ข่าวของหยางจื่อที่สามารถสังหารสัตว์อสูรพยัคฆ์ปีกโลหิตได้ด้วยการโจมตีเดียวและสามารถผ่านการทดสอบได้อย่างง่ายดาย ทำให้ศิษย์สายในและศิษย์สายตรงบางคนรู้สึกสนใจหยางจื่อและอยากจะทดสอบพลังของหยางจื่อแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปในอานาเขตของเสวี่ยเฟิงที่หยางจื่อฝึกฝนอยู่ เหล่าศิษย์ต่างก็รับรู้ดีว่าเสวี่ยเฟิงเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงถ้าเกิดพวกเขาบุกรุกเข้าไปและหาเรื่องหยางจื่อละก็เสวี่ยเฟิงจะสังหารพวกเขาในทันทีแม้แต่อาจารย์ของพวกเขาก็ไม่สามารถช่วยได้"รอให้เจ้าหมอนั่นออกมาก่อนพวกเราค่อยหาโอกาสทดสอบความสามารถของเจ้านั่นดูได้ว่าเป็นจริงเหมือนอย่างที่ข่าวลือหรือไม่" ศิษย์สายในคนนึงกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายเสวี่ยเฟิงที่นั่งอยู่ในห้องฝึกฝนลืมตาขึ้นเเล้วจ้องมองไปยังทิศทางของศิษย์สายในที่กล่าว"เจ้าพวกสวะที่ดีแต่คิดเรื่องไร้สาระ เห้อ ข้าละเบื่อเจ้าพวกแบบนี้จริง ๆ แต่ก็เอาเถอะด้วยพลังของหยางจื่อคงสามารถจัดการเจ้าพวกนั้นได้ในพริบตา ข้าแค่ต้องระวังไม่ให้เจ้าพวกที่หนุนหลังเจ้าพวกนั้นทำตามใจก็พอ" เสวี่ยเฟิงคิดก่อนจะยิ้มอย่างเย็นชาและหลับตาลงอีกครั้งทางด้านหยางจื่อที่ได้รับคำแนะนำจากเสวี่ยเฟิงทำให้หยางจื่อมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎของเปลวเพลิงเพิ่มมากขึ้นและคาดว่าอีกไม่นานเจตจำนงแห่งเปลวเพลิงของหยางจื่อก็คงจะยกระดับหลายวันผ่านไป หยางจื่อก็ฝึกฝนอย่างหนักและไม่ลืมที่จะสืบหาข่าวเกี่ยวกับปู่ของตนด้วย แต่เพราะหยางจื่อยังไม่คุ้นชินกับคนในวิหารเยือกแข็งทำให้หยางจื่อยังไม่กล้าเอ่ยชื่อของหยางฟงออกไปตรง ๆ"หยางจื่อ มีภารกิจที่สำคัญให้เจ้าทำรีบมารายงานตัวที่หอภาระกิจเดี๋ยวนี้" เสียงของหญิงสาวดังขึ้นจากป้ายสีแดงหยางจื่อรู้สึกแปลกใจในตอนแรกเขาคิดว่ามีเพียงแคเสวี่ยเฟิงสามารถสื่อสารกับเขาผ่านป้ายชื่อได้เพียงคนเดียว แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนอื่นที่สามารถทำได้เช่นกัน"เจ้าไปเถอะ การทำภารกิจถือเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งถ้าเขาเจาะจงชื่อของเจ้ามาด้วยแสดงว่ามีเพียงแต่เจ้าเท่านั้นที่ทำได้ แต่จงจำไว้อย่าไว้ใจใครนอกจากตัวเจ้าเอง ถ้าเกิดเรื่องที่อันตรายถึงชีวิตให้รับติดต่อข้าผ่านป้ายชื่ออันนั้นแล้วข้าจะรีบไปช่วยเจ้าทันที" เสวี่ยเฟิงกล่าว"ข้าเข้าใจเเล้วอาจารย์" หยางจื่อกล่าวหยางจื่อเดินออกจากถ้ำของเสวี่ยเฟิงและเดินตรงไปยังหอภารกิจ หยางจื่อเคยสงสัยที่เสวี่ยเฟิงเป็นถึงผู้อาวุโสระดับสูงและมีศักดิ์ฐานะเป็นพี่ชายของจักรพรรดิดีเหมันต์แต่ทำไมกลับมาอยู่ในถ้ำ แต่เมื่อมาถึงอากาศข้างนอกที่มีแต่หิมะซึ่งไม่เหมาะเเก่การฝึกวิชาธาตุไฟเเล้ว หยางจื่อก็พอจะนึกได้หยางจื่อเดินตามแผนที่ที่เสวี่ยเฟิงให้มา แผนที่นี้บ่งบอกถึงสถานที่ต่าง ๆของวิหารเหมันต์และเขตหวงห้ามด้วย เมื่อหยางจื่อเดินไปถึงหอภารกิจก็พบกับหยุนจี๋กำลังยืนอยู่พร้อมกับศิษย์ใหม่บางคนที่หยางจื่อเคยเห็นหน้านั่นก็คือ ตันหลางและอิงจื่อ ตันหลางในตอนนี้อยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 1 แล้ว และอิงจื่อก็อยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 3"ในที่สุดเจ้าก็มา" หยุนจี๋กล่าว"อย่าบอกนะว่าคนที่เจาะจงชื่อข้าคือเจ้า" หยางจื่อกล่าว"แน่นอน เพราะภารกิจในครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องปะทะกับนักรบของดินแดนเเห่งเปลวเพลิง ข้าเลยคิดว่าหากมีเจ้าไปด้วยก็คงจะปลอดภัยขึ้นเยอะ" หยุนจี๋กล่าวหยางจื่ออดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่ายก่อนที่จะไปลงชื่อรับภารกิจ ภารกิจในครั้งนี้คือการเก็บเเร่ล้ำค่าภายในเหมืองแร่ที่อยู่ตรงชายแดนและมีศิษย์สายในจำนวนมากเข้าร่วมไปในภารกิจในครั้งนี้ มีทั้งปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 9 เป็นจำนวนมากและมีศิษย์หลัก 1 คนไปเป็นหัวหน้ากลุ่ม ศิษย์หลักคนนี้คือชายหนุ่มที่มีสีหน้าเย่อหยิ่งและถือดี"เหอะต้องให้คนอย่างข้ารอสวะปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 5 คนนึงเนี่ยนะชั่งทไให้ข้าเสื่อมเสียจริง ๆ" ชายหนุ่มที่มีสีหน้าเย่อหยิ่งกล่าวใบหน้าของหยางจื่อเย็นชาลง ตัวเขาที่ยังไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครและแทบจะไม่เคยเจอใครกลับมีคนมาหาเรื่องเขาแบบนี้ หยางจื่ออดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างบิดเบี้ยว"ใจเย็นๆไว้อย่างจื่อ ชายคนนั้นคือ เสวี่ยหง เป็นคนของตระกูลเสวี่ย ตระกูลเสวี่ยเป็นตระกูลราชวงศ์ของดินแดนเหมันต์แห่งนี้ ทำให้พวกเขามักจะเย่อหยิ่งแบบนี้แหละ แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็อยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 1” หยุนจี๋กล่าวเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่หยางจื่อที่ไม่ชอบการแสดงออกของเสวี่ยหง แม้แต่ตันหลางและอันจื่อก็ยังแสดงสีหน้าเย็นชาเมื่อมองไปยังเสวี่ยหง มีแต่ศิษย์สายในบางกลุ่มที่พยายามเอาอกเอาใจเสวี่ยหงหรือจะเรียกประจบสอพลอกลุ่มของหยางจื่อเริ่มเดินทาง หยางจื่อที่ไม่มีสัตว์อสูรก็ต้องขึ้นไปนั่งบนอินทรีย์หิมะของหยุนจี๋เช่นเดิม เพราะแบบนั้นทำให้มีชายหนุ่มหลายคนรู้สึกไม่ชอบใจเมื่อเห็นหยางจื่อนั่งคุยกับหยุนจี๋อย่างสนิทสนมภายในศิษย์สายใน หยุนจี๋คือดอกไม้ที่งดงามสำหรับชายหนุ่มหลายคน พวกเขามักได้แต่มองนางอยู่ห่างๆแต่ไม่กล้าทำตัวสนิทสนมกับนาง แต่เมื่อเห็นหยางจื่อที่พึ่งมาใหม่ทำตัวสนิทสนมกับนางทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉา"รอให้ถึงเหมืองแร่ก่อนเถอะข้าจะสั่งสอนให้มันสำนึกถึงความอวดดีที่กล้ามายุ่งกับดอกไม้ของพวกเรา" ชายหนุ่มที่อยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 8 กล่าว"แน่นอน พวกเราจะสั่งสอนมันให้หลายจำไปเลย เพียงแต่อย่าฆ่ามันเด็ดขาดไม่อย่างงั้นผู้อาวุโสเสวี่ยเฟิงคงฆ่าพวกเราทั้งตระกูล" ชายหนุ่มอีกคนกล่าว"ขอแค่พวกเราไม่ใช่คนลงมือสังหารเจ้านั่นเองก็ได้ไม่ใช่รึ พวกเราก็ให้เจ้าพวกนักรบของดินแดนเปลวเพลิงเป็นคนจัดการก็สิ้นเรื่อง" ชายหนุ่มอีกคนกล่าว"ฮ่า ฮ่า ความคิดดี เอาตามที่เจ้าว่าพวกเราจะปล่อยให้นักรบของดินแดนแห่งเปลวเพลิงเป็นคนจัดการส่วนพวกเราก็แค่รอดูอยู่ห่างๆ"ในขณะที่กลุ่มชายหนุ่มกำลังวางแผนจัดการหยางจื่อ หยางจื่อก็สามารถรับรู้ได้ถึงจิตมุ่งร้ายของคนกลุ่มนั้น หยางจื่อที่ผ่านความยากลำบากมาตั้งแต่เด็กทำให้ประสาทสัมผัสของหยางจื่อเฉียบคมโดยเฉพาะกับคนที่มีจิตมุ่งร้ายมาหาตน------------------------------------------------------------------------------