เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 84 น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

    เมื่อสวี่มั่วพาทิเบตันมาสทิฟกลับมาถึงลานกว้างของเขตพักอาศัยก็หันไปมองมันที่ทั้งสกปรกทั้งเหม็นพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะเหลือบมองรอบด้านแล้วสายตาก็ไปหยุดที่สระน้ำไม่ไกลนัก จึงเอ่ยกับมันว่า “ไปโน่นสิกระโดดลงไปล้างตัวหน่อย ถ้านายยังสกปรกแบบนี้อยู่ละก็ ยัยลี่อิ่งไม่มีทางยอมรับเลี้ยงนายแน่”

            “หา? อ๋อ…ได้ๆ!ผมจะไปล้างเดี๋ยวนี้!” มาสทิฟสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบวิ่งพรวดไปที่สระแล้วกระโจนลงน้ำไปทันที

            เห็นเจ้ามาสทิฟที่เชื่อฟังกลิ้งเกลือกไปมาในน้ำอย่างตั้งใจล้างเนื้อตัวสวี่มั่วก็พยักหน้าอย่างพอใจ

            ถึงเจ้านี่จะดูท่าทางทึ่มๆ ไปบ้าง แต่ก็ถือว่าฟังคำสั่งดีนักหากเก็บไว้ข้างกายคงพอใช้การได้ เอาไว้ช่วยทำโน่นทำนี่ให้บ้างก็ดี

            ทิเบตันมาสทิฟใช้เวลาล้างตัวอยู่เกือบสิบกว่านาทีจนน้ำในสระเปลี่ยนสีไปครึ่งหนึ่งแล้ว จึงค่อยๆ ปีนขึ้นมาจากน้ำอย่างทุลักทุเล

            เพียงแต่ว่าต่อให้ล้างตัวแล้ว รูปลักษณ์ของมันก็ยังไม่เข้าท่าอยู่ดีขนตามตัวพันกันยุ่งเหยิงเป็นก้อนจนแก้ไม่ออก ดูยังไงก็เป็นหมาจรจัดแท้ๆไม่รู้ว่ายัยลี่อิ่งเห็นเข้าแล้วจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง…

            สวี่มั่วส่ายหน้า บอกให้มันสะบัดน้ำออกจากตัวคร่าวๆก่อนจะพากันเดินกลับไปถึงหน้าตึกพักอาศัย รออยู่ครู่หนึ่งจนมีคนเดินออกมาเปิดประตูเขาก็ถือโอกาสพาทิเบตันมาสทิฟแทรกเข้าไปในอาคาร

            ตอนนี้หกโมงเช้าแล้ว ฟ้ากำลังจะสว่างพอดี

            ไม่มีใครใช้ลิฟต์สวี่มั่วจึงพามาสทิฟเดินขึ้นบันไดจนไปถึงหน้าห้องตัวเองแล้ว…ก็ได้แต่ยืนรออยู่ข้างนอก

            เวลานี้จ้าวลี่อิ่งคงยังหลับอยู่ หากเคาะประตูปลุกขึ้นมาไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างไร สวี่มั่วจึงตัดสินใจรอให้เธอตื่นเองก่อนค่อยเคาะ

            ท่าทางชวนให้รู้สึกเหมือนผู้ชายแอบหนีออกไปเที่ยวกลางคืนแล้วกลับมายืนรอลุ้นอยู่หน้าประตู กลัวเมียจับได้อย่างไรอย่างนั้น…

            สวี่มั่วได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ เดินไปนั่งพิงผนังอยู่ด้านข้างแล้วเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเบื่อหน่าย

            เจ้าทิเบตันมาสทิฟไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ไม่เอ่ยถามอะไรเพียงนอนหมอบซื่อๆ อยู่ข้างสวี่มั่วอย่างว่าง่าย

            จริงสิ เกือบลืมเรื่องนิยายไปเลยไม่รู้ว่ายอดกดติดตามจะเป็นยังไงบ้างนะ…

            สวี่มั่วเพิ่งนึกถึงนิยายที่เพิ่งลงเมื่อวานขึ้นมาได้เขาเข้าไปที่เว็บไซต์ Feilu แล้วก็พบว่าบนหน้าแรกมีแบนเนอร์โปรโมตนิยายของเขาเอง!

            'ตำนานแห่งเว็บนิยาย!สัประยุทธ์ทะลุโลกทำลายสถิติติดต่อกัน!!'

            พื้นหลังสีแดงสดใสสะดุดตา มีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนข้อความบรรทัดนี้ไว้

            สวี่มั่วรู้สึกสงสัยจึงกดเข้าไปดู แล้วก็ถูกพาไปยังหน้าพิเศษโดยทันที

            'เปิดตัวด้วยการลงหนึ่งร้อยตอน!ลงวันละหนึ่งร้อยติดต่อกันสามวัน! สามวันขึ้นวางขาย!วันแรกที่ขึ้นขายก็ปล่อยหนึ่งล้านตัวอักษร! ยอดกดติดตามแตะหนึ่งล้านภายใน 24ชั่วโมงแรก! ตำนานแห่งเว็บนิยาย! สัปยุทธ์ทะลุโลก!ที่นี่…คือโลกแห่งพลังต่อสู้…'

            เมื่อเห็นเนื้อหาในหน้าโปรโมต สวี่มั่วก็อดอุทานในใจไม่ได้ “เฮ้อ!ยอดกดติดตามหนึ่งล้านเลยเหรอ! มันจะเว่อร์ไปหน่อยหรือเปล่า”

            เดิมทีเขาคิดว่าตัวเลขนี้เป็นเพียงการโฆษณาเกินจริงของเว็บไซต์แต่พอเข้าไปดูข้อมูลผู้ติดตามในระบบหลังบ้านนักเขียนของตัวเองกลับพบว่ามันเป็นเรื่องจริง!

            ยอดกดติดตามสูงสุด: 1,088,655!!

            ยอดผู้ติดตามกดซื้อครั้งแรก: 105,633!

            ค่าต้นฉบับเมื่อวาน: 613,572!!

            “เชี่ย!” สวี่มั่วเผลออุทานออกมาเสียงดัง

            เขารู้อยู่แล้วว่า ‘สัประยุทธ์’ ต้องดังเป็นพลุแตกในโลกนี้แน่นอนแต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะดังถึงเพียงนี้!

            ต้องรู้ไว้ว่าในโลกเก่าของเขา แม้แต่เทพเจ้าแห่งวงการเว็บนิยายหากนิยายใหม่ขึ้นวางขายแล้วมียอดกดติดตามได้ไม่กี่หมื่นภายใน 24 ชั่วโมงแรกก็ถือว่ามหาศาลแล้ว

            แต่ในโลกนี้ ‘สัประยุทธ์’กลับมียอดกดติดตามทะลุหนึ่งล้านตั้งแต่วันแรก! ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!!

            ดูท่าคนอ่านนิยายเว็บในโลกนี้มีมากกว่าโลกก่อนของเขาจริงๆแน่นอนว่ายังมีอีกปัจจัยสำคัญ…เพราะโลกนี้ไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์!

            แม้ว่ายอดผู้ติดตามกดซื้อครั้งแรกจะมีเพียงหนึ่งในสิบแต่เหตุผลสำคัญก็มาจากการที่สวี่มั่วลงตอนใหม่มากเกินไปจนผู้อ่านส่วนใหญ่ยังอ่านไม่ทันทั้งหมดที่วางขายไป

            กระนั้น แค่รายได้จากกดติดตามเมื่อวานวันเดียวก็สูงถึงหกแสน

            นี่มัน…น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

            นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการโดเนตอีกนับหมื่น!

            ถึงจะเป็นเงินที่ดูเหมือนไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรดีอีกทั้งนิยายเองก็เป็นการลอกมา แต่เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้สวี่มั่วก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจอยู่บ้าง

            “ไม่เลวๆ…ในเมื่อทุกคนให้การสนับสนุนขนาดนี้ก็ต้องอัปเดตต่อเนื่องสิ…”

            สวี่มั่วพึมพำในใจ แล้วสร้างตอนใหม่ขึ้นมา ก่อนจะเริ่มพิมพ์ต่อทันที

            เขาอัปเดตต่อเนื่องทีเดียวสามร้อยตอนรวมเนื้อหาเกือบหนึ่งล้านตัวอักษร กว่าจะหยุดลง

            เมื่อหันไปมองทิเบตันมาสทิฟข้างตัวก็เห็นว่ามันเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ สวี่มั่วจึงเหลือบมองเวลาตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงนิดๆ ตามนิสัยของจ้าวลี่อิ่งก็คงใกล้ตื่นแล้ว

            ระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงขยับเบาๆ ดังมาจากในห้อง

            ดูท่าจ้าวลี่อิ่งจะตื่นแล้ว

            สวี่มั่วเดินไปที่หน้าประตู ยกอุ้งเท้าขึ้นเกาแกรกๆ…

            “หืม?”

            ในห้อง จ้าวลี่อิ่งที่กำลังขยี้ตาเดินงัวเงียไปห้องน้ำพลันชะงักเงยหน้ามองไปทางประตูพลางพึมพำ “เสียงอะไรน่ะ”

            เธอตั้งใจฟัง พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินไปที่ประตูมองลอดตาแมวออกไป

            “ไม่มีใครนี่”

            ขณะกำลังงุนงงอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีหัวสุนัขโผล่เข้ามาในลานสายตาเป็นฮัสกี้ตัวหนึ่ง

            มันถอยหลังเล็กน้อยเพื่อให้เธอมองเห็นชัดแล้วยังเงยหน้ามองตรงตำแหน่งตาแมวราวกับรู้ว่าเธอกำลังจ้องอยู่

            จ้าวลี่อิ่งอึ้งไปทันที “มั่วมั่ว?!”

            ตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองจำผิด จึงรีบหันไปมองในห้องนั่งเล่นแต่พอเดินไปที่ห้องนอนเล็กแล้วชะโงกดูด้านในจึงพบว่าฮัสกี้ของตัวเองไม่อยู่ในบ้านจริงๆ!

            เป็นไปได้ยังไง เมื่อคืนก็นอนอยู่ในห้องนี่นา? ทำไมถึงออกไปข้างนอกได้ล่ะ? หรือเราลืมปิดประตู?เป็นไปไม่ได้…

            จ้าวลี่อิ่งงุนงง สีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเดินกลับไปที่ประตูอีกครั้งแล้วเอื้อมมือเปิดออกทันที ก็เห็นฮัสกี้ยืนอยู่หน้าห้องจ้องมาที่เธอราวกับกำลังบอกว่า 'ฉันกลับมาแล้ว'

            จ้าวลี่อิ่งตะลึง “มั่วมั่ว ทำไมถึงออกไปข้างนอกได้กันเนี่ยหรือว่า...ว๊าย!!”

            พูดยังไม่ทันจบ ก็มีหมาดำตัวใหญ่โผล่พรวดออกมาจากด้านข้างอ้าปากโชว์เขี้ยวพุ่งเข้าใส่เธอทันที ทำเอาจ้าวลี่อิ่งตกใจจนกรีดร้องรีบถอยหลังโดยสัญชาตญาณ พร้อมทั้งผลักประตูปิดดังปัง!

            สวี่มั่ว “…”

            เขาหันไปมองทิเบตันมาสทิฟ มุมปากกระตุกพลางเอ่ยอย่างหงุดหงิด“ทำอะไรของนาย”

            ทิเบตันมองด้วยสายตางุนงง ตอบเสียงเรียบ “ก็ทักทายเจ้านายใหม่ไง…”

            “ใครเขาทักทายกันแบบนี้เล่า!นี่มันทักทายหรือจะขย้ำกันแน่!” สวี่มั่วพูดอย่างหมดคำ

            ทิเบตันทำหน้าตาน่าสงสาร “ผม…ผมแค่อยากทักทายจริงๆ นะ…”

            “พอแล้ว อยู่นิ่งๆ! หุบปากไปซะ! ห้ามโชว์เขี้ยวด้วย!แล้วก็ไปยืนข้างหลังฉัน!” สวี่มั่วถลึงตาใส่มัน ก่อนจะหันกลับไปทางประตูเงยหน้ามองตาแมว

            ในห้อง จ้าวลี่อิ่งใช้เวลาตั้งสติอยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆก้มลงมองลอดตาแมวอีกครั้ง เห็นฮัสกี้นั่งหมอบอยู่หน้าประตูส่วนหมาดำแปลกหน้าก็ก้มหัวทำท่าเชื่องๆ ยืนอยู่ด้านหลังมัน

            จ้าวลี่อิ่งงุนงงยิ่งกว่าเดิม

            นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมอยู่ๆ ฮัสกี้ถึงไปโผล่อยู่ข้างนอกแถมยังพาหมาดำตัวโตน่ากลัวกลับมาด้วยอีกตัว?!


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน