ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่51 เห็ดหลินจือมรกต

    33 1-2

    ตอนที่51เห็ดหลินจือมรกต

    เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยกล่าวออกมาเช่นนั้นเซียถงพึงทราบทันทีอยู่แก่ใจว่า เย่หลีเทียนผู้นี้แหละคือคนยุยงให้ฝ่าบาทพระราชทานเห็ดหลินจือมรกตชิ้นนี้ให้แก่คนตระกูลเฉิงใบหน้าของนางพลันเหลือบไอเยียบเย็นชั่วขณะ สาดสายตาแข็งกระด้างเข้าใส่อีกฝ่าย

    ทั้งสองสบสายตาเผชิญหน้ากันระยะเผาขนเปล่งแสงประหลาดวูบวาบ ส่องสะท้อนหลากคลื่นอารมณ์ปะทะกันผ่านดวงตา หลายพันความคิดโฉบแล่นสู่ห้วงสมองของเซียถงหลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ คู่มือที่กำแน่นก็คลายอ่อนอย่างเงียบงัน

    นัยน์ตาของนางแปรเปลี่ยนไปใบหน้าเย็นชาหาที่ใดเปรียบไม่ นางเหลือบหางตามองไปที่เซี่ยอี้เฉินปริปากเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

    “ข้าเป็นคนที่คว้าชัยชนะมาจนได้เห็ดหลินจือมรกตมาครอง หากฮูหยินเฉิงกล้าใช้อย่างไร้ยางอาย เจ้าก็อย่าลืมปกป้องมันให้เสียแล้วกันยามใดที่เผลอ มันตาย!”

    สิ้นเสียงกล่าวจบเซียถงก็หมุนตัวเดินจากออกไป นางก็เชื่อว่า ระดับเสียงเมื่อครู่ที่คำรามออกมามันก็ดังมากพอที่จะทำให้ฮูหยินเฉิงที่อยู่ด้านในได้ยิน แต่ถึงแบบนั้น เซียถงก็ค่อนข้างมั่นใจเช่นกันลำพังแค่คำขู่เหล่านี้ มันไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะหยุดไม่ให้นางแตะต้องเห็ดหลินจือมรกตชิ้นนั้นได้

    เซี่ยอี้เฉินทอดสายตาทจับจ้อบงแผ่นหลังของเซียถงที่เดินไกลห่างออกไปถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองไปท่างเย่หลีเทียน กล่าวขึ้นอย่างระมัดระวังว่า

    “ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่นี่คงมิใช่การดีเสียเท่าไหร่นักที่เอาเห็ดหลินจือมรกตของถงเอ๋อร์พยายามแทบตายไปให้ท่านแม่รองของนางเช่นนี้?”

    “แม้จะไม่ค่อยเหมาะสมแต่นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทต้องการ ท่านเสนาบดีเซี่ย อย่าได้เก็บงำเรื่องนี้ไปครุ่นคิดอีกต่อไป”

    เย่หลีเทียนยกมือขึ้นตบไหล่ของเซี่ยอี้เฉินเบาสองสามที

    เซี่ยอี้เฉินลอบถอนหายใจพลางขมวดคิ้วถักหนาจะไม่เป็นอะไรจริงๆงั้นรึ? กระทั่งเขาที่เป็นพ่อยังไม่อยากไปยั่วยุบุตรสาวชาติชั่วคนนี้เท่าไหร่นักเลย

    เซี่ยถงเดินกลับไปยังเรือนพักหลังน้อยของตนโดยมีอิ๋งเอ๋อร์ที่ติดตามอยู่เบื้องหลังตลอดเวลานี้เองนางกล่าวขึ้นชักสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่งว่า

    “เห็ดหลินจือมรกตชิ้นนั้นคุณหนูพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มันมาถึงขั้นเอาชนะหลัวซีมาได้นับว่ายากเย็นมิใช่น้อยแต่ไฉนฝ่าบาทถึงยกมันให้กับฮูหยินรองเฉิงเช่นนี้ได้? แล้วเหตุใดถึงไม่นำส่งมันมาให้เร็วกว่านี้ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน!”

    “สั่งได้ก็ถอนคำสั่งได้เช่นกัน”

    เซียถงเหลือบมองอิ๋งเอ๋อร์ที่ปั้นหน้าหงุดหงิดแสดงท่าทีเดือดดาลมาตลอดทาง แต่ตรงกันข้ามกับ นางที่ดูสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

    “คุณหนูหมายความว่าอย่างไร?จะเข้าเฝ้าฝ่าบาทเกี่ยวกับเรื่องนี้งั้นรึ?”

    อิ๋งเอ๋อร์เลิกคิ้วเอ่ยถามขึ้นมา

    เซียถงปิดปากเงียบไม่ตอบเผยปรากฏประกายแสงเจ้าเล่ห์สาดสะท้อนออกจากสายตาคู่นั้น ตราบใดที่มันยังไม่กินลงไปนางย่อมมีวิธีเอากลับคืนมาได้เช่นกัน

    ส่วนเย่หลีเทียนอืม.....นางจะจดจำเรื่องราวในครั้งนี้เอาไว้แม้นางยังไม่สามารถล่วงรู้ถึงระดับขอบเขตลมปราณที่แท้จริงของเย่หลีเทียนได้แต่ครั้งสุดท้ายที่ต้านปะทะกัน นางมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าหากเอาจริงน่าจะเหนือชั้นกว่าอยู่เล็กน้อย จะอย่างไร อีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีแห่งจักรวรรดิตงหลี่ มีอิทธิพลอำนาจมากมายอยู่ในมือตราบใดที่มันไม่ล้ำเส้น โจมตีกันโจ้งแจ้งเกินไปนางในตอนนี้เองก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับมันเท่าไหร่นัก

     คล้อยหลังเดินไปได้สักพักอิ๋งเอ๋อร์ก็เอนตัวเข้าไปชิดใกล้กับเซียถง กระพริบตาดวงใสปริบๆ กล่าวว่า

    “คุณหนูแน่ใจหรือเจ้าค่ะว่าจะชิงเห็ดหลินจือมรกตกลับมาได้?”

    “บางที...ข้าอาจจะได้กลับมามากกว่าหนึ่งชิ้นด้วยซ้ำ”

    มุมปากเชิดกระตุกทีหนึ่งเซียถงเผยรอยยิ้มลึกลับประดับแช่มบนใบหน้าพลางชมทิวทัศน์กอไผ่สีเขียวในสวนข้างทางอย่างสบายอารมณ์

    “แต่นี่จะเป็นไปได้อย่างไร? เห็ดหลินจือมรกตเป็นสมบัติล้ำค่าฟังว่าเป็นเครื่องบรรณาการแด่ราชวงศ์เท่านั้นได้เป็นรางวัลแค่ชิ้นเดียวก็ยิ่งกว่าฟ้าประทานแล้วใแต่คุณหนูยังต้องการเพิ่มเป็นสองชิ้น?”

    อิ๋งเอ๋อร์เหม่อมองอีกฝ่ายเจือแววประหลาดใจยิ่งยวด

    เซียถงเอาแต่ยิ้มไม่กล่าวอันใดเพียงชื่นชมทัศนียภาพ สีสันของต้นไผ่ใบเขียวเหล่านั้นที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าอิ๋งเอ๋อร์จะเอ่ยถามออกไปมากเพียงใด คำตอบที่ได้ก็มักจะเป็นอะไรเดิมๆไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก ท้ายที่สุดจึงทำได้แค่ปิดปากและกลับไปทำงานบ้านดังเดิม

    ประมาณสองชั่วยามถัดมาขณะที่เซียถงเอนกายนอนพักสายตาอยู่บนเก้าอี้ และกำลังจะผล็อยหลับไปนางก็พลางไปเห็นสาวรับใช้นางหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาหา กล่าวขึ้นท่าทีกังวลว่า

    “คุณหนูฝ่าบาทเรียกท่านไปเข้าเฝ้าเจ้าค่ะ!”

    “ในที่สุดก็เรียกตัวไปเสียที”

    เซียถงลุกขึ้นยืนยืดเหยียดร่างกายบิดขี้เกียจไปรอบหนึ่ง นางเอ่ยปากรำพึงเย้ยเยาะไปพลาง มุมปากกระตุกยิ้มเดินทางตรงสู่โถงหลักของจวน

    เมื่อมาถึงที่โถงหลักนางก็เห็นฝ่าบาทแห่งจักรวรรดิตงหลี่ ผู้สวมชุดคลุมมังกรสีทองอร่ามถัดจากนั้นก็เป็นเซี่ยอี้เฉินและคนอื่นๆที่นั่งไล่กันตามลำดับ

    เซียถงก้าวย่างตรงเข้าไปก้าวต่อก้าวที่เยื้องย่างปราศจากท่าทางเย่อหยิ่งหรืออ่อมน้อมถ่อมตนจนเกินงามกล่าวทำความเคารพต่อหน้าฝ่าบาทที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อันทรงเกียรติว่า

    “หม่อมฉันเซียถง คาราวะฝ่าบาท”

    เมื่อเห็นการปรากฏตัวของเซียถงไป๋หลี่หานที่นั่งอยู่ลำดับถัดจากฝ่าบาทขั้นหนึ่งก็อดคลี่ยิ้มกว้างมิได้เห็นนางกำลังจะย่อตัวโน้มให้ ทางด้านฝ่าบาทก็รีบยกมือปัดเอ่ยกล่าวน้ำเสียงอบอุ่นเป็นมิตรขึ้นว่า

    “ลุกขึ้นเถอะลุกขึ้น ข้าผู้นี้ได้ยินมาจากอัครมหาเสนาบดีเย่ว่า ที่เจ้าพยายามทั้งหมดในงานชุมนุมลมปราณก็หวังเพื่อจะนำเห็ดหลินจือมรกตไปใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่อแม่ของเจ้าข้ารู้สึกซาบซึ้งในความกตัญญูของเจ้าเป็นอย่างยิ่งและข้ามาที่นี่ก็เพื่อตอบแทนในความกตัญญูนี้ของเจ้าโดยจะขอมอบเครื่องประดับเพรชพลอยแก่เจ้า”

    คล้อยหลังพูดจบฝ่าบาทก็หันศีรษะ กวาดมองไปยังทิศทางนอกประตูโถงใหญ่ทำให้ทุกคนต่างเหลียวหลังหันไปมองตามๆกัน ทั้งนี้ฝ่าบาทยังกล่าวอีกว่า

    “ลองออกไปดูสิว่าชอบหรือไม่?หากยังไม่ถูกใจข้าจะสั่งให้คนของข้าพาเจ้าไปเลือกเองในวังหลวง”

    เซียถงเพียงเหลือบหางตามองออกไปนอกประตูก็ไปเห็นบรรดาข้าราชบริพารของฝ่าบาทประมาณหน้าถึงหกคน ยืนรออยู่ในลานข้างหน้าแต่ละคนถือประคองพานทรงสี่เหลี่ยมที่มีผ้ากำมะหยี่สีแดงคลุมอยู่เป็นฐานล่างบนหน้ามีทั้งอัญมณีเพชนพลอย ทองคำและเงินเหรียญจำนวนมากมายกองกันเป็นภูเขาขนาดย่อมภายใต้แสงตะวันสาดส่องลงมาเช่นนี้ ยิ่งทวีความงดงามให้สมบัติเหล่านั้น เปล่งประกายวิบวับน่าหลงใหล

    เซียถงชำเลืองมองปราดหนึ่งและหันขวับกลับมาในทันใดย่อตัวคุกเข่าลงอีกครั้ง เพิ่มระดับเสียงกล่าวออกมาดังลั่นว่า

    “หากฝ่าบาทต้องการจะมอบอัญมณีแก้วแหวนเงินทองเช่นนี้แก่หม่อมฉันจะเป็นการดีกว่าหากเปลี่ยนเป็นเห็ดหลินจือมรกตแก่ข้าแทน”

    “มิใช่ว่าเจ้าต้องการเห็ดหลินจือมรกตเพื่อช่วยรักษาอาการป่วยของแม่เจ้าหรอกรึ?เพราะข้าเห็นถึงความกตัญญูของเจ้าในจุดนี้จึงประทานเห็ดหลินจือมรกตแก่แม่ของเจ้าไปแล้ว”

    ฝ่าบาทกล่าวขึ้นด้วยความสงสัยในขณะเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นก็หรี่ลง แววประกายที่ดูเป็นมิตรเมื่อสักครู่หม่นลงหลายส่วน

    “เรียนฝ่าบาทแม่ของข้ามีสุภาพแข็งแรงดี ดังนั้น ข้ามิได้ต้องการเห็ดหลินจือมรกตไปเพื่อรักษาแม่ทั้งหมดที่ฝ่าบาทได้ยินเกรงว่าจะเป็นข่าวเท็จข้าต้องการเห็ดหลินจือมรกตก็สำหรับตัวข้าเองทั้งสิ้น มิใช่สำหรับแม่ของข้า”

    เซียถงประสานมือกล่าวตอบนางคิดแผนการรับมือไว้ทั้งหมดแล้ว ยามนี้ได้แต่ระเบิดหัวเราะเยาะอยู่ภายในใจ

    ฝ่าบาทเองก็ตระหนักดีกว่าแม่ของนางคือคนตระกูลหลี่ แต่ยามนี้กลับมอบเห็ดหลินจือมรกตแก่คนตระกูลเฉิง เป็นที่ชัดเจนว่าฝ่าบาทมีเจตนาพยายามผูกมิตรกับพวกพ่อค้ามั่งคั่งแต่จะให้เอ่ยกล่าวเช่นนี้ออกไปตามตรงก็ทำไม่ได้มิฉะนั้นใบหน้าตนเองคงไม่เหลือเช่นกัน

    “โอ้? ปรากฏว่าข้าเข้าใจผิดไปเองงั้นรึ? แค่วาจากลับลั่นออกไปเสียเนื่องจากข้ากล่าวออกไปแล้วว่า จะมอบเห็ดหลินจือมรกตแก่ตระกูลเฉิงแล้วข้าจะไปทวงคืนกลับมาได้อย่างไร?”

    ฝ่าบาทเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเผยแสดงสีหน้าดูลำบากใจออกมาให้แก่เซียถงได้เห็น

    “หม่อนฉันพยายามอย่างหนักเพื่อคว้าชัยชนะมาทั้งหมดก็เพราะปรารถนาเห็ดหลินจือมรกตชิ้นนั้นชั้นเดียวโปรดนำกลับมาคืนแก่หม่อมฉันด้วยเถิด!”

    เซียถงไม่ยอมคล้อยตามใจอ่อนใดๆยังคงประสานมือกล่าวกับฝ่าบาทด้วยน้ำเสียงวาจาหนักแน่น