สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 บทที่ 225 พบเห็นความอยุติธรรมบนท้องถนน

        “ราชาแห่งไบแซนไทน์ เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงปฏิเสธจะมอบตัวคนที่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตต้องการ? ช่างไม่รู้ที่ตายนัก!”

        เสียงทุ้มต่ำที่ตวาดอย่างเอาแต่ใจดังมาจากด้านหน้าค่ายทหารที่เล็กกว่าเมืองแซมบอร์ดครึ่งหนึ่ง ซุนเฟยเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรของค่ายทหารนั้นเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากล้อมรอบ ดวงตาของเขาเป็นประกายวูบหนึ่งก่อนจะรีบแทรกตัวเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่หน้าค่ายทหารนั้น ฝ่ายที่ดูเหมือนจะมาหาเรื่องมีประมาณสิบกว่าคน แต่ละคนสวมเกราะเบาสีดำและบนเกราะอกแกะสลักรูปดาบเปื้อนเลือดไว้

        นี่คือสัญลักษณ์ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต!

        ฮึๆยามตั้งใจหากลับหาไม่เจอ แต่ยามไม่หากลับบังเอิญได้เจอ

        ซุนเฟยเดินเบียดฝูงชนเข้ามาเรื่อยๆอย่างเงียบๆ จนมาถึงด้านหน้าสุด เขามองผ่านรั้วไม้ของค่ายทหารไปบนเสายักษ์ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง มันสลักตัวอักษรไว้ด้านบนสามคำ ‘ไบแซนไทน์’ ฝูงชนที่มุงดูต่างกระซิบกระซาบว่า สถานที่ตั้งค่ายทหารแห่งนี้เป็นของอาณาจักรเล็กๆแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าไบแซนไทน์

        ซุนเฟยไม่เคยได้ยินชื่อของอาณาจักรนี้มาก่อน แต่ด้วยเสียงซุบซิบนินทาจากคนดูรอบๆทำให้เขารู้ว่าอาณาจักรไบแซนไทน์เป็นอาณาจักรบริวารระดับหกที่อ่อนแอมากๆแต่อย่างไรก็ตาม สถานที่ตั้งค่ายของอาณาจักรแห่งนี้ภายในราชอาณาจักรเซนิทกลับตรงกันข้ามกับเมืองแซมบอร์ด อาณาจักรของเขาตั้งอยู่ที่ท่าเรือชายฝั่งทะเลทางทิศใต้สุดของราชอาณาจักรเซนิท สภาพภูมิอากาศดี วิวทิวทัศน์ก็งดงาม และยังครอบครองท่าเรือเล็กๆแห่งหนึ่งของราชอาณาจักรอีกด้วย สภาพภูมิศาสตร์ดีกว่าเมืองแซมบอร์ดมาก

        ค่ายทหารอื่นๆที่อยู่ติดกับค่ายทหารของอาณาจักรไบแซนไทน์ต่างล่วงรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ดี ดังนั้นซุนเฟยจึงได้อานิสงค์จากการกระซิบเล่าแบบปากต่อปากจากคนพวกนี้ อาณาจักรไบแซนไทน์นั้นอ่อนแอมาก ทว่ากลับได้ครอบครองสถานที่ตั้งที่เป็นท่าเรือเล็กๆที่สำคัญแห่งหนึ่งในราชอาณาจักร ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นเนื้อไขมันชิ้นโตที่อาณาจักรรอบข้างต่างต้องการ ราชาองค์ก่อนได้สวรรคตไปเมื่อสองปีก่อน ทิ้งองค์ชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะสืบทอดบัลลังก์ต่อ ส่วนเหล่าขุนนางที่เก่าแก่ก็ถืออำนาจทางการเมืองไว้ไม่ปล่อย ดังนั้นในตอนนี้ อาณาจักรไบแซนไทน์จึงเผชิญทั้งศึกนอกศึกในวุ่นวายไม่มีหยุด ครั้งนี้ราชาน้อยนำทหารมาเข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบด้วยตัวเอง พวกเขาแค่อยากจะรักษาอาณาจักรไบแซนไทน์ไว้เท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงถึงได้มาหาเรื่องพวกเขา

        กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเป็นหนึ่งในสามของกองกำลังที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักร พวกเขากระจายกำลังไปทั่ว ทั้งในและนอกเมืองหลวง โด่งดังในเรื่องเลวๆมียอดฝีมือจำนวนมาก ทั้งยังมีขุนนางในราชอาณาจักรให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ในค่ายทหารบริวารแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ มีเพียงอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งทั้งสิบอาณาจักรและอาณาจักรบริวารระดับสองบางแห่งเท่านั้นถึงจะทำให้กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตยอมถอย ดูเหมือนว่าอาณาจักรไบแซนไทน์จะถึงคราวซวยแล้วจริงๆไม่รู้ว่าหลังจากจบการแข่งขันการซ้อมรบครั้งนี้แล้ว อาณาจักรของพวกเขาจะถูกยกให้คนอื่นหรือไม่ และไหนจะเหล่ากองกำลังทหารรับจ้างที่น่ากลัวพวกนี้อีกที่จู่ๆก็เดินดุ่มๆ เข้ามาหาเรื่องถึงในค่าย

        “ข้าชื่นชมคุณหนูอิซาเบลล่าอย่างมาก ดังนั้นจึงอยากเชิญคุณหนูไปร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในเมืองหลวง ราชาไบแซนไทน์ เจ้ากล้าขวางข้างั้นหรือ?” ชายร่างสูงที่แบกค้อนแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าตัวไว้ด้านหลังสองเล่มเอ่ยปากถากถาง พลางยิ้มเยาะให้กับราชาน้อยตรงหน้า แสดงกริยาข่มขู่อย่างเต็มที่

        ราชาไบแซนไทน์มีใบหน้าหล่อเหลา ทว่ากลับเป็นเด็กที่มีร่างกายผอมบาง เห็นได้ชัดว่าถูกเลี้ยงดูให้อยู่อย่างสุขสบายมานานเกินไปทำให้อ่อนต่อโลกมาก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ความกังวลและทำอะไรไม่ถูก ร่างที่สวมชุดสีขาวสั่นเล็กน้อยด้วยความเครียด เขากุมมือสาวน้อยหน้าตาน่ารักไว้แน่นขณะที่โอบกอดร่างของสาวน้อยคนนั้นไว้ในอ้อมแขน ราวกับว่าจะดูแลสาวน้อยคนนี้ด้วยชีวิตของตัวเอง เขาตอบกลับชายร่างสูงคนนั้นด้วยน้ำเสียงกึ่งวิงวอนว่า “ท่านหัวหน้าแฮร์รี่ อิซาเบลล่านาง...นาง...นางไม่สบาย โปรดปล่อยนาง ปล่อยนางเถอะ!”

        ในฐานะของราชา การที่พูดออกมาแบบนี้แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรไบแซนไทน์นั้นอ่อนแอลงไปมากจริงๆ

        “ฮึๆ…ป่วยหรือ? งั้นดีเลย ที่สำนักงานใหญ่ของดาบโลหิตมีหมอและนักเวทที่ดีที่สุดในเมืองหลวงอยู่ เดี๋ยวพวกข้าจะนำนางไปรักษาเอง ดังนั้นรีบไปกันดีกว่า!” ชายร่างสูงไม่สนใจข้ออ้างของราชาไบแซนไทน์ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวที่ราชาน้อยพยายามปกป้องไว้ ดวงตาของมันส่องประกายวาววับ ด้วยรูปลักษณ์และสติปัญญาของสาวน้อยตรงหน้า ทำให้มันแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลืนกินนาง

        “พวกเจ้าบังอาจเกินไปแล้ว ท่านอิซาเบลล่าคือราชินีในอนาคตของอาณาจักรไบแซนไทน์ เป็นคนรักของฝ่าบาทและยังเป็นทายาทของตระกูลสูงศักดิ์ หาใช่คนที่พวกเจ้าจะมาร้องขอได้ง่ายดายไม่ อีกอย่างพวกหยาบช้าเช่นพวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาบีบบังคับราชาของข้า?” องครักษ์ประจำกายผู้ซื่อสัตย์ของราชาอาณาจักรไบแซนไทน์ทนไม่ไหวจนต้องเปิดปากตำหนิออกมา

        ปึง!

        เสียงค้อนทุบดังขึ้น

        หัวขององครักษ์ที่ซื่อสัตย์ถูกทุบจนกลายเป็นเศษเนื้อเละๆกระจายไปทั่ว

        ชายที่ชื่อแฮร์รี่แสยะยิ้มออกมา ค้อนยักษ์ของเขาชโลมไปด้วยเลือดเนื้อของราชองครักษ์ที่น่าสงสาร บดขยี้สมองขององครักษ์ปากดีผู้นั้นให้แหลกละเอียด จากนั้นก็เสียบไว้ที่หลังของตัวเอง ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่คิดจะอธิบายถึงการกระทำของเขา เขาทำราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งทุบไปนั้นเป็นเพียงหนอนแมลงที่น่ารำคาญตัวหนึ่ง หาใช่ราชองค์รักษ์ของราชาไบแซนไทน์

        “เจ้า...” ราชาอาณาจักรไบแซนไทน์ทั้งตกใจทั้งโมโห

        “ฝ่าบาท ท่านยังลังเลอะไรอยู่? รีบตอบรับข้อเสนอของหัวหน้าแฮร์รี่ไปสิ หรือว่าเพื่อผู้หญิงแค่คนเดียวท่านถึงกลับยอมตัดความหวังของอาณาจักรไบแซนไทน์ไป? ฝ่าบาท อย่าลืมสิ พวกเรายังต้องการความช่วยเหลือจากกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตอยู่นะ ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่มีหวังที่จะรักษาอาณาจักรไบแซนไทน์ในการแข่งขันการซ้อมรบได้นะขอรับ!” ด้านหลังของราชาไบแซนไทน์มีร่างของชายวัยกลางคนที่รูปร่างอ้วนเตี้ย สวมชุดหรูหราสีม่วงเข้ม เปิดปากพูดเร่งเร้าออกมา ดูจากรูปร่างลักษณะแล้ว เขาน่าจะเป็นขุนนางใหญ่ของอาณาจักรไบแซนไทน์ แต่คำพูดของเขาเวลาที่พูดกับองค์ราชากลับแฝงไปด้วยถ้อยคำต่อว่า

        “ไอค์ เจ้าเป็นเลขานุการของอาณาจักรไบแซนไทน์ ทำไมเจ้าถึงได้...เจ้า...”ราชาหนุ่มแห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ยกนิ้วชี้ไปที่ร่างอ้วนๆของชายในชุดสีม่วงด้วยท่าทางพูดไม่ออก

        “ฮึ! ฝ่าบาท กรุณารีบตัดสินพระทัยเถอะขอรับ อย่าเป็นทรราชเพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว และอย่าได้ทำลายความพยายามของราชาองค์ก่อน!” ชายร่างอ้วนพูดขัดขึ้นมาอย่างเย็นชา

        “ฝ่าบาท ช่วยข้า ช่วยข้าด้วย!” สาวน้อยคนนี้ราวกับกวางน้อยที่ตื่นตกใจ นางกอดราชาไบแซนไทน์แน่นพลางวิงวอนทั้งน้ำตา

        สายลมพัดผ่านร่างของเขา ทำให้เกล็ดหิมะตกลงบนหัวของราชาไบแซนไทน์

        ราชองครักษ์ที่ภักดีของเขาก็ถูกชายที่แสนอำมหิตตรงหน้าใช้ค้อนทุบหัวตายทั้งเป็น เลือดจากตัวศพชโลมย้อมหิมะบนพื้นจนเป็นสีแดง...

        ศัตรูของเขาใช้อำนาจบีบบังคับให้ส่งผู้หญิงที่เขารักที่สุดไปให้มัน

        ขุนนางของเขากลับช่วยคนเลวกระทำความชั่ว พูดจากดดันบีบคั้นเขา

        ตอนนี้ราชาไบแซนไทน์ใช้ร่างกายอันผอมบางของตัวเองแบกรับหน้าที่ที่หนักอึ้ง จนเหมือนกับร่างกายพร้อมที่จะแตกสลายลงได้ทุกเมื่อ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและไม่ยอมแพ้ยามทอดสายตามองไปยังหญิงสาวในอ้อมแขน ตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับเด็กหนุ่มธรรมดาๆที่กำลังพบเจออุปสรรคในความรักที่ยากจะก้าวผ่านไปได้

        “ฝ่าบาท ท่านกำลังรออะไร? หรือว่าท่านอยากจะทำให้หัวหน้าแฮร์รี่โมโหขึ้นมาจริงๆ? เพื่อผู้หญิงคนเดียวท่านถึงกับไม่สนใจอาณาจักรไบแซนไทน์เลยหรือ?” ชายวัยกลางคนในชุดสีม่วงถลึงตาใส่ราชาไบแซนไทน์พลางพูดกดดันอย่างเย็นชา

        “ข้า...” สายตาของราชาไบแซนไทน์เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะต่อสู้กับความขัดแย้งในใจของตัวเอง

        “ฮึ!” ชายร่างสูงค้อนคู่แค่นเสียงอย่างเย็นชาเพื่อเพิ่มแรงกดดัน ในขณะที่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตคนอื่นก็แสยะยิ้มเย็นชาออกมา

        “ฝ่าบาท อิซาเบลล่าจะไม่ยอมให้ท่านกลายเป็นทรราชของอาณาจักร ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง ท่านแฮร์รี่...อิซาเบลล่ายอมไปงานเลี้ยงกับท่านที่เมืองหลวงก็ได้ โปรดอย่าลืมสัญญาที่ท่านบอกว่าจะช่วยปกป้องอาณาจักรไบแซนไทน์ในการแข่งขันการซ้อมรบในครั้งนี้ด้วย...”

        เมื่อมองไปยังสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่ยินยอมในดวงตาของราชาน้อย สาวน้อยแสนบริสุทธิ์ก็พลันเข้าใจบางอย่าง นางถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะตัดใจถอยออกมาจากอ้อมกอดของชายอันเป็นที่รัก หยาดย้ำตาดุจคริสตัลปรากฏจากดวงตากลมโต ใบหน้าขาวนวลซีดจนน่าสงสาร ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่ตกลงมายังพื้นดิน ร่างบอบบางตัวสั่นเทาในขณะที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของกลุ่มทหารรับจ้าดาบโลหิตที่ดูไม่ต่างอะไรกับฝูงหมาป่า นางในตอนนี้เหมือนดอกไม้สีขาวที่อยู่ท่ามกลางลมหนาว บนใบหน้าที่แสนบริสุทธิ์เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเสียใจ

        “ไม่...” ราชาไบแซนไทน์คร่ำครวญออกมาอย่างสิ้นหวังและเจ็บปวด เขายื่นมือออกไปเพื่อจะฉุดร่างบางให้กลับมา แต่ก็ถูกชายวัยกลางคนที่อ้วนฉุดึงรั้งไว้

