ข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God )

    ตอนที่ 35 ทดสอบเกณฑ์ขั้นต่ำ

            ช่วงเช้า วันนี้นั้นที่ทางทิศตะวันออกของเมืองหฤทัยนั้นมีความคึกคักมากเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันครบรอบ 3 เดือนของการเปิดรับศิษย์เข้าเป็นศิษย์สายนอกของสำนักเพลิงสืบทอด


            ด้านหน้าทางเข้าสำนักเพลิงสืบทอด ตอนนี้นั้นได้มีแถวต่อยาวเหยียด


            “ คนที่จะเข้ามาได้นั้นมีเพียงแค่ผู้ที่จะมาทดสอบเข้าสำนักเพลิงสืบทอดเท่านั้น ผู้ติดตามที่มาด้วยสามารทำได้เพียงรออยู้ด้านนอกสำนักเท่านั้น ”  1 ใน ศิษย์สายนอกที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยได้ประกาศกล่าวกับผู้ที่กำลังต่อแถวเข้ามาภายในสำนัก ตัวของเค้านั้นใส่ชุดฝึกตนสีขาว มีตราประจำตัวเป็นรูปเพลิงสีแดง ติดอยู่บริเวณอกทางด้านซ้าย ซึ่งแสดงถึงการเป็นศิษย์สายนอกของสำนักเพลิงสืบทอด


            * ตราเพลิงสีแดง = ศิษย์สายนอก , ตราเพลิงสีฟ้า = ศิษย์สายใน , ตราเพลิงสีเงิน = ผู้อาวุโส ,


            ตราเพลิงสีทอง = ผู้นำสำนัก


            “ ผู้ที่จะมาต่อแถวนั้น หากมีอายุระหว่าง 6-10 ปีนั้นจะต้องมีระดับการฝึกตนขั้นต่ำอยู่ที่รวบรวมปราณขั้น 1 เป็นอย่างน้อย เเละหากมีอายุ 10-13 ปี นั้นเกณฑ์ขั้นต่ำคือระดับการฝึกตนต้องถึงขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3 เป็นอย่างน้อย และหากมีอายุ 14-16 ปี นั้นเกณฑ์ขั้นต่ำคือระดับการฝึกตนต้องถึงขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 5 เป็นอย่าน้อย หากฝ่าฝืนพวกเจ้านั้นต้องรับผลของการกระทำด้วยตัวเอง ” ศิษย์สายนอกผู้นั้นกล่าวต่อ


            “ เจ้านั้นใช้คนในใบประกาศใช่หรือไม่ ” 1 ในชายที่เข้ามาต่อแถวบัดนี้ได้ชี้ไปชี้ชายตรงหน้าของเค้าก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมาถามเพื่อนของเค้าด้วยเสียงดัง


            ทุกสายตาจับจ้องไปตามนิ้วชี้ของชายคนนั้น ปลายนิ้วชี้นั้นเป็นชายคนหนึ่งรูปร่างกำยำดูแข็งแกร่งน่าเกรงขามดูไม่เหมือนชายที่อายุต่ำกว่า 16 เท่าไหร่นัก เค้าก็คือจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงในร่างของหมิงฉีนั้นเอง


            ชายร่างกำยังเมื่อถูกจับจ้องโดยสายตาของคนทุกคนนั้นเค้าก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพียงเดินเข้าไปภายในสำนักต่อไปเข้าไปรออยู่ในลานการทดสอบเพื่อรอทำการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายนอกของสำนักเพลิงสืบทอดต่อไป


            หลาย ๆ คนนั้นตอนนี้ได้เอาใบประกาศที่โด่งดังเมื่อ 3 วันก่อนนั้นออกมา ประกาศนี้นั้นถูกแจกจ่ายไปทั่วทั้งเมืองเมื่อ 3 วันก่อนไม่ใช่เพียงผู้มาทำการทดสอบเท่านั้นแม้แต่ศิษย์สานนอกที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยผู้นั้นก็เอาใบประกาศขึ้นมาดูด้วย


            “ ใช่จริง ๆ ด้วย ” ตอนนี้ทุกคนรอบบริเวณนั้นสายตาเต็มไปด้วยความโลภ ประกาศที่ทุกคนเอาขึ้นมาดูนั้นเป็นรูปของชายร่างกำยำคนเมื่อครู่จริง ในประกาศเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าใครผู้ไหนนั้นสามารถจับชายผู้นี้นั้นมาส่งให้แก่ซูโยวหัวหน้านักหลอมโอสถประจำสาขาเมืองหฤทัย จะได้รับรางวัลเป็นเงิน 1000 เหรียญทองแดง เมื่อคนเห็นประกาศก็ได้ตามไปเสาะหามูลความจริงดูสรุปได้ว่าคุณชายตระกูลซูที่มักทำตัวกร่างไปเรื่อยในเมืองหฤทัยนั้นสุดท้ายได้พลาดท่าไปเตะตอเหล็กเข้าทำให้โดนเตะขาหักพิการหรือไม่นั้นก็ไม่มีใครรู้ได้ 


            และที่คนผู้นี้นั้นสามารถทำตัวกร่างได้เนื่องจากตัวของเค้ามีพ่อเป็นถึงหัวหน้านักหลอมโอสถประจำสาขาเมืองหฤทัยและยังถือว่าเป็นคนของคฤหาสเจ้าเมืองหฤทัยอีกด้วย ปกติประกาศเช่นนี้นั้นไม่ได้มีขึ้นมาบ่อยๆ ทำให้ตั้งแต่ 3 วันก่อนคนทั่วทั้งเมืองที่อยากทำการค้าไร้ต้นทุนก็ได้ออกตามหาชายในรูปแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แต่วันนี้เค้ากลับมาปรากฎตัวอยู่ที่เด่นชัดขนาดนี้ 


            แม้จะมีความโลภแต่ก็ไม่มีใครที่กล้าทำอะไรผลีผลามตรงนี้เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าถิ่นที่เค้าอยู่ตรงนี้ที่สำนักเพลิงสืบทอดนั้นก็ไม่ใช่ที่ที่จะให้ใครที่ไหนเข้ามาลูบคมได้โดยง่ายแม้จะเป็นศิษย์สายนอกผู้นั้นแต่เค้าก็ทำได้เพียงเก็บความโลภลงไปก่อนและหันกลับมาทำหน้าที่ของเค้าต่อไป


            1 ชั่วโมงต่อมา


            ตอนนี้นั้นลานรับรองผู้เข้าทดสอบได้เต็มไปด้วยคนมากมายนับคร่าวๆอยู่ที่ 315 คนคละอายุกันไป 


            “ พวกเจ้าทั้งหมดนั้นต่อแถวและเดินออกมาตรงนี้ทีละคน ” เสียงประกาศกล่าวคำนั้นออกมาจากชายในชุดฝึกตนสีขาวอกด้านซ้ายของเค้านั้นเป็นรูปเพลิงสีฟ้าแสดงตัวตนว่าชายผู้นี้นั้นคือศิษย์สายในตัวของเค้าเป็น 1 ในผู้ช่วยดูแลการทดสอบขั้น 1 นี้


            “ การทดสอบบทที่ 1 จะเหมือนทุกครั้งเพียงแค่เกณฑ์ขั้นต่ำเจ้าถึงตามกฎที่ตั้งไว้เจ้าก็จะผ่านโดยผู่ที่มีอายุระหว่าง 6-10 ปีนั้นจะต้องมีระดับการฝึกตนขั้นต่ำอยู่ที่รวบรวมปราณขั้น 1 เป็นอย่างน้อย เมื่อผ่านเกณฑ์แล้วให้ไปยืนตรงฝั่งซ้ายของข้า  และผู้ที่มีอายุ 10-13 ปี นั้นเกณฑ์ขั้นต่ำคือระดับการฝึกตนต้องถึงขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3 เป็นอย่างน้อย เมื่อผ่านเกณฑ์แล้วให้มายืนตรงกลางหน้าข้า ส่วนผู้ที่มีอายุ 14-16 ปี นั้นเกณฑ์ขั้นต่ำคือระดับการฝึกตนต้องถึงขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 5 เป็นอย่าน้อยเมื่อผ่านเกณฑ์แล้วให้มายืนฝั่งขวาของข้า ” 


            “ ข้าขอเตือนพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ตรงที่ข้านั้นให้พวกเจ้าได้เข้ามายืนทีละคนนั้นถูกวางไว้ด้วยค่ายกลตรวจสอบอายุขัยของกระดูกพร้อมทั้งสามารถตรวจเช็คระดับการฝึกตนของพวกเจ้าในระดับการฝึกตนรวบรวมปราณได้ฉะนั้นหากพวกเจ้ามีระดับการฝึกตนยังไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำหรือมีอายุขัยมากกว่าที่กำหนด ขอให้รีบถอนตัวออกไปมิฉะนั้นผลลัพธ์ที่จะเกิดหลังจากนี้พวกเจ้าไม่สามารถจะโทษสำนักเพลิงสืบทอดของเราได้ ” ศิษย์สายในกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง


            คนในลานทดสอบบัดนี้นั้นไม่มีใครถอนตัวเลยสักคนหลังจากนั้นแต่ละคนก็เริ่มต่อแถวเข้าไปตามจุดที่ศิษย์สานในผู้นั้นได้กล่าวบอกมา


             “ อายุ 13 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3  ” เมื่อคนแรกนั้นได้เดินเข้าไปภายในค่ายกลก็ได้ปรากฎว่ามีเสียงกล่าวออกมาค่ายกลนี้นั้นไม่เพียงกำหนดอายุขัยและระดับการฝึกตนเป็นตัวอักษรแต่สามารถออกเสียงได้เนื่องจากมีค่ายกลส่งเสียงซ่อนทับอีก 1 ค่ายกล เมื่อชายคนแรกผ่านแล้วเค้าก็ได้เดินไปอยู่ตรงกลางของศิษย์สายในตามคำกล่าวข้างต้น

     

            “ อายุ 13 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 5 ” 


            “ อายุ 7 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 2 ” 

     

            “ อายุ 16 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 5 ” 


            “ อายุ 15 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 5 ” 


            “ อายุ 10 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3 ” 


            ผ่านไปหลายคนจนเกือบจะถึงจักพรรดิสรรค์ฉีหมิง


            “ อายุ 13 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 2 ”  


            “ ……………………………. ”  ทั้งลานการทดสอบเหมือนได้หยุดฉะงักลง

     

    คล้ายกับเรื่องข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God ) ที่คุณอ่าน