บทแห่งเด็กชายในหุบเขา
ตอน ทำลายมันให้สิ้นซาก
เ้างูั์กลืนหินประหลาดทั้งก้อนนั้นลงท้องไปในพริบตา!
และเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ท้องของมันก็บวมเป่งขึ้นจนผิดรูป ก่อนจะมีหมอกควันสีดำล้นทะลักพวยพุ่งออกมาจากปากของมัน
ทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน แม้แต่ผู้อัศจรรย์ทั้งสองร่างก็เช่นกัน พวกเขาจดจ้องกลุ่มควันสีดำนั้นไม่วางตา มันกำลังแผ่ขยายขึ้นปกคลุมร่างทั้งร่างของเ้างูั์อย่างรวดเร็ว ควันสีดำนั้นช่างหนาแน่นและมืดสนิท ในที่สุดมันก็ห่อหุ้มร่างงูั์ไว้อย่างมิดชิดจนมองไม่เห็น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไอ้สัตว์ประหลาดนั่นกำลังทำอะไร?” พญาคันธฆาฎกะในร่างคางคกั์เอ่ยถาม
“...” พญาแถนร่างประกายแสงสีทองไม่ตอบ เขานิ่งเงียบจ้องมองกลุ่มควันเบื้องหน้าอย่างเพ่งพิจารณา
แล้วทันใดนั้น หัวมหึมาขนาดเท่าเล่มเกวียนก็พุ่งทะลุผ่านหมอกควันออกมาอย่างรวดเร็ว มันอ้าปากกว้างเกือบเป็เส้นตรง งับเข้าใส่หัวของคางคกั์ราวกับปลาช่อนฮุบเหยื่อ ร่างครึ่งบนของพญาคางคกหายเข้าไปในปากกว้างนั้นทันที
แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้น แม้งูั์จะพยายามเขมือบร่างมหึมานั้นเข้าไปอีก แต่ร่างของคางคกั์ยังยืนหนักแน่นดั่งขุนเขา ขาหน้าทั้งสองข้างยกคำ้คมเขี้ยวจากปากของงูั์ไว้ไม่ให้ััต้องผิวกาย
“คิดจะกินข้าเลยรึ...จะอวดดีเกินไปแล้ว” คางคกั์เอ่ยขึ้นภายในปากกว้างนั้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
แต่แล้วเขาก็พลันประหลาดใจ “อะไรเนี่ย!?!” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงงับที่เพิ่มมากขึ้นเกือบเท่าตัว จนต้องเกร็งกำลังขึ้นต้าน
งูั์ก็เช่นกัน มันเกร็งกำลังบดขยี้กรามเข้าหากันอย่างหนักหน่วง ร่างของมันที่ก่อนหน้านี้อยู่ในสภาพรุ่งริ่ง บัดนี้ที่ปรากฏพ้นหมอกควันออกมาครึ่งตัวนั้นดูสมบูรณ์ดุจดังเดิม เกล็ดสีดำที่เคยหลุดร่วงไปก็กลับคืนมาเต็มทั่วทั้งร่างอีกครั้ง และดูเหมือนจะดำมืดเสียยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย
“มันกลืนกินหินประหลาดนั่นเข้าไปเพื่อฟื้นฟูร่างกายรึ?”
ชายร่างประกายแสงสีทองเอ่ยขึ้นหลังจากพิจารณาดูเ้างูั์ ก่อนที่เขาจะลอยพุ่งเข้าใกล้เ้าสัตว์ประหลาดนั้น
แล้วอย่างไม่ทันคาดคิด สิ่งหนึ่งขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาจากกลุ่มหมอกควันอย่างรวดเร็ว และรุนแรงจนหมอกควันแตกตัวกระจายออก มันอ้าปากกว้างเข้างับร่างประกายสีทองทันที
มันคือหัวที่สองของเ้างูั์!
ไวเท่าความคิด รัศมีสีทองแปดแฉกปรากกฏขึ้นที่หัวของงูั์ มันคล้ายดั่งแผ่นแก้วบางโปร่งใส ยึดตรึงครึ่งปากครึ่งหัวของงูั์ไว้ทันที ส่วนหัวมหึมานั้นถูกหยุดค้างอยู่เบื้องหน้าของพญาแถน จะไปต่อหรือถอยหลังก็ไม่สามารถ
“มันมีสองหัว!?” พญาแถนเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ
“นอกจากฟื้นฟูอาการาเ็ให้แล้ว หินนั่นยังเปลี่ยนสภาพมันให้กลายเป็งูั์สองหัวได้ในเวลาพริบตา มันมีอำนาจเพียงนี้เชียวรึ... หืม! นั่น!” เขาใเมื่อเห็นบางสิ่ง
“บ้าน่า! รัศมีแก้วของข้า…ปริร้าว!” เขาร้องขึ้นอย่างใ เมื่อมองเห็นงูั์เบื้องหน้าเริ่มขยับดิ้นจนเกิดรอยร้าวขึ้นที่รัศมีแก้วของเขา
พญาแถนรีบยกฝ่ามือขึ้นกางไปยังเ้างูั์ บังเกิดรัศมีแก้วเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั้น หยุดการเคลื่อนไหวของหัวนั้นไว้ทันที
“รู้สึกว่ามันจะมีพลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยนะ” เสียงพญาร่างคางคกดังขึ้นจากภายในปากของอีกหัวหนึ่ง
พญาคันธฆาฎกะใช้กำลังแขนง้างปากมหึมาที่งับร่างของเขาออก แต่ยังคงยึดจับปากทั้งสองข้างของงูั์ไว้แน่น
ตอนนี้หัวทั้งสองของมันถูกยึดจับไว้จนไม่อาจขัดขืน มีเพียงแต่ท่อนหางที่ฟาดสะบัดไปมาอย่างรุนแรงไม่ยอมจำนน
[อสรพิษกลายพันธุ์: เพศเมีย]
[ระดับพลังขั้นที่ 20]
-พลังกาย: 400/200
[-พลังแฝง-เขี้ยวพิษ: 100]
* * *
‘มันมีพลังกายเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว’ แสนคิดขึ้นอย่างใเมื่อเห็นค่าพลังในร่างของงูั์สองหัว
‘แต่พวกเขาก็ยังรับมือมันได้ พวกเขาทั้งสองเป็ใครกันนะ ทำไมถึงได้แข็งแกร่งถึงขนาดนี้...’
แล้วพญาแถนก็เอ่ยขึ้น “ข้าคิดว่า การที่มันกลืนกินหินนั่นเข้าไป นอกจากจะช่วยฟื้นฟู และเปลี่ยนสภาพให้ร่างกายของมันอย่างฉับพลันแล้ว มันยังช่วยยกระดับพละกำลังให้เ้างูั์ตัวนี้อีกด้วย หินประหลาดนั้นมันมีอำนาจที่น่าใซ่อนอยู่เกินคาดจริงๆ...”
“ถึงจะน่าใ แต่พลังเพียงแค่นี้ก็ยังไม่คณามือพวกเราหรอก” คางคกั์เอ่ย “ฉีกร่างมันออก แล้วเอาหินก้อนนั้นออกมาทำลายกันเถอะ!”
ผู้อัศจรรย์ทั้งสองร่างพยักหน้าให้แก่กันและกัน พญาแถนโบกมือบังคับรัศมีแก้วแปดแฉกซึ่งตรึงยึดหัวที่สองของงูั์ให้ไปทางซ้าย ส่วนพญาคันธฆาฎกะใช้กำลังแขนดึงโยกหัวที่หนึ่งของงูั์ไปทางขวา ร่างยาวกว่าสิบวาของงูั์สองหัวถูกดึงจนลอยตึงอยู่เหนือพื้นโถงถ้ำ
แต่ก่อนที่ร่างของมันจะถูกฉีกกระชาก ท้องของเ้างูั์ก็ปวมเป่งขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมีควันสีดำลอยทะลักออกมาจากปากทั้งสอง แล้วพริบตาเดียว เกล็ดแข็งสีดำบนร่างยาวของมันก็เกิดรอยปริร้าวขึ้น ก่อนที่จะเกิดควันดำลอยฟู่ออกมาจากใต้ชั้นเกล็ดของมัน
ตูมมม!!!
เกล็ดสีดำของมันแตกกระจายออกทั่วทั้งร่าง พร้อมกับมีควันดำะเิพวยพุ่งออกมา รัศมีแก้วสองชั้นของพญาแถนถูกพุ่งชนจนแตกออกเป็เสี่ยง พญาคางคกก็ถูกเกล็ดแข็งพุ่งกระแทกใส่ใบหน้าจนต้องปล่อยมือที่ยึดจับมันออก
เศษเกล็ดแข็งยังพุ่งกระจายออกไปอย่างรุนแรงรอบทิศทาง พญาแถนแม้จะตกตะลึง แต่ก็ยังมีสติมั่นคง เขารีบโบกมือสร้างกำแพงแก้วแปดแฉกขึ้นป้องกันกลุ่มของแสนไว้ก่อน ปล่อยให้เศษเกล็ดสีดำนับร้อยนับพันชิ้นพุ่งทะลุผ่านร่างโปร่งแสงของตนเองไป
แม้ร่างโปร่งแสงของเขาจะคืนสู่สภาพเดิมแทบจะทันที แต่ประกายสีทองทั่วร่างนั้น ดูเหมือนจะหม่นหมองลงไปเล็กน้อย
“เกล็ดสีดำนั่น! มันก็ดูดกลืนแสงทิพย์ของข้าได้!?” พญาแถนตกตะลึง
และเมื่อควันดำหนาแน่นกระจายตัวออก ทุกคนก็ได้เห็นร่างของเ้างูั์สองหัว ซึ่งในตอนนี้มันได้ลอกคราบจนมีเกล็ดสีดำชั้นใหม่ขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ขนาดตัวของมันก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว ทั้งสองหัวต่างชูคออ้าปากกว้างมหึมา พร้อมกับส่งเสียงขู่ออกมาดังฟ่อ ดังจนมนุษย์ธรรมดาต้องปวดแก้วหู บัดนี้ความสูงจากพื้นถึงส่วนหัวที่ตั้งตรงของมันนั้น เทียบเท่ากับส่วนสูงของพญาคางคกั์แล้ว
[อสรพิษกลายพันธุ์: เพศเมีย]
[ระดับพลังขั้นที่ 20]
-พลังกาย: 800/200
[-พลังแฝง-เขี้ยวพิษ: 100]
* * *
“พลังของมันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว!!!” แสนใจนะโออกมา
แล้วทันใดนั้น เ้างูั์ก็พุ่งหัวทั้งสองข้าง ฉกเข้าใส่พญาคันธฆาฎกะและพญาแถนอย่างรวดเร็วพร้อมกัน
พญาคางคกยกมือขึ้นรับคมเขี้ยวที่พุ่งเข้ามา แต่เมื่อได้ปะทะกับพลังที่เพิ่มขึ้น ร่างมหึมาของเขาก็ถูกดันผงะถอยหลังไปหลายก้าว จนต้องเกร็งกำลังขายึดเกาะพื้นเอาไว้ จึงจะสามารถตั้งหลักต้านยันกำลังของงูั์ได้
“หนอย! เ้าเดรัชฉาน! แค่เพียงตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อย ก็คิดจะวัดกำลังกับข้าแล้วรึ!”
ส่วนหัวอีกข้างของมันที่พุ่งฉกออกมาพร้อมกัน ตอนนี้กำลังพุ่งเข้าชนกำแพงแก้วชั้นที่สี่ ซึ่งพญาแถนเพิ่งสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ทดแทนอีกสามชั้นแรกที่ถูกชนแตกกระจายไปเมื่อชั่วครู่ จนเมื่อกำแพงแก้วชั้นที่สี่ถูกงูั์ทะลวงผ่านมาได้ พญาผู้มีร่างประกายสีทองก็โบกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็วงกลม เกิดรัศมีแก้วแปดแฉกขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว พุ่งเข้ายึดตรึงส่วนหัวของงูั์ไว้ได้สำเร็จ
“อะไรกันนี่! หินนั่นเพิ่มพลังให้มันได้ไม่รู้จบเลยรึ!” พญาแถนเอ่ยน้ำเสียงเครียด
แล้วทันใดนั้นเอง เ้างูั์ที่เพิ่งถูกตรึงร่างเอาไว้ทั้งสองหัว ก็เกิดรอยปริร้าวขึ้นอีกครั้งที่เกล็ดสีดำบนร่าง
มันกำลังจะลอกคราบอีกครั้ง!!
ทั้งสองพญารู้ได้โดยพลันพร้อมกันว่า หากปล่อยให้มันมีกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวะโเยี่ยงนี้ทุกครั้ง คงไม่เป็เื่ดีแน่ ทั้งสองจึงตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาดทันที
ร่างของพญาคางคกเกิดไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากปุ่มปมทั่วร่าง แล้วทันใดร่างที่เคยดูอุ้ยอ้ายนั้น ก็กระชับแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เขาใช้มือเพียงข้างเดียวดึงกระชากหัวของงูั์ลงแนบกับพื้น ก่อนจะตบฟาดฝ่ามือมหึมาอีกข้างลงใส่หัวของมันอย่างแรง แล้วหัวนั้นก็แหลกกระจายกลายเป็ชิ้นเืชิ้นเนื้อผสมกับเศษกระโหลก
ส่วนพญาแถนก็โบกมือสร้างรัศมีแก้วบานใหญ่ขึ้นอีกห้าอัน รวมกับของเดิมเป็หก เขาโบกมือบังคับให้รัศมีแก้วทั้งหกประกบเข้าล้อมกรอบหัวของงูั์ไว้ทุกด้าน ก่อนจะสั่งให้ทุกอันเคลื่อนที่บีบเข้าหากันอย่างรวดเร็ว แล้วหัวของเ้างูั์ก็ถูกบีบอัดจนแหลกละเอียดไปในเพียงพริบตา แต่ไม่มีแม้เืสักหยดที่จะกระเซ็นออกมาจากกรอบแก้วกระจกหกด้าน ซึ่งตอนนี้หดเล็กลงจนเหลือเท่าฝ่ามือ
แล้วร่างของเ้างูั์ที่ไร้หัว ก็ค่อยๆ ทิ้งร่างร่วงลงกองกับพื้นดินเสียงดังครืนโครม
“เสร็จเื่กันซะที...” พญาคางคกเอ่ยขึ้น
แต่แล้วทันใดนั้นเอง ร่างของงูั์ที่กองอยู่กับพื้นก็บังเกิดควันดำพวยพุ่งออกมา จากนั้นก็ตามมาด้วยการะเิออกอย่างรุนแรงของเกล็ดสีดำ พร้อมกับมีควันดำหนาทึบออกมาปกคลุมร่างมหึมานั้นอีกครั้ง ครานี้พญาแถนรีบกางรัศมีแก้วบานใหญ่ขึ้นป้องกันการกระแทกจากเกล็ดของมันได้ทันท่วงที
“ขนาดไม่มีหัวแล้ว หินนั่นยังจะฟื้นฟูมันขึ้นมาได้อีกรึนี่?!” เขาพูดขึ้น
แล้วเมื่อควันดำกระจายตัวออก เ้างูั์ก็ฟื้นสภาพขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับร่างที่ใหญ่โตขึ้นอีกเท่าตัวจากครั้งก่อน ครานี้มันสูงใหญ่เกินกว่าพญาคางคกไปแล้ว หัวทั้งสองข้างที่งอกคืนกลับมา ตอนนี้ตั้งสูงขึ้นกว่าสี่สิบวาจากพื้นดิน สูงจนเลยพ้นจากเพดานถ้ำที่ถล่มลงมา สูงจนเลยขึ้นไปในท้องฟ้ามืดเบื้องบน
[อสรพิษกลายพันธุ์: เพศเมีย]
[ระดับพลังขั้นที่ 20]
-พลังกาย: 1600/200
[-พลังแฝง-เขี้ยวพิษ: 100]
* * *
แสนจ้องมองเ้างูั์นั้นแล้วก็ต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก ค่าพลังกายของมันเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวอีกครั้งเมื่อลอกคราบ
“หนอย! สงสัยคงต้องใช้ของหนักจัดการมันเสียแล้ว” พญาคันธฆาฎกะเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน
“อย่าเพิ่งสิท่าน! อย่าลืมว่ายังมีมนุษย์อยู่แถวนี้” พญาแถนร้องเตือน
แต่ดูเหมือนว่าจะหยุดพญาคางคกั์ไม่ได้เสียแล้ว เขายืดตัวตั้งขึ้นตรง พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าอย่างหนักหน่วงจนกระพุ้งแก้มโป่งพอง
“แย่แล้ว!”
พญาร่างสีทองร้องอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะโบกมือสร้างกำแพงรัศมีแก้วขนาดใหญ่ขึ้นเบื้องหน้ากลุ่มของแสน เตรียมป้องกันพวกเขาจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
แต่แล้วก่อนที่พญาคางคกจะทำสิ่งใดตามมา สายตาของเขาก็พลันมองเห็นร่างของงูั์กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น สิ่งนั้นทำให้เขาหยุดชะงักลงทันที
ร่างมหึมาของเ้างูั์สองหัวสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่เกล็ดสีดำบนร่างของมันจะหลุดร่วงลงทีละชิ้นๆ แล้วก็สลายกลายเป็ผุยผงไปก่อนที่จะตกกระทบถึงพื้นดิน
ร่างทั้งร่างของงูั์เหลือแต่ิัเปลือยเปล่าไร้เกล็ดห่อหุ้ม และจากนั้นร่างมหึมาของมันก็ค่อยๆ ยุบตัวลง ราวกับต้นไม้ใหญ่ที่ถูกฝูงปลวกแทะกินลำต้นจากภายใน
เพียงแค่พริบตาเดียว ร่างมหึมาที่เคยสูงเทียมฟ้า ก็กลายเป็ผุยผงร่วงหล่นลงมา และถูกกระแสลมพัดจนปลิวกระจายหายไปสิ้น หลงเหลืออยู่เพียงแค่สิ่งเดียวที่ตกลงมาถึงพื้นดิน
ตุบ!!
มันคือก้อนหินขนาดเท่าลูกมะพร้าว ผิวขรุขระและดำสนิทไปทั้งก้อน!
“!!!”
ทุกสายตาต่างจ้องมองไปยังก้อนหินกลางพื้นโถงถ้ำอย่างตื่นตะลึง
“เกิดอะไรขึ้นกับเ้างูั์นั่น? มันหายไปไหน?” พญาคันธฆาฎกะถามขึ้นอย่างสับสน
“...” พญาแถนเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะปลดรัศมีกำแพงแก้วลง
“มันตายแล้ว มันกลายเป็ผุยผงไปแล้ว...ข้าคิดว่า หินประหลาดก้อนนี้เพิ่มพลังให้แก่มันมากเกินไป มากเกินกว่าที่ร่างของมันจะรับไว้ได้ มันจึงถูกพลังของก้อนหินย้อนกลับมาทำลายร่างของมันจนพินาศสลายไป”
“...”
“หินก้อนนี้ช่างพิศดารและอันตรายนัก…อันตรายเกินกว่าที่จะให้มันอยู่บนโลกนี้”
“ข้าต้องทำลายมันให้สิ้นซาก!!”
พญาคางคกเอ่ยขึ้นด้วยตาลุกวาว พร้อมกับสูดหายใจเข้าอย่างหนักหน่วงอีกครั้งจนกระพุ้งแก้มโป่งพอง แล้วเขาก็เล็งตรงไปยังก้อนหินขรุขระสีดำ
“ช้าก่อน!!” พญาแถนเอ่ยขึ้นเสียงดังจนคางคกั์ต้องหยุดชะงัก
“ข้าเห็นด้วยเื่ที่ต้องทำลายมัน แต่หากท่านลงมือเต็มกำลัง...เกรงว่าคนพวกนี้จะถูกลูกหลงไปด้วย” เขาหันหน้ามายังกลุ่มของแสน “รวมไปถึงชาวบ้านบนดอย และอาจจะทุกหมู่บ้านในรัศมีรอบดอยแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ”
“...”
“แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ในเมื่อท่านก็เห็นแล้วว่าการลงมือครึ่งๆ กลางๆ นั้นทำลายมันไม่ได้...บางทีอาจจำเป็ต้องยอมเสียสละูเาสักลูก”
“รวมถึงชีวิตของผู้คนอีกนับพันด้วยรึ?” พญาแถนพูดแทรกขึ้น “ท่านตัดใจยอมเสียสละชีวิตของลูกหลานนับพันได้เชียวรึ?”
พญาคันธฆาฎกะนิ่งไปทันที
“เราผู้ปฏิญาณตนว่าจะปกป้องพวกเขา จะทำลายชีวิตของพวกเขาเสียเองอย่างนั้นรึ” พญาแถนเอ่ยขึ้น
“ลองคิดหาหนทางอื่นก่อนดีกว่ามั้ย มันต้องมีสักวิธีที่ทำลายมันได้ โดยไม่จำเป็ต้องสละชีวิตผู้คน”
พญาคางคกยังคงยืนนิ่ง สีหน้าเคร่งเครียดอยู่ครู่ใหญ่ จนในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัด
“...”
“ข้าคิดว่าคงไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วล่ะ และหากเราทิ้งเวลาให้เนิ่นนานไป หินประหลาดก้อนนี้อาจจะแผลงฤทธิ์อะไรออกมาอีกก็ไม่รู้ได้ ควรรีบตัดสินใจให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า…ยอมเสียสละส่วนน้อย รักษาส่วนใหญ่ไว้!” พญาคางคกเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
ร่างประกายสีทองได้ฟังก็อึ้งไป เขาหลับตาพลางถอนหายใจยาว “ในเมื่อท่านตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว…”
“…ข้าเองก็คงยอมไม่ได้!”
ว่าแล้วเขาก็เคลื่อนมายังเบื้องหน้าของพญาคางคกั์ ทั้งสองร่างยืนประจันหน้าส่งสายตาที่อธิบายไม่ถูกเข้าหากัน
“ได้โปรดหยุดก่อนเถิด... ผู้ปฏิญาณตนทั้งสอง” เสียงกังวานใสดั่งระฆังดังขึ้น
พญาทั้งสองหันขวับมองไปยังที่มาของเสียงทันที เสียงกังวานนั้นดังมาจากในกลุ่มของแสน
“!!!!”
………………
…………………