช่วงที่มีการตัดสินคดี  ขอให้พวกท่านรับมือกันด้วย”

             

            .....

            กลับมา ณปัจจุบัน

            เอียนน์ขึ้นว่าความบนแท่นพิธีในวิหารอาร์คเน่

            เบิกตัวจำเลยองค์ชายอันดับ1 เกียเวอร์นที่ตอนนี้ไม่ได้ดำรงค์ตำแหน่งรัชทายาท

            การสืบพยานเรื่องคดีของการชำเราเป็นไปอย่างยากลำบาก  เพราะไม่มีใครกล้าให้ปากคำที่เป็นประโยชน์   ไม่ว่าจะแพ้คดีหรือชนะ  ด้วยอิทธิพลของรัชทายาทรับรองว่าไม่ได้ติดคุกคนปกติ    แต่จะเป็นวิหารรีซียม  วิหารที่ใช้ประกอบราชพิธีหลวง ซึ่งบางครั้งก็เอาไว้ขังบุคคลในราชวงจนกว่าจะพ้นความผิดหรือข้อกล่าวหาเท่านั้นเอง   และแน่นอนว่าเกียเวอร์นสามารถสั่งการเก็บคนที่ขึ้นให้ปากคำได้จากในนั้นรวมไปถึงจัดการกับครอบครัวของพวกเขาด้วย

            คดีแรกไม่คืบ  ทุกคนพักการไต่สวน

            “คดีนี้ทำอะไรมันไม่ได้อย่างที่คิดจริงๆ..”...อิเรเน่บ่น

            “ยังไงก็เข้าทางเรา   คดีต่อไปได้เห็นอะไรแน่”...เอียนน์พูดแล้วกลับเข้าศาลต่อ

             

            “จำเลยเกียเวอร์นคดีต่อไปคือท่านถูกล่าวหาว่าเกี่ยวกับองค์กรหัตถ์อสูร”

            “เจ้าพูดมามีหลักฐานเหรอไง  ข้าเป็นถึงรัชทายาทนะจะไปเกี่ยวข้องกับองค์กรสกปรกแบบนั้นได้ยังไง!?”

            “เบิกพยาน  นักฆ่าฉายาชื่อในองค์กร ฝุ่นทราย !!”.....เอียนน์ออกคำสั่ง

             

            ชายร่ายกำยำบาดแผลเต็มตัวเดินเข้ามา

            “ข้าน้อย 1ใน 13 มืออสูรสังหาร แห่งองค์กรหัตถ์อสูร ฝุ่นทรายครับ”...ชายกำยำรายงานตัว

            “ไหนลองเล่าสิ่งที่เจ้าทำมาในองค์กรซิ”

            “ครับ....เริ่มจาก.............”....ชายกำนำเล่าเหตุการณ์สังหารขุนนางและพ่อค้าวานิชเมื่อหลายปีก่อนแบบเป๊ะๆได้ถึง 4-5 เหตุการณ์  ทั้งยังพาดพิงว่าองค์รัชทายาทสั่งการผ่านการาโทส   ที่ฉากหน้าคือพ่อค้าวานิช  แต่แท้จริงคือเจ้าขององค์กรหัตถ์อสูร

            เกียเวอร์นตกตะลึง ตะลึงแรกคือชายคนนี้เป็นใคร?  นี่ไม่ใช่ฝุ่นทรายที่เคยพาจันทราเมียของมันไปฆ่าคนให้เขาบ่อยๆด้วยการสั่งการของการาโทส

            ตะลึงที่สอง  มันเมื่อไม่ใช่ฝุ่นทรายเหตุใดรู้เหตุการณ์ละเอียดถึงเพียงนั้น

            ตะลึงที่สาม  เขาไม่พูดไม่ได้แล้ว

            “เพ้อเจ้อ  เจ้ามาถึงก็พูดๆๆๆๆ พูดอยู่คนเดียวว่าข้าสั่งนั่นนี่สาพัด  เจ้ามีหลักฐานอะไร?   เจ้าเป็นใคร?”....เกียเวอร์นโวยวาย

