เมื่อหมิงเย่เห็นว่าตัวเองถูกสามีห้ามปรามจึงคิ้วขมวดแล้วจับจ้องไปยังชายหนุ่มในชุดคลุมขาวในทันที ก่อนที่จะกล่าวถามออกไป
"คุณมาห้ามฉันทำไม?"
"เย่เอ่อร์ คุณบอกไม่อยากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าบังคับลูกมากเกินไป ให้เขาได้ใช้ชีวิตของตนเองบ้าง"
"แต่ฉันเคยมีเรื่องกับเทพสงครามไป๋ฉีนี่น่า แล้วฉันจะวางใจให้ลูกสาวไปอยู่กับคนที่ฉันพึ่งไปมีเรื่องได้อย่างไร"หมิงเย่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
"เอาน่าถ้าลูกสาวของเราได้อยู่หน่วยนั้นหรือเป็นศิษย์ของเทพสงครามไป๋ฉีจริงๆฉันจะไปพบและพูดคุยราชาอู่หลงด้วยตัวเอง แบบนี้คุณพอจะสบายใจขึ้นหรือเปล่า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจของหมิงเย่ก็คลายกังวลขึ้นมาบ้างและเดินกลับมานั่งลงยังเก้าอี้ของตนเองพยักหน้าให้สามีก่อนที่จะกล่าวถามออกไปอีกครั้งว่า "แล้วคุณได้เบาะแสของเธอหรือยัง?"
ชายในชุดคลุมส่ายหน้า "ยังเลย ผมคาดว่าตอนที่หนีไปเธออาจจะเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ไปแล้วทำให้หาตัวยาก"
"สี่ก็เกือบสี่สิบปีแล้วสินะ ที่เด็กคนนั้นหายไปป่านนี้เธอจะใช้ชีวิตอย่างไรนะ"หมิงเย่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ชายผู้เป็นสามีจึงประคองไหล่ให้กำลังใจ "เอาน่า ผมหาเธอเจอแน่ สามีของคุณเก่งมากนะจะบอกให้"
หมิงเย่ยิ้ม "ค่ะ ท่านประธานใหญ่ จ้าวพิภพคนที่สิบเอ็ดแถมยังเป็นจ้าวพิภพที่อายุน้อยที่สุดในตอนนี้ ฉันไม่เชื่อคุณแล้วจะให้ฉันไปเชื่อใคร"
ชายในผ้าคลุมยกยิ้ม "ไหนบอกจะเก็บเป็นความลับไงพูดแบบนี้ถ้าลูกน้องของเธอมาได้ยินเข้าแล้วเอาไปป่าวประกาศจะทำอย่างไรล่ะเนี้ย ตัวตนของผมยิ่งเป็นความลับอยู่ด้วย"
"ฮิฮิ ฉันใช้พลังจิตตรวจดูแล้วค่ะ ไม่ได้ประมาทขนาดนั้น"หมิงเย่ยิ้ม
"เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าลูกสาวของเราเก่งกาจขนาดไหน"ทั้งสองตัดสินใจนั่งดูการถ่ายทอดสดการสอบคัดเลือกของหมิงหรงต่อไป
ในเวลาต่อมาที่ตึกใหญ่ของดราก้อนเอ็มไพร์ เหล่าหัวหน้าหน่วยก็เริ่มตัดสินใจเลือกสมาชิกกันแล้ว และสาเหตุที่เลือกไวเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าคนที่ทำคะแนนได้ไม่ดีส่วนใหญ่เลือกที่จะถอดใจและล็อกเอาท์ออกจากระบบไป จนตอนนี้เหลือเพียงนักสู้ที่อยู่ในเกณฑ์เพียงแค่สองร้อยคนเท่านั้น
ซึ่งบอกตามตรงในสองร้อยคนนี้ไม่มีคนไหนเข้าตาไป๋ฉีเลย ดังนั้นเขาจึงใช้สิทธิ์ที่หัวหน้าหน่วยคนอื่นๆให้เลือกหมิงหรงเข้ามาในหน่วยของเขา และไม่เลือกใครอีกเลยซึ่งทางอู่จินหยางปีนี้ก็ไม่เลือกเช่นเดียวกัน
ส่วนทางด้านซุนหรงและจางจิวลี่พวกเธอต้องเลือกเพราะหน่วยงานของพวกเธอนั้นไม่มีคนเลย ทั้งโนอาและเซอินจึงช่วยพวกเธอเลือกมาหน่วยละยี่สิบคนด้วยกันแถมยังเป็นผู้หญิงทั้งหมด
หัวหน้าหน่วยทุกคนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มเจื่อนๆแต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ในใจพลางคิดว่านับจากนี้ไปหน่วยจางจิวลี่และหน่วยของซุนหรงคงจะกลายเป็นหน่วยงานหญิงล้วนเป็นแน่แท้
"เอาล่ะ ในเมื่อเลือกกันเสร็จแล้วก็ไปกันเถอะ"อู่จินหยางลุกขึ้นและเดินจากไป แน่นอนว่าไป๋ฉีและภรรยาสาวอีกห้าคนก็ยืนขึ้นโค้งตัวทำความเคารพหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆแล้วเดินจากไปเช่นเดียวกัน
เพราะพวกเขายังจะต้องไปตึกสำนักงานของตนเองที่สร้างเสร็จแล้วเพื่อตรวจดูว่าจะต่อเติมตรงไหนอีกบ้าง
ตึกมังกรฟ้า ตึกมังกรคราม และตึกมังกรนิลกาฬ ตั้งอยู่ระหว่างตึกมังกรขาวและตึกมังกรดำ ส่วนบ้านพักของสมาชิกทั้งสามหน่วยงานนั้น
ทางดราก้อนเอ็มไพร์ก็ให้ใช้บ้านพักของหน่วยมังกรขาวไปก่อน เนื่องจากมันยังเหลือบ้านพักสมาชิกอีกมากเลยทีเดียว และแน่นอนว่าหากในอนาคตหากทั้งสามหน่วยมีสมาชิกมากขึ้นดราก้อนเอ็มไพร์ก็จะต่อเติมบ้านพักให้ภายหลัง
"ที่รักคุณคิดจะต่อเติมตึกอะไรอีกหรือเปล่า"ในขณะที่เดินตรวจอยู่ โรสผู้เป็นรองหัวหน้าก็กล่าวถามออกมา เพราะไป๋ฉีเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งมันทำให้เธอสงสัย
ไป๋ฉีส่ายหน้า "แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ มีองค์ประกอบโดยรวมเหมือนตึกมังกรขาวทำให้ฉันไม่ต้องจดจำอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเธออยากปรับเปลี่ยนอะไรก็ปรับเปลี่ยนได้เลยนะ เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นทั้งภรรยาของฉันและรองหัวหน้า"
"ฮิฮิ งั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ"โรสได้ทีก็เริ่มออกแบบภายในตึกใหม่ในทันทีโดยยังคงเหลือองค์ประกอบหลักเอาไว้อย่างเดิมเพื่อให้ไป๋ฉีเคยชิน
ชายหนุ่มที่ภรรยาสาวออกแบบอย่างสนุกสนานก็ยกยิ้มและบ่นพึมพำออกมา "หากรวมเพื่อนๆของฉันสมาชิกก็จะมีทั้งหมดหกคน หน่วยของฉันเองงั้นหรือ ในฐานะหัวหน้าหน่วยฉันจะทำมันได้ดีไหมนะ"
ในเวลาเดียวกันนั้นเองก็เป็นเวลาที่เด็กสาวผมสีแดงทรงทวินเทลได้รับจดหมายจากดราก้อนเอ็มไพร์ เมื่อเธออ่านจดหมายเสร็จก็กระโดดโลดเต้นในทันทีด้วยความดีใจ
"เย้ เทพสงครามไป๋ฉีเลือกหนูจริงๆด้วย ขอบคุณคุณพ่อนะคะที่ยอมปล่อยหนูออกมา หวังว่าจะไม่โดนคุณแม่บ่นนะ ฮิฮิ"
เด็กสาววัยสิบแปดปีรีบวิ่งนำจดหมายนี้ไปยืนยันบริเวณจุดให้บริการในทันที และเมื่อเธอได้รับการยืนยันแล้วก็วิ่งขึ้นรถไปที่ตึกมังกรขาวเพื่อรายงานตัว
ซึ่งไม่ได้มีเพียงแต่เธอเท่านั้น แต่สมาชิกของหน่วยมังกรฟ้าและมังกรนิลกาฬก็ต้องไปรายงานตัวที่หน่วยมังกรขาวเช่นเดียวกัน เหตุผลก็เพราะทั้งสามตึกยังไม่มีใครทำหน้าที่พนักงาน ดังนั้นทั้งสามหน่วยจึงต้องไปรายงานตัวที่ตึกมังกรขาวนั่นเอง
"หมิงหรง มารายงานตัวเข้าหน่วยมังกรครามค่ะ" เมื่อมาถึงหมิงหรงก็เดินไปยังจุดให้บริการณ์แล้วกล่าวอย่างเริงร่า
"โอ้ สมาชิกทีมของน้องชายไป๋ฉีเองหรือเนี้ย ขุนพลขั้นปลายน้องชายคนนี้ตาแหลมไม่เบา"จิงจิงที่รับหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับกล่าวด้วยความสนใจ
"ฮิฮิ ขอบคุณค่ะ"หมิงหรงยังคงร่าเริงเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
จิงจิงแสกนกำไลข้อมือของเธอเสร็จก็อธิบายถึงสวัสดิการต่างๆให้กับหมิงหรงได้ฟัง เมื่อถึงตอนที่เลือกบ้านหมิงหรงก็บบอกเพียงแค่เลือกหลังไหนก็ได้
จิงจิงจึงได้เลือกบ้านที่อยู่ในระแวกเดียวกันกับไป๋ฉีให้ เพราะถึงอย่างไรเด็กสาวคนนี้ก็เป็นลูกทีมคนเดียวของไป๋ฉีจะได้สนิทๆกันไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหมิงหรงก็รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ เพราะการได้อยู่ใกล้ๆกับไอดอลของตนเองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี