บทที่11.แขกผู้มาเยือน
จากวันนั้นที่ได้ไปอารามหรูอี้ผ่านมาได้หลายวันแล้วหยางซินโหยวเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนไม่ได้ออกไปไหนอีกเมื่อวันก่อนนั้นกู้ฉางรุ่ยได้มาเยี่ยมเยือนพี่ใหญ่ของนางตามที่เคยได้บอกไว้ซินโหยวจึงได้มีโอกาสพบเจอและพูดคุยด้วย หลังจากที่สหายของพี่ชายกลับไป จู่ๆพี่ใหญ่ของนางก็ถามขึ้นมา
“น้องรองคิดว่ากู้ฉางรุ่ยเป็เช่นไรบ้าง”ถามพร้อมทั้งรินชาดอกไม้หอมๆ ของน้องสาวดื่ม
“พี่ชายกู้หรือเ้าคะข้าก็เห็นว่าเป็คนดี สุภาพอ่อนโยนเฉลียวฉลาดและมีความสุขุมมากเ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยชมอย่างจริงใจหาได้มีความรู้สึกอื่นใดแอบแฝง
“เช่นนั้นหรือ” หยางซินฟงได้ฟังน้องสาวพูดก็เลิกคิ้วขึ้น
“มีอันใดหรือเ้าคะพี่ใหญ่”
“เปล่าหรอกพี่เพียงแต่อยากถามความเห็นในมุมมองของสตรีเพียงเท่านั้น”จะให้บอกได้เช่นไรว่าเขาก็พอจะมองออกว่าสหายเขาคิดเช่นไรกับน้องสาวจึงอยากลองถามความเห็นของนางดู แต่ดูจากการตอบและแววตาแล้วน้องสาวของเขาน่าจะเพียงแค่ชื่นชมอีกฝ่ายดั่งเช่นชื่นชมคนมีความสามารถทั่วไปเท่านั้นเอง
เงาทั้งหลายที่ถูกคนขี้หวงส่งมาคอยดูแลว่าที่พระชายาหลังจากที่ได้เห็นและรับฟังการสนทนาทั้งหมดแล้วก็เคลื่อนหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
เปรี๊ยะ!!เสียงบีบถ้วยชาจนแหลกละเอียดเป็ผุยผงเละคามือด้วยโทสะทำให้เงาที่มารายงานรวมถึงหลิวกงกงและคนสนิทที่อยู่ในห้องถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นกันเลยทีเดียวเพราะนับแต่ท่านอ๋องหันมาสนใจคลั่งรักว่าที่พระชายาก็ไม่เคยแสดงโทสะรุนแรงออกมาให้เห็นอีกเลยจะมีก็ครั้งนี้นี่แหละ
“ทะท่านอ๋องใจเย็นก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะว่าที่พระชายาอาจจะกล่าวชื่นชมดั่งเช่นชื่นชมคนทั่วไปที่มีความสามารถเพียงท่านั้นนะพ่ะย่ะค่ะ”หลิวกงกงเป็หน่วยกล้าตายพร้อมพลีชีพเอ่ยปากออกมาก่อน
มู่หรงซีเหมินนั้นขบกรามแน่นดวงตาแข็งกร้าวดุดันหายใจแรงขึ้นตามแรงอารมณ์คุกรุ่น
“หรือต้องฆ่ามันเสียให้สิ้นไปจะได้ไม่ต้องอยู่ขวางหูขวางตาคอยคิดแต่จะยื้อแย่งซินโหยวของข้ากัน”
“ทะ ท่านอ๋องหากทำเช่นนั้นแล้วว่าที่พระชายาล่วงรู้เข้าเกรงว่าจะไม่เป็การดีพ่ะย่ะค่ะอีกทั้งกุนซือกู้ในกองทัพหากถูกฆ่าตายไปเสียเกรงว่าจะเป็เื่ใหญ่นะพ่ะย่ะค่ะ”ตูเฉิงกล่าวขึ้น
“อีกไม่นานจะมีลานพิธีล่าสัตว์แล้วไม่สู้ใช้โอกาสนั้นสร้างความสัมพันธ์อันดีกับว่าที่พระชายาขึ้นอีกดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลู่ฟงออกความคิดเห็นบ้าง
คนของมู่หรงอ๋องพยายามออกความคิดเห็นด้วยอยากให้ท่านอ๋องของพวกเข้ากลับมาอารมณ์ดีดังเช่น่หลังๆมานี้ที่ท่านอ๋องตกอยู่ในห่วงแห่งรักของว่าที่พระชายาเพราะถึงอย่างไรก็ดีกว่าตอนที่ท่านอ๋องคิดเื่แย่งชิงอำนาจเป็ไหนๆ
“หลิวกงกง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เตรียมพันธุ์ดอกไม้และของกำนัลไว้พรุ่งนี้ข้าจะไปจวนแม่ทัพหยาง”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
ในเมื่อบุรุษแซ่กู้กล้าไปได้ข้าก็ไปจวนตระกูลหยางได้เช่นกัน
วันต่อมาจวนของท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลหยางจึงได้รับการมาเยือนของมู่หรงอ๋องอย่างไม่เป็ทางการโดยก่อนจะมามู่หรงซีเหมินได้ให้คนมาแจ้งข่าวให้ท่านแม่ทัพหยางทราบเื่ไว้ก่อนแล้ว
แม้จะใแต่แม่ทัพหยางก็ยังคงรักษากิริยาให้สุขุมได้ดังเดิมและรอต้อนรับอย่างดี
“คารวะท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านแม่ทัพใหญ่หยางอย่าได้เกรงใจเลยที่มาวันนี้เพราะ้านำของมาขอบคุณซินโหยวเท่านั้น”จงใจใช้ถ้อยคำเอ่ยเรียกสนิทเพื่อให้คนเป็บิดาอย่างแม่ทัพหยางรับรู้
“เกรงใจท่านอ๋องยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะเช่นนั้นเชิญท่านอ๋องที่เรือนรับรองก่อนเถิด”
จากนั้นแม่ทัพใหญ่หยางและคุณชายใหญ่ก็เชิญมู่หรงอ๋องที่ห้องรับรองเพื่อพูดคุยรวมกันก่อน
ก่อนหน้านี้ที่ได้รับแจ้งว่ามู่หรงอ๋องจะมานั้นท่านแม่ทัพและบุตรชายถึงกับต้องเร่งเข้าหารือกันด้วยเกรงว่าที่มู่หรงอ๋องมานั้นจะ้าชักชวนให้เขาพวกสนับสนุนตระกูลหยางนั้นรับใช้แผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ไม่ฝักใฝ่อำนาจหรือเข้าข้างฝ่ายใดจึงทำให้อดที่จะระแวงไม่ได้จริงๆ
เมื่อนั่งกันเรียบร้อยแล้วเข้าก็สั่งให้คนไปตามบุตรสาวคนโตมาและตอนนั้นเองฮูหยินรองและบุตรสาวอีกคนของเขาก็เดินเข้ามาเพราะได้ทราบว่าท่านอ๋องจะมาเยือนจึงออกมาต้อนรับด้วยแต่เมื่อนั่งไปได้ครู่หนึ่งแล้วซินโหยวยังไม่มาถึงห้องโถงรับรองสักทีฮูหยินรองจึงเอ่ยพูดขึ้น
“ต้องขออภัยท่านอ๋องแล้วเพคะซินโหยวนางอาจจะไม่ค่อยรู้เื่รู้ราวทั้งยังทำสิ่งใดชักช้าทำให้ต้องคอยนานเช่นนี้”เมื่อทราบว่าการมาครั้งนี้ของมู่หรงอ๋องนั้นเพราะ้ามาพบบุตรสาวคนโตของสามีจึงอดไม่ได้ที่จะสอดปากพูดจาให้หยางซินโหยวดูแย่ไม่ได้
“จริงด้วยสิแต่ปกติพี่รองทำสิ่งใดพิถีพิถันจึงทำให้อาจจะชักช้าไปบ้างขอท่านอ๋องได้โปรดอย่างถือสาพี่สาวหม่อมฉันเลยนะเพคะ”
ทำเป็กล่าววาจาขอโทษแทนทั้งยังพูดให้หยางซินโหยวดูไม่ได้ไปด้วยนับว่าแม่ลูกคู่นี่เป็ตัวน่ารำคาญกวนใจโดยแท้ แต่ก็ยังอ่อนหัดนัก
“พวกเ้าสองคนหุบปากต้องขออภัยท่านอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เป็ท่านแม่ทัพใหญ่หยางที่เอ่ยปากเสียงดุดันขึ้นจนทั้งสองเงียบปากไปใครบ้างฟังไม่ออกว่าทั้งสองคงคิด้าพูดให้ท่านอ๋องไม่พอใจที่้ารอนานๆเช่นนี้
“หึ หึต่อให้ต้องนานกว่านี้อีกสักเพียงใดหากเป็ซินโหยวแล้วข้าก็ยินดีเฝ้ารอ”คำตอบนั้นพร้อมจ้องมองท่านแม่ทัพผู้เป็บิดาของชายารัก อย่างจริงใจและจริงจัง
จนในที่สุดวินโหยวก็เดินเข้ามาถึงห้องโถงจึงพบว่ามีบรรยากาศแปลกๆอยู่จึงรับเขามา ยอบกายคารวะตามธรรมเนียมทันที
“ขออภัยที่ต้องให้รอนานพอดีข้าอยู่ในครัวทำขนมจึงเสียเวลาจัดการตนเองให้เรียบร้อยก่อนออกมาอยู่สักหน่อยทำให้ท่านอ๋องต้องรอแล้วเพคะ”
“ไม่เป็ไรซินโหยวเป็ข้าเองต่างหากที่เสียมารยาทมาหาเ้ากะทันหัน”วาจาที่กล่าวนั้นทั้งนุ่มทั้งละมุมอ่อนโยนจนทุกคนััได้เลยทีเดียว
“หลังจากหายป่วยข้าจึงตั้งใจมาเพื่อขอบคุณเ้าที่ดูแลข้าเมื่อคราวที่ไปอารามหรูอี้”
“ไม่เป็ไรเลยเพคะหม่อมฉันยินดี”การสนทนานี้ทำให้คนในห้องได้ทราบว่าทั้งสองพบเจอกันที่อารามหรูอี้แล้วท่านอ๋องเกิดป่วยขึ้นมาแล้วได้ซินโหยวดูแลแต่ใครเลยจะรู้ว่าการดูแลที่ทำให้มู่หรงอ๋องทำท่าทางซาบซึ้งถึงเพียงนั้นจะเป็เพียงแค่การประคองเดินลงเขาเท่านั้นเอง
“อีกไม่นานก็จะมีงานพิธีล่าสัตว์แล้วท่านแม่ทัพคงได้ข่าวแล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะตอนนี้ฝ่าามีบัญชาให้จัดเตรียมสถานที่แล้วโดยกระหม่อมเป็ผู้ดูแลเื่นี้เอง”
“อืมการไปครั้งนี้ฝ่าาอนุญาตให้พาคนในครอบครัวไปด้วยได้ ซินโหยวไปด้วยหรือไม่เล่า”
“ไปเพคะ”ทุกปีนางจะได้ติดตามท่านพ่อและพี่ชายไปอยู่แล้วเพราะแม่ทัพหยางคิดว่า้าให้บุตรสาวได้เปิดหูเปิดตาบ้างดีกว่าอยู่แต่ในเรือนนั้นเอง
“ซินโหยวไปทุกปีพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”เป็หยางซินฟงที่เอ่ยถึงมาให้มู่หรงอ๋องได้ทราบเขาคอยสังเกตท่าทีของท่านอ๋องผู้นี้อยู่ตลอดก็ได้พบแต่ความประหลาดใจอยู่หลายจุดทีเดียว
“เช่นนั้นคงได้เจอกันที่นั่น”บอกว่าได้เจอกันที่นั่นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ลอบเข้ามาเพื่อแอบมองหน้าต่างห้องนางเสียเมื่อไหร่กัน
“ข้ารู้ว่าซินโหยวชื่นชอบดอกไม้หอมๆข้าจึงให้คนหาพันธุ์ดอกไม้แปลกใหม่มาให้เ้าลองปลูกดู”
“ขอบพระทัยเพคะ”เมื่อได้ยินว่ามีพันธุ์ดอกไม้แปลกใหม่จะได้มาลองปลูกดวงหน้าหวานก็ยิ้มกว่าดีใจอย่างปิดความยินดีนั้นไว้ไม่มิด
คิดถูกจริงๆ ที่ให้คนหาพันธุ์ดอกไม้เหล่านี้มาให้นางก่อนจะให้คนน้ำของกำนัลเล็กน้อยอย่างสุราชั้นเลิศมอบให้แม่ทัพหยางไปด้วยเช่นกัน
และเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วจึงได้ขอตัวกลับก่อนวันนี้นับว่าบรรลุเป้าหมายแล้วการมาครั้งนี้เพื่อ้าทำให้ท่านแม่ทัพหยางและคนในจวนตระกูลหยางเห็นว่าเขาไม่ได้มีนิสัยดั่งเช่นข่าวลือและ้าแสดงให้เห็นยว่าเขานั้นหึความสำคัญและสนใจในตัวหยางซินโหยวมากเพียงใดเพราะท่านแม่ทัพเองส่วนใหญ่อยู่แต่ชายแดนและสนามรบอาจเคยได้ยินข่าวเื่ของมู่หรงซีเหมินมาบ้างแต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นเองกับตามาวันนี้ถือว่าเป็การเริ่มต้นที่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับท่านพ่อตาและพี่ภรรยาแล้วนั้นเอง...