ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่109 เข้าสำรวจแดนสมบัติ (1)

    62 2-2

    ตอนที่109 เข้าสำรวจแดนสมบัติ (1)

    หญิงสาวทั้งสองรวนหัวเราะอย่างมีความสุขประกายตาสีดอกท้อสวยของหยุนซีเปล่งประกายระยิบระยับท้ายที่สุดนี้นางอดใจเอื้อมมือเอนกายเข้าสวมกอดเซียถงมิได้ร่างอรชรเพรียวบางสองสายแนบชิดกัน หยุนซีโน้มริมฝีปากสีกุหลาบเข้าใกล้ใบหูของอีกฝ่ายเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบาว่า

    “เซียถงเจ้าต้องเป็นปราชญ์โอสถให้จงได้ มิฉะนั้นจำนวนเงินที่เจ้าติดหนี้ข้าในขณะนี้ต่อให้ชดใช้ทั้งชีวิตเกรงว่าไม่น่าหมดสิ้น!”

    “สบายใจได้ศิษย์คนนี้ไม่คิดจะจ่ายคืนอยู่แล้ว”

    เซียถงส่งยิ้มเจ้าเล่ห์สวนตอบ

    หยุนซีตะลึงงันไปชั่วขณะเอียงศีราะจับจ้องเซียถงเจือแววงุนงงฉุยฉาย ค่อยตบไหล่นางไปทีหนึ่งรวนหัวร่อกล่าวว่า

    “ก็คิดอยู่กับเจ้าแล้วแต่ก็หนีการตามล่าของข้าให้ทันเสียแล้วกัน”

    จากนั้นทั้งคู่ก็สบตากันเล็กน้อยก่อนระเบิดหัวเราะออกมา

    หยุนซียังคงยืนกรานว่าหากเซียถงมีสมุนไพรชนิดใดขาดเหลือ ก็สามารถมาขอที่ตนได้ตลอดเวลาแต่เซียถงก็ปฏิเสธกลับไปเนื่องด้วยเกรงใจ นางพยายามไม่ติดหนี้บุญคุณใครพร่ำเพรื่อหามิใช่สถานการณ์คับขันจริงๆนอกจากนี้เอง สมุนไพรที่นางต้องการที่สุดในขณะนี้ เกรงว่าแม้กระทั่งหยุนซีเองก็ไม่น่ามีเช่นกัน

    หลังจากแยกย้ายกับหยุนซีแล้วเซียถงก็เดินทางมายังภูเขาป่าสนพร้อมตะกร้าในมือโดยลำพังใบหญ้าเงินเป็นสมุนไพรที่หายากมาก เป็นพฤกษาที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาดเพราะมันจะซ่อนอยู่ใต้ดินในช่วงกลางวันและโผล่ออกมาในตอนค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น และจะปรากฏตัวออกมาให้เห็นเพียงแค่ครึ่งชั่วยามก่อนจะดำดินกลับไปซ่อนใต้ดินดังเดิม

    เมื่อมาถึงป่าสนเซียถงก็ก้มหน้าก้มตาเก็บสมุนไพรต่างๆ นานาที่นางต้องการ ก่อนที่จะรู้ตัวด้วยซ้ำนางก็เก็บสมุนไพรจนเพลิน ตรงเข้าไปในส่วนลึกของป่าสนเสียแล้ว ในระหว่างนั้นเองนางก็คล้ายกับว่าได้ยินเสียงธารน้ำรินไหลอยู่ทิศทางเบื้องหน้าจึงลองเดินตามเสียงดังกล่าวไปจนเจอเข้ากับถ้ำลึกลับแห่งนี้ที่มีไม้ซุงมากมายปิดกั้นทางเข้าเอาไว้อยู่

