บทที่ 13 การฟื้นคืนของความสยองขวัญ? ให้ตายเถอะ ฉันต้องทำงานล่วงเวลาแบบ 007 เลยเหรอ!
หลังจากแยกกับสวีเจียว จางหยางก็รีบกลับบ้านด้วยความเร็วแสง
ในขณะเดียวกัน เขาก็ตั้งใจจะศึกษาการทำงานของระบบให้ละเอียด
"ระบบอยู่ไหม? ออกมาคุยกันหน่อย"
ระบบปรมาจารย์เื่ลี้ลับส่งเสียงตอบกลับมาในหัวของจางหยาง
[ระบบอยู่ โฮสต์มีอะไรจะสั่งการ?]
"ช่วยแนะนำหน้าที่ของเธอในประโยคเดียวหน่อย"
[หน้าที่หลักของระบบนี้คือช่วยให้โฮสต์รวบรวมค่าความกลัว เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเลื่อนระดับฉายาสยองขวัญ และทุกครั้งที่ระดับฉายาสยองขวัญเพิ่มขึ้น พลังการต่อสู้ของโฮสต์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย]
"พลังการต่อสู้? นี่มันโลกยุคปัจจุบันไม่ใช่เหรอ? ฉันจะเอาพลังการต่อสู้ไปทำอะไร?"
ทันใดนั้น หัวใจของจางหยางก็กระตุกวูบ
'หรือว่า... บ้าน่า...'
"ระบบ หรือว่านี่จะเป็โลกที่ความสยองขวัญกำลังจะฟื้นคืนงั้นเหรอ?"
[คุณฉลาดมาก แต่ไม่มีรางวัลให้นะ]
จางหยาง : ...
"แล้วความสยองขวัญจะฟื้นคืนเมื่อไหร่ มีการนับถอยหลังอะไรไหม? แล้วมีสัตว์ประหลาดแบบไหนบ้าง? พวกผีสางนางไม้ หรือพวกปีศาจภูตผี?
แล้วก็ช่วยส่งเครื่องรางป้องกันตัวให้ฉันสักสองสามชิ้นได้ไหม อย่างเช่นดาบปรมาจารย์์อะไรแบบนั้น หรือถ้าเป็ชุดนักพรตของท่านปรมาจารย์ก็ได้ หรือจะสอนมนต์แสงทองคำให้ฉัน หรือส่งยาคืนิญญาเก้าวัฏฏะมาให้หน่อยสิ"
[ขออภัยด้วย วิธีเดียวที่โฮสต์จะเพิ่มพลังการต่อสู้ได้คือการเก็บเกี่ยวค่าความกลัวเท่านั้น]
[ส่วนอุปกรณ์ที่โฮสต์กล่าวถึง จำเป็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จจึงจะมีโอกาสได้รับ]
"ทำภารกิจยังไง? ภารกิจอะไร? ลองบอกมาซิ"
[ขออภัย เมื่อถึงเวลาประกาศภารกิจ โฮสต์จึงจะสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้]
[ตอนนี้สิ่งเดียวที่โฮสต์สามารถตรวจสอบในระบบได้คือคุณสมบัติส่วนตัว]
"ตกลง ตรวจสอบยังไง?"
[เพียงแค่เปิดแผงคุณสมบัติส่วนตัว ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างของคุณได้ ซึ่งรวมถึงพลังการต่อสู้ ค่าความกลัว ระดับความชำนาญของทักษะที่เรียนรู้ ฉายาปรมาจารย์สยองขวัญ และอื่น ๆ]
"เปิดแผงคุณสมบัติส่วนตัว"
[ชื่อ : จางหยาง]
[อายุ : 26 ปี]
[ส่วนสูง : 178 เิเ]
[น้ำหนัก : 70 กิโลกรัม]
[งานอดิเรก : LSP]
[ค่าความกลัว : 9,800]
[ฉายาสยองขวัญ : ชำนาญการ]
[ทักษะ : ระดับกลาง การเร้าอารมณ์]
"ระบบ ช่วยผ่อนปรนหน่อยน่า บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าความสยองขวัญจะฟื้นคืนจริง ๆ เมื่อไหร่?"
[คำสั่งไม่ถูกต้อง คำสั่งไม่ถูกต้อง]
จางหยาง : ...
จางหยางครุ่นคิดอย่างหนักในใจ
ข้อมูลที่ระบบบอกก่อนหน้านี้ถือว่ามีน้ำหนักมาก นั่นหมายความว่าดาวสีครามดวงนี้ไม่ใช่โลกคู่ขนานธรรมดา ๆ แต่จะเกิดการฟื้นคืนของความสยองขวัญขึ้นอย่างกะทันหันในวันใดวันหนึ่งในอนาคต
เมื่อถึงเวลานั้น พวกปีศาจภูตผีอย่างพวกผีสางนางไม้ หรือขบวนร้อยอสูรจะปรากฏตัวขึ้น ดังนั้นในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ เขาจำเป็ต้องเก็บเกี่ยวค่าความกลัวจากผู้ชมให้ได้มาก ๆ เพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ของตัวเอง
เพื่อเอาชีวิตรอด ต้องถูกบังคับให้ทำงาน 996 งั้นเหรอ?
ไม่สิ เพื่อเอาชีวิตรอด ต้องทำงานแบบ 007! ต่างหาก
คืนนี้ต้องทำงานล่วงเวลาแล้วสิ หึ ๆ
...
เวลา 23.30 น. มีคนกดกริ่งหน้าบ้านของจางหยาง
ผู้ที่มาก็คือสวีเจียว
ตอนที่อยู่ที่สตาร์บัคส์ จางหยางได้ให้ที่อยู่บ้านไว้กับสวีเจียวแล้ว ทั้งสองนัดแนะกันว่าจะเริ่มไลฟ์สดตอนเที่ยงคืนเหมือนเดิม เพื่อรักษาเวลาทำงานเดิมเอาไว้
แต่ก่อนจะไลฟ์ต้องมีการเตรียมตัวบางอย่าง สวีเจียวจึงมาถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง
"มาแล้วเหรอ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ" จางหยางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
สวีเจียวยังคงแต่งตัวเหมือนตอนกลางวัน เพียงแต่เปลี่ยนเป็ชุดเดรสที่เผยร่องอกให้เห็นชัดเจนขึ้น ทำเอาจางหยางถึงกับลอบกลืนน้ำลาย
สวีเจียวสังเกตเห็นสายตาของเขา จึงอธิบายแบบแก้เก้อว่า "อย่าคิดมากเลยค่ะ ทุกอย่างทำเพื่อการทำงานทั้งนั้น แบบนี้จะช่วยเพิ่มเรตติ้งให้คุณได้ และฉันเองก็จะได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้นด้วย
จริงด้วย ตอนกลางวันมีเื่หนึ่งที่ฉันยังไม่ได้ถามบอสให้ชัดเจน ส่วนแบ่งจากของขวัญคำนวณยังไงเหรอคะ?"
จางหยางตอบว่า "คุณวางใจได้ เื่นี้ผมไม่ให้คุณเสียเปรียบแน่นอน เราแบ่งกันคนละครึ่ง 50/50 ผมไม่เอาเปรียบคุณหรอก"
"แบ่งครึ่งเลยเหรอ? ใจดีขนาดนี้เลย?" สวีเจียวอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
เธอไม่คิดว่าจางหยางจะยอมแบ่งผลประโยชน์ให้ถึงขนาดนี้
"แน่นอนว่าผมไม่หลอกคุณหรอก ถ้าไม่เชื่อเราเซ็นสัญญากันก็ได้ เขียนเป็ลายลักษณ์อักษรแล้วประทับตราให้เรียบร้อย"
"ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก ฉันเชื่อใจคุณค่ะ" สวีเจียวส่ายหัว
...
เวลา 23:55 น. ในที่สุดจางหยางก็ลงทะเบียนห้องไลฟ์สดเสร็จเรียบร้อย
เนื่องจากห้องไลฟ์ 'เื่เล่ายามดึก' ก่อนหน้านี้เป็ของสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิง ดังนั้นจึงไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนตัวของจางหยาง
อีกทั้งทางสถานียังถือสิทธิ์ในการใช้ชื่อรายการเื่เล่ายามดึกด้วย
จางหยางจึงจำใจต้องเติมคำว่า 'ลี้ลับ' ลงไปตรงกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์
ดังนั้น 'เื่เล่ายามดึก' จึงเปลี่ยนเป็ 'เื่เล่าลี้ลับยามดึก' แทน
ความจริงเขาแทบไม่ได้โปรโมตอะไรเลย แค่โพสต์ข้อความลงในฟีดเพื่อนแบบส่ง ๆ ว่าตัวเองลาออกจากสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิงแล้ว และจะเริ่มทำไลฟ์สดทางอินเทอร์เน็ต
แต่สิ่งที่จางหยางไม่คาดคิดก็คือเพื่อนในฟีดที่มีเพียงไม่กี่ร้อยคน กลับรีโพสต์ข้อความของเขาลงในฟีดของตัวเองทันที
จากหนึ่งเป็สิบ จากสิบเป็ร้อย จากร้อยเป็พัน จากพันเป็หมื่น และจากหมื่นเป็ล้าน
จางหยางยังไม่ทันเริ่มไลฟ์ ชื่อของเขาก็กลับขึ้นเทรนด์ยอดนิยมอีกครั้งแล้ว
เมื่อคืนก่อน คำว่า 'เื่เล่ายามดึก' ครองอันดับหนึ่งในเทรนด์
ผลคือวันต่อมา ชาวเน็ตได้รับข่าวว่าจางหยางจะเปิดไลฟ์สด คำว่า 'เื่เล่าลี้ลับยามดึก' จึงกลับมาครองอันดับหนึ่งในเทรนด์อีกครั้ง
และที่น่ากลัวที่สุดคือ ตอนนี้จางหยางยังไม่ได้เริ่มเล่าเื่เลย แต่กลับมีความร้อนแรงขนาดนี้
หากเริ่มไลฟ์และรักษามาตรฐานเหมือนเมื่อคืนได้ ความดังจะพุ่งทะยานจนประเมินค่าไม่ได้...
นี่มันระดับตัวท็อปของวงการชัด ๆ
ทันทีที่ห้องไลฟ์ 'เื่เล่าลี้ลับยามดึก' เปิดขึ้น ก็มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามามากกว่า หกแสนคนในพริบตา ทั้งคอมเมนต์ ของขวัญ เครื่องบิน จรวด ปืนใหญ่ มีมาครบทุกรูปแบบ
รวมถึงไอดีที่คุ้นเคยจากห้องไลฟ์เื่เล่ายามดึกเดิม ก็ปรากฏตัวในห้องไลฟ์ใหม่ของจางหยางด้วย
[เผิงอวี้เยี่ยนแห่งซูหาง]
[หวังลี่หงแห่งจิงโจว]
[โคล่าหอมหวาน]
และคนอื่น ๆ ต่างก็มาให้กำลังใจจางหยาง
...
ในขณะเดียวกัน
ทางฝั่งสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิง
เฉินชิ่งเฟิงซึ่งเป็ผู้อำนวยการสถานี เพราะไม่อยากแบ่งรายได้จากของขวัญกว่าล้านหยวนให้จางหยาง จึงสุ่มดึงเอาคนเล่าเื่ลี้ลับที่มีชื่อเสียงเล็กน้อยคนหนึ่งมาเป็พิธีกรรับ่ต่อรายการเื่เล่ายามดึกไปแทน
ดังนั้นห้องไลฟ์ [เื่เล่ายามดึก] และห้องไลฟ์ [เื่เล่าลี้ลับยามดึก] จึงเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กัน
เฉินชิ่งเฟิงไม่เชื่อหรอกว่าแค่เปลี่ยนคนแล้วมันจะแตกต่างกันได้ขนาดไหน?
ในประเทศจีน สิ่งอื่นอาจจะมีไม่มาก แต่คนน่ะมีเยอะ!
โดยเฉพาะพวกเด็กฝึกงานที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย ให้เงินเดือนพวกเขาแค่ครึ่งเดียว แล้วยัดงานสารพัดอย่างให้ทำ สรุปสั้น ๆ มันคือการกดขี่แรงงาน!
อะไรนะ ไม่ทำแล้วเหรอ?
ไม่ทำก็ไสหัวไปซะ ข้างนอกมีคนต่อแถวอยากเข้ามาทำงานอีกเพียบเลย
คนที่มาแทนที่จางหยางในรายการเื่เล่าเที่ยงคืนของสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิงชื่อว่ากู้เฟย
ตอนนี้เขาเตรียมตัวพร้อมแล้ว
แม้จะมีคนจำนวนมากรู้ว่าเื่เล่าเที่ยงคืนเปลี่ยนพิธีกร แต่เนื่องจากกระแสที่ะเิตัวอย่างรุนแรงเมื่อคืนก่อนจนกลายเป็ไวรัล
ส่งผลให้ห้องไลฟ์เื่เล่าเที่ยงคืนในวันนี้ยังมีผู้คนเข้ามาดูอยู่ไม่น้อย โดยตอนนี้มีจำนวนผู้เข้าชมถึงห้าแสนคน
เรียกได้ว่าตามหลังห้องไลฟ์ 'เื่เล่าลี้ลับยามดึก' ของจางหยางที่แยกตัวออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ผู้อำนวยการเฉินชิ่งเฟิงเดินทางมายังสถานที่บันทึกรายการด้วยตัวเอง และบอกกับกู้เฟยว่า "ตั้งใจทำงานล่ะ ฉันไม่ให้เธอเสียเปรียบแน่นอน"
กู้เฟยพยักหน้าหงึก ๆ ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เขาจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อไม่ให้เสียชื่อที่เฉินชิ่งเฟิงให้ความไว้วางใจ
รายการกำลังจะเริ่มขึ้น
กู้เฟยเปิดสมุดบันทึกที่เขาใช้จดเื่ลี้ลับต่าง ๆ ไว้ เขาเลือกเื่ที่เขามั่นใจที่สุดเื่หนึ่ง เพื่อใช้เป็การเปิดตัวในคืนนี้
เื่นั้นมีชื่อว่า... ห้องเก็บศพ
กู้เฟยมั่นใจว่า ด้วยเื่ 'ห้องเก็บศพ' นี้ เขาจะสามารถสร้างชื่อเสียงที่ดีในการเปิดตัวครั้งแรกที่สถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิงได้อย่างแน่นอน!