cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    อบิสครึ่งก้าวนักรบแห่งดวงดาว

    การสำรวจของไป๋ฉีเป็นไปได้อย่างราบรื่น ด้วยชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ จึงทำให้เขากลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนเหล่าอบิสระดับเทพสงครามหรือแม้แต่ระดับจ้าวพิภพยังไม่สามารถที่จะสังเกตุเห็นหรือสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้

     

    ไป๋ฉียังคงสำรวจพื้นที่ต่อไปสักพักใหญ่ ชายหนุ่มก็พบเจอเข้ากับเกาะๆหนึ่งที่อยู่ใจกลางสามเหลี่ยมแห่งความตาย ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าบินเข้าไปในทันทีในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นยิ่ง

     

    เมื่อเข้ามาถึงสิ่งแรกที่พบเจอคือพืชพันธุ์ที่ดูสวยงามและแปลกตา ราวกับพวกมันไม่ได้เกิดขึ้นมาบนโลกอย่างไรอย่างนั้น

     

    "ระวังนะเจ้าคะนายท่าน พืชพรรณบนเกราะแห่งนี้คืออบิส ดังนั้นอย่าประมาทไป"ขณะที่สำรวจอยู่เสี่ยวไป๋ก็ร้องตักเตือนออกมา

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ไม่ประมาทแล้วค่อยๆสำรวจไม่ได้รีบร้อนอะไร ยิ่งตัวเขาเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งพบเห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาพบเห็นอบิสประเภทสัตว์ป่าหลายตนที่อยู่ดีๆก็เดินไปให้เหล่าพืชพรรณบนเกาะนี้จับกินเสียอย่างนั้น

     

    เสี่ยวไป๋ราวกับล่วงรู้ความสงสัยในใจของชายหนุ่มจึงได้เอ่ยปากอธิบายให้ฟัง "การที่อยู่ดีๆอบิสเหล่านั้นเดินเข้าไปให้พืชพรรณกินง่ายๆ ก็เพราะพืนพรรญเหล่านั้นปลดปล่อยพิษหลอนประสาทและปลดปล่อยกลิ่นบางอย่างที่อบิสเหล่านั้นชื่อชอบออกมา เมื่ออบิสตนอื่นๆได้สัมผัสก็จะพากันเดินเข้าไปหาต้นตอของกลิ่นนั้นโดยไม่รู้ตัวอย่างที่เห็น"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่แท้พวกมันก็โดนล่อลวงเข้าไปนี่เอง โชคดีที่เขาใช้ชุดเกราะ ดาร์ก เอ็มเพออร์เรอร์ จึงทำให้ร่างกายไม่สัมผัสกับพิษและกลิ่นที่ว่า ไม่เช่นนั้นก็เกรงว่าตัวเขาคงจะโดนพืชพรรณเหล่านี้กลืนกินไปตั้งนานแล้ว

     

    สถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสรวงสวรรค์แห่งเหล่าพืชพรรณ แต่กลับกลันมันก็เป็นนรกของอบิสตนอื่นที่อยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน

     

    "ฉันไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพืชพรรณเหล่านี้ไปเติบโตอยู่บนแผ่นดินใหญ่จะเกิดอะไรขึ้น"ไป๋ฉีอดหวาดสะพรึงไม่ได้เมื่อคิดเช่นนี้ ไม่แน่มันอาจจะลุกลามขยายพันธุ์โดยไม่มีที่สิ้นสุดก็เป็นได้

     

    ไป๋ฉีบินสำรวจมานานในที่สุดก็ถึงใจกลางของเกราะแห่งนี้ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยสายธาราสีเขียวมรกตเป็นวงกลม ส่วนใจกลางของมันนั้นปรากฏต้นไม้ขนาดใหญ่สีดำที่แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วทุกสารทิศ แถมยังมีออร่าของพลังชีวิตที่มากล้น

     

    "นายท่าน นี่คือร่างจริงของพืชพรรณทั้งหมดบนเกาะแห่งนี้ หรือจะพูดง่ายๆคือพืชพรรณที่เราเห็นทั้งหมดล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งมันต้นไม้ต้นนี้ที่แผ่ขยายออกไปเพื่อหาอาหาร นายท่านมันคืออบิสหรืออสูรประเภทพืชพรรณระดับจ้าวพิภพขั้นสูงที่ใกล้จะทะลวงระดับนักรบแห่งดวงดาวแล้ว"เสี่ยวไป๋กล่าวรายงาน

     

    เมื่อได้ยินข้อมูลเช่นนั้นไป๋ฉีก็พลันดวงตาสั่นเคลือพร้อมกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ ระดับจ้าวพิภพขั้นสูงว่าแย่แล้ว แต่เจ้าอบิสตนนี้กลับจะบรรลุระดับนักรบแห่งดวงดาวอย่างนั้นหรือ นี่เป็นเรื่องที่แย่เอามากๆ

     

    "เสี่ยวไป๋ถ้าหากมันบรรลุขั้นนักรบแห่งดวงดาวจะเกิดอะไรขึ้น"ไป๋ฉีกล่าวถามไปตามตรงโดยไม่อ้อมค้อม

     

    "อืมม ปกติแล้วอบิสระดับเทพสงครามจะสามารถเบิกสติได้ ส่วนระดับจ้าวพิภพก็จะสามารถเรียนรู้ในการพูดและสื่อสารได้ ส่วนระดับนักรบแห่งดวงดาวนั้นโดยปกติอบิสจะสามารถจำแลงร่างกลายเป็นมนุษย์ได้ นี่คือพื้นฐานปกติที่นายท่านควรจะรับรู้เอาไว้"

     

    "แต่หากกล่าวในกรณีของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอบิสรูปแบบต้นไม้ต้นนี้ หากให้มันเติบโตไปจนถึงขั้นนักรบแห่งดวงดาวบางทีโลกใบนี้อาจจะกลายเป็นอาหารของมัน เนื่องจากพลังงานในอากาศไม่เพียงพอ ดังนั้นมันจึงอาจจะเลือกที่จะดูดกลืนพลังจากโลกแทน"เสี่ยวไป๋กล่าวราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ทว่ากลับทำให้ไป๋ฉีสั่นสะท้านหัวใจยิ่ง

     

    "ถ้าเป็นแบบนั้นเราต้องกำจัดมัน ตั้งแต่ตอนนี้"เขากล่าวออกมาด้วยท่าทีมุ่งมั่น

     

    เสี่ยวไป๋ถอนหายใจ "ไม่มีทางเป็นไปได้ นายท่านยังไม่มีพลังเพียงพอแม้จะใช้ชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ก็ตาม หากอยากจัดการมันนายท่านต้องไปให้ถึงระดับจ้าวพิภพขั้นกลางเป็นอย่างน้อยถึงจะมีโอกาสชนะ"

     

    น้ำเสียงของเสี่ยวไป๋ราวอัสนีบาตฟาดใส่กลางใจของไป๋ฉีเข้าอย่างจัง จริงด้วย แม้เขาจะเอาชีวิตเข้าแลกในตอนนี้มันก็เหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้งโดยเสียเปล่า

     

    "แล้วเสี่ยวไป๋ขอเตือนเอาไว้อีกอย่างนะเจ้าคะ หากนายท่านแจ้งระดับจ้าวพิภพให้มาที่นี่ นั่นเท่ากับว่าพาพวกเขามาตาย เพราะชุดเกราะนาโนเทคโนโลยีของโลกใบนี้มันกันพิษของอบิสต้นไม้ระดับจ้าวพิภพต้นนี้ไม่ได้"

     

    "ดังนั้นข้าว่ารอให้นายท่านบรรลุระดับจ้าวพิภพแล้วมันกำจัดมันเองจะดีกว่า แม้ว่ามันจะเหลือเพียงครึ่งก้าวที่จะเข้าสู่ระดับนักรบแห่งดวงดาวแต่ครึ่งก้าวนั้นก็ยังห่างไกลเอามากๆ นายท่านสามารถบรรลุระดับได้ก่อนที่มันจะเลื่อนขั้นอย่างแน่นอน"เสี่ยวไป๋ตอบใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความมั่นใจ

     

    "อืม ถ้าแบบนั้นก็คงไม่มีทางเลือก วันนี้จากที่สำรวจมาอบิสต้นไม้ยักษ์ต้นนี้นับว่าอันตรายที่สุดแล้ว เราไปเริ่มเรียนรู้และดูดซับกฏเกณฑ์แห่งแม่เหล็กกันดีกว่า"ไป๋ฉีกล่าว

     

    จากนั้นก็ค่อยๆถอยออกจากอบิสต้นไม้ยักษ์เรื่อยๆและหาสถานที่ๆเหมาะสมทำการเริ่มดูดซับกฏเกณฑ์แห่งแม่เหล็กในทันทีโดยไม่รั้งรออีกต่อไป

     

    ในขณะที่กำลังดูดกลืน มีเเสงสีน้ำเงินปรากฏขึ้นบนตัวของชายหนุ่มจากนั้นก็ค่อยๆกระพริบไหว ไป๋ฉีในชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์นอกจากจะเรียนรู้และดูดซับกฏเกณฑ์แห่งแม่เหล็กแล้ว เขายังอาศัยเวลานี้ในการควบแน่นพลังฟรอสและคอสมิคฟรอสในร่างกายด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

     

    เสี่ยวไป๋ปรากฏตัวออกมายังโลกภายนอกแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจ 'ต้องแบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นนายท่านของเสี่ยวไป๋ หากนายท่านไม่แข็งแกร่งโดยเร็วเกรงว่าโลกใบนี้อาจจะพินาศจากสิ่งที่มาถึงก็เป็นได้'

     

    นางกล่าวในใจพร้อมกับมองไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ก่อนที่จะหายตัวกลับไปด้านในหอคอยจักรวาลตามเดิม