
พิมพ์คำอธิบายที่นี่เจมส์ไม่รอช้า รีบเปิดดูข้อมูลของแหวนมิติทันที [แหวนมิติ : สามารถเก็บสิ่งไม่มีชีวิตได้ มิติเวลาภายในจะถูกหยุดนิ่งไว้ มีพื้นที่ 5 x 5 เมตร] เขาทำหน้างง ๆ เล็กน้อย เพราะยังไม่รู้ว่ามันแตกต่างจากช่องเก็บของปกติยังไง แต่เขาก็ตัดสินใจนำมันออกมาใส่ไว้เองหนึ่งวง และไม่ลืมให้วินนี่อีกวง เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเจมส์ยื่นแหวนนั้นมาให้ และถามเขาว่า “นี่คืออะไรเหรอคะ?” วินนี่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมมองด้วยความสงสัย “เห็นว่าเธอมีช่องเก็บของแค่ห้าช่องน่ะ มันคงไม่พอที่จะเก็บของในหอหรอก ใช้นี่สิ” เขาพูดขึ้นพร้อมกับนำแหวนยัดใส่มือเธอ “เอ่อ...จะกลับไปที่หอเหรอคะ แต่ว่า…” วินนี่ทำท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด “ไปสิ ทางผ่านน่ะ ทำไม? เธอกลัว?” เจมส์ที่เห็นท่าทีกังวลที่แสดงออกมาผ่านทางสีหน้าของเธอก็ได้แต่คิดยิ้มเยาะในใจ“นี่ ยัยเตี้ย เธอไม่จำเป็นต้องกลัวอีกแล้ว ไม่เห็นเหรอว่าเธอทำอะไรลงไป เธอน่ะ...ฆ่าพวกมันได้แล้วนะ” เขาย่อตัวลงมาเล็กน้อย ให้มองหน้าเธอได้อย่างถนัด และยิ้มเพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้ของเธอวินนี่ยิ้มรับก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วเธอกลัวว่าต้องไปเห็นสภาพของแฟนหนุ่มอีกครั้งเท่านั้นเอง ถึงตอนนี้เธอพอทำใจได้บ้าง แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าถ้าเห็นอีกครั้งจะเป็นอย่างไร เจมส์ยืดตัวขึ้นอีกครั้ง มองไปที่ช่องเก็บของ มันถูกแบ่งสีของใช้ทั่วไปกับของที่ได้จากการฆ่าซอมบี้อย่างชัดเจน ‘ดูง่ายดีแฮะ’เขาพึงพอใจกับตารางที่เห็น และเหลือบมองกลับมาที่แหวนอีกครั้ง แล้วพบว่ามีหน้าต่างข้อความเด้งขึ้นมา [คุณต้องการตั้งชื่อแหวนมิติ ใช่/ไม่] เจมส์แปลกใจกับสิ่งที่เห็นนิดหน่อย ก่อนจะกดไปที่ ใช่ และทำการตั้งชื่อให้มันว่า ของใช้ทั่วไป เขาจัดการนำเอาของทั้งหมดที่อยู่ในช่องสีขาวจากช่องเก็บของมาเก็บไว้ที่แหวนมิติของใช้ทั่วไป รวมทั้งกุญแจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เว้นไว้แค่ตัวรถเท่านั้น จากนั้นก็ทำการเก็บแหวนเข้าไปที่ช่องเก็บของอีกทีหนึ่ง ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะเจมส์เป็นคนขี้รำคาญ เขาไม่ชอบสวมใส่อะไรไว้บนนิ้ว หรือแม้แต่ข้อมือ “อืม..เจ๋งดีนะ เก็บของใส่แหวนได้ไม่พอ มันยังเก็บแหวนนี้เข้าช่องเก็บของได้อีก” เจมส์มองด้วยความพึงพอใจกับสิ่งที่ได้มาอย่างมาก “อ่า...ค่ะ” วินนี่ยิ้มและพยักหน้าตามเขาโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ

พิมพ์คำอธิบายที่นี่ เจมส์จัดแจงทุกอย่างเสร็จสรรพ เขามองผ่านกระจกใสบางส่วนของเซเว่นที่อยู่ใกล้ ๆ พบว่าด้านในมีซอมบี้อยู่ประมาณสามถึงสี่ตัว เขาคิดว่านี่คือโอกาสดีที่จะเข้าไปเอาของในนั้นออกมา เพราะเขาไม่อยากกังวลเรื่องอาหารการกินในช่วงเวลาแบบนี้ และถ้าเขาพบพวกร้านค้าหรือมินิมาร์ทต่าง ๆ อีกเขาก็จะทำเช่นเดียวกันกับที่นี่ เจมส์หันหน้ากลับมาบอกเธอทันทีที่เห็นแบบนั้น “นี่ เธอน่ะรอตรงนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะต้องแวะหอกันอีกครั้ง เพราะผมยังมีของอีกหลายอย่างที่ไม่ได้เอามา ส่วนตอนนี้ ผมจะไปเอาของในเซเว่นตรงนั้นมาใส่แหวนพวกนี้ เธอน่ะ...อยู่ข้างนอกก็ระวังตัวดี ๆ ล่ะ” เขาบอกแบบนั้นพร้อมชี้ให้เธอเห็นจุดที่เขาจะไป ก่อนจะหันหลังกระโดดลงจากระเบียง แล้ววิ่งไปยังเป้าหมายทันที ถึงเจมส์จะรีบไปช่วยมุกแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าการเข้าไปช่วยเธอในมหาวิทยาลัยมันมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะแค่เขตรอบนอกยังมีพวกมันเยอะขนาดนี้ ด้านในคงไม่ต้องพูดถึง แล้วเขาก็คงไม่กลับมาที่นี่อีก เจมส์พุ่งหน้าตรงไปฆ่าซอมบี้ในเซเว่นอย่างไม่ลังเล สายตาคมที่แสนน่ากลัวจ้องมองอย่างแน่วแน่ ฟาดฟันจนสามารถกำจัดมันทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย [คุณได้รับ exp+50][คุณได้รับ exp+50][คุณได้รับ exp+50][คุณได้รับ exp+50][บริวารของคุณได้รับ exp+20][บริวารของคุณได้รับ exp+20][บริวารของคุณได้รับ exp+20][บริวารของคุณได้รับ exp+20][คุณได้รับน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตระดับต่ำ x1] เขารีบกวาดอาหารทั้งหมดในชั้นออกมาใส่ไว้ในแหวนทันที และรีบวิ่งกลับไปหาวินนี่ที่กำลังรอเขาอยู่บนระเบียงอาคาร เจมส์กระโดดขึ้นมาบนระเบียงด้วยเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนเลือดเหม็นเน่าของพวกซอมบี้ นั่นทำให้วินนี่ตกใจเล็กน้อย แต่เธอก็รู้สึกโล่งใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บอะไรตรงไหน ยังปลอดภัยดีทุกอย่าง “คุณโอเคนะคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงนิ่ม พร้อมมองด้วยสายตาที่เป็นห่วง“อืม ไม่ได้เป็นอะไร นี่ ตอนนี้เราทั้งคู่เลเวลสิบเอ็ดกันแล้ว มาดูสเตตัสกันเถอะ จะได้คิดต่อว่าต้องทำอะไรดี” เขาพยักหน้าและพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าเธอ

พิมพ์คำอธิบายที่นี่

พิมพ์คำอธิบายที่นี่ เจมส์เพ่งดูค่าเกราะกับต้านทานจิต เขาคิดว่าตอนนี้วินนี่คงกระโดดลงจากชั้นสองได้แล้วอย่างสบาย วินนี่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว โดนเขาเล่นงานอย่างกะทันหัน เจมส์ที่ค่อย ๆ เดินอ้อมเข้าไปด้านหลังเธออย่างเนียน ๆ จัดการผลักเธอลงไปอย่างรวดเร็ว “กรี๊ดดดดดดดด” เธอร้องออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดเสียง ตัวของเธอลู่กับลมตกลงสู่พื้นด้านล่างด้วยสภาพที่ปกติ ไม่มีอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อยเธอลุกขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นแรง “หือ...อะไรกัน รอยถลอกก็ไม่มีเหรอ” วินนี่ยกแขนมองดูรอบ ๆ ก้มหน้าหาบาดแผลบนตัวที่อาจจะมี แต่ก็ไม่พบ เธอได้แต่ทำตาปริบ ๆ ยืนงงอยู่ด้านล่าง และเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ผลักด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่“นี่!! เล่นอะไรของนายน่ะเจมส์” วินนี่ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ “ฮ่า ๆ แค่ทดลองอะไรดูหน่อยน่ะ อย่าโมโหไปเลย” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พอใจอย่างมาก พร้อมกับสีหน้าเบิกบานใจจนวินนี่หงุดหงิดมากกว่าเดิม ในตอนแรกที่เขารีบร้อน เลยอุ้มเธอมาอย่างไม่ทันได้คิดอะไร แต่ตอนนี้เขาใจเย็นลงแล้ว พอตั้งสติคิดได้เขาก็ค่อย ๆ ทำทุกอย่างอย่างมีระบบ เจมส์ทำมันด้วยความคล่องแคล่วว่องไว เจมส์กระโดดลงมาด้านล่างตรงหน้าเธอ พร้อมกับพูดว่า “ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเรามันเกือบจะเท่ากันอยู่แล้ว เพราะงั้น...วิ่งกันเถอะ” เขายกยิ้มอีกครั้งให้เธอด้วยความพอใจ โดยไม่สนหน้าตาหงุดหงิดนั่นแม้แต่น้อย แต่ยิ่งเธอหงุดหงิด เจมส์ก็ยิ่งมีท่าทีพอใจราวกับสนุกที่ได้เห็น เธอได้แต่ฟึดฟัดแต่ก็ยอมวิ่งตามเขาไปติด ๆ ในระหว่างทางทั้งคู่ไม่เจอซอมบี้แม้แต่ตัวเดียว ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงหอพักแต่ก่อนจะเข้าไปเก็บของได้ ด้านหน้าห้องของเจมส์มีซอมบี้บอลนอนอยู่ นั่นทำให้เขาถึงกับชะงักทันที เจมส์ได้แต่ข่มใจลงและหันหน้าหนี แล้วเข้าไปเก็บของให้ไวที่สุด เจมส์ทำทุกอย่างเสร็จด้วยความว่องไว เขาก็รีบเดินขึ้นบันไดไปหาวินนี่ที่ห้อง พอถึงห้องของเธอ เจมส์เปิดประตูที่พังจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้อง ก็พบว่าเธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ไม่ไกล บนพื้นกลางห้องมีทั้งบรา และชั้นในที่ขดม้วนอย่างไม่ได้ตั้งใจขวางทางเดินอยู่ เขาเห็นดังนั้นจึงรีบหันหลังกลับ ในตอนนี้เจมส์รู้สึกว่าทั้งตัวของเขาร้อนผ่าวขึ้นมา ไม่นานวินนี่ที่รู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้องก็หันมามองด้วยความตกใจก่อนจะร้องออก“เชี่ย!!! นะ นี่!!” เธอทำอะไรไม่ถูก รีบหยิบผ้าขนหนูผืนที่ใกล้ที่สุดออกมาคลุมตัวด้วยความร้อนรน“คะ ...คุณ” ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไง เธอได้แต่อ้าปากเหวอเพราะพูดติดขัดด้วยความเขินอาย “เอ่อ..ผะ ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องห่วงนะ แล้วก็ไม่ต้องกลัว ผมจะไปรอด้านนอกแล้วกัน” เจมส์ตอบเสียงตะกุกตะกัก เขารีบเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ‘ฟู่ว เก็บอาการหน่อยไอ้เจมส์’ เขาส่ายหน้าให้กับตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปยังระเบียงของอาคาร เขามองออกไปที่ท้องฟ้าด้านหน้า ก็พบว่านี่ใกล้เวลาเช้าแล้ว ดวงอาทิตย์สีส้มใหญ่ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาทำให้ความมืดมิดเริ่มมีแสงสว่าง แสงสีส้มเหลืองเริ่มสลับสอดแทรกกับก้อนเมฆให้เห็น นั่นทำให้เจมส์ยิ้มออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ไม่นานวินนี่ก็เดินออกมาพอดี เธอไม่ได้ดูเคอะเขินอะไร เธอเดินเข้ามายืนใกล้และยืนมองดวงอาทิตย์ขึ้นด้วยกันโดยไม่มีคำพูดใด ๆ เกิดขึ้น ‘เราจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้’ เจมส์นึกคิดในใจ สายตายังคงจ้องมองดวงอาทิตย์กำลังลอยพ้นขอบฟ้าตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา -tbc-