เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 151: นางอสูรนกกระจอก (The Two Onna-Bugeisha)

            ในระหว่างนั้น ทางด้านยูกินะก็ได้มีการใช้พลังเวทย์องเมียวชนิดต่างๆ ควบคู่ไปกับการใช้ดาบพลังแสงคุซานางิในการจัดการกับเหล่าอสูรโยไคพวกนั้น พร้อมกับมีการสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธชนิดต่างๆ กันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย และในขณะเดียวกัน ทางด้านโอคัทสึก็ได้มีการใช้วิชานินจาชนิดต่างๆ ควบคู่ไปกับการใช้อาวุธคุไน ชูริเคน และมีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริในการเข้าไปจัดการกับพวกมันด้วยเช่นกัน

            ทางด้านโทโมเอะก็ได้มีการพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรโยไคพวกนั้นด้วยดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง พร้อมกับสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างกระบี่คันศร ดาบคู่ และดาบแส้คู่ ในระหว่างนั้นเธอก็ได้มีการยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดการกับเหล่าอสูรโยไคพวกนั้นด้วย

            ส่วนทางด้านคิทสึเนบิที่อยู่ในร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนีก็ได้ทำการควบคุมการเคลื่อนที่ของดาบเคนเมียวเร็นให้พุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรโยไคพวกนั้นด้วยความเร็วสูง พร้อมกับมีการเสกพลังธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบ แล้วควบคุมให้ดาบเล่มนั้นพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกมัน และทำการตวัดปล่อยคลื่นดาบและคลื่นกงจักรของแต่ละธาตุนั้นๆ ออกมา เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการพ่นไฟอันร้อนระอุใส่พวกมันทั้งในแบบเปลวไฟและแบบลูกไฟอีกด้วย

            และทางด้านอินะฮิเมะก็ได้พุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรโยไคเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง พร้อมกับเขวี้ยงใส่พวกมันด้วยคมเคียวขนาดยักษ์ ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้มีการสลับรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างเคียวยมทูตขนาดยักษ์ ดาบโค้ง และทวน เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันอีกด้วย

            พวกเธอทั้ง 5 คนนั้นต่างก็รีบมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ภายในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำบนภูเขาแห่งนี้...ไปพร้อมกับคอยจัดการกับเหล่าอสูรโยไคพวกนั้นที่อยู่ในระหว่างทางไปด้วย จนกระทั่งได้มาถึงที่หน้าศาลเจ้าร้างที่อยู่บนภูเขาสุซุกะ ทางด้านโทโมเอะกับคิทสึเนบิก็พลางย้อนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตของพวกเธอทั้งสอง เมื่อครั้งที่เคยมาอาศัยอยู่ร่วมกับมิโกะสุซุกะ และโอทาเคมารุในที่ศาลเจ้าแห่งนี้

            ก่อนที่พวกเธอจะเข้าไปในพื้นที่ศาลเจ้าร้างนั้น ก็ได้มีเทพทั้งสององค์ปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าของพวกเธอ ซึ่งก็คืออิเซทสึฮิโกะ เทพแห่งวาโย กับทาเคมินาคาตะ เทพแห่งลม, น้ำ และเกษตรกรรม

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ เจ้าจงระวังเอาไว้ให้ดี นางอสูรโยสุซุเมะ-อายาคาชิกำลังดักรอที่จะทำร้ายพวกเจ้าอยู่ภายในศาลเจ้าร้างแห่งนี้”

            เทพอิเซทสึโกะกล่าวเตือนยูกินะ

            “เจ้าจงจัดการกับมัน แล้วรีบเก็บขนนกของมันเสีย เพราะนั่นก็เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนจากอายาคาชิทั้ง 100 ตน ที่จะนำไปบูรณะดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิ”

            เทพทาเคมินาคาตะกล่าวคำชี้แนะกับยูกินะ หลังกล่าวจบ เทพทั้งสององค์ก็ได้เลือนหายไปจากตรงหน้าพวกเธอทันที หลังจากที่ได้เข้ามาในพื้นที่ศาลเจ้าร้างที่อยู่ภายในภูเขาสุซุกะแล้ว พวกยูกินะก็ได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวนางหนึ่งดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

            “ใครหน่ะ โผล่ออกมาเสีย” โทโมเอะเอ่ยตะโกนเสียงดังลั่น และทันใดนั้น โอคัทสึก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่า มีบางสิ่งบางอย่างกำลังคลืบคลานเข้ามา

            “ทุกคนระวัง” โอคัทสึเอ่ยตะโกนเสียงดังลั่น เมื่อมีฝูงนกกระจอกสีดำพากันบินเข้ามาหาด้วยความเร็วสูง จนทำให้พวกเธอนั้นถึงกับต้องยกแขนขึ้นมาบังหน้าโดยทันที และแล้ว ฝูงนกกระจอกเหล่านั้นก็ได้พากันมารวมกลุ่มกันบนกลางอากาศ สักพัก นางอสูรโยสุซุเมะก็ได้ปรากฏตัวขึ้นบนกลางอากาศในทันทีที่ฝูงนกกระจอกเหล่านั้นพากันแยกย้ายออกมา

            “เจ้าเองอย่างงั้นหล่ะสินะ โยสุซุเมะ-อายาคาชิ”

            คิทสึเนบิเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ใช่แล้ว ข้าเนี่ยแหละ โยสุซุเมะ-อายาคาชิ ถ้าหากพวกเจ้าคิดจะมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ภายในถ้ำแห่งนี้หล่ะก็ ข้ามศพข้าไปก่อน”

            โยสุซุเมะ-อายาคาชิกล่าวในเชิงท้าทายกับพวกยูกินะ

            “เจ้าไม่ต้องท้าพวกข้าหรอก เพราะพวกข้าเนี่ยแหละที่จะจัดการกับเจ้าให้สิ้นซาก โยสุซุเมะ-อายาคาชิ” จากนั้น การปะทะกันก็ได้เริ่มต้นขึ้นมาในทันที

            ยูกินะรีบหยิบแผ่นยันต์ขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วทำการยิงเวทย์ธาตุต่างๆ ใส่เจ้านางอสูรโยสุซุเมะ-อายาคาชิอย่างต่อเนื่อง จากนั้น เธอก็รีบทำการร่ายเวทย์ชนิดอื่นๆ ด้วยแผ่นยันต์ เพื่อใช้ในการโจมตีใส่อีกฝ่าย แต่มันก็สามารถกลายร่างเป็นฝูงนกนางแอ่นเพื่อหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว

            ส่วนทางด้านโทโมเอะก็รีบทำการยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อโจมตีใส่เจ้านางอสูรโยสุซุเมะ-อายาคาชิ แต่มันก็ยังคงสามารถหลบหลีกมันได้ทั้งหมด ทางด้านคิทสึเนบิก็รีบทำการพ่นลูกไฟใส่เจ้านางอสูรโยสุซุเมอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านโอคัทสึก็รีบเขวี้ยงดาวกระจายชูริเคนกับมีดคุไนโจมตีใส่นางอสูรโยสุซุเมะอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน และทางด้านอินะฮิเมะนั้นก็รีบเขวี้ยงคมเคียวขนาดยักษ์โจมตีใส่นางอสูรโยสุซุเมะโดยทันที

            แต่เจ้านางอสูรโยสุซุเมะ-อายาคาชินั้นก็ยังคงสามารถแปลงกายเป็นฝูงนกกระจอกสีดำ เพื่อทำการหลบหลีกการโจมตีไว้ได้ทัน พร้อมกับโจมตีตอบโต้อีกฝ่ายจนกระทั่งพวกเธอนั้นพากันล้มลงที่พื้นอย่างระเนระนาด แต่ถึงกระนั้น พวกเธอก็ไม่ยอมแพ้ จึงพยายามที่จะลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าที่นิ่วด้วยความเจ็บปวดนิดๆ

            พวกยูกินะต่างก็รีบพุ่งเข้าไปโจมตีใส่โยซุสุเมะด้วยความรวดเร็วและฉับไว โดยที่ยูกินะจะใช้ดาบพลังแสงคุซานยางิในการพุ่งเข้าไปฟันใส่อย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบ เพื่อใช้ในการจัดการกับเจ้านางอสูรโยสุซุเมะด้วย

            ทางด้านโทโมเอะก็จะใช้กระบี่คันศรจากดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็นในการที่จะพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรโยสุซุเมะอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างกระบี่คันศร ดาบคู่ และดาบแส้คู่ ในระหว่างนั้นก็ได้มีการเสกพลังธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบทั้งสองเล่มนั้นด้วย เพื่อใช้ในการจัดการกับเจ้านางอสูรโยสุซุเมะ

            ทางด้านคิทสึเนบิที่อยู่ในร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนีนั้นก็จะทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบเคนเมียวเร็นให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรโยสุซุเมะด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องจากทางระยะไกล ในระหว่างนั้น เธอก็ได้ทำการเสกพลังธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบ เพื่อใช้ในการจัดการกับเจ้านางอสูรโยสุซุเมะ ด้วยการฟันแบบปกติ และตวัดปล่อยคลื่นดาบสลับกับคลื่นกงจักรของธาตุนั้นๆ

            ส่วนทางด้านโอคัทสึก็จะใช้มีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริ ในการพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรโยสุซุเมะด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างมีดสั้นคู่กับดาบสั้นคู่ ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการใช้วิชานินจาต่างๆ เพื่อจัดการกับเจ้านางอสูรโยสุซุเมะด้วย

            และทางด้านอินะฮิเมะก็ใช้ดาบโค้งขนาดยักษ์ในการพุ่งเข้าไปฟันใส่ด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบโค้ง ทวน และเคียวยมทูต ในระหว่างนั้น ยูกินะ โอคัทสึ และอินะฮิเมะ ก็ได้มีการอัญเชิญภูติพิทักษ์ประจำกายออกมาช่วยต่อสู้กับเจ้านางอสูรโยสุซุเมะด้วย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน