มหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online)

    บทที่ 30 ดินแดนร้าง

    บทที่30 ดินแดนร้าง


                ราดิชที่กลับมาจากกระท่อมของอู๋หมิงก็อยู่ในตรอกข้างร้านกาแฟและพบข้อความที่คูลแมนทิ้งไว้ บอกว่าเขาออกเกมไป จะเข้ามาใหม่ตอนสี่ทุ่มในเวลาจริงซึ่งตอนนี้ก็สามทุ่มในโลกจริงแล้ว ราดิชจึงออกจากเกมก่อน

                โอ๊คตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวจากนั้นก็ทำข้าวเย็น หลังจากจัดการอะไรๆ เสร็จเรียบร้อยก็เกือบสี่ทุ่มแล้วโอ๊คจึงเข้าเกมไปอีกครั้ง

            ราดิชกลับมายังที่ตรอกเดิมตอนนี้ในเกมเป็นเวลาตีสี่ ดูจากรายชื่อเพื่อนแล้วคูลแมนยังไม่ได้เข้าเกมมาเขาจึงเปิดหน้าต่างทักษะขึ้นมาดูทักษะใหม่ที่เขาได้รับตอนฝึกผนึกพลังกับอาจารย์

            -ทักษะตกผลึกพลังมานา

                (สามารถทำให้พลังมานาของตนมีรูปร่างขึ้นมาโดยพลังโจมตี ความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับระดับและความแข็งแกร่งรวมถึงความเชี่ยวชาญของผู้ใช้สามารถสร้างได้หลายชิ้นพร้อมกันขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของผู้ใช้ใช้พลังมานาในการสร้าง 200 จุดต่อ 1 ชิ้น)

                “ตอนนี้สร้างได้แค่เล่มเดียวแถมยังยาวแค่สามนิ้วอีก แต่เอาเถอะฝึกต่อไปเรื่อยๆ ก็คงทำได้ดีกว่านี้เองล่ะนะ”ราดิชกล่าวกับตัวเอง จากนั้นเขาก็เริ่มออกเดินไปยังภัตตาคารของระบบที่เปิดบริการ24 ชั่วโมง เพื่อรอคูลแมนที่กำลังจะเข้าเกมมา เมื่อไปถึงภัตตาคารเขาก็ได้ที่นั่งชั้นสองติดถนนใหญ่ตอนนี้ในภัตตาคารแทบไม่มีคนเลย ราดิชสั่งอาหารหลายอย่างและเอาปิกามอนออกมาด้วย ซึ่งมันก็ดีใจมาก

            “หลายวันมานี่ เจ้านายเอาแต่ฝึกวิชา ข้าเซ็งสุดๆเลยนะ” ปิกามอนโอดครวญกับราดิช

                “เอาน่าวันนี้เดี๋ยวรอคูลแมนมาแล้วเราไปผจญภัย ชดเชยหลายวันมานี้กันตกลงไหม” ราดิชปลอบใจมัน

                “ดีใจจังเจ้านายว่าแต่จะเรียกอาธูเรียมาหรือเปล่า” ปิกามอนถามถึงอาธูเรีย

                “คิดว่าไม่นะ ถ้าฉันเดินทางคนเดียวคงเรียกมาแต่นี่ไปกับคนอื่น ฉันยังอยากให้อาธูเรียเป็นความลับไปก่อน แล้วฉันก็ไม่อยากอธิบายให้ยุ่งยาก” ราดิชบอกเหตุผล พอดีกับที่อาหารยกมาพอดี

                ทั้งสองกินกันอย่างไม่รีบร้อน ราดิชสั่งอาหารเพิ่มอีกหลายชุดเก็บไว้เป็นเสบียงระหว่างทางเพราะตลอดการเดินทางมานี่เขายังไม่ได้เนื้อสัตว์อสูรเลย เป็นเพราะว่าแพทช์ใหม่นี้ สัตว์อสูรจะตกเนื้อแค่บางตัวเท่านั้น

                ขณะที่กินข้าวกันอยู่คูลแมนก็เข้าเกมมาพอดีราดิชจึงให้มาหาที่ภัตตาคารเพื่อกินข้าวด้วยกันทางคูลแมนก็รีบเดินทางมาอย่างรวดเร็ว

            “สวัสดีครับพี่ราดิช” คูลแมนทักทายราดิชก่อนแต่ที่สะดุดตาราดิชคือชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ รองเท้าผ้าใบและดาบคาตานะที่สะพายหลังมาอีก คูลแมนเห็นราดิชจ้องจึงรีบอธิบาย

            “แหะๆ พอดีผมเห็นพี่แต่งเลยแต่งตามมั่งน่ะไม่ได้เหรอครับ” คูลแมนยิ้มอายๆ

                “พี่ไม่ว่าอะไรหรอกมาๆ นั่งลงกินข้าวกันก่อน จะสั่งอะไรเพิ่มก็สั่งเลยพี่เลี้ยงเอง” ราดิชบอก คูลแมนก็นั่งลงและสั่งอาหารมาเพิ่ม ทั้งสองนั่งคุยกันจึงทำให้ราดิชรู้ว่าในโลกจริงคูลแมนเป็นรุ่นน้องของตัวเองที่มหาวิทยาลัย ซึ่งเข้ามาใหม่ปีนี้ ส่วนราดิชนั้นจบมาปีนี้พอดีจึงไม่เจอกันนั่นยิ่งทำให้ราดิชรักน้องชายคนนี้มากและตัวคูลแมนเองก็นับถือราดิชมากเช่นเดียวกัน

                “ว่าแต่ดาบนั่นได้มาจากไหนหรือ”ราดิชสนใจดาบที่คูลแมนสะพายอยู่จึงลองถามดู

                “มันคือดาบคาตานะระดับB น่ะครับ ผมซื้อจากพ่อค้าในเมืองมา เจ้าดาบคาตานะนี่มันมีตั้งแต่ระดับD ไปจนถึง S เลยครับ ให้ช่างตีดาบตีให้หรือว่าตกจากสัตว์อสูรก็ได้เหมือนกันครับ ว่าแต่ของพี่นี่ระดับอะไรครับ” คูลแมนก็สนใจดาบของราดิชเหมือนกัน

                “พี่ก็ไม่แน่ใจเพราะยังไม่ได้ปลดผนึกแต่คิดว่าเป็นระดับ S ละมั้ง” ราดิชตอบอย่างไม่แน่ใจ

                “สุดยอดไปเลยพี่ระหว่างเดินทางช่วยสอนการใช้ดาบให้ผมด้วยนะครับ” คูลแมนขอร้อง

                “ได้สิแต่ว่าตอนแรกเราบอกพี่ว่าจะใช้อาวุธทุกอย่างนี่ แล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ” ราดิชถามบ้าง

                “ใช้ได้ทุกอย่างมันก็ดีนะพี่แต่รู้สึกว่ามันไม่เก่งซักอย่างเลยน่ะสิผมเลยตัดสินใจใช้ดาบที่ผมคิดว่าถนัดที่สุดอย่างเดียวไปเลยน่ะครับ” คูลแมนบอกสาเหตุ

                “ได้สิเดี๋ยวระหว่างเดินทางไปดินแดนร้างพี่จะสอนให้ก็แล้วกันนะ” ราดิชบอก

                “ขอบคุณมากครับพี่ผมตั้งใจไว้จะเปลี่ยนอาชีพขั้นสองเป็นเบลดมาสเตอร์น่ะครับ”คูลแมนบอกความตั้งใจ

                “ก็ดีนะเท่าที่พี่ดูอาชีพนั้นเน้นเกี่ยวกับวิชาดาบขั้นสูงทั้งนั้นเลย” ราดิชบอกตามที่รู้

                “ใช่แล้วครับเพราะอาชีพนักรบสามารถเปลี่ยนได้น่ะครับ ผมเลยตั้งใจไว้แล้วพี่ราดิชจะเปลี่ยนเป็นอาชีพอะไรหรือครับ”คูลแมนถามด้วยความอยากรู้

            ราดิชบอกด้วยความภาคภูมิใจ “พี่คิดว่าจะเปลี่ยนเป็นจอมดาบเวทมนตร์น่ะ พี่คิดว่าพี่ชอบมัน และมันก็เหมาะกับพี่ด้วย”

            “แต่ได้ข่าวว่าอาชีพนี้เปลี่ยนยากมากเลยนะครับแต่ผมว่าพี่ต้องทำได้แน่ๆ ก็พี่เป็นรุ่นพี่ของผมนี่นา” คูลแมนกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม

                “นั่นสินะ”ราดิชรับคำ จากนั้นทั้งสองก็นั่งคุยพร้อมกับกินอาหารเช้าไปด้วยโดยมีปิกามอนที่แอบฉกอาหารของคูลแมนมากินโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว

                หลังจากกินกันเสร็จเรียบร้อยราดิชก็ชวนคูลแมนไปที่อาคารภารกิจโดยปิกามอนขอเดินตามไปด้วย เผื่อมีภารกิจที่รับไปทำได้ระหว่างทาง เขาบอกให้คูลแมนรับภารกิจไปทำด้วยเด็กหนุ่มก็เห็นดีด้วยจึงรับภารกิจเหมือนกับราดิชจากนั้นก็พากันไปซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นยาฟื้นพลังเสบียงอาหารแห้ง และอื่นๆ

                พวกเขาออกเดินทางจากเมืองฮาร์เบอร์เมื่อเริ่มสายทั้งคู่เดินผ่านทุ่งหญ้าสลับกับป่าละเมาะไปเรื่อยๆระหว่างทางราดิชก็สอนการใช้ดาบให้คูลแมน นอกจากนี้คูลแมนที่ตอนนี้เข้าชมรมมวยของมหาวิทยาลัยยังสอนวิชาหมัดมวยที่เคยเรียนสมัยเด็กๆให้ราดิช และราดิชเองก็ชอบใจมาก อย่างน้อยการที่มีวิชาต่อสู้เพิ่มขึ้นก็ย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว

                ทั้งสองเดินทางอย่างราบรื่นและใช้สัตว์อสูรเห็ดยักษ์ในการเก็บภารกิจและฝึกซ้อมฝีมือจนกระทั่งเที่ยงวันก็หยุดพักกินข้าวเที่ยงกัน จากนั้นเมื่อออกเดินทางกันต่ออีกไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงดินแดนร้างที่เป็นเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้

                มันเป็นสถานที่ที่มีหุบเขาล้อมรอบมีทางเข้าแคบๆอยู่ตรงหน้า หลังจากเดินเข้าไปด้านในเขาก็พบว่ามันเป็นพื้นที่ราบสลับกับภูเขาและมีต้นไม้ยืนต้นตายอยู่เล็กน้อยพื้นดินนั้นแห้งแล้งแตกระแหงไร้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์

            คูลแมนกล่าวพลางลูบแขนไปมา “ทำไมมันดูวังเวงจังพี่ คนหายไปไหนกันหมด”

                “พี่คิดว่าคงอยู่ด้านในนะตรงนี้มันเป็นแค่ทางเข้าเท่านั้นเอง ดูสิ ไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลยใช่ไหมล่ะ” ราดิชบอกและชี้มือไปรอบๆให้คูลแมนดู เด็กหนุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยกับราดิช

                “เราเข้าไปกันเถอะอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้อะไร” ราดิชบอกและเดินนำไปคูลแมนก็ตามไปติดๆ พวกเขาเดินเข้าไปได้ไม่เท่าไรก็มีกลุ่มคนนับสิบคนขวางทางไว้

            “พวกแกสองคนส่งของมีค่ามาซะให้หมดแล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต” คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าบอกกับพวกเขาและหันไปหัวเราะกับลูกน้องของมัน พวกลูกน้องก็หัวเราะตามลูกพี่

            “เอาไงดีพี่ราดิชรู้สึกว่าเจ้าพวกนี้จะเป็นโจรที่ซุ่มดักปล้นผู้เล่นที่มากันน้อยๆ แบบเรา” คูลแมนถามราดิช แต่ตัวเขาก็เอื้อมมือไปจับดาบเรียบร้อยแล้ว

                “จำพี่ที่เคยสอนได้หรือเปล่าว่าการที่เราจะสั่งสอนให้คนไม่ดีกลับตัวเป็นคนดีน่ะ นี่คือบทเรียนแรกอย่าปรานีกับคนพวกนี้ เราต้องสอนให้รู้ว่าไม่ควรทำตัวแบบนี้” ราดิชสอนคูลแมนทั้งๆ ที่ไม่ได้เตรียมชักดาบเลยแม้แต่น้อย พวกโจรจึงไม่พอใจมากที่เห็นราดิชไม่เกรงกลัวพวกมันเลย

                “พวกแกจะคุยหาอะไรกันรีบๆ ส่งของมีค่ามาสิ” หัวหน้ามันยังกร่างไม่เลิก

                “ลูกพี่ครับเด็กคนนั้นระดับสี่สิบกว่า แต่เจ้าหนุ่มนั่นเราตรวจสอบระดับไม่ได้ครับ เอาไงกันดี”โจรคนหนึ่งเข้ามากระซิบบอกหัวหน้าของพวกมัน

            “ไม่ต้องสนใจ พวกเราก็ระดับตั้ง 50กว่ากันแล้ว จะกลัวอะไรกับแค่เด็กวะ” หัวหน้าโจรว่า และสั่งให้ลูกน้องเข้าจู่โจมราดิชกับคูลแมน

            “คูลแมน น้องจัดการสองคนทางขวาใช้ดาบแบบที่พี่สอนนะ ที่เหลือพี่จัดการเอง” ราดิชรีบบอก คูลแมนพยักหน้ารับและพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้พร้อมร่ายเวทเพิ่มพลังไปด้วยทันทีทางด้านราดิชก็ใช้ทักษะมาเจสตี แต่ก็ยังยืนอยู่กับที่ พวกโจรไม่รอท่า รีบพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว

                โจรคนแรกพุ่งเข้ามา ฟันดาบในมือใส่ราดิชเขาเบี่ยงตัวหลบและต่อยสวนกลับไปอย่างรุนแรงด้วยทักษะพื้นฐานพาวเวอร์สไตร์คหมัดของราดิชต่อยเข้าที่หน้าของมันเต็มแรงจนหน้าหันไปอย่างน่ากลัวเขาหมุนตัวเตะเข้าก้านคอของเจ้าโจรคนนั้นจนอัดกระแทกลงกับพื้น ราดิชลองวิชาใหม่เขาสร้างอาวุธไร้สภาพขึ้น และทะลวงมือเข้าหัวใจของโจรชะตาขาดจนกลายเป็นแสงหายไปในที่สุด

                “บ้าน้ามันใช้มือเปล่าฆ่าคนได้ มันเป็นใครกันแน่” หัวหน้าที่เห็นฉากการต่อสู้นั้นถึงกับตกใจไม่ใช่น้อยที่ราดิชเอามือเปล่าทะลวงหัวใจลูกน้องของตน

                หลังจากหายตะลึง โจรอีกสองคนที่อยู่ใกล้ราดิชรีบพุ่งเข้าใส่เขาทันทีนักเวทกับนักธนูก็ระดมยิงใส่ในจังหวะที่เพื่อนของพวกมันบุกเข้าไป ราดิชหันกลับและชักดาบออกด้วยความเร็วสูงฟันใส่พลังเวทและลูกธนูจนสลายหายไป พวกโจรตกใจอย่างมากอีกครั้งที่มีคนใช้ดาบฟันใส่พลังเวทและลูกธนูแบบนั้นได้

                โจรสองคนที่พุ่งเข้าหาราดิชฟันดาบและแทงหอกใส่เขาราดิชเบี่ยงตัวหลบคมหอกและตวัดฟันใส่ดาบที่ฟันเข้ามาเฉียงๆ จนดาบเปลี่ยนทางเขาพลิกดาบฟันใส่เข้าคอหอยของอีกฝ่าย พร้อมอาศัยแรงจากการฟันหลบหอกที่แทงเข้ามา และพุ่งเข้าหามือหอกพร้อมตวัดดาบฟาดฟันอย่างรวดเร็วจนมือหอกตั้งรับไม่ทันกลายเป็นแสงไปอีกคนแล้วเขาก็หันหลังกลับไปฟันลูกธนูที่ยิงมาอย่างรวดเร็ว

                ตอนนี้พวกโจรตายไปสามคนแล้ว ส่วนทางด้านคูลแมนนั้นก็รับมือโจรสองคนได้อย่างไม่ยากลำบากนักราดิชเห็นว่าเสียเวลามามากแล้ว เขาใช้ก้าวพริบตาไปโผล่ที่ด้านหลังนักเวท และแทงดาบตัดขั้วหัวใจนักเวทคนนั้นเสียจากนั้นก็พุ่งเข้าหานักธนูพร้อมตวัดดาบฟันใส่ มือธนูก็ยกธนูขึ้นกันแต่ไม่อาจต้านทานได้ธนูในมือโจรคนนั้นถูกราดิชฟันหักไป คมดาบพุ่งเข้าเต็มอกของอีกฝ่ายจนผงะไปราดิชพลิกดาบตวัดฟันขึ้นตัดแขนซ้ายของมือธนูอย่างต่อเนื่อง

                อ๊าก!!!

                มือธนูร้องโหยหวนพร้อมทิ้งคันธนูที่หักไปแล้ว และพยายามเอามือปิดแผลที่ตอนนี้เลือดกำลังไหลทะลัก แต่ราดิชก็แทงเข้าใส่คอหอยส่งอีกฝ่ายไปเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกโจรที่อยู่ตรงนี้เหลืออยู่แค่ 3 คนซึ่งพวกมันก็เกี่ยงกันว่าใครจะเข้ามา สุดท้ายหัวหน้าโจรก็เลยถีบสมุนมือขวาและลูกน้องอีกคนเข้าใส่ราดิช

                ราดิชพุ่งสวนเข้าไปพร้อมตวัดดาบฟันใส่ทั้งสองจนกลายเป็นแสงหายไป และพุ่งเข้าหาหัวหน้าโจรที่ทำท่าจะวิ่งหนีพร้อมตวัดดาบฟันตัดเส้นเอ็นหลังเท้าทั้งสองข้างจนอีกฝ่ายหน้าคะมำไปกับพื้น

                อ๊าก!!!!!

            ราดิชตามเข้ามา พลิกตัวอีกฝ่ายให้หงายขึ้นเขามองมันอย่างสมเพช หัวหน้าโจรพยายามยันตัวถอยห่างจากราดิชและด่าทอใส่เขา “จำไว้เลยนะแก ถ้าข้าเจอแกอีก ข้าไม่ปล่อยแกไว้แน่” ขณะที่พูดก็พยายามถอยหนีไปด้วย

                “อย่างนั้นเลยหรือครับผมคงได้แต่หวังว่าคุณจะไม่ทำแบบนี้อีกนะครับ” ราดิชบอกและแทงดาบตัดขั้วหัวใจของหัวหน้าโจรอย่างฉับพลัน จนมันกลายเป็นแสงหายไปอย่างไม่ยินยอม

                ราดิชหันไปดูทางคูลแมนที่ตอนนี้จัดการไปได้คนหนึ่งแล้วและกำลังสู้ตัวต่อตัวกับอีกคนหนึ่งอยู่ซึ่งตัวคูลแมนก็มีแผลหลายแห่งอยู่เหมือนกันราดิชยืนมองคูลแมนสู้โดยไม่เข้าไปรบกวน ในที่สุดคูลแมนก็จัดการโจรคนนั้นได้ในที่สุดจากนั้นคูลแมนก็เก็บของที่ตก และเดินกลับมาหาราดิช

                 “โหพี่จัดการหมด 8 คนเลยหรอ ผมสองคนยังแทบแย่เลย” คูลแมนถามขึ้นและหยิบเอาน้ำดื่มออกมาดื่มแก้กระหาย

            “ถ้าเราฝึกหนักๆ ก็ทำได้แบบพี่เองนั่นแหละ”ราดิชบอก พลางเอาน้ำขึ้นมาดื่มบ้าง และยังแบ่งให้ปิกามอนที่ร้องขอด้วย

                “จริงเหรอครับพี่ผมจะพยายามครับ” คูลแมนบอก ทั้งสองนั่งลงพักเหนื่อยเมื่อหายเหนื่อยก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง

                พวกเขาเข้าสู่ช่องเขา แล้วออกสู่อีกด้านที่เห็นที่ราบและภูเขาดินที่แตกระแหงราดิชนั้นระแวดระวังขึ้นมาทันที เพราะมันเงียบมาก จนกระทั่งเดินเข้าไปไม่ไกลพวกเขาก็เจอสัตว์อสูรประเภทมดอยู่หลายตัว

                “คูลแมนระวังตัวด้วยมดพวกนี้ถ้าเราโจมตีมัน พวกที่อยู่ข้างเคียงก็จะจู่โจมด้วย พยายามหาตัวเดี่ยวๆจัดการก่อน” ราดิชกวาดตามองไปทั่วและกล่าวขึ้นเบาๆ เขาเริ่มเดินเข้าหามดตัวหนึ่งมันมีขนาดใหญ่พอๆกับรถยนต์ขนาดย่อม ลำตัวมีสีออกแดงเข้มเขาจัดการปล่อยคลื่นดาบใส่อย่างรวดเร็ว คลื่นดาบเข้าเป้าทุกลูกเจ้ามดยักษ์หันมาหาเขาพร้อมเสียงจากระบบดังขึ้นแจ้งระดับของมัน

                -สัตว์อสูรมดทหารลาดตระเวนระดับ42 เตรียมจู่โจม

                สิ้นเสียงระบบพวกมันก็พุ่งเข้าใส่ราดิชอย่างรวดเร็วราดิชพุ่งเข้าหามันพร้อมฟาดดาบลงพื้นทันทีที่พวกมดเข้ามาใกล้ด้วยทักษะเอ็กซ์โพลชั่นเบรกเปลวไฟระเบิดออกไปอย่างรุนแรงปะทะกับมดที่พุ่งเข้ามาจนมันกระเด็นกลับไปพร้อมกับมีไฟลุกท่วมตัว เขาพุ่งตามเข้าไปฟันใส่คอของพวกมันอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงของที่ตกไว้ แน่นอนว่าเจ้าปิกามอนก็ทำหน้าที่เก็บของได้เป็นอย่างดี

                ราดิชรู้สึกเป็นห่วงคูลแมนแต่เมื่อหันไปดูก็พบว่าคูลแมนกำลังจัดการมดตัวหนึ่งอยู่เมื่อเห็นคูลแมนสู้กับมดอย่างสบายๆ และจัดการมดตัวนั้นได้ราดิชก็เลิกเป็นห่วงและเดินเข้าไปหา

                “เอาแบบนี้แล้วกันเราเดินทางเข้าไปด้านใน แล้วเดี๋ยวพี่จะสอนจุดอ่อนของสัตว์อสูรพวกนี้ให้นะ”ราดิชบอก

            “จริงหรือครับพี่” คูลแมนถามด้วยความดีใจพวกเขาทั้งสองเดินต่อเข้าไปยังด้านในของดินแดนร้างและสังหารสัตว์อสูรจำพวกมดไปเรื่อยๆ นอกจากมดแล้วยังมีสัตว์อสูรบาซิลลิสต์อำพันระดับ46 อาศัยอยู่ พวกมันตกผลึกธาตุดินง่ายมาก ทำให้เป็นที่นิยมของเหล่าผู้เล่นมากเช่นกัน

                เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ ก็พบผู้เล่นที่มาเป็นกลุ่มและเก็บระดับอยู่ทั่วไปด้านในนี้มีมดอยู่อย่างชุกชุม แต่ถ้าจะให้เยอะสุดๆ คงต้องเป็นบริเวณรังมดที่อยู่ด้านในสุดของที่นี่รังมดนั้นเป็นดันเจี้ยนที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินพอสมควรมีปาร์ตี้ลงไปเก็บระดับเป็นจำนวนมากเหมือนกัน

                ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว ราดิชกับคูลแมนจึงหาที่ปลอดภัยแถวนั้นพักผ่อนกันหลังจากกางเต็นท์เสร็จเรียบร้อยพวกเขาก็กินข้าวเย็นโดยราดิชเป็นคนเลี้ยงหลังจากกินเสร็จคูลแมนเห็นว่ารอบๆ ยังพอมองเห็นอยู่จึงขอออกไปตีมดเพิ่มส่วนราดิชก็เช็คหน้าต่างข้อมูลและไอเทมที่ได้

                -ท่านสังหารผู้เล่น โจรนะเว้ยผู้เล่น... ได้รับค่าประสบการณ์ 80,000

            -ท่านสังหารสัตว์อสูรมดงานระดับ 41 ...ไปจำนวน185 ตัว ได้ค่าประสบการณ์จากปาร์ตี้ 832,500

            -ท่านได้รับค่าประสบการณ์รวม 912,500

                -ท่านได้รับเงินทั้งหมด 524,756 G

                ส่วนไอเทมที่ได้นั้น นอกจากผลึกธาตุดินที่ตกมามากแล้วยังมีแร่เงิน แร่เหล็ก ไหม แร่ตะกั่ว น้ำตาลก้อนที่ตกมาเป็นถุงใหญ่และยังมีเครื่องประดับระดับ B ที่ชื่อ แหวน ต่างหูและสร้อยคอน้ำตามดอีกหลายชิ้น พวกมันเป็นเครื่องประดับที่มีสีเงินเรียบๆ และมีอัญมณีสีน้ำตาลอ่อนประดับอยู่เขากับคูลแมนก็แบ่งกันไป คูลแมนบอกว่าเครื่องประดับน้ำตามดนั้นเป็นของที่คนทั่วไปหาได้ไม่ยากพวกมันตกง่ายมากจากพวกมดในดินแดนร้างแห่งนี้ ราดิชจัดการใส่ต่างหูและสร้อยทันที ซึ่งมันมีคำสั่งปกปิดอยู่ด้วยเขาใช้คำสั่งปกปิดต่างหูเอาไว้ ส่วนของที่เหลือเขาเอาเก็บไว้ก่อน จากนั้นก็นั่งอ่านข่าวสารต่อโดยมีปิกามอนอยู่เป็นเพื่อนเพื่อรอคูลแมนกลับมา หลังจากอ่านข้อมูลไปสักพักคูลแมนก็เดินกลับเข้ามาและนั่งลงตรงข้ามราดิช เด็กหนุ่มเอากระติกน้ำออกมาดื่มอย่างกระหาย

                “เป็นไงบ้างระดับขึ้นมาเท่าไรแล้ว”ราดิชถามขึ้นมาก่อน และส่งกระติกน้ำของตัวเองให้คูลแมน

            “44 แล้วครับพี่วิธีที่พี่สอนทำให้จัดการพวกมันได้ง่ายขึ้นมากเลย” คูลแมนตอบและรับกระติกน้ำจากราดิชไป เด็กหนุ่มเปิดกระติกดื่มน้ำไปหลายอึกเลยทีเดียว

                “ดีแล้วล่ะพรุ่งนี้พี่คิดว่า น่าจะเข้าไปลึกกว่านี้นะ เผลอๆ เราจะเข้าไปทัวร์รังมดกันสองคนด้วยคิดว่าเป็นไงบ้าง” ราดิชเอ่ยขึ้นมา

                “ไหวหรอพี่สองคนเองนะ” คูลแมนทำท่าทางไม่อยากจะเชื่อ

                “ไหวสิไม่ไหวเราก็เผ่นไง กลัวอะไรจริงไหม ฮ่าๆ” ราดิชบอกคูลแมนเด็กหนุ่มก็เห็นด้วยและหัวเราะร่วมไปกับราดิชอีกคน ทั้งสองคุยกันอีกพักใหญ่ๆ ก็แยกย้ายกันเข้านอนในเต็นท์ของตัวเองที่กางไว้ข้างกันราดิชเอาปิกามอนไปนอนกอดเป็นหมอนข้างตามปกติและหลับไปในที่สุด

     

                วันรุ่งขึ้นทั้งสองก็ตื่นแต่เช้าหลังจากกินข้าวเช้าและเก็บเต็นท์เรียบร้อยก็ออกเดินทางเข้าไปด้านในของดินแดงร้างกันด้วยความมุ่งมั่นพวกเขาเดินผ่านผู้เล่นซึ่งตั้งเต็นท์กันอยู่บริเวณนั้นที่ตอนนี้ก็เริ่มตื่นนอนกันบ้างแล้วหลายกลุ่มระหว่างเดินทางก็พูดคุยกับคนเหล่านั้นเพื่อเก็บข้อมูลไปด้วย ทำให้ราดิชได้รับข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

                เช่นข้อมูลที่ว่าภายในรังมดจะมีทางเดินที่วกไปวนมาและจะมีห้องอยู่เต็มไปหมด ข้างในนั้นมีมดทุกชนิดอยู่รวมกัน ถ้าหากเกิดการต่อสู้ขึ้นจะมีมดที่อยู่ในบริเวณนั้นเข้ามาร่วมวงด้วยและพวกมันยังเรียกเพื่อนจากห้องข้างเคียงมาช่วยได้ด้วย และที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของราชินีมดสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีคนนิยมมาล่ามาก เนื่องจากมันมีระดับแค่ 55เป็นจักรพรรดิที่มีระดับน้อยที่สุดและล่าง่ายอีกด้วย เพราะมันอาศัยอยู่ในรังมดชั้นลึกสุดและมีเวลาเกิดที่ค่อนข้างแน่นอนจึงทำให้มีการกระทบกระทั่งระหว่างผู้เล่นที่มาแย่งกันล่าราชินีมดกันมากพอสมควร

            โดยปกติแล้วพวกมดจะแพ้การโจมตีด้วยไฟทำให้ที่นั่นเป็นแหล่งเก็บระดับชั้นดีของนักเวท ปาร์ตี้ส่วนใหญ่จะหานักเวทเข้าร่วมด้วยชนิดที่ว่าขาดนักเวทไม่ได้เลยถ้าเป็นนักเวทระดับ 40 กว่า ยิงเวทไฟใส่มดพวกนี้ เต็มที่ประมาณสองถึงสามทีก็ตายแล้วแต่ถ้าเป็นอาชีพสายประชิดอื่นต้องโจมตีหลายทีกว่าจะตาย

                นอกจากนักเวทแล้ว พวกนักธนูนิยมมาเก็บระดับที่นี่เพราะผู้เล่นพวกนี้สามารถใช้ลูกธนูธาตุในการโจมตีได้ แล้วราดิชกับคูลแมนที่ออกเดินทางก็มาถึงรังมดสมใจหลังจากใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งวัน

    คล้ายกับเรื่องมหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online) ที่คุณอ่าน