ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    ถูกดักปล้น

    หลังจากที่ส่งสุ่ยต้ายไปแล้ว หนานหมิงก็ให้ฮั่วเหนียงไปเที่ยวเล่นกับม่อเสี้ยน เพราะหนานหมิงต้องการให้ฮั่วเหนียงปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่ก่อน

    นอกจากนี้ฮั่วเหนียงก็นับว่าเป็นอัจฉริยะของเผ่าพันธ์อีกาสามขาอีกด้วย ตอนที่นางถือกำเนิดนิมิตดวงอาทิตย์และเปลวเพลิงที่สามารถเผาได้ทั้งโลกก็ปรากฏขึ้น ในช่วงเวลานั้นโลกทั้งใบอุณหภูมิสูงขึ้นนับร้อยเท่า ทำให้บรรดาเผ่าพันธ์ต่างๆถึงกับตายเพราะความร้อนนับไม่ถ้วน

    หลังจากที่ฮั่วเหนียงถือกำเนิด พลังของนางก็อยู่ในระดับเซียนปฐมพีแล้วนับว่าเหนือกว่ารุ่นเยาว์ที่เกิดก่อนนางหลายร้อยปีเลยทีเดียว ตอนนี้นางก็เพิ่งจะอายุเพียงแค่ร้อยกว่าปีแต่ก็มีพลังในระดับเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์แล้ว เรียกได้ว่าความเร็วในการฝึกฝนของนางรวดเร็วอย่างมาก แม้กระทั้งอัจฉริยะของเผ่าก็ยังเทียบไม่ได้กับนาง

    ต้องไม่ลืมว่านั้นเป็นการฝึกฝนของขอบเขตเซียนไม่ใช่ขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ของมนุษย์ เพราะสำหรับหนึ่งขั้นใหญ่ของขอบเขตเซียนธรรมดาต้องใช้เวลาหลายร้อยหรือหลายพันปีถึงจะทะลวงได้ เพราะสำหรับเผ่าพันธ์อีกาสามขาของนางแล้วอายุยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นปีนับว่าเป็นรุ่นเยาว์อยู่เลย เนื่องจากอายุขัยของเผ่าอีกาสามขามากกว่าหลักสิบล้านปีทำให้อายุของฮั่วเหนียงจึงเป็นเพียงแค่รุ่นเยาว์ที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานด้วยซ้ำ สำหรับเผ่าอีกาสามขานับว่าเป็นหนึ่งในเผ่าพันธ์ที่มีอายุขัยยืนยาวอย่างมาก

    ก่อนที่สุ่ยต้ายและฮั่วเหนียงจะจากไป ทั้งสองก็ได้มอบสมบัติของพวกนางให้กับหนานหมิงเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ

    เวลานี้หนานหมิงกำลังมองดูขวดสีขาวที่มีเม็ดสีแดงกลมๆกลิ้งไปมาอยู่ในขวดด้วยความสนใจ เพราะนี้คือหยดโลหิตของเผ่าอีกาสามขา

    ว่ากันว่าการที่เผ่าอีกาสามขาจะสามารถหลอมโลหิตให้จะต้องทำให้เผ่าอีกาสามขายอมรับก่อน เพราะถ้าหากไม่ได้รับการยอมรับอีกาสามาก็จะไม่คิดที่จะหลอมโลหิตให้ แม้ว่าจะถูกบังคับมันก็ขอตายดีกว่าหลอมโลหิตให้กับผู้อื่น เพราะโลหิตของเผ่าอีกาสามขามีประโยชน์อย่างมากต่อเผ่าพันธ์อื่นๆ

    เนื่องจากถ้าหากใครก็ตามที่ได้กินโลหิตของเผ่าอีกาสามขาไปจะได้รับพลังส่วนหนึ่งของเผ่าอีกาสามขา ซึ่งก็คือความสามารถในการความคุมเปลวเพลิงและถ้าหากเปลวเพลิงนั้นอ่อนแอเกินไป เปลวเพลิงนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรผู้ที่ได้รับโลหิตอีกาสามขาได้เลย 

    แถมยังได้รับการยอมรับจากเผ่าอีกาสามขาอีกด้วย เพราะการที่อีกาสามขาจะมอบโลหิตได้จะต้องผ่านการทดสอบและได้รับการยอมรับเท่านั้น และการยอมรับของเผ่าอีกาสามขาตัวนั้นจะทำให้อีกาสามขาตัวอื่นๆยอมรับด้วยเช่นกัน

    สำหรับหนานหมิงเขาไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบใดๆเพราะฮั่วเหนียงเป็นตัวละครที่เขาอัญเชิญมาและจะซื่อสัตย์ต่อหนานหมิงเท่านั้น 

    หนานหมิงครุ่นคิดก่อนที่จะเก็บโลหิตของฮั่วเหนียงไว้ก่อน เพราะตอนนี้เขายังไม่กล้าที่จะกินมันเพราะฮั่วเหนียงบอกว่าจะต้องอยู่ในขอบเขตเซียนก่อนถึงจะกินมันได้ เพราะโลหิตของเผ่าอีกาสามขานั้นรุนแรงอย่างมากไม่ใช่สิ่งที่จะกินได้ง่ายๆ แถมพลังของฮั่วเหนียงก็คือเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ ซึ่งไม่มีทางที่กึ่งเซียนตัวเล็กๆอย่างหนานหมิงจะต้านทานได้ แม้ว่าจะต้านทานได้ก็อาจจะทำให้พลังของโลหิตของฮั่วเหนียงลดลงอย่างมากเช่นกัน

    หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปสิบกว่าวัน ในที่สุดเรือบินของตระกูลหนานก็มาถึงเมืองปฐมวิญญาณ

    เมื่อเรือบินของตระกูลหนานมาถึง คนของสำนักปฐมวิญญาณก็ออกมาต้อนรับทันที เพราะพวกเขารู้ว่าคนของตระกูลหนานที่มาถึงจะเป็นกองกำลังที่จะมุ่งหน้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียน

    สำหรับผู้อาวุโสที่นำกลุ่มรุ่นเยาว์มาก็คือผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลหนาน หนานเฟิงวิน ซึ่งตอนนี้เป็นถึงยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ขั้นปลาย และยังมีผู้อาวุโสหลักอีกสี่คนที่ติดตามมาด้วย ซึ่งพวกเขาต่างก็เป็นเทพยุทธ์ขั้นปลายทั้งสิ้น

    ผู้อาวุโสทั่วไปและรุ่นเยาว์ที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพยุทธ์ก็เดินทางมาอีกสามสิบกว่าคน ส่วนผู้อาวุโสและรุ่นเยาว์ที่อยู่ในระดับจ้าวยุทธ์ก็รวมๆกันแล้วอีกหนึ่งพันกว่าคน  

    แม้ว่าจำนวนนี้จะไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับกองกำลังอื่นที่ส่งคนไปหลักหมื่น แต่ทว่าความแข็งแกร่งที่แสดงออกมานั้นก็ทำให้กองกำลังทั้งหมดในทวีปหลัวเทียนต้องหวาดกลัว

    นอกจากนี้ยังมีมหาเทพยุทธ์อีกสิบสามคนและกึ่งเซียนอีกเจ็ดคนที่ติดตามมาด้วย ซึ่งทั้งยี่สิบคนนี้เป็นตัวละครที่หนานหมิงอัญเชิญมา ด้วยความแข็งแกร่งระดับมหาเทพยุทธ์สิบสามคนก็เพียงแล้วที่จะคุ้มครองคนของตระกูลหนานแล้ว

    ตอนนี้คนของสำนักปฐมวิญญาณรู้ได้ทันทีว่าตระกูลหนานแข็งดั่งที่คาดการณ์เอาไว้จริงๆ แม้ว่าผู้ที่นำมาจะเป็นเพียงแค่ผู้อาวุโสใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพยุทธ์ขั้นปลาย แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกกองกำลังผู้อาวุโสใหญ่ไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด เพราะเสาหลักของกองกำลังต่างๆมักจะเป็นคนเฒ่าคนแก่ที่เกษียณอายุออกไปแล้วอยู่เบื้องหลังแทน