            “องค์ชายท่านยอมจำนนเถอะ  ข้าสารภาพไปหมดแล้ว  เมียข้าก็ตาย  พฤกษาก็ตาย ถ้าท่านยังดื้อรั้น ต่อให้พ้นการไต่สวนไปได้ก็ไม่มีใครปกป้องท่านได้  ข้า.......ตอนนี้ท่านการาโทสยอมเปลี่ยนข้างแล้ว  เขารู้ว่าท่านจะปัดเขาให้พ้นทางสักวัน   องค์ชายท่านเคยให้ข้าลิ้มลองบรรดาภรรยาท่าน  ข้าไม่ลืมพระคุณ  ขอข้าช่วยท่านครั้งสุดท้าย  ถาการาโทสมาถึง  เขาจะต้องแฉท่านแน่”....ชายกำยำที่เรียกตัวว่าฝุ่นทรายกล่าวกับเกียเวอร์น

            “ไอ้สารเลว  เจ้าพล่ามอะไร?  ข้าไม่เคยให้นักฆ่ามาเอาเมียข้า   ฝุ่นทรายไม่เคยเหยียบปราสาทข้าด้วยซ้ำข้าเจอพวกมันที่ท่าเรือตลอด!!  คนที่เหยียบปราสาทข้ามีแต่การาโทส”.....เกียเวอร์นโวยวาย

            แต่..

            เขาก็สะอึก  เขารู้ว่าเขาพลาดแล้ว

            คนที่โดนตามใจ  ไม่เคยมีคนขัด ไหนเลยจะเคยโต้ถกแลกเปลี่ยนวาทะวาทีกับผู้อื่นเพื่อหยั่งเชิง  แน่นอนไม่มีทางที่เขาจะทันเหลี่ยมการหลอกล่อ  เพราะในชีวิตเขาไม่มีใครกล้ามาล้อเล่นสนทนาหลอกล่อเขาเด็ดขาด

            “อ๋อ.....ปกติเจอฝุ่นทรายบที่ท่าเรือ?...แล้วเจ้าล่ำบึ๊กคนนี่ก็ไม่ใช่ฝุ่นทรายตัวจริงที่ท่านเคยรู้จัก?  ตกลงว่า 1 ใน 13 มือสังหารสุดยอดมีคนที่ชื่อฝุ่นทรายและท่านก็รู้จักมันสินะ?”...เอียนน์ยิ้มถาม

            “ข..ข..ข้า..อ้อ..ใช่ๆ...มันคือคนที่ข้าไว้ใช้งาน  แต่มันไม่ใช่ 13 นักฆ่าอะไรนั่นเลยนะ”

            “อ้อ............”

             

            ทางด้านกิจการแถบท่าเรือ

            กองกำหลังกองปราบนครบาลของโยฮันตันก็ส่งทหารมาล้อมท่าเรือนี้  พร้อมหมายบุกค้นของเจ้ากรมตุลาการ

            “พวกท่านจะทำอะไร!?”..การาโทสขวางไว้

            “นี่หมายค้นลงนามเจ้ากรมตุลาการ  ค้นได้ทุกที่ยกเว้นพระราชฐานส่วนประทับของพระราชา  ค้น!!”....สิ้นคำ   หัวหน้ากองก็ทำเหล่าทหารกองปราบบุกค้น

            “ฝีมือของเอียนน์สิน”....การาโทสได้แต่ปล่อยให้ค้น

            ทหารนายหนึ่งเดินมารายงาน

            “เรียนท่านนายกอง  เราควบคุมตัวบุคคลที่มีหน้าตรงตามรูปวาดหมายจับที่เป็นนักฆ่าครับ”

            “ดี  ล่ามโซ่แล้วพามา!!”

            คนที่ถูกจับมาถึง  หัวหน้ากองกางกระดาษภาพวาดออกแล้วมองพวกมัน

            “เมฆหมอก    พสุธา    ควัน  อัคคี   .....ตรงตามชื่อและใบประกาศ  แล้ว วายุ เงามืด  อัสนี  วารี ล่ะ?”

            “เรียนท่าน....  พวกมัน 4 ไม่พบครับ”....ทหารรายงาน

            วายุ  อัสนี  วารี  เคยปะทะพวกอลันกับลิเลียในฐานะเงาปีศาจที่ปลอมตัวเป็นนักฆ่าไปพบพวกมันหลบไปกบดาน  ส่วนเงามืด  รับคำสั่งลอบฆ่าเอียนน์

             

            สำหรับเมฆหมอก    พสุธา    ควัน  และอัคคี พวกเขายังไม่ยอมรับว่าคือคนร้ายดังนั้นแกล้งยอมโดนล่ามโซ่แน่นหนา และเมื่อเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด จึงโดนสั่งให้เข้าไปอยู่ในกรงเหล็กหนาที่โผล่มาแต่คอ

            “เรียนท่านนายกอง  เราตรวจไม่พบอะไรครับ”

            “หึ...ท่านมาก็ไม่พบอะไรที่เชื่อมโยงว่าคนงานและนักบัญชีของข้าเป็นนักฆ่า  ท่านควรรีบปล่อยพวกเขา”...การาโทสเตือน

            “ข้างบนเสากระโดงเรือของท่านเรือ  4 ลำที่จอดตรงนี้ไม่เคยไปไหน   ตัวเรือข้าค้นไม่พบอะไร   แต่ขอข้าและคนของข้าขึ้นไปตรวจ  ท่านจะว่าไง”

            “ข้างบนจะมีอะไร  หอเอาไว้ขึ้นไปส่องสังเกตการณ์เวลาออกเรือ   อีกอย่างที่เรือ 4ลำนี้ไม่ออกไปไหนเพราะแม้สภาพมันยังดี  แต่หางเสือและแกนเรือมันมีปัญหา ซ่อมลำบากกว่าซื้อลำใหม่ ข้าเลยเอาไว้ประชุมคุยเจรจางานแทน”

            “คุมตัวเขา  ให้คนขึ้นไปดู”

            จากข้อมูลของจันทราหรือจูน   พวกมันซ่อนชุดอาวุธของ 13นักฆ่าไว้ที่จุดนั้น เพราะถ้าโดนตรวจค้น  ทหารที่สวมเครื่อแบบหรือชุดเกราะรับรองจะไม่ปืนขึ้นไป

            ในบรรดาทหารของหัวหน้ากองมีสมาชิกเงาปีศาจแฝงมา  พวกเขาใช้ออร่าช่วยในการปีนขึ้นไปอย่างง่ายดาย

            แล้วโบกมือส่งสัญญาณออกมา

            “ไม่พบอะไรงั้นรึ?”...หัวหน้ากองถอนหายใจ

            การาโทสเองก็แปลกใจที่ไม่พบอะไร   เขาล่งใจขึ้นมา

            “ทีนี้พวกท่านจะ.....”

            การาโทสไม่ทันพูดจบ ทหารที่คุมกรงก็เลือกฝากรงที่แท้จริงคือใบมีดประหาร  กดเข้าที่จุดที่หัวของนักโทษโผล่

            ฉับ!!

