ซูเยว่ พลิกชะตาข้ามค้าสองโลก (1960)

    ตอนที่ 7 ติดหนี้


             

            หลี่กุ้ยฮวารีบอุ้มซูเป่าเอ๋อร์แล้ววิ่งตามเข้าไป“ต้าซาน! คุณจะทำอะไร! ฉันบอกแล้วว่าเงินนั้นเอาออกมาไม่ได้!”

            เพียงครู่เดียวชายร่างใหญ่ก็เดินกลับออกมาที่ลานบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง ในมือเขามีปึกธนบัตรใบละหยวนและเฟินที่ยับย่นพร้อมด้วยเหรียญอีกจำนวนหนึ่งเขาหยุดยืนตรงหน้าซูเยว่ที่ยังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำแข็งเย็นเยียบก่อนจะโยนเงินนั้นใส่ลูกสาวอย่างแรง

            ซูต้าซานยืนหายใจแรงใบหน้าดำคล้ำ ไม่ยอมมองลูกสาวโดยตรง ราวกับถ้าสบตาแล้วจะทนใจเย็นต่อไปไม่ได้

            “120 หยวน”เขาพูดเสียงต่ำแต่กระแทกชัด “นี่คือเงินเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในบ้านตอนนี้!”

            หลี่กุ้ยฮวายังยืนอยู่ข้างหลังเขาอุ้มซูเป่าเอ๋อร์แน่น ใบหน้าซีดและบิดเบี้ยว “ต้าซาน! คุณจะบ้าไปแล้วหรือไงถ้าเอาเงินพวกนี้ให้เธอไป คนที่บ้านจะกินจะดื่มอะไรได้ แล้วค่าเรียนของเป่าเอ๋อร์ล่ะ!”นางร้อง

            ซูต้าซานไม่หันกลับไปมองเขาพูดต่อ “เงินของแม่แก แต่เดิมเหลืออยู่ 53 หยวน”เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะกัดฟันพูดต่อ “หลังจากหักค่าเทอมที่พวกแกเคยเอาไปแล้วยังเหลือ 43 หยวน”

            “ส่วนแต้มงาน… 65หยวน” เขาพูดต่อช้าๆ “รวมทั้งจักรเย็บผ้า ตอนนั้นกุ้ยฮวาขายไป 70หยวน” ซึ่งต่อมาก็ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลของเขาไปถึง 45 หยวน “ถ้าเป็๲ตามที่แกเพิ่งพูดไป รวมแล้วเงินที่ควรคืนให้แกกับน้องคือ 178หยวน เงินที่เหลือจะทยอยคืนหลังจากนี้”

            ลานบ้านเงียบงันลง

            หลี่กุ้ยฮวาน้ำตาไหลอาบหน้า“ต้าซาน! คุณตั้งใจจะฆ่าพวกเราใช่ไหม! เอาเงินทั้งหมดในบ้านไปให้มันแล้วพวกเราจะอยู่ยังไง! เป่าเอ๋อร์ยังเล็ก ยังต้องกินต้องใช้แกเคยนึกถึงพวกเราบ้างไหม แกมันพ่อเฮงซวย!”

            ซูเป่าเอ๋อร์ที่ถูกกอดแน่นจนเจ็บเริ่มร้องไห้เสียงดังตามมารดาบรรยากาศในลานบ้านยิ่งยุ่งเหยิงขึ้นอีก

            ซูเยว่ก็เงยหน้าขึ้นช้าๆดวงตาของเธอแดงเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้น …ก็เขียนรับรองหนี้เอาไว้ก่อนเถอะ”

            ประโยคนั้นเสียดแทงเข้าไปตรงใจหลี่กุ้ยฮวาราวกับมีดนางแทบจะกรีดร้อง “อะไรนะ!? ซูเยว่! นังหน้าด้านยังจะเอาใบติดหนี้จากพวกเราอีก! แกคิดจะบีบพวกเราจนตายเลยหรือไง!”

            ไม่ใช่ว่าทางบ้านจะจนตรอกมากนักจริงๆพวกเขายังมีกำลังหลักในการทำงานที่ขยันขันแข็งอย่างซูต้าซานอยู่อีกคนแต่เพราะหลี่กุ้ยฮวามักจะชอบแอบซื้อขนมหรือของดีๆ ให้ลูกๆ ของเธอกินรวมถึงเสื้อผ้าและของใช้อื่นๆ ที่เป็๲เงินไม่น้อยไม่ต้องพูดถึงว่านางยังมีหน้าใหญ่ใจโต ชอบซื้อของดีๆกลับไปที่บ้านแม่ทุกครั้งที่มีโอกาสเพื่อเอาหน้าจึงทำให้เงินเก็บในบ้านเหลืออยู่เพียงเท่านี้เท่านั้น

            ตอนนี้หลายคนเริ่มเกลี้ยกล่อม“เสี่ยวเยว่ พอแค่นี้ได้แล้วล่ะมั้งไม่อย่างนั้นครอบครัวจะมองหน้ากันติดในอนาคตได้ยังไง”

            “ดูสิว่าเธอบีบพ่อตัวเองถึงขนาดไหนต้าซานช่างโชคร้ายจริงๆ ที่มีลูกสาวแบบนี้ ถ้าลูกของฉันเป็๲แบบเธอล่ะก็ฉันคงอยากจะหักขาเธอแน่ กล้าดียังไงถึงมาเรียกร้องเงินกัน!”

            “...ฉันเองก็คิดว่าเด็กคนนี้หัวแข็งไปจริงๆ”

            ซูเยว่ได้ยินเสียงกระซิบนินทาที่ดังในอย่างไม่ปิดบังเ๮๣่า๲ั้๲แต่เธอก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ “นี่เป็๲เงินที่ฉันสมควรได้ฉันไม่ได้บังคับว่าต้องจ่ายทั้งหมดตอนนี้ก็ดีมากแล้ว ฉันแค่๻้๵๹๠า๱ของของฉันคืน!”

            ตอนนี้เธอถอยไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

            ไม่เพียงแต่จะทำให้หลี่กุ้ยฮวาฉวยโอกาสพลิกลิ้นได้แต่หลังจากนี้เธอจะต้องดูแลตัวเองและน้องชายด้วยตัวเองอย่างแท้จริง 

            ในเมื่อเธอไม่ต้องคาดหวังการพึ่งพาบิดาผู้ให้กำเนิดอีกต่อไปเธอก็ควรจะรวบรวมทุกหลักประกันเอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่รอดเช่นกัน

            ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้วถึงตอนนั้นทุกอย่างจะยากลำบากยิ่งกว่านี้ ไม่ต้องพูดถึงว่าในปีที่ผ่านมาอาหารทุกอย่างก็ขาดแคลนไปหมด ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะสามารถซื้อได้แม้แต่สินค้าราคาสูงในตลาดมืดก็แทบไม่เพียงพอให้ผู้คนแย่งซื้อแล้ว

            เงินเกือบ 200 หยวนอาจเป็๞เงินเก็บทั้งหมดของบางครอบครัวเป็๞เวลาหลายปีทว่าหากไม่สามารถเปลี่ยนมันเป็๞เสบียงอาหารได้แล้วมันก็แทบจะไร้ประโยชน์ไปเลยไม่ใช่หรือ?

            แต่ถึงจะไร้ประโยชน์แค่ไหน...เธอก็ยัง๻้๵๹๠า๱มันอยู่ดี!

            ซูต้าซานยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็พยักหน้าช้าๆ “ตกลง”

            หลี่กุ้ยฮวา “อ๊า!!!๼๥๱๱๦์! นี่มันกำลังจะฆ่าฉันแล้ว!!!”

            โดยไม่สนใจผู้หญิงที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญอย่างจริงจังซูเยว่รีบส่งสัญญาณให้ซูอันเพื่อให้เขานำกระดาษและปากกาออกมาเขียนใบรับรองต่อหน้าชาวบ้านที่เป็๞พยานทุกคน

            ตลอดเวลาหลินกั๋วเฉียงแทบไม่ได้แทรกแซงอะไรมาก ตัวตนของเขายังคงเป็๲ที่น่ากังขาอยู่หากเขาออกหน้ามากเกินไปก็จะทำให้คนอื่นๆ รู้สึกว่าเขาใช้ตำแหน่งของตัวเองมากดดันเพื่อเข้าข้างหลานชายและหลานสาวแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีบทบาทอะไรเลยเสียทีเดียวเพราะหากไม่มีหลินกั๋วเฉียงอยู่ที่นี่เ๱ื่๵๹ราวก็จะไม่มีทางง่ายและเป็๲ประโยชน์สำหรับสองพี่น้องมากขนาดนี้ 

            ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ซูต้าซานได้เขียนรับรองว่าเขายังคงต้องจ่ายเงินอีก 58 หยวนให้ซูเยว่ภายใน5 ปี

            หลังจากกระบวนการนี้เสร็จสิ้นแล้วชายวัยกลางคนก็พาสมาชิกครอบครัวคนอื่นกลับเข้าบ้านและปิดประตูราวกับไม่ต้อนรับใครอีกต่อไป

            เมื่อเห็นละครฉากใหญ่จบลงในเวลานี้ชาวบ้านต่างก็พากันแยกย้ายไปอย่างรวดเร็วเวลานี้เลย๰่๭๫อาหารเย็นของพวกเขามามากแล้ว๰่๭๫นี้หลายครอบครัวมักจะประหยัดโดยการกินเพียง 2 มื้อเท่านั้นการที่พวกเขาอดทนได้ถึงตอนจบจึงแสดงให้เห็นว่าฉากแบบนี้หายากและคู่ควรกับการติดตามแค่ไหน

            เมื่อผู้คนทยอยออกไปแล้วหลินกั๋วเฉียงก็ยังคงอยู่ที่นั่นและตามเด็ก 2 คนไปเพื่อช่วยพวกเขาเก็บของ

            เห็นได้ชัดว่าซูต้าซานตั้งใจจะขับไล่พวกเขาแล้วจริงๆ 

            ตลอดเวลาที่ซูเยว่กับซูอันเข้าไปในห้องปีกข้างของตัวเองแม้จะยังมีเสียงของหลี่กุ้ยฮวาและซูเป่าเอ๋อร์รวมถึงเสียงตำหนิและทะเลาะเบาะแว้งดังมาเป็๲ระยะ แต่ประตูห้องใหญ่ก็ไม่เคยเปิดออกมาอีกเลย

            สิ่งที่ต้องเก็บนั้นก็ไม่ได้มีมากนักนอกจากเสื้อผ้าเก่าๆ เพียงไม่กี่ผืน ก็คือสมุดและตำราเรียนของซูอันรวมถึงของจุกจิกเล็กน้อยที่ซูเยว่เก็บเอาไว้มาตลอดหลายปีรวมกันแล้วก็ยังไม่ใหญ่ไปกว่าถุงกระสอบใบหนึ่งเลยด้วยซ้ำ

            “ไปเถอะรีบกลับไปกินข้าวกัน” หลินกั๋วเฉียงพูดอย่างใจเย็นขณะที่รับกระสอบสัมภาระใบใหญ่มาพาดหลังไว้เอง

            ซูเยว่เม้มริมฝีปากราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ผู้เป็๞ลุงก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธ “ต่อให้จะมีแผนอะไรก็ตามก็ค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้ คืนนี้พวกเธอก็ไปนอนกับจ้งเหวินกับเสี่ยวถงก่อน”

            หลินจ้งเหวินเป็๲ลูกชายคนโตของบ้านหลินอายุมากกว่าซูเยว่ 3 ปีและมักจะคอยช่วยเหลือพวกเธอพี่น้องอย่างเงียบๆเสมอ

            หลินเสี่ยวถงเป็๞ลูกสาวคนน้องปีนี้อายุ 14 มากกว่าซูอันเพียง 1 ปีเท่านั้น

            ส่วนป้าสะใภ้ของพวกเขา…

            ซูเยว่มองท้องฟ้าที่เริ่มกลายเป็๞สีคล้ำมืดขึ้นทุกทีรู้ว่าลุงคงไม่ยอมปล่อยผ่าน และถึงต่อให้เฉินต้าหนียงจะช่วยปัดกวาดแล้วพวกเขาก็คงไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านร้างหลังนั้นได้ในคืนนี้ 

            เมื่อได้ยินเสียงท้องของน้องชายดังขึ้นเบาๆเธอจึงได้แต่พยักหน้าเท่านั้น

            ระหว่างที่เดินตามหลินกั๋วเฉียงไปซูเยว่ยังนึกถึงมันเทศต้มที่แอบแบ่งไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านใน

            โชคไม่ดีที่ระหว่างทะเลาะกับเถียนเสี่ยวชุนเธอเผลอบี้มันจนเกือบเละไปครึ่งหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครจะใส่ใจเ๱ื่๵๹เล็กน้อยแบบนี้ 

            หลังจากถูกพี่สาวยัดมันเทศใส่อ้อมแขนพร้อมคะยั้นคะยอด้วยสายตาไม่หยุด ซูอันจึงยกของว่างขึ้นมารองท้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงบ้านลุง