    และอีกอย่างต้องไม่ลืมว่าอายุของคนตระกูลหนานเรียกได้ว่าน้อยมาก มากสุดก็แค่ไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับอายุขัยของเทพยุทธ์ที่ยืนยาวกว่าสามพันปี เพราะแบบนี้ถ้าหากให้เวลาพวกเขาอีกสักหน่อย คาดว่าตระกูลหนานคงจะมีมหาเทพยุทธ์และกึ่งเซียนเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

    ตอนนี้เจ้าสำนักเซี่ยและเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมตระกูลหนานถึงมีกึ่งเซียนมากขนาดนั้น ถ้าหากพวกเขามีรุ่นเยาว์และผู้อาวุโสที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้ มหาเทพยุทธ์และกึ่งเซียนก็คงจะมีให้เห็นเช่นกัน

    สำหรับมหาเทพยุทธ์และกึ่งเซียนทั้งยี่สิบคน พวกเขาปกปิดกลิ่นอายเอาไว้ทำให้เจ้าสำนักเซี่ยและคนอื่นๆจึงไม่รู้ว่าภายในกลุ่มมีกึ่งเซียนและมหาเทพยุทธ์อีกยี่สิบคนซ่อนตัวอยู่

    หลังจากที่เจ้าสำนักเซี่ยและผู้อาวุโสใหญ่พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าสำนักเซี่ยก็เชิญคนของตระกูลหนานทั้งหมดไปยังห้องจัดงานเลี้ยงที่เจ้าสำนักเซี่ยเตรียมไว้

    ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้สำนักปฐมวิญญาณและตระกูลหนานสร้างความคุ้นเคยกันอย่างดี แน่นอนว่าในฐานะผู้ฝึกยุทธ์การพูดคุยที่ดีที่สุดก็คือการดื่มสุราร่วมกัน

    หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีมองดูคนของทั้งสองกองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เพราะอย่างน้อยๆกองกำลังของทั้งสองก็ให้ความเคารพนับถือกัน

    สำหรับคนของตระกูลหนาน แม้ว่าพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า แต่พวกเขาก็ไม่เคยที่จะทำตัวหยิ่งผยองหรือวางอำนาจแม้แต่ครั้งเดียว เพราะพวกเขาได้รับการสั่งสอนจากหนานหมิง แม้ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็อย่าได้หยิ่งผยอง แต่ถ้าหากถูกกระทำก่อนค่อยลงมืออย่างเต็มที่ สังหารได้ก็สังหารทิ้ง เพราะตระกูลหนานไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาดูถูกได้

    หลายวันต่อมา

    เรือบินของตระกูลหนานและเรือบินของสำนักปฐมวิญญาณก็บินขึ้นบนท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียน

    กองกำลังที่สำนักปฐมวิญญาณส่งไปช่วยเหลือดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนก็มีเจ้าสำนักเซี่ยเป็นผู้นำ และยังมีเทพยุทธ์ขั้นต้นอีกสี่คนและจ้าวยุทธ์อีกนับร้อยคนและเซียนยุทธ์อีกห้าพันคน แม้ว่าจำนวนนี้จะไม่ได้มากมายนักเมื่อเทียบกับจำนวนคนในสำนัก

    แต่ความแข็งแกร่งที่เจ้าสำนักเซี่ยพาไปด้วยก็นับว่าเกินกว่าหนึ่งในห้าของสำนักแล้ว เพราะถ้าหากยิ่งอันตรายเกินไปก็จะยิ่งเสี่ยงถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นมา สำนักปฐมวิญญาณก็คงจะอ่อนแอลงอย่างมาก อย่างน้อยก็ต้องทิ้งยอดฝีมือระดับสูงไว้ที่สำนักเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยด้วย

    ดูอย่างตระกูลหนาน พวกเขาพามาแค่เทพยุทธ์และจ้าวยุทธ์เท่านั้น ส่วนเซียนยุทธ์พวกเขายังไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเข้าร่วมกับสงครามในครั้งนี้

    ในช่วงหลายวันมานี้ดูเหมือนว่าตระกูลหนานจะเข้ากับสำนักปฐมวิญญาณได้เป็นอย่างดี และบางคนก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กับคนของสำนักปฐมวิญญาณแล้วเช่นกัน 

    เรื่องราวความรักหนานหมิงก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว จะให้เอาแต่ฝึกยุทธ์อย่างเดียวก็คงไม่ได้ อย่างน้อยการมีคนรักก็อาจจะช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดก็ได้ 

    ระหว่างเดินทาง หนานหมิงได้ข่าวจากหน่วยข่าวกรองว่าตอนนี้วิหารหมื่นโลกาได้เรียกศิษย์หรือผู้อาวุโสทั้งหมดกลับวิหารแล้ว พร้อมกับประกาศอีกว่าจะปิดวิหารเป็นเวลาหนึ่งร้อยปีเพื่อให้ผู้อาวุโสและศิษย์ทุกคนตระหนักรู้ถึงการทำความดีและห้ามสร้างปัญหาแก่ผู้อื่น

    หนานหมิงที่ได้รับข่าวนี้มาเขาก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ อย่างน้อยๆวิหารหมื่นโลกาก็ต้องใช้เวลาในการปรับทัศนคติ สิบยี่สิบปีอาจจะยังไม่มากพอ แต่ถ้าหากหนึ่งร้อยปีก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาทำตัวดีได้บ้างแล้ว แต่ถ้าหากยังทำตัวสารเลวเหมือนเดิม หนานหมิงก็ไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนพวกเขา

    สำหรับการเดินทางจากเมืองปฐมวิญญาณไปยังทวีปหลัวเทียนก็ใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน จะเดินทางจากทวีปหลัวเทียนไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องใช้เวลาอีกครึ่งเดือน รวมๆแล้วต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนจึงจะถึงที่หมาย

    ระหว่างทาง พวกเขาก็ได้เจอกับเรือบินของเมืองแสงสวรรค์ที่กำลังรอพวกเขาให้เดินทางไปพร้อมกัน 

    ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ระหว่างสำนักปฐมวิญญาณและเมืองแสงสวรรค์ก็นับว่าเป็นพันธมิตรกันมานาน เวลาที่เกิดเรื่องอะไรพวกเขาก็มักจะไปด้วยกันเสมอ

    หนานหมิงได้ให้เซี่ยเล่ยจีมาที่เรือบินของตระกูลหนาน เนื่องจากเรือบินของตระกูลหนานมีค่ายกลต่างๆที่เอาไว้ใช้ในการฝึกฝนเป็นจำนวนมาก 

    เซี่ยเล่ยจีก็ไม่ได้ปฏิเสธ นางได้ย้ายมาอยู่ที่เรือบินของตระกูลหนานตั้งแต่วันออกเดินทาง

    ในระหว่างที่หนานหมิงกำลังฝึกฝนให้กับเซี่ยเล่ยจี เขาก็ได้รับข่าวจากหน่วยข่าวกรองที่ถูกส่งไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนว่าตอนนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนกำลังรวบรวมคนอยู่ คาดว่าอีกประมาณสองเดือนข้างหน้าจึงจะเริ่มเปิดศึกอย่างจริงจังกับเผ่าปีศาจ

    ด้วยความที่อำนาจของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนมีมากทำให้กองกำลังทั้งหมดภายในทวีปหลัวเทียนได้เดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว ซึ่งรวมๆแล้วมีกำลังคนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ต่ำกว่าหลักสิบล้านคน

    “ ไม่แปลกใจเลยที่ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนจะอำนาจมากขนาดนี้ กองกำลังทั้งหมดภายในดินแดนต่างก็เคลื่อนพลไปหา ” หนานหมิงยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

    สำหรับตระกูลหนานแล้ว โลกใบเล็กนี้ไม่ใช่พื้นที่ในการปกครองของตระกูลหนาน เพราะหนานหมิงเล็งไปถึงการปกครองโลกใบเล็กหรือโลกที่ใหญ่ที่สุดเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่ากว่าจะถึงตอนนั้นคงต้องใช้เวลานานหลายร้อยปี เพราะตอนนี้อันดับแรกคือการที่เปิดประตูสู่การเป็นเซียนให้ได้ก่อนและเรื่องหลังจากนั้นค่อยว่ากัน

    หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน ตอนนี้เรือบินของทั้งสามกองกำลังก็มาถึงชายแดนของทวีปหลัวเทียนแล้ว และกว่าจะไปถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนก็ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยยี่สิบวัน 

    ในขณะที่พวกเขากำลังผ่านเทือกเขาขนาดใหญ่ จู่ๆก็มีคนกลุ่มหนึ่งบินขึ้นมาล้อมเรือบินของพวกเขาเอาไว้

    โดยที่หัวหน้ากลุ่มเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าดุร้ายและโหดเหี้ยม นอกจากนี้ลูกน้องก็ถืออาวุธพร้อมต่อสู้ตลอดเวลา

    หัวหน้ากลุ่มมองไปยังเรือบินทั้งสามลำก่อนที่จะแสยะยิ้มและระเบิดพลังยุทธ์ออกมาทันที

    กลิ่นอายของมหาเทพยุทธ์ก็ทำให้พื้นที่รอบๆสั่นสะท้าน

    ส่วนลูกน้องของชายวัยกลางคนก็ปลดปล่อยพลังยุทธ์ระดับเทพยุทธ์ออกมานับร้อยคน รวมไปถึงจ้าวยุทธ์อีกหลายร้อยคนทันที

    เรือบินของทั้งสามลำค่อยๆหยุดลงอย่างช้าๆ 

    หนานหมิงที่กำลังนั่งเล่นหมากกับเซี่ยเล่ยจีอยู่ก็ถูกเรียกให้ไปด้านนอก

    หนานหมิงออกมาก็เห็นว่าเรือบินถูกกลุ่มคนที่ถืออาวุธล้อมเอาไว้

    “ นั่นน่าจะเป็นกลุ่มโจร? ” น้ำเสียงของเจ้าสำนักเซี่ยดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่จริงจังขึ้นมา

    “ ใช่ข้าเองก็คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มโจรที่แข็งแกร่ง เพราะหัวหน้ากลุ่มก็ยังเป็นถึงมหาเทพยุทธ์! ” 

    หนานหมิงมองดูกลุ่มโจรนี้ด้วยความสนใจเพราะกลุ่มโจรนี้นับว่าแข็งแกร่งอย่างมาก มหาเทพยุทธ์หนึ่งคน เทพยุทธ์ขั้นสูงอีกเจ็ดคน เทพยุทธ์ขั้นกลางและขั้นต้นอีกหลายสิบคน แถมยังมีจ้าวยุทธ์อีกนับพันคน เรียกได้ว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของทวีปหยุนเทียนได้เลย

    ทันใดนั้นเองหัวหน้ากลุ่มโจรก็ตะโกนขึ้นว่า “ ฆ่าพวกมันทั้งหมด!! ” 

    หนานหมิงที่ได้ยินก็ถึงกับประหลาดใจไม่ใช่ว่าต้องแนะนำตัวกันก่อนหรือ? ทำไมจู่ๆถึงได้คิดที่จะสังหารกันทันที แถมยังไม่รู้เลยว่าพวกเราเป็นใคร

    จากนั้นเจ้าเมืองหยางและเจ้าสำนักเซี่ยก็ปรากฏตัวขึ้นและพยายามที่จะหยุดหยั้งไม่ให้กลุ่มโจรนี้บุกโจมตีก่อน

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน