ตอนที่ 30
นักรบ !
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เฉินิหันไปมองยังขุนพลปีศาจกวางที่ไม่เหลือสภาพอันน่ามอง เขาเหลือแค่แรงที่จะปล่อยลมหายใจเข้าออกอย่างอิดโรยเท่านั้น คนแรกที่ถูกทรมานคือขุนพลปีศาจกวาง คนต่อไปย่อมต้องเป็ตัวเขาเองอย่างแน่นอน
บัดนี้เมื่อต้องถูกจองจำอยู่ภายใจกลางคุกใต้ดิน กระทั่งพลังมนตร์ตราทั่วทั้งร่างก็ยังถูกผนึกเอาไว้ อีกอย่างหากเขาคิดที่จะใช้แหวนเก็บวัตถุขุดสร้างเส้นทางอุโมงค์เพื่อหลบหนีสักสาย ก็มิใช่ว่าต้องใช้เวลากว่าสิบแปดปีกันหรอกหรือไง ?
อีกทั้งที่นี่ยังเป็ถึงส่วนลึกสุดใต้หุบเขาพรางอากาศ หากคิดที่จะขุดออกไป โดยการใช้แหวนเก็บวัตถุ เกรงว่าต่อให้ใช้เวลาถึงหมื่นปีก็ใช่ว่าจะทำได้
เฉินิหันไปมองโซ่ั์ภายในคุก ทันใดนั้นก็นึกได้ว่าครั้งหนึ่งที่ภายในจวนของตนเอง ได้เชิญคนมีความสามารถต่างๆนาๆมามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือนักสะเดาะกุญแจ เฉินิเคยเห็นเขาใช้เพียงเส้นผมในการสะเดาะกุญแจมากับตาตัวเอง ดังนั้นจึงได้ติดตามเพื่อร่ำเรียนเป็ระยะเวลาหนึ่ง เคล็ดสะเดาะกุญแจเดิมทีแล้วต้องทำให้สุกเหมือนแตงที่หลุดออกมาจากขั้วเอง[1] จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่อาจที่จะร่ำเรียนได้สำเร็จ
ทันใดนั้นเฉินิก็ได้บังเกิดความคิดที่ห้าวหาญขึ้น : “บรรลุเคล็ดสะเดาะกุญแจ”
“ติ่ง บรรลุเคล็ดสะเดาะกุญแจจำเป็ที่จะต้องใช้แต้มจริยธรรมน้อยเป็อย่างยิ่ง โดยที่จะสูญเสียสี่ในห้าส่วนของจริยธรรมเพียงหนึ่งแต้ม ้าที่จะบรรลุหรือไม่?”
“บรรลุ บรรลุทันที”
จากนั้นเฉินิจึงได้ยื่นมือดึงเส้นผมออกมาเส้นหนึ่ง เริ่มทำการสะเดาะกุญแจ แม้เรียนรู้เคล็ดสะเดาะกุญแจจนสำเร็จแล้ว กลับหาได้รู้สึกแตกต่างจากเดิมไม่ เขายังไม่สามารถสะเดาะแม่กุญแจได้เลยด้วยซ้ำ
การใช้เส้นผมเพื่อสะเดาะกุญแจไม่ใช่เป็เื่ไร้สาระหรอกหรือไง ?
ในที่สุดเฉินิก็เข้าใจว่าเหตุใดเด็กน้อยผู้นั้นถึงใช้เส้นผมสะเดาะกุญแจได้ เด็กน้อยผู้นั้นแน่นอนว่าต้องใช้เคล็ดกำลังภายในทำให้เส้นผมแข็งขึ้นมา ไม่เช่นนั้นจะไปสะเดาะกุญแจได้ยังไงกัน ?
เฉินิเสาะหาสิ่งของชิ้นใหม่ที่เป็เส้นแข็งๆ จนพบเข้ากับหนามขนเม่นก้านหนึ่ง เขาจึงยัดหนามขนเม่นเข้าใส่ภายในรูกุญแจ พร้อมกับใช้ใจััความสอดคล้องกันสองสามครั้ง
“แกร๊ก ! ”
แม่กุญแจได้ร่วงลงสู่พื้น
งงเลยละสิ ว่าตัวข้านี้จะมีทักษะในการสะเดาะกุญแจอยู่ด้วย !
เฉินิผลักประตูเปิดออก เมื่อััได้ว่าพลังมนตร์ตราไม่ได้ถูกผนึกไว้แล้ว ก็ได้จำแลงกายจนกลายเป็อีกาตนหนึ่ง พร้อมกับจัดการให้วิถีคัมภีร์อยู่ทางด้านหน้าสุด เฉินิกระพือปีกทั้งสองข้าง มุ่งหน้าหลบหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ในยามวิกาล
หุบเขาจิ้งจอกขาว
าาปีศาจทั้งห้าตนได้แยกย้ายกันอยู่ทั้งห้าทิศ โดยเว้นที่นั่งของาาปีศาจเอาไว้อยู่จุดหนึ่ง าาปีศาจจิ้งจอกขาวกล่าว : “บัดนี้เื่ทัพแนวหน้าในการศึกถือเป็เื่ที่คับขัน ไม่ทราบว่าพวกท่านได้สังเกตเห็นกันบ้างหรือไม่ ? ”
าาปีศาจจิ้งจอกขาวซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของสาวงามนางหนึ่ง บนร่างสวมไว้ด้วยชุดสีขาวที่ปกปิดส่วนที่เป็ขนปุกปุยของตนเองได้อย่างพอดิบพอดี หางจิ้งจอกทั้งสามที่ด้านหลังส่ายไหวอยู่เล็กน้อย เป็สิ่งที่ดึงดูดสายตาได้เป็อย่างมาก
าาปีศาจพยัคฆ์ดำรูปร่างหลังเสือเอวหมี[2] มีรอบเอวที่ใหญ่โต ยื่นมือเขย่าพลองเหล็กดำที่อยู่ในมือของตัวเอง : “พวกเรายังสามารถทำอะไรกันได้อีก พลังฝีมือของาาปีศาจราชสีห์อยู่เหนือพวกเราไปไกล หากว่าพวกเราออกศึก แล้วเกิดหนึ่งในพวกเราโชคร้ายถูกจับตัวไปจนถูกาาปีศาจราชสีห์นั่นกิน เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าเขาใช้กำลังเพียงหนึ่งต่อกรกับศัตรูทั้งสี่ ก็ใช่ว่าพวกเราจะเป็คู่ต่อสู้ของเขาได้! หากพวกเราไม่ออกศึก ใช้แต่เพียงปีศาจชั้นสูงที่เป็บริวารคอยชิงความได้เปรียบ จึงจะมีโอกาสที่พวกเราจะเอาชนะาาปีศาจราชสีห์ได้ ! ”
าาปีศาจของธารพญาเต่าก็คือผู้เฒ่า บัดนี้มีชีวิตอยู่มานานนับพันปีแล้ว กระทั่งเส้นผมขนคิ้วล้วนแต่ขาวโพลน : “ทางด้านของยาหวูเต้านั้นเป็อย่างไรบ้างแล้ว ? ”
าาปีศาจจิ้งจอกขาวกล่าว : “ยังไม่มีข่าวส่งมาเลย”
ทันใดนั้นบนที่นั่งของาาปีศาจตนที่หกก็ได้มีอีกาตัวหนึ่งบินลงมา พร้อมกับหันไปมองาาปีศาจทั้งห้าตนที่อยู่ภายในห้องโถง าาปีศาจทั้งห้าตนต่างก็มีค่าดัชนีความเสี่ยงเพียงแค่ระหว่าง 300 ถึง 400 กันเท่านั้น ไม่แปลกใจเลยที่บัดนี้ต้องมาร่วมมือกัน อย่าว่าแต่บอกให้ไปสู้กันตัวต่อตัวเลย กระทั่งใช้สองคนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของาาปีศาจราชสีห์
เฉินิได้คืนสู่ร่างเดิม พร้อมกับนั่งลงไปบนส่วนที่เป็ที่นั่ง ในเวลาเดียวกันก็ได้นำเคล็ดอีกาเพลิงเคลื่อนย้ายไปอยู่ทางด้านหน้าสุดของเต้ากง
ห้าาาปีศาจััได้ถึงกลิ่นอายปีศาจในระดับาาปีศาจปรากฏขึ้นมา ขณะนี้ในห้องโถงใหญ่ได้มีาาปีศาจเพิ่มขึ้นมาอีกตนแล้ว ต่างพากันหันมองไปทางเฉินิ
าาปีศาจจิ้งจอกขาวกล่าว : “คาดว่าท่านคงจะเป็าาปีศาจยาหวูเต้า ใช่หรือไม่? ”
ผู้เฒ่าเต่ากล่าว : “ท่านมีวิชาที่กระทั่งผีสางก็ยังไม่อาจตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ ไม่แปลกใจเลยที่สามารถเคลื่อนไหวอยู่ในหุบเขาพรางอากาศได้อย่างเป็อิสระ”
เฉินิพยักหน้า แล้วกล่าว : “ข้าได้ถูกเปิดโปงสถานะแล้ว าาปีศาจราชสีห์เองก็ได้ทราบถึงสถานะภาพของข้าแล้ว”
าาปีศาจจิ้งจอกขาวกล่าว : “ขุนพลปีศาจกวางเป็อย่างไรบ้างแล้ว เขาไม่ได้หลบหนีมาพร้อมกับเ้าอย่างงั้นหรือ ? ”
เฉินิถึงกับต้องลอบร่ำร้องว่าบัดซบขึ้นมาครั้งใหญ่ ไม่สิ แม้แต่ห้าาาปีศาจก็ยังไม่ทราบสถานะของขุนพลปีศาจกวาง แม้ว่าจะปัดไปว่าขุนพลปีศาจกวางไม่ใช่พวกเดียวกันก็ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใด ทั้งหุบเขาพรางอากาศต่างล้วนแต่คิดกันว่าขุนพลปีศาจกวางนั้นเป็ไส้ศึกไปกันแล้ว
ขุนพลปีศาจกวางสามารถที่จะอยู่ในสถานภาพเช่นนี้ได้ ช่างถือเป็ผู้ที่มีพร์อย่างแท้จริง
เฉินิยื่นมือตบเข้าไปบนที่นั่ง กล่าวขึ้นอย่างเดือดดาล : “ขุนพลปีศาจกวางได้ถูกจับตัวไปทรมานจนไม่อยู่ในสภาพของคนอีกต่อไปแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังไม่ยอม ปริปากออกมาสักคำเดียว”
เขายังสามารถกล่าวอะไรได้ ? ในเมื่อเขาก็หาได้ทราบไม่ !
าาปีศาจทั้งห้าตนต่างก็กล่าวด้วยอาการทอดถอนใจ : “ขุนพลปีศาจกวางถือว่าเป็ยอดนักรบผู้หนึ่งเลยทีเดียว บัดนี้ได้ตกอยู่ในมือของาาปีศาจราชสีห์ เกรงว่าคงจะร้ายมากกว่าดี”
“ความจงรักภักดีของขุนพลปีศาจกวางย่อมไม่เป็ที่สงสัยอีกแล้ว”
“ยาหวูเต้ามีนักรบที่ดีถึงเพียงนี้ แต่ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”
“หากว่าสามารถช่วยขุนพลปีศาจกวางออกมาได้ก็คงจะดี นักรบเช่นนี้ยังไม่สมควรที่จะตาย”
.......
เฉินิใบหน้าขึ้นสีดำคล้ำไปจนสิ้น จึงโบกมือเพื่อเป็สัญญาณให้าาปีศาจทั้งห้าตนหยุดพูดก่อน : “บัดนี้ ในมือของข้าได้มีแผนที่ทุกจุดของหุบเขาพรางอากาศ พวกเ้าจำเป็ที่จะต้องรีบกำหนดยุทธศาสตร์โดยเร็ว เข้าโจมตีหุบเขาพรางอากาศอย่างรุนแรงสักครั้ง อย่างน้อยก็ต้องทำให้สถานการณ์อยู่ในระดับทัดเทียมกันให้ได้ ! ”
าาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าว : “เช่นนี้ถือว่าดีที่สุด พวกเราาาปีศาจอย่าเพิ่งรีบเคลื่อนไหว ควรเริ่มออกศึกโดยการใช้ยุทธวิธีจนสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ในการต่อสู้กันระหว่างขุนพลปีศาจเอาไว้ให้ได้ ! ”
เฉินิหันไปมองาาปีศาจพยัคฆ์ดำ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ : “าาปีศาจพยัคฆ์ดำ บริวารของเ้ามีคนของหุบเขาพรางอากาศ หากไม่ใช่เป็เพราะบริวารของเ้าสร้างปัญหา ข้าก็คงไม่ถูกเปิดโปง ขุนพลปีศาจกวางเองก็คงจะไม่ถูกจับกุม! ”
าาปีศาจพยัคฆ์ดำกลอกดวงตาไปมาด้วยโทสะ กล่าวออกมาอย่างเดือดดาล : “อะไรนะ! เป็บริวารของข้าที่เป็ผู้ทรยศ! ทำให้พี่น้องต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างไม่ชอบธรรมเสียได้ ซ้ำร้ายยังทำให้ยอดนักรบอย่างขุนพลปีศาจกวางต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้อย่างงั้นหรือ? ข้าจะต้องลากตัวมันออกมาให้ได้ แล้วทำการถลกหนังแล่กระดูกของมันออกมาเพื่อเซ่นสังเวยให้แก่พี่น้อง!”
“ติ่ง หลบหนีออกจากหุบเขาพรางอากาศได้เป็ที่สำเร็จ ได้รับปราณรู้แจ้ง 800 แต้ม ค่าชื่อเสียง 80 หน่วย”
“ติ่ง แจ้งเตือนภารกิจค่ายทหาร ตามหาผู้ทรยศของพันธมิตรหกาาออกมา รางวัลปราณรู้แจ้ง 1000 แต้ม ค่าชื่อเสียง 100 หน่วย”
เฉินิกล่าว : “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าเองก็มีแผนการอยู่ หากว่าพวกเรากระจายข่าวลือ ประกาศออกไปว่าข้านั้นได้มีวิธีการที่จะสังหาราาปีศาจราชสีห์ ผู้ทรยศก็ไม่อาจที่จะอยู่นิ่งเฉยได้ ย่อมต้องคิดหาวิธีไปรายงานต่อาาปีศาจราชสีห์ ขอเพียงผู้ทรยศเคลื่อนไหว พวกเราก็จะมีโอกาสในการจับกุมเขาออกมาได้! ”
เฉินินำเอาแผนที่ออกมาจากภายในแหวนเก็บวัตถุ วางเอาไว้บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ภายในใจกลางห้องโถงใหญ่ : “าาปีศาจพยัคฆ์ดำและข้าจะออกไปตามจับผู้ทรยศผู้นี้กันก่อน พวกเ้าทั้งสี่ จงวางแผนควบคุมยุทธศาสตร์ตามตำแหน่งบนแผนที่นี้ เข้าโจมตีหุบเขาพรางอากาศ”
าาปีศาจทั้งห้าตนได้พยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง ทั้งยังหาได้สงสัยในการจัดการของเฉินิแต่อย่างไรไม่
าาปีศาจทั้งสี่ตนได้เริ่มสั่งการกับทหารตามแผนที่ซึ่งได้รับมาจากเฉินิ ส่วนเฉินิได้สวมใส่ชุดคลุมที่ทำจากปีกสีดำไว้ทั้งร่าง พูดคุยหัวเราะกับาาปีศาจพยัคฆ์ดำ ปีศาจที่อยู่ในทัพพันธมิตรหกาา สามารถที่จะมองออกแล้วว่า เดิมทีาาปีศาจยาหวูเต้าแห่งหุบเขาพรางอากาศเป็พวกเดียวกับตน อีกทั้งยังเป็ถึงาาปีศาจตนที่หก ที่เป็าาปีศาจของทัพพันธมิตรหกาาอีกด้วย
ข่าวลือที่ยาหวูเต้าได้หวนคืนสู่พันธมิตรหกาาได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางก็ได้เล่าถึงรายละเอียดของคำประกาศว่าตัวเฉินิเองได้กลับมาแล้ว พร้อมกับกระซิบเข้าไปที่ข้างหูของาาปีศาจพยัคฆ์ดำ : “าาปีศาจพยัคฆ์ดำ ผู้ที่ทราบถึงสถานะของข้าจะต้องเป็ขุนพลปีศาจของท่านอย่างแน่นอน มิสู้ท่านลองเรียกเชิญขุนพลปีศาจบริวารของท่านมาประชุม แล้วประกาศไปว่าข้านั้นได้ทราบจุดอ่อนของาาปีศาจราชสีห์แล้ว มีวิธีที่จะฆ่าเขาได้ เมื่อถึงเวลา งูที่ล่อเอาไว้ก็จะออกมาจากถ้ำเอง”
าาปีศาจพยัคฆ์ดำพยักหน้าแล้วตอบ : “ข้าเองก็คิดเช่นนี้ ข้าจึงได้เตรียมการเอาไว้แต่แรกแล้ว ไปเถอะ ไปพบเหล่าขุนพลปีศาจที่เป็บริวารของข้ากัน”
.
.
.
.
[1] อุปมาว่า อ่านหนังสือหรือท่องหนังสือจนจำได้ขึ้นใจ
[2] กำยำล่ำสัน