    ซึ่งเสียงธารน้ำไหลมันดังมาจากด้านหลังไม้ซุงมากมายเหล่านี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เซียถงจึงเริ่มลงมือทยอยแบกไม้ซุงเหล่านั้นออกไปปรากฏเป็นปากถ้ำขนาดพอดีตัวอยู่ตรงหน้า เห็นดังนั้นนางจึงมุดเข้าไปภายในนั้นโดยทันที ตัวถ้ำด้านในค่อนข้างมืดมากพื้นผิวทางเดินขรุขระปราศจากความเรียบเนียน ส่งผลให้เดินลำบากมิใช่น้อย

    ทอดสายตามองเข้าไปส่วนลึกอันมืดมิดภายในถ้ำยามนี้เซียถงเริ่มลังเลใจแล้วว่าควรไปต่อหรือพอเท่านี้? ทว่าชั่วอึดใจนั้นเองเสี่ยวฮั่วก็เปล่งเสียงดังส่งผ่านห้วงความคิดของนางขึ้นว่า

    “นายท่านควรเดินสำรวจด้านในก่อนสักครา บางทีอาจมีสมบัติดีๆ สักชิ้นสองชิ้นอยู่ในนั้น”

    ได้ยินดังนั้นเซียถงยกเท้าก้าวแช่มบุกตะลุยเดินหน้าต่อไปเสียงธารน้ำรินไหลเริ่มเปล่งดังชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อสืบเท้าก้าวหน้าแต่ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่มันก็ยิ่งเดินยากขึ้นเท่านั้นโดยเฉพาะกับช่วงความลึกที่เซียถงอยู่ในขณะนี้สะพานหินภายในถ้ำมีความกว้างเพียงครึ่งฟุตเท่านั้นและสองข้างทางทั้งซ้ายและขวาเป็นเหวลึกไร้ก้นบึ้ง

    เซียถงเดินทรงตัวบนสะพานหินทุกย่างเท้าแน่วแน่มั่นคงความกว้างแทบจะพอดีกับเท้าของนาง เหลือบแลสายตาทอดลึกลงไปยังเหวทั้งสองขางทางนางอดใจสั่นมิได้ พยายามรวบรวมสมาธิมุ่งความสนใจอยู่กับแค่ทางเดินสะพานหินด้านหน้าเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อย และในที่สุดเซียถงก็สามารถเดินข้ามาสะพานหินจนถึงอีกฝั่งจนได้และนี่คือจุดสิ้นสุดของถ้ำลึกลับแห่งนี้

    พอมาถึงที่หมายเซียถงถึงกับตาสว่างแพรวพราวในทันใดต่อหน้าเส้นสายตาปรากฏเป็นบ่อน้ำใสบริสุทธิ์ขนาดใหญ่มีน้ำตาที่ไหลหลากลงมาจากแนวดิ่ง เสียงตกกระทบดังใสแจ๋ว

    ทั้งยังมีเถาวัลย์สีเขียวขจีห้อยลงมาจากสองฝากฝังของธารน้ำตกปรากฏบุปผาที่กำลังเบ่งบานประดับประดาตามเส้นสายเถาวัลย์เขียวขจีเหล่านั้นหยาดวารีใสกระเด็นกระดอนเข้าตกกระทบกับบุปผาเบ่งบานเป็นหยดน้ำก้อนใสที่ถูกห่อหุ้มจับตัว

    เมื่อเดินเข้าไปใกล้ขอบบ่อน้ำเหมือนจะมีไอหมอกเย็นช่ำแรกสัมผัสกระทบผิวหน้า ควบแน่นเป็นหยดใสบนหน้าผากบางๆก่อให้เกิดความรู้สึกเย็นสบายสุดจะพรรณนาได้ เพราะจะอย่างไรตลอดทางที่เดินสำรวจเข้าถ้ำแห่งนี้มา เซียถงรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั่วทั้งร่างกายขนาดเสื้อผ้ายังเปียกชโลมชุ่ม สร้างความไม่สบายตัวอย่างยิ่ง

    ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกครั้งที่ขึ้นมาเก็บสมุนไพรบนภูเขาป่าสนเซียถงมักจะเดินสำรวจไปทั่วป่าจนติดเป็นนิสัยทว่าอย่างไรก็ไม่เคยค้นพบสถานที่ลึกลับและสุดแสนจะเงียบสงิบเฉกเช่นนี้มาก่อนเลยเหนือบ่อน้ำตกใสพิสุทธิ์ หลังคาถ้ำมีลักษณะเป็นรูโหว่ใหญ่ยักษ์ทำให้นางสามารถยลโฉมพระจันทร์สว่างไสวเคียงคู่กับดวงดาราประดับล้อมเดือนภายใต้แผ่นฟ้าราตรี โดยทั้งหมดทั้งมวลนับเป็นภาพฉากที่งดงามสุดจะบรรยาย

    เซียถงวางตะกร้าในมือลงยกมือถอดผ้าคลุมใบหน้าพร้อมชุดเสื้อผ้าออกโดยไวจากนั้นกระโดดลงไปในบ่อน้ำตกใสพิสุทธิ์โดยทันที

    น้ำภายในบ่อเยนสบายชื่นจิตชื่นใจยิ่งนักก้มศีรษะวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตา ชำระล้างรอยจุดด่างดำที่แต้มขึ้นเองออกเผยให้เห็นใบหน้าสตรีงดงามนางหนึ่งสะท้อนขึ้นจากผิวน้ำเป็นคลื่นระลอกเผชิญกับความงดงามอันหาผู้ใดเทียบไม่ต่อหน้า นางก็อดเชยชมมิได้พลางอมยิ้มทันทีทันใด สูดหายใจแช่มลึกสุดขั้วปอดเพื่อกักเก็บอากาศจากนั้นก็ดำดิ่งสู่เวิ้งลึกใต้บ่อน้ำในทันที

    ก้นบ่อน้ำตกใสพิสุทธิ์แห่งนี้ค่อนข้างลึกมากจำต้องใช้เวลาอยู่สักครู่หนึ่งถึงจะดำดิ่งถึงก้นบ่อ และทันทีทันใดเซียถงก็ค้นพบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว ถึงจะเป็นใต้น้ำลึกแบบนี้เซียถงก็ยังสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ถึงแบบนั้นก็เห็นเพียงแค่วัชพืชน้ำบางชนิดโบกไสวโยกไปมาเป็นหย่อมๆทว่ากลับไม่มีปลาแหวกว่ายเลยกระทั่งตัวเดียว พบเห็นความไม่ปกติเบื้องหน้านางก็อดสงสัยมิได้เลยเช่นกันว่าบ่อน้ำที่อุดมสมบูรณ์ปานนี้จะไม่มีปลาสักตัวเลยได้อย่างไร?

    “นายท่านภายในนี้มีของวิเศษอยู่!”

    ชั่วพริบตาต่อมาเสี่ยวฮั่วร้องอุทานลั่นกลางห้วงความคิดของเซียถงพินิจจากน้ำเสียงมันดูตื่นเต้นมาก

    “ของวิเศษ? มันอยู่ตรงไหน?”

    เซียถงเอ่ยถามติดตามโดยไวนัยน์ตาฉายแววประหลาดใจปนตื่นเต้นเช่นกันเพราะในตอนนี้มีของวิเศษอยู่ตรงหน้าของนางแล้ว!

    “มันต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในเบื้องล่างของบ่อน้ำแห่งนี้แน่นอนข้าสัมผัสถึงกลิ่นอายของมันได้ ถึงจะเบาบางมาก แต่สัมผัสข้าย่อมไม่ผิดเพี้ยนเดาว่า ของวิเศษชั้นนั้นน่าจะถูกบางสิ่งบางอย่างปิดผนึกเอาไว้อยู่นายท่านต้องใจเย็นค่อยๆ เสาะหาไป”

    เสี่ยวฮั่วกล่าว

    เซียถงเค้นเสียงตอบสั้นๆ กลับไปและแหวกว่ายวนหาอยู่ทั่วบริเวณก้นบ่อประมาณสองถึงสามรอบผ่านไปสักพักใหญ่คล้ายรู้สึดได้ว่าอากาศที่กักเก็บในปอดเริ่มเบาบางหมดลงจึงลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำเก็บกักอากาศชุดใหม่ก่อนดำดิ่งลงไปเพื่อค้นหาของวิเศษชิ้นนั้นต่อย่างไม่ลดละ

    แต่ทันใดนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวนางหนึ่งดังลั่นมาจากฝั่งเซียถงรีบวิ่งกลับเข้ามาหลบอยู่หลังโขดหินก้อนหนึ่งทันทีพอชะโงกหน้าเข้าสังเกตการณ์ก็พบว่าบนแผ่นหินขนาดใหญ่สีครามอมเขียวที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลมีชายคนหนึ่งในชุดคลุมหรูหรากำลังยืนตระหง่านอยู่บนนั้นทันทีที่เห็นว่าชายผู้นั้นเป็นใคร เซียถงถึงกับหัวใจกระหน่ำเต้นแรงแทบคลั่ง

    เย่หลีเทียนยืนเหนือศิลาแผ่นสีครามอมเขียวภายใต้แสงจันทราที่สาดส่องลงมาคู่คิ้วเสมือนใบดาบเข้ม จมูกคมสันตั้งตรงได้ทรงงามใบหน้าหล่อเหลายากเกินผู้ใดเทียบเคียงทว่าสิ่งที่ดูผิดปกติที่สุดบนใบหน้าอันหล่อเหลา กลับเป็นดวงตาสีแดงฉานของเขาท่าทางการแสดงออกดูราวกับสัตว์ป่าบ้าคลั่งริมฝีปากชุ่มชโลมไปด้วยเลือดสดไหลหยดลงสู่พื้นดังติ๋งๆ ซึ่งเลือดปริมาณนี้มันเกินกว่าคนปากแตกจนมีเลือดออกทั่วไป

    ในมือข้างหนึ่งของเขากำลังบีบคอหญิงสาวนางหนึ่งไว้อยู่ซึ่งนางคนนี้ศีรษะแหว่งไปครึ่งซีก ร่างกายดูไร้ชีวิตแขนขาห้อยต่องแต่งลงมาเห็นได้ชัดว่านางคนนี้ได้ตายลงไปแล้ว ปรากฏรอยฟันประดุจคมเขี้ยวสีแดงสดบนลำคอสีขาวผ่องระหงอย่างชัดเจนธารเลือดไหลเยิ้มหยดลงมาจากรอยฟันประดุจคมเขี้ยว

    ราวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าตรวจสัมผัสถึงบางสิ่งที่จับจ้องดวงตาสีแดงฉานของเย่หลีเทียนเหลียวขวับ หันเข้าจับจ้องไปที่เซียถงในทันใดรัศมีคลื่นพลังวิญญาณสีทมิฬขลับแสนชั่วร้ายปะทุคลั่งระเบิดออกมาจากกายาของเขาแรงระเบิดดังกล่าวชักนำลมพายุวงใหญ่หมุนติ๋วโคจรซัดกระแทกใส่โขดหินบริเวณเหล่านั้นจนแตกเป็นเสี่ยงเล็กเสี่ยงน้อยบนเนื้อหนังร่างกายของเย่หลีเทียนเต็มไปด้วยคลื่นพลังวิญญาณชั่วร้ายแสนข้นคลั่ก พลุ่งพล่านเดือดดาลไม่รู้จบ

    ศพของหญิงสาวในมือถูกโยนทิ้งกลางอากาศโดยไม่แยแสอีกต่อไประลอกคลื่นวายุขุมหนึ่งโหมกระเพื่อมเงาร่างของเย่หลีเทียนปราดพุ่งเข้าใส่ทางเซียถงด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าราวกับควบยอดอาชาหวังเข้าพิฆาตนางในชั่วอึดใจ!

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน