ทุกคนพลันได้ข่าวที่จ้าวเฟิงท้าเด็กใหม่คนนึง พวกเขาก็รีบมาที่ลานประลองอย่างรวดเร็ว พวกทำเนียบยอดยุทธก็มา ขนาดนั่นบนหลังคาตึกก็ปรากฏวัยรุ่นหลายคน พวกเขามีทั้งชายและหญิง
ชายคนนึงเอ่ยขึ้นเขามีกระบี่แนบไว้ที่หลัง ผมเขายาวปลิวสยายไปตามลม คิ้วเขาคมราวกับกระบี่ ใบหน้าเขาหล่อเหลาอย่างมาก
"จ้าวเฟิง ท้าประลองกับใครนะ สงสัยวันนี้มีคนเจ็บตัวอีกแล้ว"
"ไม่รู้สินะ ว่าแต่นายเถอะอูตี่ จะทะลวงพลังรึยัง" เสียงที่เย้ายวนดังขึ้น ใครที่ได้ฟังก็ต้องเคลิ้ม คนที่เอ่ยออกมา มีใบหน้างดงามราวกับผู้ใหญ่ มีนัยย์ตาที่เย้ายวนอย่างมาก ผมสีดำยาวเงางามถึงกลางหลัง ขาเรียวยาวสวยเปิดเผย แต่งตัวโชว์เนื้อหนังมังสา หน้าอกที่ขนาดใหญ่แทบจะทะลักออกมา กับบั้นท้ายที่เต็งตึงรวมกับชุดกีบเพ้าสีดำที่ช่วยให้รูปร่างของเธอยิ่งเย้ายวนอย่างถึงที่สุด ผู้ชายคนไหนได้เห็นก็ต้องหลงไหลอย่างบ้าคลั่ง เธอก็คืออันดับสามในทำเนียบยอดยุทธ ฟงฟงนั่นเอง ว่ากันว่าทุกคนหลงไหลเธอกันอย่างบ้าคลั่ง ความสวยกับรูปร่างที่เย้ายวนนั่นพาผู้คนหื่นกระหายอย่างถึงที่สุด แต่ถึงอย่างนั่นก็ไม่มีใครกล้าคิดร้ายกับเธอ ความคิดบางคนถึงขนาดยอมตายถ้าได้นอนกับเธอสักครั้ง แต่เนื่องจากภูมิหลังของเธอน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด แม้แต่สำนักศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่สามารถเทียบได้ แถมพลังของเธอเองก็แข็งแกร่งไม่แพ้ใครเช่นกัน
อูตี่ไม่ได้หันกลับมาตอบ เขาจ้องมองไปที่ลานประลอง ขนาดนี้จ้าวเฟิงยืนกอดอกอยู่ เขาหลับตา เปลวเพลิงผุดขึ้นไปมารอบๆตัว ความร้อนกระจายไปทั่วลานประลอง คนที่มองมาเห็นได้ชัดว่าจ้าวเฟิงอารมณ์ตอนนี้เป็นยังไง
เวลาผ่านไปสักพักผู้คนขนาดนั่นก็พลันรอ ในเวลานั่น เย่ชิงหยูก็เดินทางมาถึง ใบหน้าเขาเยียบเย็นอย่างถึงที่สุุด เขาเห็นฝูงศิษย์รอบลานประลองหลายหมื่นคน เขาไม่รอช้า กระโดดทะยานตัวข้ามผ่าน พุ่งไปบนลานประลองอย่างรวดเร็ว
ศิษย์คนอื่นๆที่เห็นก็พลันอุทานขึ้น ส่งเสียงเจี๋ยวจ๋าวกันจ้าละหวั่น
จ้าวเฟิงลืมตาขึ้น เขามองไปที่เย่ชิงหยู พลังงานเริ่มปลดปล่อยออกมา ครืนนนน อากาศรอบบริเวณเริ่มสั่น
"ว้าว" ฟงฟงอุทานขึ้น เมื่อเธอเห็นเย่ชิงหยู สมองของเธอราวกับถูกไฟฟ้าช็อต เสียงของเธอพลันตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด เธอเริ่มหายใจแรงขึ้น หน้าอกขนาดใหญ่ของเธอกระเพึ่อมขึ้นลงตามจังหวะ ในความคิดเธอไม่เคยเห็นใครที่หล่อขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ใบหน้ากับร่างกายนั่นราวกับเป็นบุตรของเทพเจ้า สีหน้าที่เยียบเย็นนั่นอีก นัยย์ตาที่เย้ายวนของเธอเริ่มหลงไหล หัวใจเธอพลันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
"เจ้านะหรอทำร้ายน้องข้า อย่าคิดว่าจะได้ตายสบายละ ถึงในสำนักจะมีกฏว่าห้ามฆ่ากันแต่ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น"
เย่ชิงหยูขมวดคิ้ว นัยย์ตาส่วนลึกพลันส่องแสง เขาไม่ได้ตอบกลับ แต่ในร่างกายของเขา พลังเริ่มอัดแน่นพร้อมประทุราวกับอสูรร้าย อารมณ์ของเขาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
ศิษย์คนอื่นๆพลันตื่นเต้น พลางพูดคุยกันอย่างสนุก
"ศิษย์พี่ใหญ่มีกายาแห่งเพลิง เมื่อเขากำเนิดมา ว่ากันว่า เปลวเพลิงก็ผุดขึ้นมารอบตัวเขาทันที"
"ใช่ๆข้าก็เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่ก็ไม่เคยเห็นศิษย์พี่จ้าวเฟิงลงมือสักที"
"เจ้านั่นตายแน่"
ผู้อาวุโสที่มาคุมการประลองเมื่อเห็นว่าทั้งสองพร้อมแล้วก็เอ่ยขึ้นมา
"เริ่มได้"
จ้าวเฟิงปลดปล่อยเปลวเพลิงไปทั่วบริเวณเขาควบคุมเพลิงเป็นหอกเพลิงหลายสิบอันพุ่งทะยานเข้าใส่เย่ชิงหยู พลังของมันทำให้ศิษย์คนอื่นๆอึดอัด
เย่ชิงหยูสีหน้าเฉยชา เมื่อหอกเพลิงพุ่งมาถึง เขาใช้มือตบสบัดไปนับสิบครั้ง "ปัง ปัง ปัง" หอกเพลิงพลันสลายหายไป ศิษย์คนอื่นๆพลันตื่นตะลึง ใช้แค่ฝ่ามือธรรมดาทำลายหอกเพลิงได้อย่างง่ายดาย
จ้าวเฟิงตกใจเล็กน้อย เขาเร่งเปลวเพลิงในร่างอย่างบ้าคลั่ง ความร้อนพลันสูงขึ้นมหาศาล รอบลานประลอง ศิษย์คนอื่นๆก็เหงื่อออกรู้สึกร้อนตัวอย่างถึงที่สุด
จ้าวเฟิงประกบมือ เขาเอ่ยออกมาเสียงดังลั่น
"ปลดปล่อยเขตแดน อาณาเขตเพลิงลงทัณฑ์" ทันใดนั่นทั่วทั้งลานประลองก็พลันปรากฏเปลวเพลิงสีแดงไปทั่วบริเวณ ออร่าเปลวเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นสรรพสัตว์น้อยใหญ่ พื้นเวทีเริ่มละลายเพราะทนความร้อนที่เริ่มสูงขึ้นไม่ไหว พวกศิษย์พลันถอยห่างออกไปไกล สีหน้าพวกเขาดูหวาดกลัว
"ข้ามีกายาแห่งเพลิงเมื่อใช้เขตแดนเสริมพลังเข้าไปด้วย ในอาณาเขตของข้า ข้าจะไร้เทียมทาน เจ้าแค่ขั้นขุนพลปฐพี ข้าเคยบอกแล้วข้าจะเผาเจ้าทั้งเป็นให้ปางตาย" จ้าวเฟิงเอ่ยออกมาเสียงเหี้ยม
เย่ชิงหยูฟื้นคืนกายโกลาหล ร่างกายของเขาทนความร้อนระดับนี้ได้สบาย ขนาดนั่นเขาเอ่ยออกมา ทุกคนตกตะลึงกับในคำพูดของเขา
"ขยะ" เสียงของเขากังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
ฝูงศิษย์พลันเงียบเป็นป่าช้า
จ้าวเฟิงสีหน้าเยียบเย็น เขาสั่งเปลวเพลิงสรรพสัตว์ต่างๆ พุ่งทะยานเข้าใส่เย่ชิงหยูทุกทิศทาง ขนาดนั่นเสียงตวาดอันเย้ายวนก็ดังขึ้น จ้าวเฟิงกับศิษย์คนอื่นๆสะดุ้งพวกเขาหันมามองเห็นฟงฟงที่พุ่งตัวเข้ามา
"เจ้ากล้้า" ฟงฟงกำลังจะพุ่งตัวเข้ามาช่วยเย่ชิงหยู ออร่าของเธอหนักอึ้ง เธอกำลังจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริง แต่ขนาดนั่นฝีเท้าเธอก็หยุดชะงัก
นัยย์ตาของเย่ชิงหยูมีสายฟ้าวิ่งผ่านพลังงานในร่างของเย่ชิงหยูระเบิดออก สายฟ้าสีขาวพลันทะลักออกมาจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง เข้าทำลายสัตว์เปลวเพลิงสรรพสัตว์น้อยใหญ่สูญสลายหายไป เขตแดนเปลวเพลิง ถูกสายฟ้าสีขาวเข้ากระหน่ำ เปลวเพลิงสูญสลายหายไป เย่ชิงหยูบังคับสายฟ้า ให้เป็นลูกกลมๆหลายสิบลูกบินวนอยู่รอบๆตัวเขา คนอื่นๆเห็นก็ต้องตะลึงนี่มันคือทักษะระดับไหนกัน สายฟ้ากระจายไปทั่วลานประลองส่งเสียงเกรี้ยวกราดราวกับเป็นความพิโรธของเทพเจ้า ขนาดเขตแดนเปลวเพลิงของจ้าวเฟิงยังสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวเฟิงพลันปวดแสบปวดร้อน ตัวเขาเริ่มชา แค่ถูกสายฟ้าที่ปล่อยออกมา เขาก็เจ็บปวดแล้ว เขาส่งเสียงกรอดๆเร่งพลังเปลวเพลิงในร่างมาคลุมตัวเขาไว้
เย่ชิงหยูสบัดมือปล่อยลูกบอลสายฟ้าหลายสิบลูกพุ่งเข้าใส่จ้าวเฟิงอย่างที่เคยทำ จ้าวเฟิงพลันตื่นตระหนก ใช้ทักษะเคลื่อนไหวหลบหลีก เขาวิ่งหลบสายฟ้าไปทั่วลานประลอง เย่ชิงหยูเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล เขาใช้ก้าวเหนือมิติฝีเท้าพุ่งทะยาน เข้าใส่จ้าวเฟิง เขาซัดเข้าไปที่หน้าท้อง จ้าวเฟิงพลันงอตัวเป็นกุ้ง ใบหน้าเขาเปลี่ยนสี กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ เข่าถึงกับทรุดลงไปกับพื้น เขาเงยหน้าขึ้นจะมองเย่ชิงหยู แต่เห็นแค่ฝ่าเท้าที่พุ่งเข้ามาถีบที่หน้าของเขา "ปัง" เย่ชิงหยูกดฝ่าเท้าลงไปเหยียบหน้าของจ้าวเฟิงติดกับพื้นลานประลองไว้ เขาเอ่ยออกมา
"เก่งนักหรอ" เย่ชิงหยูเพิ่มแรงที่ฝ่าเท้ากดลงไปอีก พื้นดินเริ่มแตกออกทีละนิด
จ้าวเฟิงส่งเสียงกรอดๆ ใบหน้าเขาถูกกดลงกับพื้น หางตาเขามองไปที่เย่ชิงหยู เขาตะโกนในลำคอ ร่างกายปลดปล่อยเปลวเพลิงครอบคลุมเย่ชิงหยูทันที
เย่ชิงหยูถูกเปลวเพลิงเผาก็ไมไ่ด้เจ็บปวดอะไร เขายกเท้าขึ้นพลันเหยียบลงไปที่หน้าอีกที คราวนี้เขาเพิ่มแรงขึ้นไปอีก
"อย่ามายโสโอหังต่อหน้าข้า ข้าเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด"
"ปัง" ลานประลองแตกออกเป็นหลุม จ้าวเฟิงถูกเหยียบพลันกระอักเลือด ใบหน้าเขาบวมปูดแถบไม่เป็นใบหน้าของมนุษย์ ในใจของเขาโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง ไม่เคยอับอายแบบนี้มาก่อนในชีวิต แถมถูกเหยียดหยามต่อหน้าคนอื่นๆ ในวันนี้เขาได้รับความอับยศอย่างถึงที่สุด ในความคิด เขาต้องแก้แค้น เขาตะโกนออกมาดังลั่น ดวงตาแดงฉานราวกับคนบ้า
"แกตายแน่ ข้าจะต้องฆ่าแกให้ได้"
ศิษย์คนอื่นๆได้แต่อึ้ง ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขาแพ้แล้ว ทำอะไรไม่ได้เลยด้วย
ฟงฟงยิ้มตาหวานเยิ้ม ไม่นึกว่าพลังของเขาจะมีมากถึงเพียงนี้ หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรง หน้าอกยิ่งกระเพึื่อมเข้าไปใหญ่