ตอนที่ 22 เถียนจยาผิงผู้ถูกระบายโทสะ (1)
หลินซื่อเข้าใจดี เพียงแต่ไม่อาจหักห้ามใจเท่านั้น
ผู้เฒ่าเถียนมองบุตรชายคนโตถูกเว่ยซื่อเคี่ยวกรำเหมือนเต่าหัวหด ก้มหน้ายอมให้เว่ยซื่อทุบตีด่าว่า ผ่านไปครู่หนึ่งถึงเอ่ยปาก “ช่างเถอะ นางเฒ่ายั้งมือก่อน”
เว่ยซื่อถึงได้ยอมหยุด หน้าดำทะมึนกลับไปนั่งบนเตียงเตา เถียนจินจวี๋เอ่ยปลอบโยนนาง “ท่านแม่อย่าถือสาพี่ใหญ่เลย สมองเขามีปัญหา”
เถียนจยาผิงยิ้มขมขื่น เช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ทุกครั้งที่เขาทวงความยุติธรรมให้หลินซื่อแม่ลูกเป็นต้องถูกเว่ยซื่อทุบตีตลอด
เหมือนว่าผู้เฒ่าเถียนจะไม่พอใจกับท่าทีของเถียนจยาผิงจึงเอ่ยสั่งสอน “เจ้ายิ้มอะไร! น้องสาวเจ้าพูดผิดที่ไหน เจ้าก็เป็นพวกโง่เขลา เอาแต่ช่วยหลินซื่อแม่ลูก อยากยั่วโมโหแม่เจ้าหรือข้าให้ตายกันแน่” พูดจบก็ไม่รอให้เถียนจยาผิงเอ่ยอะไร เขาจิบชาถ้วยหนึ่ง จากนั้นเดินเอามือไพล่หลังออกไปหาแม่สื่อหวัง
เถียนจยาผิงกลับไปที่ห้องตัวเองอย่างคับแค้นใจ เห็นจี้ซื่อกับซิ่วจือกำลังนั่งจัดการเศษผ้ากองใหญ่อยู่บนเตียงเตา ในนั้นมีผ้าไหมสีสวยอยู่ไม่น้อย
เศษผ้าพวกนี้เป็นของที่จี้ซื่อเอากลับมาหลังจากพาซิ่วจือกลับไปบ้านเดิม
บ้านเดิมของจี้ซื่อยากจนยิ่งกว่าอะไร แม้ว่าตอนที่นางอายุยังน้อยจะดูดีอยู่บ้าง แต่จนปัญญาที่บ้านนางยากจน เตรียมสินเดิมให้ไม่ไหว ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจแต่งออกไป
มีครอบครัวยากจนเล็กๆ เต็มใจแต่งนางโดยไม่หวังสินเดิม แต่นางรังเกียจที่คนคนนั้นไม่มีที่นาไม่มีที่ดินทั้งยังยากจนเกินไป นางกลัวว่าตัวเองต้องทนหิวจึงไม่ยินยอม ทั้งยังหวังแต่งกับคนที่มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย แต่สุดท้ายก็หาช่องทางไม่พบ เรื่องมากแบบนี้ได้ไม่นานก็อายุสิบหก จนกระทั่งบิดามารดาและพี่ชายบ้านนางทนแบกรับไว้ไม่ไหว นางเองก็ร้อนใจดุจไฟเผา
เวลานั้นเถียนจยาผิงหมั้นหมายกับเหอฮวาน้องสาวในตระกูลที่เป็นญาติห่างๆ ของจี้ซื่อพอดี แม้จะเป็นน้องสาวญาติห่างๆ ทว่ากลับสนิทชิดเชื้อกับจี้ซื่อมาก
ตอนฉลองเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างครั้งหนึ่ง เถียนจยาผิงมาส่งของขวัญที่บ้านพ่อตา จี้ซื่ออยู่ด้วยพอดี
พอกินข้าวเสร็จ เหอฮวาน้องสาวของจี้ซื่อไปส่งเถียนจยาผิงที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน แต่ภายหลังไม่รู้ทำไม เถียนจยาผิงกลับไปคลอเคลียกับจี้ซื่อ จนถูกคนพบเข้า น้องสาวจี้ซื่อไหนเลยจะยอมรับความเสื่อมเสียนี้จึงถอนหมั้นทันที แล้วหาคนแต่งด้วยใหม่ ใช้ชีวิตไม่นับว่าดีนักแต่ก็ไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่สองบ้านที่เดิมทีเป็นญาติห่างๆ กันอยู่แล้วต้องตัดขาดความสัมพันธ์กันเพราะเรื่องนี้
บ้านตระกูลเถียนรู้อยู่แล้วว่าเถียนจยาผิงถูกคนวางอุบายใส่ แต่เรื่องนี้พูดชัดเจนได้ที่ไหน กอปรกับพี่ชายไม่กี่คนของจี้ซื่อออกหน้า ประกาศว่าในเมื่อเถียนจยาผิงทำลายความบริสุทธิ์ของจี้ซื่อแล้วก็ต้องให้คำอธิบาย ไม่เช่นนั้นเขาจะให้ตระกูลเถียนได้รับบทเรียน
บรรดาพี่น้องของจี้ซื่อล้วนเป็นพวกอันธพาล ตระกูลเถียนไม่อาจล่วงเกิน ทำได้เพียงแต่งจี้ซื่อกลับมา ดีแล้วที่ตระกูลจี้ไม่เอ่ยปากเรียกร้องจากตระกูลเถียนมากมายหรือขอสินสอดมากเกินไป ไม่เช่นนั้นผู้เฒ่าเถียนคงอัดอั้นตันใจตาย
เศษผ้าที่จี้ซื่อเอากลับมาจากบ้านเดิมพวกนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่สมบัติของบ้านนาง หากบ้านพวกนางมีผ้าดีๆ แบบนี้ สะใภ้หญิงในบ้านคงตบตีแย่งชิงกันไปหมดแล้ว ไหนเลยจะเหลือมาถึงบุตรสาวที่ออกเรือนแล้ว
เศษผ้าพวกนี้ล้วนเป็นของที่เหอฮวาส่งมาที่บ้านเดิมเพื่อมอบให้นางโดยเฉพาะ เป็นการเยาะเย้ยที่นางแย่งเถียนจยาผิงมาได้ด้วยแผนการต่ำช้าแล้ว แต่ก็ยังมีชีวิตที่ดีเท่าคนส่งมาให้ไม่ได้ ตอนนี้บุตรสาวของเหอฮวาแต่งให้กับครอบครัวคนมีเงินในตัวอำเภอ ได้กินดีอยู่ดี ดังนั้นเหอฮวาจึงจงใจส่งมันมาอวดต่อหน้านาง
ต่อให้จี้ซื่อจะโมโหแทบตาย แต่ก็ยังเอาเศษผ้าพวกนี้กลับมา แม้ตระกูลเถียนจะมีเงิน แต่เว่ยซื่อนั้นนอกจากจะไม่เสียดายกับตัวเอง ผู้เฒ่าเถียนและเถียนจินจวี๋ ทุกๆ ห้าวันยังซื้อหมูสามชั้นชิ้นหนึ่งมาตุ๋นน้ำแดงให้พวกนางกินกันเองสามคน ทว่ากับคนอื่นล้วนกีดกัน ในปีหนึ่งๆ ยังไม่ซื้อผ้าสักชุ่นให้พวกหลานสาวใช้ แม้แต่ผ้าทำรองเท้าในบ้านก็ยังไม่มี ถึงพวกนี้จะเป็นแค่เศษผ้า แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นผ้าไหม หากทำรองเท้าใส่ออกไป แน่นอนว่าคนในหมู่บ้านต้องอิจฉาเป็นแน่