เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 36 ตกลงแล้วมันได้รีเซ็ตแล้วจริงๆเหรอ?

    วันนี้ก็เป็นการออกเดินทางของกลุ่มผมและกลุ่มของลูเชียโน่ ผมที่ใช้เวลากับค่ำคืนอันแสนหอมหวานไปกับสองสาวจนถึงเช้าไปไม่สิเมื่อสักครู่นี้เลยเพราะพึ่งได้พัก ผมในตอนนี้แทบจะขยับตัวไม่ได้แล้วส่วนทางไอรีนกับเซล่ากลับดูกระปรี้กระเปร่าราวกับเมื่อคืนได้รับการเติมเต็ม ทั้งที่ตอนแรกปฏิเสธผมไปก่อนที่จะเริ่มทำ แต่พอโดนผมเล้าโลมเข้าไปก็ทำให้พวกเธอร้องหามันด้วยความต้องการ
    ไอรีนเดินมาดูอาการของผมแล้วถามผมด้วยความเป็นห่วง
    “เป็นอะไรรึเปล่าโรเบิร์ต นายไหวไหม นายไม่น่าฝืนตัวเองเลยนะน่าจะทำเอาพอดีนายทำแบบนั้นมาจนถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ถ้านับตามที่ทำกันไปมันก็ตั้งสิบชั่งโมง นายก็รู้ว่าวันนี้ต้องเดินทางต่อ อีกอย่างร่างกายของนายก็ยังไม่ได้มีทักษะเสริมทางด้านกายภาพและทักษะสายพละกำลัง ทำให้ร่างกายของนายหมดแรงไปก่อนคงเป็นเพราะแวมไพร์เป็นเผ่าที่ไม่เชี่ยวชาญทางด้านกายภาพเลยสักอย่างเดียว มันก็เลยทำให้นายไม่ต่างไปจากเผ่ามนุษย์ที่เป็นชาวบ้านธรรมดา”
    ที่ไอรีนอธิบายมาก็ถูกต้องตัวผมเองยังมีร่างกายและความสามารถทางกายภาพที่แสนจะน้อยนิดจึงทำให้มันไม่มีความทนทานและความแข็งแกร่ง อีกอย่างมนุษย์ในโลกใบนี้ที่เป็นประเภทชาวบ้านจะมีพละกำลังทางกายภาพที่น้อยกว่าโลกก่อนของผมซะอีกไม่แปลกเลย
    เซล่าหัวเราะอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นผมอยู่สภาพที่ดูไม่ได้ ก็เพราะใครกันนะที่ลงมือกับพวกเธอก่อนแต่มานอนไม่ต่างไปจากปลาตายแบบนี้ ผมที่เป็นคนเริ่มทำแบบนั้นกับพวกเธอแต่เป็นฝ่ายผมเองที่โดนรีดจนแห้งไป การรับมือกับสองสาวมันยากกว่าที่คิดไว้ซะอีกผมคงต้องหาสมบัติหรือทักษะอะไรสักอย่างที่เพิ่มกำลังทางร่างกายและเพิ่มพูนส่วนตรงจุดนั้นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อที่จะรับมือได้มากขึ้นกว่านี้
    ทุกคนคงสงสัยว่าทำไมผมถึงโดนจนแห้งไปแบบนั้นก็เพราะว่าเสน่ห์ของพวกเธอมันน่าดึงดูดจนเกินไป ร่างกายที่สมบูรณ์แบบของพวกเธอทั้งสองก็ทำให้ผมไม่อาจหยุดตัวเองได้เลย ผมว่าเป็นผู้ชายคนไหนก็อดใจไม่ได้หรอกครับที่จะทำมันไปจนถึงที่สุด นั่นเป็นเหตุให้ผมไม่สามารถถอนตัวได้จนถึงที่สุด และก็เป็นพวกเธอสองคนหยุดผมที่กำลังบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นวันนี้ผมก็คงลุกขึ้นมาไม่ได้แล้ว
    ลูเชียโน่เดินมาที่ข้างที่พักชั่วคราวของผมก่อนจะพูดออกมา
    “หยุด...ทำแบบนั้นกันรึยังใกล้ได้เวลาเดินทางแล้วนะครับ อดทนเอาไว้ก่อนก็ได้นะครับ เพราะถ้าไม่รีบไปตอนนี้อาจเดินทางได้ยากลำบากมากขึ้น จากที่หน่วยสอดแนมรายงานมาว่ามอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดมันเพิ่มจำนวนขึ้นในเส้นทางที่พวกเราทั้งหมดกำลังจะไปกัน”
    บ้าจริง นี่เขาก็รู้เหรอว่าผมทำแบบนั้นไปกับสองสาวอุตส่าห์ย้ายที่พักออกมาตั้งไกลและห้ามไม่ให้ใครเข้ามาแล้วแท้ๆ
    “เอ่อ...ลูเชียโน่นายไปรอสักพักก่อนเถอะ เดี๋ยวโรเบิร์ตจะตามไปอีกทีไม่นานเกินรอแน่นอน”
    “เข้าใจแล้วครับ เอมิเลียเองก็อย่าหักโหมมากไปนะ”
    “นะ...นายไม่ต้องมาพูดเรื่องแบบนั้นก็ได้รีบไปเลยไป”
    ผมมองไปที่เซล่าแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
    “ไม่เห็นต้องอายเลยนิ เซล่ามันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ”
    “นายก็เอากับเขาด้วยอีกคนเหรอ เรื่องไร้ยางอายแบบนี้...”
    เซล่าพูดไปด้วยหน้าแดงระเรื่อไปด้วย
    ไอรีนก็หยิกที่ตัวของผมครั้งหนึ่งก่อนจะพูดออกมา
    “อย่าไปแกล้งเซล่านะ นายรีบไปเตรียมตัวได้แล้วอย่าให้ลูเชียโน่รอนาน”
    “เข้าใจแล้วครับคุณภรรยาสุดที่รัก”
    หลังจากนั้นก็ใช้เวลาสักระยะ ผมกับสองสาวและอีเมอร์สันก็เดินมารวมกลุ่มกันกับกลุ่มของลูเชียโน่
    การเดินทางใช้เวลาไปราวสามชั่วโมงก็เข้ามายังจุดที่หน่วยสอดแนมที่ส่งมาก่อนระบุเอาไว้ถึงการเพิ่มจำนวนของมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาด แต่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดออกมาให้เห็นเลยแม้แต่ตัวเดียว
    มันทำให้ผมค่อนข้างสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆกับเรื่องนี้
    “โรเบิร์ต ฉันรู้สึกใจไม่ค่อยดีเลย”
    “ไม่มีอะไรหรอก เซ...เอมิเลีย ทำตัวให้สบายแล้วปล่อยให้ผมจัดการทุกอย่างเอง”
    ไอรีนก็เดินมาข้างเซล่าพร้อมกับพูดปลอบใจ
    “เชื่อในตัวโรเบิร์ตเถอะไม่ต้องกังวลมากจนเกินไปไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายของเขาหรอก”
    “อืม ฉันจะเชื่อในตัวเขา”
    แต่ว่าเซล่าก็ยังคงรู้สึกใจไม่ค่อยดีเช่นเดิมเหมือนกับว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นมา
    “เดี๋ยวหยุดก่อน”
    ลูเชียโน่ที่มีทักษะการตรวจจับที่แข็งแกร่งที่สุดก็กำลังตรวจจับบางอย่างได้
    ผมมองตามลูเชียโน่ไปไม่ถึงเพราะผมไม่มีทักษะการมองที่ไกลขนาดนั้นก็เลยรังสรรค์กล้องส่องทางไกลพิเศษที่สามารถส่องไปไกลขนาดไหนก็ได้ว่าแต่อยู่ในระนาบเดียวกัน ผมใช้มันส่องดูสิ่งที่ลูเชียโน่มองเห็น คราวนี้เป็นเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายแฮมสเตอร์ แต่ว่าเจ้าตัวนี้มันเรืองแสงสีดำออกมารอบตัวตลอดเวลาผมตรวจสอบโดยรอบรัศมีทั้งหมดไม่พบมอนสเตอร์หรือแม้กระทั่งพวกเจ้าตัวประหลาดตัวอื่นสักตัว
    ซึ่งนั่นก็แสดงว่ามันเป็นตัวเดียวที่มีความสามารถที่ทำให้ตัวที่อ่อนแอกว่ายังหลบมันออกไปเพราะเกรงกลัวพลังความกดดันของมัน
    “นั่นมันตัวที่กลุ่มของผมเคยเจอเมื่อตอนเข้ามาที่นี่ครั้งแรกนิ”
    “ตัวนั่นนะเหรอ? ลูเชียโน่”
    “ก็มันนั่นแหละที่มีความสามารถในการใช้พลังความกดดัน ขนาดว่าฉันอยู่ตรงนี้ยังได้รับแรงกดดันเลย ถ้าโดนแบบนี้ต่อไปต้องแย่แน่ๆ”
    ผมแปลกใจไปกับสิ่งที่ลูเชียโน่พูดออกมาเพราะตัวผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรเลย ผมจึงอยากรู้ว่าไอรีนกับเซล่ารู้สึกอะไรไหมผมก็เลยไปถามพวกเธอดู พวกเธอก็ตอบตามจริงว่าไม่ได้รู้สึกอะไรส่วนอีเมอร์สันไม่ต้องไปถามหรอกเพราะมันไม่มีใครที่มีความสามารถมากพอจะกดดันมังกรได้หรอก แต่สถานการณ์ตอนนี้เริ่มย่ำแย่ขึ้นมาแล้วเพราะทุกคนเริ่มทรุดลงกับพื้นเพราะต้านทานแรงกดดันเอาไว้ไม่ไหว
    ผมในตอนนี้ที่โดนรีเซ็ตทุกอย่างก็ไม่มั่นใจว่ามันจะสามารถทำความเสียหายให้กับเจ้าตัวประหลาดตัวนั้นได้รึเปล่า จะได้หรือไม่ได้ก็ต้องลองดู ผมหยิบ สไนเปอร์ไรเฟิล ER618250 ที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่ก่อนจะออกมาจากที่พักเพื่อใช้ทดลองความสมบูรณ์ของทักษะรังสรรค์ดูสักเล็กน้อยว่ามันลดลงไปในระดับไหน
    ก่อนหน้าที่ผมจะโดนรีเซ็ตทุกอย่างผมได้เคยทดลองยิงมันตอนที่ผมยังเลเวล 45 อยู่ในช่วงเวลาที่คนอื่นกำลังนอนหลับกันอยู่พลังทำลายของมันมากกว่าตอนที่ช่วยเซล่าไว้ในตอนแรกถึงห้าเท่าผมได้ทดลองหลายวิธีจนรู้ว่าพลังทำลายมันค่อนข้างน่าพอใจถ้าหากผมได้ซุ่มยิงเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายมังกรตัวนั้นผมมั่นใจได้เลยว่ามันต้องตายในการยิงเพียงครั้งเดียวอย่างแน่นอน
    ผมนำ สไนเปอร์ไรเฟิล ER618250 มาตั้งยิงนอนราบไปกับพื้นเล็งไปที่เจ้าตัวประหลาดที่คล้ายแฮมสเตอร์เรืองแสงสีดำได้ตัวนั้น
    ลูเชียโน่แปลกใจกับอาวุธของผมที่นำออกมาแต่ว่าไม่เท่ากับการกระทำของผมที่กำลังจะทำต่อจากนี้
    “นายจะทำอะไร ระยะตั้งสิบกว่ากิโลเมตร อย่าบอกนะว่าจะโจมตีมันด้วยเจ้านั่น”
    “ใช่แล้ว นายรอดูก็แล้วกันว่ามันจะได้รับความเสียหายไหม”
    ปัง! ปัง! ปัง!
    กระสุนสามนัดที่ดูเหมือนจะไม่มีความรุนแรงหรือไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้สามารถตามติดได้พุ่งด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงความเร็วแสงจนกระทั่งเข้าที่เป้าหมาย ผมลุ้นว่ามันจะมีความเสียหายมากขนาดไหนเพราะเจ้าตัวนี้ดูจากลักษณะแล้วน่าจะแข็งแกร่งกว่าเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายมังกรตัวนั้น
    กระสุนทะลุตัวของเจ้าตัวประหลาดแล้วพุ่งเข้าที่ภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง ภูเขาลูกนั้นระเบิดออกมาอย่างรุนแรงและเกิดแบบนั้นต่อเนื่องไปสามภูเขาต่อกันไปทำให้บริเวณแนวเทือกเขาทั้งหมดสั่นสะเทือนไปหมด
    ตามด้วยร่างของเจ้าตัวประหลาดระเบิดออกกระจุยกระจายกลายเป็นผุยผงไปในเวลาต่อมา
    คนอื่นๆก็สามารถหายใจได้สะดวกมากขึ้นและขยับร่างกายได้ตามปกติเหมือนเดิม พวกเขาทั้งหมดที่ไม่เห็นเหตุการณ์ที่ได้อธิบายไปเมื่อครู่ก็คิดว่าเจ้าตัวประหลาดตัวนั้นคงไปที่อื่นแล้ว
    แต่คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างผมกับลูเชียโน่ตกตะลึงอยู่แบบนั้นไม่พูดอะไรออกมา เพราะพลังทำลายแบบนั้นมันบ้ามากๆร่างของเจ้าตัวประหลาดไม่สามารถทนพลังทำลายของกระสุนของปืนสไนเปอร์ไรเฟิล ER618250 ได้จนกระทั่งระเบิดภูเขาไปด้วยถึงสี่ลูกและยังทำให้เกิดแผ่นดินไหวในบริเวณนั้นอีกเล็กน้อย
    ผมได้สติกลับมาก่อนรีบเปิด “แถบสถานะ” เพื่อดูว่ามันมีอะไรผิดปกติไปรึเปล่า ผมไล่ดูมันทุกส่วนจนกระทั่งปิด “แถบสถานะ” ลงไป นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ไม่ว่าจะเป็นทักษะหรือว่าความสามารถทุกอย่างที่เคยอัพเลเวลไปตอนก่อนที่รีเซ็ตทุกอย่าง ผลทักษะทุกอย่างมันก็ยังอยู่แบบนั้นไม่หายไปไหนที่หายไปมันมีแค่เลเวลเท่านั้น มันหมายความยังไงกันแน่?
    ทั้งที่มันก็บอกว่ารีเซ็ตทุกอย่างแต่ทำไมผลทักษะที่อัพเลเวลไปล่าสุดมันไม่หายไปด้วย ผลเลเวลสามมันก็ยังอยู่ที่เลเวลสาม หรือแม้กระทั่งผลของทักษะติดตัวเลเวลยี่สิบสองของผมก็ยังคงอยู่มันไม่หายไปกับเลเวล ที่พูดมาทั้งหมดจะมีแค่เลเวลเท่านั้นที่หายไป ส่วนพลังชีวิตไม่ต้องพูดถึงเพราะส่วนนั้นถูกลดลงมาจริงแต่พลังชีวิตของผมมันมีสองชั้น แล้วมันหมายความว่ายังไงอีก?
    “แถบสถานะ” มันไม่ได้อธิบายเอาไว้ชัดเจนและไม่บอกอะไร ตกลงแล้วเผ่าแวมไพร์มันซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ไม่สิผมมั่นใจได้อย่างหนึ่งจากที่ดูมาได้สักระยะบางทีเจ้า “แถบสถานะ” ก็ยังเข้าใจเผ่าแวมไพร์แค่ผิวเผินเท่านั้น ไม่ใช่แค่สายสัมพันธ์ที่มีไปทั่วแต่ยังรวมถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวนี่อีก มันไม่ใช่แค่เผ่าพันธุ์ที่ดูดเลือดปกติทั่วไปแล้วมาเพิ่มความแข็งแกร่ง มันไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้ไปได้อย่างยาวนานธรรมดา
    แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความแปลกประหลาดในระดับที่ผมไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าถ้าวันหนึ่งผมสามารถไปถึงขั้นที่เก้าหรือไปได้อีกมากกว่านี้มันจะเกิดอะไรขึ้น บางทีเผ่าพันธุ์แวมไพร์อาจเป็นตัวตนที่ผมไม่สามารถวัดด้วยความคิดของผมได้จริงๆสินะ . .

    .

    นิยายแนะนำ