            คอของ เมฆหมอก    พสุธา    ควัน ขาดทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสดิ้นรนต่อต้านขัดขืน

            “เฮ้ย!!!”....การาโทสตกตะลึง

            “ไม่มีที่ไหนมีชัดๆ”....หัวหน้ากองชี้ขึ้นไป

            คนที่ค้นแม้โบกมือ  แต่สักครู่เขาก็ชูห่อชุดอาวุธของนักฆ่าที่ยังประจำการที่นี่ขึ้นมา

            การโบกมือเมื่อสักครู่คือสัญญาณหลอก  และบอกให้ตัดหัวนักฆ่าที่อยู่ในกรงทันที  เพราะเจออาวุธร้ายแล้ว หากรอช้าพวกมันมีโอกาสที่จะหลุดออกมาแล้วจะยากที่จะควบคุมสถานการณืได้

            3 ใน 13นักฆ่าอันแสนจะร้ายกาจ กลับตายด้วยอุบายเช่นนี้โดยยังไม่แสดงฝีมือนับว่าน่าเสียดาย   แต่คนที่มาไม่ใช่อลัน  หากรอมันแสดงฝีมือเกรงว่าจะพากันตายหมดมากกว่า

             

            “ท่านครับ  รายงานด่วน องค์ชายเกียเวอร์นตอบคำถามท่านเจ้ากรมตุลาการไม่ได้   ตอนนี้กำลังปัดความผิด  บอกว่าเขาโดนการาโทสข่มขู่ให้ใช้อำนาจทำงานให้ครับ”

            “ดี....ทหาร!!”....หัวหน้ากองกำลังจะออกคำสั่ง

            กากราโทสไม่โดนควบคุมตัว  แถมรอบๆ ตัวเขาไม่มีคนอยู่ใกล้  ทำให้เขาสะดวกหนี  ประการนี้เป็นคำสั่งอลัน  ว่าห้ามทหารอยู่ใกล้การาโทส   เขาเป็นผู้ฝึก 13นักฆ่ากับมือย่อมต้องมีความสามารถในการเข่นฆ่าสูง ดังนั้นจงใจหละหลวมให้ทางเขาหนี เพื่อที่จะไม่ทำให้ทหารล้มตาย เพราะถึงพยามจับกุมเขาก็หนีได้อยุ่ดี รังแต่จะเสียกำลังคนไปเปล่าๆ

            และก็จริงตามคาด  การาโทสได้จังหวะรีบถอนตัวหนีก่อนที่จะไม่มีโอกาส   นักฆ่าไม่ใช่นักรบ เขาไม่ประสงค์จะเอาเวลาหนีหรือถอนตัวมานั่งฆ่ายืนฆ่าทหารกองปราบ

            เขาทะยานหนีหายไปในที่สุด

             

            วิหารอาร์คเน่

            นกส่งสารบินมาที่เจ้าหน้าที่  เจ้าหน้าที่รับนกแล้วแกะข้อความอ่าน

            เดินเอามาส่งที่แท่นว่าความของเอียนน์

            “อืม....เกียเวอร์น...  การาโทสของท่านรับสารภาพแล้ว  ว่าทำงานให้ท่าน  นักฆ่าเมฆหมอก    พสุธา    ควันตายแล้วอีกเดี๋ยวหัวของพวกมันจะถูกส่งมาที่นี่  เขาเลือกที่จะให้ทางการปล่อยเขาและองค์กรเขาไปโดยและกับคำให้การที่เป็นประโยชน์  เขากำลังจะตามมาให้การที่นี่ในไม่ช้า”.....เอียนน์บอก

            “อะไรนะ!?”....เกียเวอร์นตะลึง

            เสียงในห้องโถงสอบสวนฮือฮาลั่น

            เอียนส่งคนไปปราบถึงรังจริง  แต่เขาลักไก่ทั้ง 2 ฝั่ง

            หญิงสาวคลุมผ้าสวมหมวกเดินมากระซิบเอียนน์

            เอียนน์หันไปทางผู้หญิงคนหนึ่งที่มาร่วมฟังคำไต่สวนอยู่นอกโถง

            “เจ้า..เข้ามาซิ”

            “คะใต้เท้า ข้าเหรอ?”...นางชี้นิ้วที่ตัวเองทำท่างงๆ

            “ใช่เจ้านจั่นแหล่ะ ..เงามืด”

            !!

    คล้ายกับเรื่องพ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก ที่คุณอ่าน