        “ฮ่าๆๆๆ!” เหล่าทหารรับจ้างโลหิตต่างหัวเราะออกมาอย่างสาสมใจ

        “ชิ…ไอ้พวกนี้นี่มันสัตว์นรกชัดๆ เพียงไม่กี่วันสาวน้อยทุกอาณาจักรต่างถูกพวกมันฉกชิงไปเป็นของตัวเอง อย่างน้อยๆก็ปาไปห้าสิบคนแล้วกระมััง...” บรรดาฝูงชนที่อยู่ด้านนอกค่ายทหารต่างถอนหายใจออกมาอย่างเห็นอกเห็นใจ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตใช้อำนาจของตัวเองตระเวนพาตัวสาวๆทุกอาณาจักรนำไปเป็นของขวัญให้กับผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังของพวกมัน แม้การกระทำที่ชั่วร้ายของพวกมันจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ทุกคน แต่เพราะกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตมีอำนาจแข็งแกร่งกว่าและยังมีขุนนางชั้นสูงให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นอาณาจักรบริวารจึงไม่กล้าโมโหและไม่กล้าพูดแย้งออกมา

        ส่วนลึกในจิตใจของซุนเฟยเหมือนกับถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ตรงหน้า

        โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมของราชาไบแซนไทน์กับสายตาที่สิ้นหวังและเจ็บปวดของสาวน้อยที่ชื่อว่าอิซาเบลล่า ไม่รู้ทำไมซุนเฟยถึงได้รู้สึกว่าสถานการณ์ระหว่างราชาไบแซนไทน์และสาวคนรักถึงได้คล้ายกับเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวเอง ในตอนแรกตัวเองก็ต้องพบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นกองทัพเกราะดำหรือเลขานุการบาร์เซิล ถ้าไม่ใช่ว่าตัวเองมีตัวช่วยอย่างโลก Diablo อยู่ล่ะก็ บางทีจุดจบของเขาคงน่าอนาถกว่าราชาไบแซนไทน์ไม่รู้กี่เท่า...

        เมื่อคิดถึงตรงนี้ซุนเฟยก็ดึงผ้าคลุมหัวออก

        “สังหารกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต อย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้สักตัว!”

        ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องตะโกนออกมาจากในบรรดาฝูงชน

        สิ้นเสียงตะโกนนี้ก็ตามมาติดๆด้วยบอลไฟสีแดงสดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสิบเซนติเมตรนับสิบลูกที่ถูกขว้างออกมา

        ตูมๆๆ!

        เปลวไฟที่ถูกขว้างออกมาอย่างกะทันหันได้เพิ่มอุณหภูมิของอากาศอย่างรวดเร็ว แสงสีแดงเข้มสว่างไสวในยามราตรี เวทมนตร์ที่ทรงอำนาจได้สั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่อยู่ด้านหน้าสุดไม่ทันได้ป้องกันตัวก็ถูกบอลไฟพุ่งเข้าโจมตี!

        “อ๊าก...”

        ทันทีที่ร่างของเหล่าทหารของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตสัมผัสกับบอลไฟ เปลวไฟก็ลุกไหม้ร่างของเขาทันที พวกมันพากันร้องโหยหวนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น แม้จะกลิ้งไปกลิ้งมาสักกี่หนแต่ก็ไม่อาจดับไฟที่กำลังลุกไหม้ร่างของพวกมันได้เลย ไม่นานพวกมันก็ถูกเผาเป็นตอตะโก อาวุธและชุดเกราะบนร่างถูกหลอมละลายกลายเป็นน้ำเหล็ก!

        ทั้งบริเวณต่างพากันตื่นตกใจ

        “ใครน่ะ?” หัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างแฮร์รี่ดึงค้อนออกมาพลางตะโกนอย่างโมโห ในขณะที่หมุนร่างกลับมา

        “ตาย!” ซุนเฟยเปลี่ยนจาก 'โหมดจอมเวท' เป็น 'โหมดคนเถื่อน' เขาหัวเราะในลำคอเสียงดังก่อนจะก้าวเข้าไปในค่ายทหาร ทั้งร่างเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ก้าวที่หนึ่งแผ่นดินสะเทือน ก้าวที่สองจิตวิญญาณสั่นกลัว ตอนนี้ซุนเฟยดูไม่ต่างอะไรกับเทพปีศาจที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ เขาก้าวไปด้านหน้าทีละก้าว

        ----------------------