อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    ข้าผู้แซ่หลินไร้ความสามารถ

    โจวฝู่ที่ตกใจคนกับม้าจนถอยไปโมโหจนหน้าเขียวปัด
    พอนึกได้ว่าตนเป็นผู้อาวุโสสำนัก แต่กลับถูกทาสกระบี่กับสัตว์อสูรตัวเดียวบีบให้ถอยไปต่อหน้าทุกคนแล้ว นี่มันน่าอัปยศเพียงใด
    และที่น่าโมโหยิ่งกว่านั้นคือม้ามังกรโลหิตบนเวทีประลองส่งเสียงหัวเราะคัก ๆ แปลก ๆ เหมือนกำลังหัวเราะเยาะเขา
    เรื่องที่เดิมทีค่อนข้างจริงจังกลับกลายเป็นเรียกเสียงหัวเราะหยอกล้อดังสนั่นจากทั่วทุกสารทิศ ทำให้โจวฝู่โมโหเพลิงโทสะลุกท่วม ก่อนวางโจวอวิ๋นไว้ข้าง ๆ เตรียมจะบุกขึ้นเวทีอีกครั้ง
    “เหลวไหล!”
    ทันใดนั้นเองมีเสียงตะคอกด้วยความโกรธดังมาจากบนแท่นสูง เสียงนี้มาจากเจ้าสำนักไป๋เทียนหมิงที่นั่งตรงกลาง
    พรึ่บ!
    เหมือนว่าปากเขามีบัญญัติสวรรค์อยู่ แค่เอ่ยมาสองคำ ทั้งลานประลองกว้างใหญ่ถูกปกคลุมด้วยพลังของเขา
    เสียงหัวเราะข้างล่างเวทีเงียบลงโดยพลัน โจวฝู่หน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง ยังไม่ทันพูดอะไรก็ได้ยินไป๋เทียนหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้อาวุโสโจว เจ้ากล้าทำลายกฎสำนักที่มีมาหลายร้อยปี ข้าว่าเจ้าคงอยากตายแล้วกระมัง!”
    ตอนนี้ไม่ว่าศิษย์ฝ่ายในหรือผู้อาวุโสบนแท่นสูงหรือศิษย์ฝ่ายนอกหลายพันคนต่างรู้สึกถึงจิตสังหารน่าพรั่นพรึงไหลลึกเข้าไปในกระดูก ถึงกับขนลุกขนพอง
    “ยังไม่ไสหัวกลับไปอีก!”
    ดุด่าทีทำให้โจวฝู่เหมือนยกภูเขาออกจากอก ก่อนจะพาโจวอวิ๋นไปด้วยท่าทีหงอยซึม
    ไป๋เทียนหมิงเผยรอยยิ้มน้อย ๆ จิตสังหารทั่วร่างสลายไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ไม่เลว เป็นทาสกระบี่แต่เดินมาทีละก้าวจนถึงวันนี้ได้ ทุกคนจะต้องเอาอย่างหลินอวิ๋น ถ้าทุกคนเป็นเหมือนหลินอวิ๋นได้ ยังต้องกลัวว่าสำนักชิงอวิ๋นเราจะไม่รุ่งเรืองอีกรึ!”
    หลินอวิ๋นป้องมือกล่าว “ขอบคุณท่านเจ้าสำนักที่พูดชม”
    “เจ้าลงไปก่อนเถอะ เรื่องบนเวทีประลองไม่แบ่งแยกถูกผิด เรื่องนี้ถ้าใครกล้าหาเรื่องเจ้าทีหลัง จะถือว่าเป็นศัตรูกับข้า!”
    คำพูดของไป๋เทียนหมิงถือว่าลบเรื่องพะวงหน้าพะวงหลังบางอย่างให้หลินอวิ๋นไป ตระกูลของโจวอวิ๋นอยู่สำนักชิงอวิ๋น ก็ค่อนข้างมีอำนาจอยู่บ้าง ทว่าคำรับปากของเจ้าสำนักทำให้คนพวกนี้ไม่กล้าแตะต้องเขาการประลองของหลินอวิ๋นสิ้นสุดลง ทว่าความตื่นตะลึงที่เกิดขึ้นกลับไม่จางหายไป
    ศิษย์ข้างล่างเวทีพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าตอนสุดท้ายหลินอวิ๋นพลิกกลับมาชนะได้อย่างไร หลังโจวอวิ๋นเผยเกราะลับแล้ว แทบไม่มีใครคิดว่าหลินอวิ๋นจะยังชนะได้เลย
    แต่ไม่คาดคิดเลยว่าหลินอวิ๋นจะเคลื่อนตามกระบี่ ใช้แยกเงาสะท้อนกลับกลายเป็นเศษเงาหลายร่างอยู่รอบกายโจวอวิ๋น จนกระทั่งเขาเก็บกระบี่เข้าฝัก โลหิตก็พุ่งออกมาทั่วร่างโจวอวิ๋นราวกับสายรุ้ง เบ่งบานสะพรั่งเป็นดอกไม้สด
    คนที่เห็นกระบี่นั้นชัดเจนในศิษย์สำนักฝ่ายนอกมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจ
    “ไม่ต้องเดาหรอก นั่นคือแยกเงาสะท้อนกลับ กระบวนท่าสังหารที่ต้องบรรลุทักษะกระบี่วายุเชี่ยวขั้นสูงก่อนถึงจะใช้ได้!”
    จางหานศิษย์อาวุโสฝ่ายนอกกลางกลุ่มคนถอนหายใจพลางพูดเสียงเบาด้วยหน้าตาหงอยเหงา
    “ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวขั้นสูงรึ? จางหาน เจ้าไม่ได้พูดผิดแน่นะ!”
    “ทักษะกระบี่ขั้นสูงจะฝึกยากเป็นพิเศษ มิหนำซ้ำยังเป็นทักษะกระบี่วายุเชี่ยว นี่มันน่าตกใจไปหน่อยหรือไม่?”
    “ไม่มีทางเด็ดขาด ทักษะกระบี่อสรพิษอัสนีของโจวอวิ๋นอีกนิดเดียวก็จะขั้นสูงอยู่แล้ว!”
    จางหานกลับขี้เกียจอธิบายอีก ปล่อยให้ศิษย์ฝ่ายนอกพวกนี้คาดเดากันไป
    เพียงแต่ในใจเขาเป็นทุกข์ยิ่งนัก เห็นการประลองของหลินอวิ๋นเขาก็คาดการณ์ได้ว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนที่หลินอวิ๋นสละสิทธิ์ประลองกับเขาก็เพื่ออำพรางทักษะกระบี่วายุเชี่ยวขั้นสูงไว้เท่านั้น
    นึกถึงตอนนั้นที่คิดว่าอีกฝ่ายถอยเพราะกลัวเขาก่อนจะหัวเราะเสียงดังเดินไปแล้ว ตอนนี้มาคิด ๆ ดูมันช่างน่าอับอายและละอายใจจริง ๆ
    จนเมื่อหลินอวิ๋นลงเวทีประลอง การทดสอบกลางปีรอบที่สองก็ดำเนินต่อไป
    ต้องพูดว่าการประลองในรอบที่สองเรียกได้ว่าสุดยอดจริง ๆ สิบแปดคนที่ฟันฝ่ามาจากกลุ่มย่อยล้วนมีแต่ผู้โดดเด่น แทบทุกคนต่างมีไพ่ตาย
    น่าเสียดายที่หลินอวิ๋นสร้างความตกตะลึงไว้ก่อน การประลองหลังจากนั้นต่อให้ยอดเยี่ยมกว่าก็ทำให้คนรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง
    หลินอวิ๋นจูงม้ามังกรโลหิตมาข้างสนาม ก่อนนั่งขัดสมาธิลงหลับตาตระหนักรู้
    โจวอวิ๋นถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แกร่งที่สุดตั้งแต่เจอมาในศิษย์ฝ่ายนอก สู้กับเขาครั้งเดียวได้ความรู้ประสบการณ์มาไม่น้อย
    เขารู้สึกราง ๆ ถึงลมหายใจเฮือกนั้นที่หายไปในเขตแดนพลังจุดสูงสุดวิถียุทธ์ขั้นหก หาความรู้สึกนั้นเจออยู่บ้างแล้ว
    เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า รอบแรกในรอบคัดออกค่อย ๆ มาถึงช่วงท้าย
    รอบที่สองเริ่มขึ้น!
    ตอนนี้เหลือเพียงสี่สิบคนที่ติดรายชื่อมีสิทธิ์แข่งขันศิษย์ฝ่ายในสิบคน การแข่งขันดุเดือดขึ้นมาอีกก้าวแล้ว
    “การประลองรอบที่หก จางหานปะทะหลินอวิ๋น!”
    ผู้ตัดสินบนเวทีประลองประกาศคู่ประลองศึกที่หกในรอบที่สองของรอบคัดออกเสียงดัง
    หลังจางหานได้ยินดังนั้นพลันมีสีหน้าปั้นยากยิ่งเหมือนกับตับหมู
    กลัวอะไรได้อย่างนั้นจริง ๆ
    เดิมทีเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโจวอวิ๋นอยู่แล้ว แล้วนับประสาอะไรกับหลินอวิ๋นที่แกร่งกว่า
    จางหานจึงกัดฟันดาหน้าเดินขึ้นเวทีประลองยุทธ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลุยกันสักตั้ง การประลองมักมีตัวแปรเสมอ ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะพลาดอะไรหรือไม่
    อีกอย่างเขตแดนพลังตนสูงกว่าอีกฝ่ายหนึ่งขั้นเต็ม ๆ นี่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเลย
    “หลินอวิ๋นมาประลอง หลินอวิ๋นมาประลองเร็วเข้า!”
    ผู้ตัดสินเห็นหลินอวิ๋นยังไม่ขึ้นเวทีจึงตะโกนเสียงดัง
    “มาแล้ว!”
    ทันทีที่ได้ยินเสียงที่มีพลังเต็มสิบขานรับ ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้น เห็นหลินอวิ๋นที่นั่งขัดสมาธิข้างม้ามังกรโลหิตพลันลืมตาขึ้น
    ครืน!
    นัยน์ตาขยับประกายวาววับ พลังจากในตัวพลันเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทะลวงพันธนาการวิถียุทธ์ขั้นหกในพริบตา
    เขาทะลวงพลังแล้ว!
    “พระเจ้า ข้ามองไม่ผิดใช่หรือไม่ ที่แท้เมื่อครู่เขาก็กำลังหลับตาฝึกฝนอยู่นี่เอง”
    “การประลองครั้งก่อนคงทำให้เขาตระหนักในวิถียุทธ์มากขึ้นถึงได้เลือกทะลวงพลังก่อนประลองเช่นนี้”
    “มั่นใจในตัวเองจริง ๆ เกิดพลาดขึ้นมาบาดเจ็บสาหัสไม่ว่า แต่จะเสียสิทธิ์การประลองไปด้วยนี่สิ”
    ศิษย์ฝ่ายนอกที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างใจเต้นระรัวอีกครั้ง รู้สึกว่าหลินอวิ๋นนี่กล้าบ้าระห่ำจริง ๆ ถึงได้เดินบนปลายดาบเช่นนี้
    ตึก ๆ ๆ!
    หลินอวิ๋นที่บรรลุวิถียุทธ์ขั้นเจ็ดแล้วรู้สึกว่าพลังพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน สำแดงเคล็ดยอดห่านป่าก็สบายขึ้นกว่าเดิม
    เขากดปลายเท้าเบา ๆ ก้าวเดียวกระโดดไกลสามจั้ง กระโดดขึ้นลงสองสามครั้งก็มาอยู่บนเวทีประลอง
    จางหานเผชิญหน้ากับหลินอวิ๋นในวิถียุทธ์ขั้นเจ็ดด้วยใบหน้าราวกับเถ้าถ่าน ก่อนจะยิ้มแหย ๆ ว่า “หลินอวิ๋น เจ้านี่ดูถูกข้าจริง ๆ นะ!”
    ก่อนอื่นสละสิทธิ์ประลองกับเขา ตอนนี้ยังทะลวงพลังต่อหน้าเขาอีก
    ไม่ให้ทางรอดกับเขาเลย แล้วเขาจะสู้ต่อไปอย่างไร
    หลินอวิ๋นอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเข้าใจในทันที จึงพูดยิ้ม ๆ “ขออภัย จู่ ๆ ก็ตระหนักได้ ลำบากฝึกฝนอีกหน่อยก็ทะลวงคอขวดพอดี”
    “เหอะ ๆ”
    จางหานยิ้มเยาะก่อนจะสะบัดแขนเสื้อแรง ๆ แล้วพูดเสียงดัง “ข้าขอสละสิทธิ์!”
    เหตุการณ์นี้ทำให้คนหัวเราะกันใหญ่ ตอนแรกเห็นเขาไม่ต้อนรับหลินอวิ๋นขนาดนั้นก็คิดว่าจะสู้สุดชีวิตเสียอีก ใครจะไปรู้ว่าแค่พริบตาเดียวก็สละสิทธิ์แล้ว
    “หลินอวิ๋นชนะ”
    ผู้ตัดสินเองก็ประกาศผลอย่างเด็ดขาดเช่นกัน
    ได้ชัยชนะมาง่ายดายเช่นนี้ทำให้หลินอวิ๋นเสียดายเล็กน้อย เขายังอยากจะลองดูหน่อยว่าหลังทะลวงวิถียุทธ์ขั้นเจ็ดแล้วพลังจะเพิ่มขึ้นเท่าไรกันแน่
    ชนะรวดมาสองรอบ ต่อไปก็แค่เอาชนะคู่ต่อสู้ในรอบสุดท้ายก็จะเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายในได้สำเร็จ
    เดินลงจากเวทีประลองมาไม่นานก็ได้ยินเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจ
    หลินอวิ๋นหันไปมอง เป็นศิษย์ฝ่ายนอกหูจื่อเฟิงขึ้นเวที
    หูจื่อเฟิง!
    นามนี้ทะลุหูปานสายฟ้า กำลังรบแก่กล้า พรสวรรค์เรียกว่าบ้า เขตแดนพลังวิถียุทธ์ขั้นแปด
    ตำแหน่งอันดับหนึ่งของฝ่ายนอก ไม่มีใครสั่นคลอนได้
    เรื่องราวคุณูปการเกี่ยวกับเขามีมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว เป็นเหมือนบุคคลในตำนานของฝ่ายนอกสำนักชิงอวิ๋น
    “ศิษย์พี่หู ข้าจะไม่สละสิทธิ์หรอก!”
    ศิษย์ที่เผชิญหน้ากับเขาพูดด้วยสีหน้าตึงเครียดและกังวลเล็กน้อย
    “ตามสบาย”
    หูจื่อเฟิงเอ่ยเรียบ ๆ ก่อนยกมือพุ่งฝ่ามือเข้าไป
    ปัง!
    เท้าเขาไม่ขยับแม้แต่น้อย อาศัยแค่พลังวิถียุทธ์ขั้นแปดตบฝ่ามือผ่านมวลอากาศ แค่นั้นก็ทำให้คู่ต่อสู้กระเทือนจนตกเวทีประลองไป
    ‘แกร่งมาก!’
    หลินอวิ๋นตกใจอยู่ภายในเล็กน้อย วิถียุทธ์ขั้นแปด นี่คือพลังน่าสะพรึงของวิถียุทธ์ขั้นแปด
    “หูจื่อเฟิง หูจื่อเฟิง!”
    เสียงโห่ร้องดังเกรียวกราวข้างล่างเวที ศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากพากันตะโกนชื่อเขาเสียงดัง
    เมื่อตะวันลับขอบฟ้าสาดลงบนสนามประลอง รอบคัดออกได้สิ้นสุดลงทั้งหมด
    หลินอวิ๋นเอาชนะคู่ต่อสู้รอบที่สามได้อย่างเรียบง่าย ติดสิบอันดับแรกในการประลองทดสอบกลางปีได้สำเร็จ ลบความพ่ายแพ้ที่คนปกติมองว่าเป็นไปไม่ได้ได้สำเร็จ
    จากทาสกระบี่สู่ศิษย์ฝ่ายนอก แล้วจากศิษย์ฝ่ายนอกก็ฟันฝ่าก้าวออกมา
    สิบคนขึ้นแท่นสูง ยืนบนแท่นเดียวกันกับศิษย์ฝ่ายในและผู้อาวุโสสำนัก
    “ไม่เลว ยินดีด้วยที่พวกเจ้าติดสิบอันดับแรกในการทดสอบกลางปี จบงานแล้วทุกคนไปรับรางวัลที่โถงกิจการสำนักได้ ตอนนี้พวกเจ้ายังมีอีกหนึ่งสิทธิ์ ทุกคนมีสิทธิ์ท้าประลองกับศิษย์ฝ่ายในได้หนึ่งครั้ง”
    เจ้าสำนักไป๋เทียนหมิงพูดเสียงเบาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
    ศิษย์ฝ่ายในมีการแข่งขันดุเดือดยิ่งกว่า การจัดอันดับสูงต่ำแตกต่างกันอย่างยิ่ง
    ตอนนี้ให้สิทธิ์สิบคน หากท้าประลองชนะศิษย์ฝ่ายในเก่าได้ก็จะได้อันดับแทนที่อีกฝ่ายไปเลย ทว่าสิบคนนี้ส่วนใหญ่จะค่อนข้างสงบเสงี่ยม
    สำนักเน้นการแข่งขัน แต่เอาจริงจะเน้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกกันมากกว่า แบ่งพรรคแบ่งพวกกันลึกซึ้งยิ่งกว่า
    ไปท้าประลองอีกฝ่ายต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ถือเป็นการดูถูกอีกฝ่าย ชนะยังพอว่า แต่ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา หลังผ่านการทดสอบกลางปี ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะมาแก้แค้นเจ้า
    แน่นอนว่าหูจื่อเฟิงเป็นข้อยกเว้น ไม่มีใครเอาเขาไปเปรียบกับตนเอง
    แทบเป็นทันทีที่สิ้นเสียงเจ้าสำนัก เขาก็เงยหน้าเพ่งมองศิษย์ฝ่ายในท่านหนึ่ง “แซ่หูไร้ความสามารถ อยากจะขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่เฟิ่ง”
    ศิษย์ฝ่ายในที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่เฟิ่งไม่ได้ดูโกรธอะไร แค่ยิ้มเจื่อน ๆ “เมื่อเดือนก่อนข้ายังแพ้ให้เจ้าเลย ไม่ต้องมาขอคำชี้แนะอะไรหรอก ข้าขอยอมแพ้”
    ยอมแพ้…
    เหตุการณ์นี้ทั้งเหนือความคาดหมายและอยู่ในเหตุผลและความรู้สึก
    สรุป ไม่ได้เกิดระลอกคลื่นใหญ่อะไรมาก
    “ยังมีใครอีก ใครจะก้าวออกมาลองดูบ้าง? หรือว่ามีแค่หูจื่อเฟิงคนเดียวที่มีความกล้าหาญเช่นนี้?”
    เจ้าสำนักไป๋เทียนหมิงพูดปลุกใจเบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม
    ทว่าไม่มีใครตอบ ส่วนใหญ่ก้มหน้าเงียบ ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครบรรลุวิถียุทธ์ขั้นแปดอย่างหูจื่อเฟิง
    เขาขึ้นไปท้าประลองก็อยู่ในเหตุผลและอารมณ์ความรู้สึก ไม่ขึ้นไปสิเหนือความคาดหมาย
    “ข้าผูแซ่หลินไร้ความสามารถ จะขอลองดูสักครั้ง!”
    ช่วงที่ทุกคนคิดว่าไม่มีใครสมัครใจนั้น
    หลินอวิ๋นเอ่ยเสียงหนักแน่นด้วยใบหน้าแน่วแน่ คำพูดถูกต้องชัดถ้อยชัดคำ
    เสียงร้องตกใจดังขึ้นทั้งลานประลอง ส่งเสียงดังฮือฮา
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-

    คล้ายกับเรื่องอหังการยอดคนเหนือยุทธ ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179