เทพสงครามมังกรเทวะ

เจ้าหลอกข้า

เฟยหรงหายตัวไปจากบริเวณนั้นในทันทีก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากที่ที่เกิดเหตุมากนัก อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะกางม่านพลังเอาไว้ก่อนที่ตนจะใช้กระบี่ลมปราณตัดหินก่อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลให้กลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมและวางนางลงให้นอนอยู่เช่นนั้น

 

เหตุผลที่เฟยหรงยังไม่พานางกลับไปช่างง่ายดาย หนึ่งเขาไม่อยากจะเปิดเผยตัวและต้องไปตอบคำถามจักรพรรดิบ้าอะไรนั่น ส่วนเรื่องที่สองนั้นเขาอยากที่จะทำให้พวกคนที่อยู่เบื่องหลังเรื่องนี้กระวนกระวายใจเล่นเสียหน่อย เพราะเนื่องจากการหายไปของตงกู่เซียนและการตายของของราชันเทวะทั้งสี่คนไม่ใช่เรื่องปกติของขุมกำลังบนโลกใบนี้ ดังนั้นผู้บ่งการอยู่เบื้องหลังจะต้องร้อนรนอย่างแน่นอนเพราะไม่รู้ว่าตงกู่เซียนเป็นหรือตาย อีกทั้งพวกมันยังไม่รู้แน่ชัดอีกด้วยว่านางล่วงรู้อะไรบ้าง

 

ในความคิดของเฟยหรงนั้นส่วนตัวนั้นเขาค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าคนที่กระทำเป็นเชื้อพระวงศ์อย่างแน่นอนแม้จะไม่รู้ว่าเป็นคนใดก็ตาม

 

"เห้อ ฝนจะตกแล้วหรือนี่ บรรยากาศช่างเป็นใจเสียจริงๆนะ"เฟยหรงอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา ในเวลาก็มืดค่ำแล้วอีกทั้งฝนยังโปรยปรายหากได้อยู่กับภรรยามันช่างเป็นบรรยากาศที่เหมาะแก่การผสานหยินหยางเสียจริงๆ

 

"โอ้ ในที่สุดก็มีคนออกมาตามหานางแล้วสินะ แต่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเสียเท่าไรเลยแห๊ะ"เฟยหรงกล่าวขึ้นร่างกายเดินออกไปจากถ้ำช้าๆในเวลานี้ ไอปราณเทพสมุทรปกคลุมตัวเอาไว้ป้องกันเพื่อไม่ให้ร่างกายของเขาเปียกปอน เมื่อเดินออกมาจากด้านในถ้ำชายหนุ่มพลันถูกรายล้อมไปด้วยชายชุดดำในทันที อีกทั้งคนที่นำมาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแม่ทัพฟงคนที่คิดจะฆ่าเขาเมื่อตอนที่ลงมายังโลกนี้ใหม่ๆ

 

"ฆ่ามันซะ!!"แม่ทัพฟงยกยิ้มอย่างเหี้ยมโหดและสั่งลูกน้องให้ฆ่าเฟยหรงในทันใด เฟยหรงที่เห็นถึงกับอึ้งงันไปชั่วขณะ เจ้าโง่นี่ไม่คิดจะสอบถามเรื่ององค์หญิงจากเขาเลยหรือถึงได้คิดล่าสังหารตัวเขาเช่นนี้ ยิ่งคิดชายหนุ่มยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่ามันนี่แหละอาจจะเป็นคนบ่งการเรื่องในครั้งนี้

 

เหล่าชายชุดดำเมื่อได้ยินคำสั่งก็ลงมือพุ่งเข้ามาหาเฟยหรงอย่างไม่ลังเล เฟยหรงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่คิดแม้แต่จะเจรจาก็พลันยิ้มอย่างหน่ายใจ วิถีแห่งราชันของเขาถูกเรียกใช้ออกมาเหล่าชายชุดดำที่พากันโจมตีเมื่อครู่อยู่ดีๆก็พลันถูกแรงกดดันมหาศาลกดทันอย่างไม่ทันได้รู้ตัวก่อนที่ร่างกายจะแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี

 

"อ๊าก!!"

 

เสียงโหยหวนก่อนตายของมันพวกสุดแสนจะดูทรมานยิ่ง เฟยหรงเดินตรงไปยังแม่ทัพฟงอย่างเรียบเฉยวิถีแห่งราชันไม่ได้ถูกเรียกใช้แต่อย่างใด "เคยมีคนบอกไว้ไหมว่า การที่ตอแยคนอื่นมากเกินไปจะทำให้ตายไม่รู้ตัว"

 

"จะ เจ้า!! เจ้าเป็นใครกันแน่!!"แม่ทัพฟงที่ได้เห้นภาพเบื้องหน้าอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง แต่ทว่ายังคงใบหน้าที่ยิ่งผยองเอาไว้ตบะพลังระดับจักรพรรดิเทวะขั้นกลางระเบิดออกมาหมายจะข่มขู่เฟยหรงให้ตอบในสิ่งที่มันต้องการ แต่ทว่ากลับไม่สามารถทำอะไรได้ ชายหนุ่มยังคงเดินตรงไปยังตัวของมันตามเดิมออร่าของเขาค่อยๆเล็ดลอดออกมาเรื่อยๆจนแม่ทัพฟงที่สัมผัสได้ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง

 

"ระ ระ ระดับมหา เทวะ!!"คนพูดของมันติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันเคยสัมผัสออร่าปราณที่ยิ่งใหญ่ระดับมหาเทวะจากจักรพรรดิของมันดังนั้นจึงคาดเดาว่าเฟยหรงอยู่ในระดับที่ว่านั้นอย่างแน่นอน

 

"ไม่ได้การข้าต้องหนี!!"แม่ทัพฟงกล่าว ยังไม่ทันได้สู้กันมันก็หันหลังพุ่งทะยานหนีไปเสียแล้ว เฟยหรงที่อาการกระวนกระวายนั้นถึงกับยิ้มเยาะ แววตาปรากฏความเย้ยหยัน แม่ทัพที่ได้ชื่อว่าไร้พ่ายแต่กลับหนีอย่างไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้ จะไม่ให้เขาดูถูกได้อย่างไร

 

แม่ทัพฟงพุ่งทะยานออกไปไกลแต่มีหรือที่มันรอดพ้นเฟยหรงไปได้ นั่นไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

"ฟุ๊บ!!"

 

ชายหนุ่มหายตัวไปจากบริเวณนั้นมาปรากฏอีกทีหน้าของแม่ทัพฟงและใช้มือจับหัวของมันเอาไว้ ใบหน้ายังคงนิ่งเฉยราวกับไม่มีไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

 

"ไม่!! หากเจ้าฆ่าข้าองค์จักรพรรดิได้ตามล่าเจ้าแน่! เพราะฉนั้นปล่อยข้าไปเสีย"มันยังกล่าวข่มขู่อย่างโง่เขลาหมายใช้อำนาจแห่งจักรพรรดิเพื่อให้เฟยหรงปล่อยมันไป เฟยหรงส่ายหัวให้กับความคิดที่โง่เขลาของมันในเมื่อมันรู้ว่าเขามีตบะสูงขนาดนี้ยังคิดว่าจะกลัวจักรพรรดิอีกหรือ

 

"ขอดูหน่อยเถอะว่าไม่อะไรเป็นยังไง"เฟยหรงกล่าวขึ้นน้ำเสียงนั้นแม้จะเรียบเฉยแต่กลับทำให้จิตใจของคนที่ได้ยินสั่นสะท้าน ทักษะกระชากวิญญานถูกใช้ออกในทันที เฟยหรงได้ดำดิ่งลงไปในความทรงจำของมันอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวของแม่ทัพฟงนั้นในเวลานี้พลันเหม่อลอยขึ้นมาในทันทีแววตาประดุจดังคนไร้วิญญาน การที่มันโดนทักษะกระชากวิญญานเช่นนี้หากกระบวณการเสร็จสิ้นเมื่อไรตัวมันจะตายในทันทีเนื่องจากไม่มีตบะพลังมากพอที่จะขัดขืนอีกฝ่าย

 

เฟยหรงที่เข้าไปดูความทรงจำของมันก็กระจ่างแก่ใจ ปล่อยร่างกายของแม่ทัพฟงทิ้งในทันทีก่อนที่จะชำเรื่องมองไปหน้าถ้ำและเผาร่างของของแม่ทัพฟงด้วยเปลวเพลิงทองคำในทันใด

 

หลังจากที่เสร็จสิ้นเรื่องราวที่หน้าปวดหัวนี้แล้วเฟยหรงก็พลันลอยกลับเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเขาเข้ามาถึงหน้าถ้ำอยู่ดีๆศรเปลวเพลิงก็ถูกยิงพุ่งตรงมาที่หัวของเขาอย่างรวดเร็ว

 

"ฟิ้วๆๆ!!"

 

"ฟุ๊บ!"

 

เฟยหรงหายตัวไปจากบริเวณนั้นไปโผล่ยังด้านหลังของหญิงงามอารมณ์ร้อนคนนี้ในทันที มืออุนซุกซนเกี่ยวเอวคอดของนางจนต้องเซถลาเข้ามาในอ้อมอกก่อนจะกล่าวถาม "นี่คือวิธีตอบแทนผู้ช่วยชีวิตอย่างนั้นหรือ เจ้าหญิงแสนสวย"

 

"ปล่อยข้านะ!! เจ้าคนชั่วร้าย เจ้าหลอกหลินเอ๋อทั้งยังหลอกข้า แล้วจะเชื่ออะไรเจ้าได้อีก!!"หญิงงามพลันทุบตีเฟยหรงด้วยกำลังที่มี แต่น่าเสียดายเนื่องจากโดนพิษมากำลังของนางยังคงไม่ฟื้นคืนกลับมามากนักแม้เฟยหรงจะชำระล้างพิษไปแล้วก็ตามที

 

"แห๊กๆ!"ตงกู่เซียนทุบตีเฟยหรงได้ไม่นานเรี้ยวแรงของนางก็หมดไปและอ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัด "อวดเก่ง ยังไม่หายดีแต่กลับใช้ปราณแล้ว นี่แหละผลที่ได้รับ"

 

"ไม่ต้องพูดมากปล่อยข้าได้แล้ว!"แม้จะไม่มีแรงหญิงงามก็ยังฝืนดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเฟยหรง สำหรับนางแล้วการตายจากคมเขี้ยวของสัตว์อสูรยังดีซะกว่าการถูกหลอกลวงเพราะมันทำให้นางดูเหมือนเป็นตัวตลกอย่างไรอย่างนั้น อีกทั้งเฟยหรงที่มีบุคคลิกว่าง่ายกับชายตรงหน้านี้นั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แล้วนางจะไว้ใจเขาได้อย่างไร

 

"ไม่ปล่อย ขืนปล่อยเจ้าก็ทำร้ายข้าอีกสิ แล้วข้าไม่ได้โง่เสียหน่อย"

 

"เหอะ แม้แต่แม่ทัพฟงระดับจักรพรรดิเทวะยังตายด้วยน้ำมือเจ้า แต่กลับกลัวผู้หญิงตัวเล็กๆ"

 

"โอ้ เช่นนั้นก็ตื่นมานานแล้วสิ แล้วทำไมยังแสร้งหลับอยู่ได้"เฟยหรงกล่าวด้วยความสงสัย

 

"ขะ ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้ามีเป้าหมายอะไรก็เท่านั้น"นางกล่าวอย่างตะกุกตะกัก เฟยหรงได้ยินเช่นนั้นก็ปล่อยตัวของนางออกจากอ้อมแขนในทันที

 

"ข้าไม่ได้มีเป้าหมายอะไร ในตอนแรกแค่มาเที่ยวเท่านั้นแต่กลับถูกทหารของเจ้าจับได้ ข้าก็เลยสนใจอยากจะดูว่ามนุษย์ที่นี่มีอะไรแปลกใหม่บ้างก็เลยตามน้ำให้พวกทหารของเจ้าจับมา แล้วเจ้าก็มาช่วยเอาไว้เรื่องทั้งหมดก็มีแค่นั้น"

 

"แค่นั้น??"

 

"ใช่มีแค่นั้น เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า"เฟยหรงกล่าวด้วยความสัตย์จริงถึงอย่างไรนางก็ถือว่าเคยออกปากช่วยเขาเอาไว้ แม้มันจะไม่จำเป็นแต่ก็ถือว่านางเป็นคนดีคนหนึ่ง แล้วจะให้เขาพยายามโกหกนางต่อไปได้อย่างไร

 

"โอ้ แต่ว่าเจ้าพูดผิดไปอย่างหนึ่งนะ ตัวเจ้าก็ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆแล้ว"เฟยหรงยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาพุ่งมองไปที่ภูเขาคู่งามที่ใหญ่ออกหน้าออกตาของหญิงงาม

 

"เจ้า!! เจ้าตัวลามก เจ้ามองอะไร!!"ตงกู่เซียนเอามืออันเรียวงามป้องหน้าอกขนาดใหญ่ของนางเอาไว้ ใบหน้าของนางแดงกล่ำเต็มไปด้วยความอับอาย ในใจคิดจะก่นดาเฟยหรงเป็นล้านๆครั้ง

 

"ข้าก็มองไปเรื่อยเปื่อย พักผ่อนเถอะ ข้าเองก็จะนอนเช่นกัน"เฟยหรงกล่าวจบก็เดินไปนั่งอิงกับหินก้อนใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับเตียงหินที่เขาทำไว้ให้หญิงงาม ตรงกลางเป็นกองไฟเพื่อใช้ให้ความอบอุ่น

 

'ใครมันจะไปนอนลงกัน'ตงกู่เซียนคิดในใจ นางค่อยๆนั่งลงที่ตรงเตียงหินที่เฟยหรงจัดไว้ให้ แต่ทว่าไม่ได้หลับแต่อย่างใดเพียงแค่นั่งมองชายหนุ่มเพียงเท่านั้น

คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน