เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 49 งานประลองยุทธประจำปี 1

    “วันนี้มีงานประลองยุทธประจำปี”


       จางเฉินแต่งตัวในตอนเช้าเดินออกจากห้องด้วยความมีชีวิตชีวาเดินไปที่ครัวเพื่อทำอาหารเขาทำห้องครัวไว้อย่างดี ทั้งเตาอบ เตานึ่ง ตู้เย็น หม้อ ไหต่างๆทั้งยังขุดสระปล่อยปลาไว้เผื่อคนอื่นๆ ด้วยกระบวนการกลั่นและวางอาเรย์ในเครื่องครัวอย่างปราณีตทำให้เป็นเครื่องครัวในแบบสมัยใหม่เต็มตัว เขาทำเผื่อคนในบ้านจะทำอาหารกินกันเอง ช่วงที่ผ่านมาเขาสอนชิงเอ๋อกับชิวเอ๋อทำอาหารแทบทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน


       การสอนทำอาหารนั้นย่อมต้องจับมือถือแขนกันเป็นเรื่องธรรมดาตามประสาชายหนุ่มจางเฉินก็มีตัวร้อน เลือดลมพุ่งพล่านบ้างแต่ติดที่หน้าตาของทั้งสองคนเสมอก็เลยไม่ได้คิดอะไรแต่จางเฉินไม่อาจรู้ได้ว่าสองสาวคิดและคิดไปไกลกว่าจางเฉินมาก ระยะเวลา 3เดือนที่อยู่ด้วยกัน สองสาวหลงรักจางเฉินเข้าเต็มตัว


       “ท่านพี่เฉินวันนี้น้องๆจะทำกันเอง ท่านพี่อยู่รอกินพอ” ชิวเอ๋อบอกจางเฉิน บิดตัวนิดและอายหน้าแดง


       “ไม่ได้หรอกทำด้วยกันแหละจะได้เสร็จเร็วๆ” จางเฉินนั่นไม่ประสีประสาเรื่องของความรักหนุ่มสาวแต่ถึงอ่อยให้ตาย ด้วยหน้าตาของทั้งสองคน ไม่อาจทำให้จางเฉินคิดเกินเลยได้


        การแข่งขันประลองยุทธประจำปีเป็นงานใหญ่ของสำนัก จางเฉินไม่ได้คาดหวังกับตำแหน่งอะไรมากนัก ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นระดับหลอมรวมลมปราณกันหมดแม้จางเฉินจะมั้นใจว่าสามารถชนะในระดับหลอมรวมได้แต่เขาก็เตรียมใจไว้เพราะโลกนี้กว้างใหญ่ เหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ


        หลังจากทานอาหารกันเสร็จทั้ง5 คนก็ไปที่สนามแข่งขัน สำนักชวนหลิงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย การประลองยุทธประจำปีนั้นเป็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรปีละครั้งมีกษัตริย์และขุนนางจำนวนมาก ผู้เชียวชาญต่างๆ ผู้ฝึกตนต่างก็มาดูความสนุกรวมถึงนักศึกษาเองก็ไม่ควรพลาด


      บรรดาลูกศิษย์และคนทั่วไปมากมายจับกลุ่มคุยกันเป็นกลุ่มๆระหว่างทางที่จางเฉินและเพื่อนเดินไปสนามแข่ง


       ถ้าเราลงกันทั้ง 5คนเป็นทีม ข้าจะตั้งชื่อทีมว่าพาวเวอร์แรนเจอร์ ยอดมนุษย์ 5 สี ฮา ฮาจางเฉินคิดในใจเท่านั้น เพราะมีแต่เขาที่เข้าร่วมแข่งขันจางเฉินเดินไปที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อลงชื่อ


       “ดูสินั่นแค่ระดับก่อเกิดไม่ใช่เหรอทำไมกล้าลงสมัคร?”


       “ศิษย์ใหม่ของปีนี้เป็นบ้าปกติมีแต่พวกชั้นสูงลงแข็ง”


       ฝูงชนรอบๆจุดลงทะเบียนต่างพูดคุยเรื่องจางเฉินไปลงทะเบียนเข้าแข่งเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งความเป็นนักเรียนใหม่และพลังแค่เพียงระดับก่อเกิด


       “เจ้าพร้อมที่จะเจ็บตัวแล้วสินะข้าจะหักแขนขาเจ้าเพื่อให้เจ้ารู้ว่าข้าลูกใคร”มู่หยงฟู่และคณะเดินมาหากลุ่มของจางเฉินพร้อมยั่วยุ


       “อืม ทำได้ก็ทำสุนัขที่เห่ามักไม่กัด” จางเฉินตอบแบบเรียบๆ ไม่ค่อยสนใจมากนัก


       “อย่าให้เจอพี่ข้าหรือข้าแล้วกันข้าจะให้เจ้านอนหยอดน้ำข้าวต้มสักปีหนึ่ง” มู่หยงฟู่พูดอย่างมั่นใจ ตลอด 3เดือนมันได้รับสมุนไพรจำนวนมากและคำแนะนำจากพี่มันเพื่อฝึกฝนจนถึงระดับหลอมรวมปราณขั่น 5 ซึ่งไกลจากจางเฉินมาก


       “พูดจบหรือยัง”


       “จางเฉิน เจ้าก็ลงด้วยเหรอนับข้าด้วยละกันอย่าให้เจอข้านะ ข้าก็พร้อมจะส่งเจ้าเข้าโรงบาลเช่นกันคนที่กล้าขัดใจข้าจุดจบย่อมไม่เคยดีสักคน” หลี่ชิงฟงกับลูกน้องก็เดินมาผสมโรงด้วย


        “ไปกันเถอะ” จางเฉินเฉยเมยเช่นเคยและชวนทีมยอดมนุษย์ห้าสีของเขาไปหาที่นั่ง


        “จางเฉินเจ้ากล้า”หลี่ชิงฟงโมโหมากกว่าเดิมเนื่องจากความเฉยเมยของจางเฉย


       “ในฐานะศิษย์น้องศิษย์พี่อยากพูดอะไรก็พูด แต่ตอนนี้ข้าเบื่อที่จะยืน ขอไปหาที่นั่งกัน”


        หลายคนได้ยินการสนทนาต่างก็กลั้นหัวเราะเอาไว้เพราะพวกเขากลัวหลี่ชิงฟง จางเฉินและเพื่อนพากันไปหาที่นั่งส่วนหลี่ชิงฟงและมู่หยงฟูก็ไปลงทะเบียนกัน


       ด้านนอกสนามแข่งมีกลุ่มคนเดินทางมาถึง กลุ่มคนเหล้านี้ไม่ธรรมดาดวงตาคมเหมือนนกอินทรีย์ระดับเป็นนักรบปราณกันทั้งหมด แผ่ความกดดันไปทั้งพื้นที่นักเรียน และผู้คนโดยรอบต่างก็หวาดกลัว หัวหน้าของกลุ่มคนแต่งชุดสีทองลายมังกรเขาคือกษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรจินฟู จินหวัง


       “ท่านอาจารย์หลินจงเป่าหลินเทียน พวกท่านมาด้วยเหรอ”จินหวังเห็นหลินจงเป่าและหลินเทียนจึงเข้าไปทักทายทันที


       “คำนับพระราชาพวกข้ามาหาสหาย และก็เข้ามาดูการแข่งขันเผื่อจะสนุก”


       “โอ้ ท่านไปนั่งกับข้าเถอะเราจะได้คุยกัน ล่าสุดข้าได้ยินว่าพวกท่านสอบนักปรุงยาขั่น 5 ผ่านแล้ว”


       “อ่า เป็นโชคชะตาเราได้เจอสหายน้อยคนหนึ่ง ถึงแม้เขาจะเด็กมากอายุเพียง 16แต่กลับมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมาก เป็นอัจฉริยะที่เหนือกว่าอัจฉริยะที่ข้าเคยพบเจอมันเปิดประตูบานใหม่ให้กับเราทั้งสอง”


      “มีเรื่องเช่นนี้”ระหว่างทางพูดคุยเรื่องราวๆมากมาย พวกเขาก็เดินเข้าสู่สนามแข่ง


       “ท่านเจ้าสำนัก” เมื่อจินหวังเดินทางมาถึงอัศจรรก็พบกับเจ้าสำนักชวนหลิง ทักทายด้วยความยิ้มแย้ม เจ้าสำนักเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน ขาวนั่งอยู่บนจุดสูงสุด เมื่อเจอพระราชาทุกคนต่างก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับและจัดที่นั่งใหม่


      ผู้คนต่างประหลาดใจครั้งนี้พระราชาทรงมาเองเพื่อเข้าร่วมชมการแข่งขันซึ่งไม่ค่อยจะเกิดขึ้นเมื่อองค์ราชาเสด็จ สิ่งที่มักจะเกิดคือมีรางวัลใหญ่สำหรับผู้ชนะและแน่นอนการได้รับรางวัลจากพระราชาย่อมเป็นเกียรติประวัติแก่ชาติตระกูล เหล่านักเรียนที่ลงทะเบียนแข่งขันต่างกำหมัดแน่นหมายเอาชัยชนะแล้วได้ยืนต่อหน้าพระราชา

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน