จากนั้นคิรินหรือดอน ลาเตราโน่ก็ยกมุมปากเผยรอยยิ้มเ็าออกมา ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเรียบ “ฉันไม่ได้ขู่ แต่เสนอทางเลือกให้พวกแกต่างหาก”
ฟาบริโอยิ้มแค่นยิ้ม รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เขาก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว พลางยกมือขึ้นชี้หน้าดอน ลาเตราโน่ “งั้นเหรอ? แต่ฉันมีคำขู่ที่ดีกว่าของแกเยอะว่ะ ลาเตราโน่”
ดอน ลาเตราโน่เลิกคิ้วเบาๆ “คำขู่แบบไหนล่ะ?”
ฟาบริโอหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนหนึ่งนำโทรศัพท์ออกมา ชายคนนั้นกดเล่นวิดีโอที่แสดงภาพผู้หญิงคนหนึ่งถูกจับมัดอยู่ในห้องที่ดูเหมือนโกดังอีกแห่ง เธอสวมเดรสสีดำงดงาม แม้จะถูกจับตัว แต่ดวงตาของเธอไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
“วีโอล่า...” ดอน ลาเตราโน่เอ่ยชื่อเบาๆ พลางมองวิดีโอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
‘ไซซี!?’ คิรินคิดในใจด้วยความตกตะลึง เพราะผู้หญิงที่อยู่ในวิดีโอคือไซซีแน่นอน แถมยังเป็ไซซีในชุดที่เขาพึ่งเห็นในสตูดิโอล่าสุดด้วย
ฟาบริโอแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ “ใช่ วีโอล่าภรรยาของแกยังไงล่ะ ตอนนี้เธออยู่ในมือฉันแล้ว ถ้าแกอยากได้ตัวเธอกลับไปโดยที่ยังมีลมหายใจ แกและแก๊งเรเดนโต้ของแกทุกคนต้องยอมมาอยู่ภายใต้กราซิอาโน่แฟมิลี่ พร้อมกับยกธุรกิจที่พวกแกดูแลอยู่ให้ฉันซะ!”
บรรยากาศในโกดังเงียบงัน ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายจับจ้องไปที่ดอน ลาเตราโน่ พวกเขารู้ดีว่าภรรยาคือจุดอ่อนของบอส แต่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลกมืดของอิตาลีคนนี้กำลังคิดอะไร
ดอน ลาเตราโน่ไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนเหยียดยิ้มเ็า “งั้นเหรอ...แล้วนี่พวกแกใช้คนเฝ้าเธอกี่คนล่ะ?”
คำถามนั้นทำให้ฟาบริโองุนงง “อะไรนะ?”
“ฉันถามว่า พวกแกส่งคนไปเฝ้าภรรยาฉันกี่คน?” ดอน ลาเตราโน่เอ่ยซ้ำ น้ำเสียงสงบ แต่สายตากดดันจนฟาบริโอต้องตอบ
“สิบคน” ฟาบริโอตอบอย่างไม่ลังเล ด้วยสีหน้ามั่นใจในตัวลูกน้องของเขา
ทันใดนั้น ดอน ลาเตราโน่ก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นดังสะท้อนทั่วโกดัง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของคนที่กลัวหรือวิตกกังวล แต่มันเป็เสียงหัวเราะของผู้ที่เหนือกว่า
“งั้นพวกมันก็คงตายกันหมดแล้ว…หืม?” ดอน ลาเตราโน่พูดพร้อมกับยกนิ้วส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ ก่อนจะหยิบมือถือของตนขึ้นมารับสายที่โทรเข้ามาในจังหวะนี้พอดี
เสียงหวานแต่แฝงความเ็าดังมาจากปลายสาย “ที่รักคะ ฉันเพิ่งจัดการพวกกระจอกสิบคนที่จับตัวฉันมาได้ พวกมันกระจอกชะมัด ฉันยังไม่ทันได้ออกแรงด้วยซ้ำพวกมันก็ตายซะแล้ว”
ดอน ลาเตราโน่ยิ้มบางๆเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “เก่งมากจ้ะที่รัก”
“อ้ะ จริงสิ คุณอย่าลืมนัดดินเนอร์ของเราในคืนนี้นะคะ” ภรรยาสาวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“แน่นอนที่รัก ผมไม่ลืมหรอก” ดอน ลาเตราโน่ตอบ
“ดีค่ะ เจอกันตอนสองทุ่มนะคะ” วีโอล่าวางสายไป
ดอน ลาเตราโน่ลดโทรศัพท์ลงช้าๆ แล้วหันไปมองฟาบริโอที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด
“สงสัยฉันคงลืมบอกแกไป...” ดอน ลาเตราโน่เอ่ยพลางเดินเข้าไปใกล้ “ภรรยาฉัน วีโอล่า ลาเตราโน่ เธอเป็ลูกสาวของหัวหน้าเดอะชาโดว์ องค์กรมือสังหารอันดับหนึ่งของโลก… แกคิดจริงๆ เหรอว่าสวะแบบแกจะทำอะไรเธอได้?”
ฟาบริโอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความใ สายตาของเขามองไปรอบๆ เหมือนกำลังหาทางหนี แต่ในโกดังที่ถูกปิดล้อม ไม่มีทางหนีสำหรับเขา
ดอน ลาเตราโน่หยิบปืนพกขึ้นมา ยกมันขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนเล็งไปที่ฟาบริโอ “เรามาจบเื่นี้กันเถอะ พอดีฉันมีนัดดินเนอร์กับภรรยาคืนนี้ และเธอไม่ชอบคนที่ไม่ตรงต่อเวลาซะด้วย”
“ลาเตราโน่...เรามาเจรจากันเถอะ ฉันจะมอบธุรกิจของฉันให้แกหมดเลย ขอแค่แกปล่อยฉัน…” ฟาบริโออ้อนวอน แต่ดอน ลาเตราโน่เพียงแค่แสยะยิ้ม
“ถ้าเป้นเื่นั้นฉันแค่สั่งให้ลูกน้องไปจัดการยึดมาก็พอ เพราะงั้นก็…ลาขาด!…ไอ้โง่!” เขาพูดคำสุดท้าย ก่อนเหนี่ยวไกอย่างเด็ดขาด
ปัง!
เสียงปืนดังสะท้อนทั่วโกดัง ะุปืนถูกยิงฝังเข้าที่กลางหน้าผากของฟาบริโอ ก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดลงกับพื้นและนอนแน่นิ่งในทันที ลูกน้องของเขายืนแข็งค้างด้วยความกลัว ก่อนจะถูกลูกน้องของดอน ลาเตราโน่เข้าไปสังหารทั้งหมดราวกับหนูที่ถูกแมวไล่ล่า
ปังๆๆๆ..!
อ๊ากกกก!
ช่วยด้วยยย!
ดอน ลาเตราโน่เก็บปืนเข้าซอง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกรับกลิ่นไอของเืและดินปืนที่คละคลุ้งไปทั่วโกดังเข้าปอด พลางมองนาฬิกาข้อมือ “ยังทันเวลา” เขาพึมพำเบาๆ
จากนั้นเขาหันไปบอกลูกน้องของตัวเอง “เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย ฉันต้องรีบไปแล้ว”
“ครับบอส!”