คำพูดท้าทายของหลี่จงทำให้บรรยากาศในหอแลกเปลี่ยนภารกิจเย็นะเืดุจน้ำแข็ง
อู๋เฟิง หรี่ตามองชายหนุ่มเบื้องหน้า รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่แววตาอำมหิตเริ่มฉายชัด "กระดูกเปราะบางงั้นรึ? ฮ่าๆๆ! ช่างกล้าพูด... ข้าเป็ถึงศิษย์สายในอันดับ 5 ผู้ฝึกตนระดับ 'ก่อกำเนิดขั้นกลาง' ส่วนเ้าเป็แค่ศิษย์สายนอกระดับ 'รวบรวมปราณ'... มดปลวกบังอาจมาวิจารณ์พญาอินทรี!"
ฟู่ววว!
ทันใดนั้น อู๋เฟิงสะบัดพัดจีบในมือเพียงเบาๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ลมเย็นธรรมดา มันคือ "คมมีดวายุ" ที่มองไม่เห็น พุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่หน้าอกของหลี่จง!
ศิษย์รอบข้างหวีดร้องและถอยกรูด นี่คือการลงมือในเขตห้ามต่อสู้! แต่อู๋เฟิงฉลาดพอที่จะควบคุมพลังไม่ให้ทำลายข้าวของ เขาเล็งเป้าสังหารไปที่คนเพียงคนเดียว
"หลี่จงระวัง!" ซูหว่านร้องเตือน
หลี่จงไม่ได้ขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่หมุนข้อมือเล็กน้อย บิดเสาหินที่ตั้งอยู่ข้างตัวให้หันด้านกว้างรับแรงปะทะ
ปึง!!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่น คมมีดวายุที่สามารถตัดหินผาได้ กลับสลายไปทันทีเมื่อกระทบกับผิวเสาหินสีดำ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเกิดขึ้นบนเสา มีเพียงชายเสื้อของหลี่จงที่สะบัดไหวเล็กน้อยจากแรงลมที่เล็ดลอดออกมา
เท้าของหลี่จง... ไม่ขยับแม้แต่เซี๊ยะเดียว
"มีแรงแค่นี้รึ?" หลี่จงเอ่ยถามเสียงเรียบ "ข้านึกว่าศิษย์พี่จะแค่พัดคลายร้อนเสียอีก"
อู๋เฟิงหน้าตึงขึ้นทันที เขาไม่ได้ใช้พลังเต็มสิบส่วนก็จริง แต่การที่ศิษย์สายนอกรับการโจมตีของเขาได้โดยไม่ะเื มันคือการฉีกหน้ากันชัดๆ "ดี... ดีมาก! เ้ามีของดีนี่นา"
"ศิษย์พี่อู๋เฟิง!" ผู้คุมกฎของหอภารกิจรีบวิ่งเข้ามาแทรก "ห้ามต่อสู้ในหอภารกิจ! มิเช่นนั้นข้าต้องรายงานผู้าุโ!"
อู๋เฟิงลดพัดลง เขาแค่นเสียงในลำคอ "ข้าไม่ได้สู้ ข้าแค่ทักทายศิษย์น้อง... แต่เอาเถอะ ในเมื่อเ้ามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองนัก ข้ามีข้อเสนอ"
เขาเดินไปที่บอร์ดประกาศภารกิจ แล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่บนสุด เป็กระดาษสีแดงเข้มที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องมานานนับเดือน "ภารกิจระดับสีแดง: 'สำรวจเหมืองเหล็กทมิฬ'"
อู๋เฟิงอ่านรายละเอียดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน "เหมืองเหล็กทมิฬทางทิศตะวันตก เกิดเหตุแผ่นดินไหวปริศนา คนงานเหมืองหายสาบสูญ สัตว์อสูรธาตุดินอาละวาด... ทีมศิษย์สายในที่ส่งไปสองทีมก่อนหน้านี้ าเ็สาหัสกลับมาทุกคน จนไม่มีใครกล้ารับงานนี้อีก"
เขาโยนใบภารกิจลงตรงหน้าหลี่จง "ถ้าเ้าเก่งจริง ก็รับงานนี้ซะ ถ้าเ้าทำสำเร็จและกลับมาได้ ข้าอู๋เฟิงจะยอมมอบ 'พัดวายุหวน' อาวุธระดับ 4 ของข้าให้เ้า... แต่ถ้าเ้าไม่กล้า ก็จงก้มกราบจางเหว่ยแล้วไสหัวออกจากสำนักไปซะ!"
หงเหลียนแยกเขี้ยว "นี่มันจงใจส่งไปตายชัดๆ! หลี่จง อย่าไปบ้าจี้ตามมันนะ!"
หลี่จงก้มมองใบภารกิจ เขายังไม่ตอบรับ แต่หันไปมองซูหว่าน "เ้าคิดว่าไง?"
ซูหว่านขยับแว่นสายตา (ที่นางเพิ่งหยิบมาใส่เพื่ออ่านรายละเอียด) ดวงตาของนางเป็ประกายวาววับเมื่อเห็นรายการของรางวัลจากสำนัก "รางวัลภารกิจคือ 500 แต้มสำนัก และ... 'ผลึกหยกอัคคี'"
นางกระซิบข้างหูหลี่จง "ผลึกหยกอัคคีคือสมุนไพรหายากที่ข้า้าเพื่อรักษาอาการหนาวสั่น และ... ในเหมืองเหล็กทมิฬ มีแร่เหล็กคุณภาพสูงที่อาจใช้ซ่อมแซมหรืออัปเกรดเสาหินของท่านได้"
หลี่จงพยักหน้าเข้าใจ เขาหันกลับไปหาอู๋เฟิง แล้วหยิบใบภารกิจขึ้นมา "ข้ารับคำท้า"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มอีกครั้ง "บ้าไปแล้ว! ศิษย์สายนอกรับภารกิจสีแดง!" "เตรียมจองศาลาวัดได้เลย ไม่รอดแน่ๆ"
อู๋เฟิงแสยะยิ้มสมใจ "กล้าหาญ... หรือไม่ก็โง่เขลา ข้าจะรอฟังข่าวดี... หรือข่าวร้ายของเ้านะ" เขาสะบัดชายเสื้อเดินจากไปพร้อมกับจางเหว่ย ทิ้งให้หลี่จงและพรรคพวกตกเป็เป้าสายตา
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากขายแก่นอสูรได้เงินมาเกือบ 1,000 เหรียญทอง หลี่จงแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้หงเหลียนไปซื้อเสบียง (เนื้อตากแห้งจำนวนมหาศาล) และให้ซูหว่านไปซื้ออุปกรณ์เขียนยันต์และค่ายกล
ส่วนตัวเขา... เดินตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์มิติ "เถ่าแก่ ข้า้า 'ถุงสมบัติ' (Spatial Bag) ใบใหญ่ที่สุด"
"โอ้! คุณชายตาถึง" เถ่าแก่ร้านยิ้มร่า หยิบถุงผ้าใบเล็กปักลายเมฆออกมา "ใบนี้จุได้เท่ากับห้องเก็บของขนาดเล็ก ใส่เกวียนได้ทั้งเล่ม ราคา 500 เหรียญทอง!"
หลี่จงจ่ายเงินทันที เขา้าที่เก็บเสาหิน จะได้ไม่ต้องแบกไปไหนมาไหนให้เป็จุดเด่น "จงเข้าไป..."
เขาลองส่งกระแสจิตเพื่อเก็บเสาหินเข้าถุง วิ้ง... แสงสีขาวคลุมรอบเสาหิน แต่ทว่า...
เพล้ง!
เสียงเหมือนแก้วแตกดังขึ้น ถุงสมบัติราคาแพงในมือหลี่จงะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีที่พยายามจะดูดเสาหินเข้าไป
"เฮ้ย! ถุงข้า!" เถ่าแก่ร้องลั่น "เ้าทำอะไรน่ะ!"
หลี่จงยืนนิ่ง มองเศษผ้าในมือด้วยความงุนงง ซูหว่านที่เดินตามมาเห็นเหตุการณ์พอดี หัวเราะเบาๆ "เสียใจด้วยเ้าค่ะท่านหลี่... ศิลาต้นกำเนิดมี 'มวลสาร' และ 'เจตจำนง' ที่หนาแน่นเกินกว่ามิติระดับต่ำจะรองรับไหว ถุงสมบัติธรรมดาใส่ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ"
"หมายความว่า..." หลี่จงหน้ามุ่ย
"ท่านต้องแบกมันต่อไปเ้าค่ะ จนกว่าท่านจะบรรลุขั้นสูงแล้วเก็บมันไว้ในจิติญญาได้"
หลี่จงถอนหายใจยาว เขาก้มลงหยิบเสาหินขึ้นพาดบ่าเหมือนเดิม "เสียเงินเปล่าชัดๆ... ไปกันเถอะ"
...
ณ ปากทางเข้าเหมืองเหล็กทมิฬ
บรรยากาศที่นี่มืดมิดและอึมครึมยิ่งกว่ายอดเขาตระการฟ้า ปากถ้ำขนาดมหึมาอ้ากว้างเหมือนปากของสัตว์ร้าย กลิ่นกำมะถันและกลิ่นสนิมเหล็กลอยคลุ้ง
"ที่นี่แหละ..." ซูหว่านกางแผนที่ "โครงสร้างภายในเหมืองซับซ้อนมาก และมีรายงานว่าศัตรูไม่ใช่แค่สัตว์อสูร แต่มี 'บางสิ่ง' ที่ควบคุมดินและหินได้"
"จะผีหรือหิน ข้าก็จะเผาให้ราบ!" หงเหลียนวอร์มอัพร่างกาย ไฟลุกท่วมหมัด
หลี่จงเดินนำหน้า ปักเสาลงพื้นเพื่อตรวจสอบแรงสั่นะเื ครืน... เขาััได้ถึงจังหวะการเคลื่อนไหวแปลกๆ จากใต้ดิน ลึกดิ่งลงไป
"ระวังตัวด้วย" หลี่จงเตือน "ข้างล่างนี้... มีอะไรบางอย่างที่ 'หนัก' พอๆ กับเสาของข้ากำลังรออยู่"
ทั้งสามก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดของเหมือง โดยหารู้ไม่ว่า... ในเงามืดด้านหลัง มีดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งของสัตว์อสูรที่ไม่ใช่หมาป่า และไม่ใช่โกเลม... กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ พร้อมกับเสียงขูดขีดของโลหะที่น่าสยดสยอง