ตอนที่แปดสิบสาม เต่าดำเก็นบุ
ครับ ในโลกที่แฟนตาซีเหล่านี้ ที่ชื่อของคนใช้ตามแนวตะวันตก เต่าเทพยังชื่อว่าเก็นบุตามแนวพู้ชึ้งเอ๊ยตามแนวญี่ปุ่นเหมือนเดิม
“เจ้ามาหาข้าด้วยสิ่งใดหรือ?”เสียงของเก็นบุเหมือนกับผู้หญิงมากทั้งที่ตัวใหญ่โต สมแล้วที่ใช้นักพากย์ชื่อดัง
“ข้ามีของมามอบให้กับท่าน”
แปร๋น
มูมักทำท่าไม่พอใจที่พี่กล้ามจะยกลังลังหนึ่งออกจากหลังของมันเลยเอาวงเขกหัวพี่กล้ามไปทีหนึ่งแต่ก็ยอมให้ยกลังขนาดใหญ่ลงจากหลังในที่สุด
“สัปปะรด”
ผมชูสัปปะรดสีทองให้กับเก็นบุเห็น
“ป้อนจนกว่าข้าจะพอใจและข้าจะให้ทุกสิ่งที่เจ้าขอ”
น้ำเริ่มกระเพื่อมจากหนองน้ำสาดเข้ามาแสดงถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเก็นบุ
“ทุกอย่าง?”
“ทุกอย่าง” เก็นบุกล่าวอย่างหนักแน่น
“ไม่เปลี่ยนใจ?”
“เริ่มได้แล้วไม่อย่างนั้นข้าจะเอาน้ำท่วมเจ้า”
เสียของผู้หญิงกับสภาพของเต่ายักษ์ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆแต่ก็ฝากด้วยน้ำสัปปะรดของผม
ผลไม้ที่ราคาแพงที่สุดในเกมส์
กร้วมๆ
กร้วมๆ
ผมสลับเอาไวน์มาไว้บ้าง
“เพื่อให้ทานเก็นบุหายคอแห้ง”
ผมจำของที่แต่ละคนชอบได้ไม่หมดแต่จำได้ว่า ของหายากกับของราคาแพงนั้นทุกคนจะชอบหมดยกเว้นแต่เป้นของที่เกี่ยวกับอีเวนท์โดยเฉพาะของแต่ละคน
เช่น ดอกไม้น้ำแข็งบนยอดเขาหิมะหรือผ้าไหมที่ต้องทำภารกิจในป่าแมลงพิษเอาหนอนไหมมาและเอามาให้ช่างที่ซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขา
ช่างเย็บผ้าคนเดมเสียชีวิตไปแล้วที่เหลือแต่หลานสาวที่ต้องการตามหาต้มหูที่หายไป..ฯลฯ
ก็พอนึกภาพออกนะครับว่ามันซับซ้อนขนาดไหนในเรื่องเควสต์ในเกมส์และผมคิดว่าความซับซ้อนก็คงไม่ต่างกัน
กลับกันเควสต์ของเก็นบุนั้นจะว่าเรียบง่ายก็ได้เพราะ”แค่ต้อง”เดินผ่านดันเจี้ยนป่าและเสือยักษ์มานั่นเองและเอาอาหารมาป้อนเก็นบุจนพอใจเท่านั้น
ตอนที่ไวน์ลอยไปผมสงสัยว่าตกลงกินไวน์อย่างไรกันแน่เปิดขวดเรอะ?
กร้วมๆ –
ขวดไวน์โดนเคี้ยวด้วยปากของเก็นบุอย่างง่ายดาย
สรุปกินแบบเดียวกับสัปปะรดคือกัดทั้งเปลือกและขวดไวน์ไปเลยสมกับเป็นสัตว์เทพจริงๆ
มูมักไพร์มก็ไม่น้อยหน้า
พอเห็นเก็นบุกินไวน์กับสัปปะรดแทนที่จะโยนมาให้ผมก็กินแข่งกับเก็นบุบ้าง
เก็นบุด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าก็ราวกับจะประชด รีบกินด้วยความรวดเร็วทันที
ทำให้สัปปะรดกองเท่าภูเขาที่ผมเตรียมมาลดลงด้วยความรวดเร็ว
จะไม่รู้ว่าชคดีหรือโชคร้ายที่มูมักไพร์มเน้นไปที่สัปปะรดไม่ใช่ไวน์
แต่นั่นก็ทำให้ผมต้องส่งสัญญาณไปที่พี่กล้ามและมาเรียให้ช่วยกันโยนสัปปะรดให้เก็นบุทานด้วยความรวดเร็วมากขึ้นก่อนที่มูมักไพร์มจะแย่งทานหมดก่อน
ผมงับหูของมาเรีย
“อ๊ายนายท่านล่ะก็ คนมองอยู่นะคะ อืมม”
มาเรียกอดผมผมกระซิบข้งหูเธอว่า
“ช่วยร้องเพลงกล่อมสัตว์เทพเก็นบุหน่อย”
มาเรียหอบหายใจและหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะรับคำ
“ค่ะนายท่าน”
มาเรียยืนเด่นและสูดลมหายใจเรียกความมั่นใจของเธอราวกับมีแสงสาดส่องมาทีมาเรีย
อ้าว มูมักไมเนอร์ใช้
[ flare ]ส่องแสง
มาที่มาเรียเองหรอกเรอะ?
ผมมองไปทางมูมักไมเนอร์ที่ยกดาบยักษ์ที่เล็กกงว่าดาบฆ่ามังกรโดยใช้ดาบยักษ์แบลบเดียวกับป้ายไฟของงานแสดงไอดอล
“ขอบคุณจ๊ะมูมักไมเนอร์”
เธอโบกมือขอบคุณมูมักไมเนอร์
มาเรียนี่มีคุณสมบัติครบที่ทำให้ผู้หญิงด้วยกันคิดว่าเธอตอแหลได้อย่างเป็นธรรมชาตินี่เอง
แต่นิสัยบางคนมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
มาเรียส่งเสียงร้องเพลงที่ทำให้เหล่สิงสาราสัตว์ถึงกับหยุดทำกิจกรรมที่ตนเองทำอยู่มาฟังเสียร้องเพลงอันไพเราของเธอ
แม้แต่เต่าเก็นบุก็ส่งเสียงในลำคอฮัมไปอย่างร่าเริงพร้อมไปกับมาเรียและเหล่านกน้อยและสรรพสัตว์
มีเพียงแค่มูมักไพร์มเท่านั้นที่ดวงตาส่องแสงประกายมุ่งมั่นกับเป้าหมายในการกินสัปปะรดเท่านั้น
แปร๋นๆ(ข้าชนะในการแข่งขันกินนะ)
สมกับเป็นสัตว์เลี้ยงส่วนตัวของดยุกหมูอ้วนจิตใจเข้มแข็งมาก