บทที่ 9
ตั้งแต่จำความได้นอกจากร้านที่พ่อและทิ้งเอาไว้ให้แล้วก็มีแค่นาฬิกาพกเรือนนี้เรือนเดียวที่ไม่เคยห่างกายของเขามาก่อนวัสดุที่ประกอบขึ้นมานั้นไม่แน่ชัดแต่ที่แน่ๆมันมีความทนทานสูงมาก ทั้งยังบอกเวลาได้อย่างแม่นยำทำให้เข่ไม่เคยพลาดเวลาสำคัญๆเขามักจะอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้มองเทพธิดาทั้งสองที่สลักอยู่บนเรือนนาฬิกาในชีวิตทำให้มันเปรียบเสมือนกับสมบัติล้ำค่า
[ท่านได้ทำสัญญากับ กาลอนันต์ นับแต่นี้เป็นต้นไปกาลอนันต์จะเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว]
กาลอนันต์ คือชื่อของนาฬิกาเรือนนี้และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทราบถึงนามที่แท้จริงว่ามันไม่ใช่สิ่งของธรรมดา นาฬิกาพกเลื่อนหลุดออกมาจากกระเป๋าพร้อมทั้งปลดปล่อยกลิ่นอายเก่าแก่โบราณออกมาผลักดันพลังของแทโอกลับไป รูปแกะสลักเทพธิดาทั้งสองยังคงงดงามและอ่อนโยนเหมือนดังเคย
[กาลอนันต์กำลังวิเคราะห์ความสามารถของท่าน]
[ท่านได้รับทักษะ เคลื่อนกาล]
[ท่านได้รับทักษะ ประตูข้ามภพ]
[ท่านได้รับทักษะ จุดสิ้นสุดแห่งสรรพสิ่ง]
[ท่านได้รับทักษะจากกาลอนันต์ ท่านได้รับฉายา ผู้ควบคุมห้วงเวลา]
เสียงของโลกดังขึ้นถี่ยิบก่อนที่กาลอนันต์จะสวมลงบนคอของเขา น้ำหนักของมันไม่ได้สร้างอุปสรรค์ใดๆให้แก่เขาเลยซักนิดนอกจากมอบพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกาย ตอนนี้ร่างของเด็กหนุ่มได้แผ่กลิ่นอายเก่าแก่โบราณแบบเดียวกับกาลอนันต์
กาลอนันต์
แรงค์ Ex (ถูกผนึก เงื่อนไขไม่ครบ)
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี ???
ความทนทาน ไร้ขีดจำกัด
ผู้สร้าง ??? และ ???
เงื่อนไขการสวมใส่ ???, ??? และ เอเลน
มหาศาสตราที่ ??? และ ??? ตัวตนที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าทวยเทพแห่งสวนสวรรค์เอเดนร่วมกำลังกันสร้างขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่บุรุษที่พวกนางรักและห่วงใย วัสดุที่สร้างไม่ได้มาจากมิติปกติแต่ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่ากาลอนันต์คือสุดยอดศาสตราแห่งยุค
- มอบทักษะประเภท กาลเวลา ให้กับผู้ใช้งาน
- เมื่อไม่ได้อยุ่ในสถานะอาวุธมีโอกาส 25 % ที่จะเพิ่มพลังโจมตี 5000 หน่วย
- เมื่อสวมใส่ ทุกทักษะจะแสดงผลเพิ่มขึ้น 3 เท่าและลดทรัพยากรที่ต้องใช้ทักษะลงครึ่งหนึ่ง
- เพิ่มอัตราการฟื้นฟูตามธรรมชาติ 300%
- คำอวยพรแห่งการก่อกำเนิด ไม่สามารถรับสถานะผิดปกติใดๆก็ตามจากสิ่งมีชีวิตที่มีลำดับชั้นตั้งแต่เทพเจ้าลงไป ทั้งยังจะสะท้อนสถานะผิดปกตินั้นกลับคืนสู่ผู้ใช้
- คำอวยพรแห่งการสูญสิ้น ทุกๆครั้งที่สังหารสิ่งมีชีวิตใดๆก็ตาม ทุกสิ่งที่ตายภายใต้ผู้ครอบครองกาลอนันต์จะต้องมอบของมีค่าเสมอ
- (รูน) อาณาจักรพรรดิแห่งกาลเวลา
ระดับ 1(สูงสุด)
ประเภท ทักษะเรียกใช้
มานาที่ใช้ 500000 หน่วย
ระยะร่าย ไม่มี
ระยะหน่วง 24 ชั่วโมง
- อาณาเขตเวทมนต์แบบพิเศษที่สามารถใช้ผ่านกาลอนันต์ที่เป็นสื่อกลางเท่านั้น ทุกสิ่งที่อยู่ภายในอาณาเขตจะตกเป็นทาสของผู้ครอบครองกาลอนันต์
- ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตเวทมนต์ค่าความว่องไวลดลงครึ่งหนึ่ง
- ทักษะที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์กาลเวลามีพลังทำลายเพิ่มขึ้น 50 %
- ผู้ร่ายสามารถเร่งความเร็วได้ไม่เกินสองเท่าของค่าความว่องไวของตัวเอง
- ต้องจ่ายมานา 1000 หน่วย / วินาที เพื่อคงสภาพ
เอเลนเบิกตามองค่าสถานะของนาฬิกาพกหรือกาลอนันต์ตาแทบถลน ยุทธภัณฑ์ที่มีค่ามากพอที่จะทำให้แต่ละอาณาจักรแย่งชิงกันกำลังคล้องอยู่บนคอของเขาที่เอง
ยุทธภัณฑ์เกรดสูงสุดที่ไม่ว่าใครๆรู้จักคือแรงค์ S แต่กาลอนันต์กลับเป็นยุทธภัณฑ์เกรดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนแต่คาดว่ามันคงมีระดับสูงกว่าแรงค์ S อย่างไม่ต้องสงสัยด้วยคุณสมบัติสุดโกงมากมายที่ต่อให้เงื่อนไขสวมใสไม่ครบเขาที่มีเลเวลต่ำเตี้ยก็สามารถใช้งานได้
ไหนจะทักษะเวทมนต์แบอาณาเขตอันแสนหาได้ยากที่มาพร้อมกับเงื่อนไขการใช้งานที่แทบเป็นไปไม่ได้ห้าแสนแค่ค่าเดการใช้งานเขาก็ไม่มีปัญญาแล้วไหนเลยจะต้องเสียมานาภึงหนึ่งพันหน่วยเพื่อคงสภาพแต่อานุภาพของมันก็นับว่าสมเหตุสมผล
“มนุษย์ แกใช้เล่ห์กลอันใด”
แทโอที่ล้มหงายถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจมันที่เพิ่งได้รับพลังที่แข็งแกร่งมาอย่างดวงตาแห่งภูติไหนเลยจะต้องเกรงกลัวอำนาจของมนุษย์ตัวจ้อย เพียงตัวตามองก็มากพอจะสยบมนุษย์ทั้งสองให้สิ้นฤทธิ์แต่มันกลับถูกพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวสะท้อนกลับจนกลายเป็นมันเองที่ต้องยืนตัวสั่น
เอเลนไม่มีเวลามามัวพล่ามเหมือนแทโอ รีบพุ่งตรงพร้อมเขาไปพร้อมดายาวเล่มใหม่ ด้วยพลังของกาลอนันต์ที่ให้แผลที่บริเวณท้องดีขึ้นตามลำดับเขาจึงสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยความเร็วสูงสุดอีกครั้ง ร่างที่ผนึกเวทย์ฟาดดาบออกไปสุดล้า
แทโอไม่ยอมอยู่เฉยๆเป็นกระสอบทราย ด้วยพลังของดวงตาแห่งภูติแม้จะขยับไม่ได้แต่มันก็สามารถโจมตีได้
ครืนนน
แท่งหินแหลมผุดออกมาจากพื้นหลายสิบแท่งพุ่งเข้าหาเอเลนอย่างมุ่งร้าย เอเลนเบิกตากว้างด้วยจำนวนขนาดนี้เขาย่อมไม่สามารถหลบได้โดยไร้บาดแผล ทันใดนั้นเองกาลอนันต์ก็ส่งข้อมูลบางอย่างเข้าสู่สมองของเขาโดยตรง
เคลื่อนกาล
ระดับ 1 / 10
ประเภท ทักษะเรียกใช้
มานาที่ใช้ 500 หน่วย
ระยะร่าย ไม่มี
ระยะหน่วง 1 นาที
- เมื่อใช้ทักษะห้วงเวลารอบกายของผู้ร่ายจะช้าลง 1 วินาที โดยไม่แยกแยะมิตรศัตรู
- หากศัตรูกำลังร่ายทักษะ ทักษะจะถูกยกเลิกทันที
- ผู้ครอบครองฉายาผู้ควบคุมกาลเวลาจะไม่ได้รับผลกระทบของทักษะ
ความสามารถของทักษะใหม่ถูกส่งเข้าสู่ห้วงความคิดขงเด็กหนุ่มโดยตรง โดยไม่รีรอเขาร่ายทักษะถูกใช้ออกทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบพลันซีดลงเล็กน้อย กลุ่มแท่งหินจำนวนมหาศาลพลันช้าลงด้วยเช่นกันเอเลนใช้เวลาหนึ่งวินาทีให้คุ้มค่าที่สุดร่างสูงพุ่งผ่านกลุ่มหอกศิลาไปก่อนที่เวลาจะกลับมาเดินดังปกติอีกครั้ง
โครมมม
หอกศิลาพลาดเป้าเอเลนพลันเข้าประชิดแทโอในพริบตาพร้อมดาบที่ผนึกพลังเวทมนต์จนเต็มเปี่ยมสับลงมาเต็มแรง แทโอยกดาบมิธริลต้านเอาไว้จนเกิดเสียงดังก้องกังวาน
เพล้ง!
ดาบยาวแตกสลายแทบจะทันทีเอเลนเดาะลิ้นอย่างขัดใจรีบทิ้งระยะออกมาพร้อมกับเหวี่ยงกระเป๋าเป้ใส่หน้าของแทโอ โกเล็มศิลาพิสุทธิ์วาดดาบในแนวขวางผ่ากระเป๋ามิติจนขาดออกเป็นสองซีก
เคร้งๆๆๆ
เสียงโลหะกระทบกันถี่ยิบกระเป๋ามิติหากเสียหายหรือถูกทำลาย ทุกๆสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในจะถูกนำกลับออกมายังโลกภายนอก บรรดาศาสตราวุธมากมายพลันพุ่งออกมาจากรอยแยกของกระเป๋าอย่างไร้ทิศทาง แทโอตกใจจนรีบถอยไปด้านหลังก่อนที่มันจะถูกอาวุธระดับต่ำปีกตามร่างเป็นเม่น
“ชิ กลยุทธกระเป๋าฉีกก็ไม่ได้ผลงั้นเรอะ”
เอเลนสบถอย่างหงุดหงิด เขาลงทุกสละกระเป๋ามิติราคาหลายหมื่นเหรียญทองแต่ดูเหมือนแผนจะเป็นหมัน แทโอนั้นกลับร้ายกาจกว่าที่เขาคิดแทนที่จะได้เห็นร่างโกเล็มที่ถูกเสียบเป็นเม่นกลับกลายเป็นอาวุธทุกชิ้นล้วนพลาดเป้า
ไม่คิดให้มากความร่างสูงพลันคว้าดาบที่ปักอยู่ใกล้สุดก่อนพุ่งเข้าโรมรันอับแทโออีกครั้ง เสียงโลหะปะทะกับดังขึ้นถี่ยิบ เพียงสามสิบวินาทีเอเลนเปลี่ยนอาวุธมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบชิ้น แต่ละชิ้นล้วนต้านทานดาบมิธริลได้ไม่เกินสามครั้งก่อนจะพังลง
ยิ่งต่อสู้สีหน้าของเอเลนยิ่งบิดเบี้ยวบรรดาอาวุธมากมายที่ใช้ก็เปรียบเสมือนกับลูกๆของเขา แต่ตอนนี้หน้าที่ที่สำคัญของเขาคือยื้อเวลาจนกว่าเซลีนจะหลุดออกจากสถานะผิดปกติ
ใช่แล้วถึงเขาจะมีทักษะดาบผ่ามิติแต่มันใช้เวลาร่างตั้งห้าวินาทีแค่นั้นก็มากพอให้แทโอมุ่งเป้ามาปลิดชีพเขาได้แล้ว เอเลนกล้ำกลืนความเจ็บปวดและพุ่งเข้าแลกอาวุธกับแทโออย่างต่อเนื่อง
เซลีนที่ตัวแข็งทื่อไม่เข้าใจว่าทำไมเอเลนถึงหลุดรอดจากสถานะผิดปกติได้ไวนักแต่นั่นไม่สำคัญ ตอนนี้เธออดก่นด่าตัวเองไม่ได้ที่ประมาทไม่พกเครื่องรางป้องกันสถานะผิดปกติ ได้แต่รอเวลาที่สถานะผิดปกติจะหมดไปในห้านาที
[ท่านหลุดจากสถานะผิดปกติ]
ราวกับเสียงสวรรค์ เซลีนแทบจะพุ่งตัวออกไปรับดาบของแทโอแทบไม่ทันที อาวุธที่เอเลนนำออกมาพังไปเกินครึ่งร่างกายมีบาดแผลประปรายแต่ไม่อันตรยถึงชีวิต ถึงอย่างนั้นเขากลับสร้างความเสียหายให้แก่แทโอไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
หลังจากครอบครองดวงตาแห่งภูติแทโอจึงมีสถานะเป็นนายแห่งภูติ เขาสามารถสั่งภูติในบริเวณใกล้เคียงให้ทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการแต่ด้วยความที่มันไร้ความรู้ทำให้สามารถมอบคำสั่งหยาบๆให้แก่ภูติเท่านั้น
แต่นั่นก็มากพอจะสร้างความรำคาญให้แก่เอเลน ทุกๆครั้งที่การโจมตีของเขากำลังจะสัมฤทธิ์ผลภูติธาตุดินจะเสกโล่ดินขึ้นมาขัดขวางการโจมตีของเขาทุกครั้ง ที่เลวร้ายที่สุดคือแทโอสังเกตุได้ถึงน้ำหนักของดาบของเอเลนที่เพิ่มขึ้นมันจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้พลังของภูติเพื่อเสริมพลังดาบแล้ว
ซู่ว
ใบดาบมิธริลฉาบด้วยแสงสีน้ำตาลอันเป็นตัวแทนของธาตุดินมันสะบัดดับหนึ่งครั้งแรงกระแทกและน้ำหนักของดาบพลันเพิ่มพูนราวสามเท่าปัดสองหนุ่มสาวให้ปลิวกระเด็นได้รับกับใบไม้แห้ง
เอเลนคว้าเรดโพชั่นที่หล่นเกลื่อนมาได้จำนวนหนึ่งก่อนจะโยนให้กับเด็กสาว
“ถ่วงเวลาให้หน่อย ผมจะปิดบัญชีระหว่างนั้นทำความเสียหายให้ได้มากที่สุด”
“นายต้องการเวลาเท่าไหร่”
“ห้าวินาที”
เอเลนตอบก่อนจะคว้าดาบที่หล่นเกลื่อนมาด้วยแล้วถอยฉากไปด้านหลังปล่อยให้เซลีนรับมือแทโอเพียงลำพังแทโอที่รับมือกระบวนดาบของเด็กสาวมาหลายครั้งหลายคราเริ่มเกิดการเรียนรู้ ในบางจังหวะมันสามารถดักทางกระบวนท่าของเด็กสาวได้
ต้องรีบกำจัดก่อนมันจะเติบโตไปมากกว่านี้
เซลีนครุ่นคิดก่อนจะเร่งจังหวะกระบวนท่าน่าเสียดาบที่ซันโทเรียนของเธอนั้นมีเกรดเพียงแค่ B แม้กระบวนท่าของเธอจะเหนือล้ำกว่าแต่ก็ไม่อาจกดดันแทโอไปได้มากกว่านี้ ถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่ท้ายที่สุดแล้วทั้งเขาและเธอคงไม่แคล้วต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีกแน่
เอเลนถอยออมาพร้อมกระดกบลูโพชั่นหรือน้ำยาฟื้นฟูมานาไปหลายขวดก่อนจะเริ่มร่างทักษะดาบผ่ามิติ ทันใดนั้นเองในห้วงความคิดของเขานั้นพลันปรากฏภาพของเทพีเซเลสเทียกำลังเสียบดาบกลับเข้าไปในฝักข้างเอว
ฉึบ
โยไม่รู้ตัวร่างของเด็กหนุ่มพลันเสียบดาบกลับเข้าไปในฝักเหมือนกับที่เซเลสเทียร์กำลังทำไม่มีผิดทั้งยังแยกขาและย่อตัวลงเหมือนกับเทพีสาว ดวงตาสีทับทิมวาวโรจน์พร้อมกับที่มานาห้าพันหน่วยถูกลดลงไป เมื่อครบห้าวินาทีเอเลนพลันรีบตะโกน
“เซลีน หลบ”
ดาบผ่ามิติ
ครืนนนนน
ผืนดินสั่นไหวสายน้ำสั่นสะท้านคลื่นพลังที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถูกปลดปล่อยในวินาทีที่เอเลนกระชากดาบออกจากฝัก เซลีนที่มีสัญชาติญาณที่ดีเยี่ยมรีบหลบหนีในทันทีโดยไม่รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น และไม่ใช่แค่เธอที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติแทโอเองก็สัมผัสได้และย่อมไม่เชื่อว่าตัวมันที่มีร่างกายหลอมมาจากมิธริลแต่หารู้ไม่ว่าการกระทำของมันนั้นจะพาจุดจบมาสู่ตัวเอง
เปรี้ยงงงง!!!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวลากเกี่ยวร่างของแทโอไปตามแนวการโจมตี ต้องขอบคุณร่างที่หลอมมาจากมิธริลของมันที่ทำให้มันไม่ตายในทันที แต่แลกมาด้วยความเจ็บปวดเหลือคณานับจากการที่ร่างกายถูกแยกออกเป็นสองซีก ดวงตาที่เพิ่งได้รับมาคล้ายเห้นโลกทั้งสองสูงต่ำไม่เท่ากัน
20230
ค่าความเสียหายมหาศาลพลันปรากฏพร้อมกับที่ร่างของแทโอถูกแยกออกเป็นสองซีกและล้มล้มอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ ในใจของมันก่อนตายล้วนเปี่ยมไปด้วยคำถามแต่คงเป็นคำถามที่จะไม่มีวันได้ไต่ถามใครอีกไปตลอดกาล
ตึง
เสียงร่างสองซีกที่ไร้วิญญาณของโกเล็มศิลาพิสุทธิ์ล้มลงท่ามกลางสีหน้าอันตกตะลึงและไม่เข้าใจของเซลีน ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นผู้ใดที่มีเลเวลเท่าเอเลนสามารถสร้างความเสียหายได้สูงขนาดนี้มาก่อน
[ท่านสังหาร โกเล็มศิลาพิสุทธิ์ แทโอ]
[เนื่องจากท่านสังหารสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลสูงกว่าท่านทำให้ได้รับค่าประสบการณ์พิเศษ]
[เลเวลของท่านเพิ่มขึ้นเป็น 40]
[ทักษะ พลังเวทมนต์พื้นฐาน เพิ่มระดับเป็น 100 (สูงสุด)]
[ทักษะ ผนึกเวทย์ เพิ่มระดับเป็น 67]
เอเลนล้มหงายลงกับพื้นแม้จะสังหารแทโอได้แต่ก็กินแรงกายแรงใจของเขาไปมาก โชคดีที่การโจมตีคร้นี้เพิ่มค่าความเสียหายเข้าไปอีก 5000 หน่วยด้วยผลของกาลอนันต์ทำให้สามารถเด็ดชีพแทโอได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวแต่แล้วหลังจากที่เสียงของโลกประกาศจบ เสียงของสตรีที่ทรงอำนาจก็ดังขึ้น
[คำอวยพรแห่งการสูญสิ้นทำงาน]
[ท่านได้รับทักษะ แปรสภาพ ระดับ 1]
[ท่านได้รับดวงตาแห่งภูติ จำนวน 1 คู่]
[ดวงตาแห่งภูติมีจิตวิญญาณในตัวเองมันไม่ต้องการตกเป็นสมบัติของมนุษย์]
[ดวงงตาแห่งภูติกำลังหลบหนี]
ทันใดนั้นเองดวงตาแห่งภูติพลันหลุดออกจากศีรษะของแทโอก่อนจะมุ่งตรงไปยังเซลีนที่ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
[ดวงตาแห่งภูติเปิดเผยจิตมุ่งร้ายทำให้ท่านสามารถมองเห็นสถานะที่แท้จริง]
[ดวงตาต้องสาปแห่งภูติ ปรากฏตัว]
พริบตาเดียวดวงเสียงสีฟ้าสองดวงพลันกลายเป็นสีดำสนิทพร้อมกับการปรากฏของกลิ่นอายอันน่าสะอิดสะเอียน กับเอเลนนั้นไม่เท่าไหร่เพราะเขามีพลังพรแห่งการก่อกำเนิดคอบคุ้มครองอยู่แต่กับเซลีนนั้นเหมือนกับปลากระดี่ได้น้ำเจ้าดวงตาต้องสาปพลันมุ่งหาร่างสถิตย์ใหม่ในทันที
[กาลอนันต์สัมผัสได้ถึงพลังชั่วร้ายแต่แรก]
[กาลอนันต์คว้าจับดวงตาต้องสาปแห่งภูติ]
กึก
ดวงตาต้องสาปแห่งภูติพลันหยุดชะงักห่างจากใบหน้าของเซลีนไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทำให้เด็กสาวสามารถจ้องมองเข้าไปในดวงตาต้องสาปได้อย่างแจ่มชัดสิ่งที่เธอเห็นมีแค่พลังงานอันบิดเบี้ยวและเสียงร้องโหยหวนภายในดวงตาสองดวง
กาลอนันต์ใช้พลังไร้สภาพกึ่งจูงกึ่งลากดวงตาต้องสาปให้กลับมาทางเอเลน ดวงแสงสีดำสองดวงดิ้นพราดราวกับกำลังหวาดกลัวกาลอนันต์แต่กาลอนันต์ไม่สนใจทั้งยังส่งพลังงานสีขาวบริสุทธิ์เข้าสู่ดวงตาต้องสาป
[ดวงตาต้องสาปแห่งภูติได้รับพลังงานแห่งการก่อกำเนิดจึงถูกชำระล้าง]
ไวเท่าความคิดดวงตาทั้งสองพลันสลายเป็นผุยผงก่อนที่จะประกอบขึ้นมาใหม่เป็นดวงแสงสีฟ้าแบบที่เห็นในตอนแรก แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นแตกต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิงดวงตาแห่งภูติตตอนนี้ให้ความรู้สึกสงบและปลอดภัยกว่าในตอนแรกมากนัก ดวงแสงนั้นลอยมาตกอยู่บนฝ่ามือของเอเลน
[ท่านได้รับ ดวงตาแห่งภูติต้นกำเนิด]
[เริ่มต้นการหลอมรวม]
“อ้ากกกก”
แทบจะในทันทีที่สิ้นเสียงของโลกดวงแสงพลันวิ่งเข้ามาในดวงตาของงเด็กหนุ่มแต่เขากลับเห็นเพียงแสงสว่างเจิดจ้าที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดในรูปแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน คล้ายกับว่าเขากำลังถูกควักลูกตาทั้งเป็นก็ไม่ปานร่างสูงลงไปนอนดิ้นด้วยความทุกข์ทรมาณร่วมห้านาทีเป็นห้าวินาทีที่เขาจะไม่ลืมเลือนไปชั่วชีวิต
[การหลอมรวมเสร็จสิ้น]
“เป็นอะไร...นี่มันอะไรน่ะ”
เซลีนที่ไม่ได้ยินเสียงของโลกย่อมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียงดวงแสงสีฟ้าที่กลายเป้นสีดำก่อนจะกลายมาเป็นสีขาวพุ่งเข้าไปในดวงตาของเอเลนเท่านั้น เด็กสาวรีบเข้ามาดูอาการก็ต้องอุทานด้วยความประหลาดใจ
ดวงตาสียังคงเป็นสีทับทิมคู่สวยดังเดิมเพียงแต่มีลวดลายอันแปลกประหลาดอยู่บริเวณขอบตาดำกำลังหมุนวนอย่างช้าๆราวกับบริวารของดาวพฤหัส การมองเห็นของเขากลับมาดีดังเดิมแต่หหารู้ไม่ว่าเขาไม่สามารถมองโลกแบบเดิมได้อีกต่อไป