ซูเยี่ยนจูงมือฮูหยินเข้ามาในห้องประชุมภายในฐานลับของท่านหยางสือท่ามกลางความอิจฉาของเหล่าสหาย
“ดูเจ้านั้นหวงฮูหยินมากเลยนะ”องค์ชายหกทรงแซว
“หวงมากพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนยอมรับตามตรง
“ท่านเล่นยอมรับตรงๆ เลยงั้นหรือ”ท่านหยางสือแอบขำ
“เอาล่ะอย่าเพิ่งแซวซูเยี่ยนเขาเลยนะ ก็น่าเห็นใจเขา อุตส่าห์ได้แต่งงานกันแล้วแต่ก็ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนคู่สามีภรรยาคู่อื่นๆ อีก” องค์ชายหกทรงเห็นพระทัย
“ทรงเรียกหม่อมฉันมามีอะไรหรือเปล่าเพคะ” เหวยเหนียงรีบตัดบททั้งๆที่นางก็เขินจนหน้าแดง
“เจ้าคงได้ยินข่าวเรื่องที่มารจันทน์ผายอมให้การช่วยเหลือฝ่าบาทแล้วสินะ”องค์ชายหกทรงเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง
“ทราบแล้วเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“เราจะรับมือยังไง ตอนนี้เราจะต้องต่อสู้กับทหารทั้งแคว้นฉินไม่เพียงเท่านั้นยังต้องต่อสู้กับมารที่มีฤทธิ์เดชอีก” องค์ชายหกทรงกังวล
“หม่อมฉันไม่แนะนำให้พระองค์เคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้เพคะเพราะเท่ากับว่าเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่าๆแต่ถึงกระนั้นฝ่าบาททรงจะเป็นฝ่ายตามล่าพระองค์เอง” เหวยเหนียงทำนายได้
“ฝ่ายเราไม่มีเกลือเป็นหนอนทางนั้นจะล่วงรู้ที่ซ่อนของฝ่ายเราได้ยังไง” องค์ชายหกทรงมั่นพระทัยเพราะได้คัดสรรผู้ร่วมอุดมการณ์เป็นอย่างดี
“รู้ได้เพคะ! เนื่องจากมารจันทน์ผามียาบอกความจริงดังนั้นแม้คนของฝ่ายพระองค์จะจงรักภักดีต่อพระองค์มากแค่ไหนเขาก็จะต้องยอมบอกที่ซ่อนของพระองค์เพราะฤทธิ์ยาเพคะ” เหวยเหนียงอธิบาย
“แล้วควรทำอย่างไร” องค์ชายหกทรงอยากรู้
“เอาอย่างนี้ดีมั้ยพะย่ะค่ะทุกคนจงหาที่ซ่อนที่อื่น โดยห้ามบอกว่าตนพักอยู่ที่ไหนแต่วันมีประชุมก็ให้ประชุมกันที่นี่ เพื่อป้องกันการบอกที่ซ่อนของกันและกันพะย่ะค่ะ”ท่านหยางสือเสนอ
“อย่างนั้นก็ได้! แต่ว่าพวกเราไม่อาจหลบซ่อนได้ตลอดไป คงมีสักวันที่พวกเราจะต้องโดนจับตัวหากยังไม่สามารถกำจัดฮ่องเต้พระองค์นี้ได้” องค์ชายหกตรัส
“การกำจัดฝ่าบาทคงยากมากเพคะตราบใดที่ศิษย์พี่ยังไม่ยอมบอกวิธีแก้พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นั่นดังนั้นตอนนี้ต้องหาทางกำจัดมารจันทน์ผาเสียก่อนเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ทำอย่างไรล่ะ” องค์ชายหกทรงทราบดีว่ามารจันทน์ผาต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาเป็นแน่
“หม่อมฉันจะกลับไปเกลี้ยกล่อมให้อาจารย์ของหม่อมฉันยอมออกจากถ้ำและช่วยกำจัดมารจันทน์ผาให้เพคะ” เหวยเหนียงเสนอ
“มีเขาคนเดียวที่กำจัดมารชั่วนั่นได้อย่างนั้นหรือ”องค์ชายหกทรงสงสัย
“ก็ไม่เชิงเพคะ” เหวยเหนียงบอกไม่ได้เต็มปากนางรู้เพียงแต่ว่าอาจารย์กับมารจันทน์ผามีฝีมือสูสีกัน
“หากพิธีกรรมนั่นศักดิ์สิทธิ์จริงพวกเราคงไม่มีทางเอาชนะฝ่าบาทได้” องค์ชายหกทรงกังวล
“พวกเรายังพอมีความหวังเพคะอีกเจ็ดวันจะถึงคืนพระจันทน์เต็มดวง ในคืนนั้นอิทธิฤทธิ์ของพิธีกรรมจะลดน้อยลงดังนั้นพวกเราจะสามารถกระทำการสิ่งต่างๆสำเร็จอย่างง่ายดายได้เฉพาะในคืนนั้นเท่านั้น” เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วพวกเราจะต้องทำอะไรบ้างล่ะ”องค์ชายหกทรงยังไม่มีแผน
“เกลี้ยกล่อมให้แม่ทัพเหวินตี้ยอมสวามิภักดิ์ต่อฝ่ายเราเพคะ”เหวยเหนียงเสนอ
“เป็นไปไม่ได้! แม่ทัพเหวินตี้จงรักภักดีต่อฝ่าบาทมาก เขาไม่มีทางร่วมมือกับพวกเราหรอก”องค์ชายหกทรงรู้จักแม่ทัพเหวินตี้เป็นอย่างดี
“ในคืนนั้นทุกอย่างจะโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายเราเพคะ หากไม่ลองทำจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่สำเร็จเพคะ” เหวยเหนียงคิดว่าลองทำยังดีกว่าอยู่นิ่งๆไม่ทำอะไรเลย
“ในเมื่อตัวปัญหาก็คือพิธีกรรมของหยุนฮวาพวกเราก็จับนาง แล้วบังคับให้นางยอมบอกวิธีแก้สิ” หยางสือเสนอ
“ไม่ได้เด็ดขาด! ตอนนี้หยุนฮวาใจสลายแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ หากไม่ได้ท่านซือไท่และผิงหลางร่วมมือกันปลอบประโลมนางคงฆ่าตัวตายไปแล้ว หากท่านจับนางมาเค้นถามหาวิธีแก้นางก็ยิ่งไม่ยอมบอกเพื่อกระตุ้นให้พวกท่านฆ่านางเสียเองเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงไม่เห็นด้วย
“อย่าบังคับนางเลยเราไม่อยากให้หลานของเราเกิดอันตราย” องค์ชายหกทรงเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดมาดูโลก
“พะย่ะค่ะ” หยางสือล้มเลิกแผนการนี้
“ว่าแต่ผิงหลางส่งข่าวอะไรมาหรือไม่” องค์ชายหกทรงอยากรู้ข่าวคนรัก
“ไม่เลยเพคะแต่หม่อมฉันได้ส่งข่าวไปบอกนางว่า ในคืนพระจันทน์เต็มดวงให้นางลองเกลี้ยกล่อมหยุนฮวาดูอีกที บางทีคืนที่สวรรค์เข้าข้างเราหยุนฮวาอาจยอมบอกวิธีแก้เพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วเจ้าจะเดินทางไปหาอาจารย์ตอนไหนล่ะ”องค์ชายหกทรงสงสัย
“พรุ่งนี้เช้าเพคะ” เหวยเหนียงอยากรีบไปให้เร็วที่สุด
“เราจะส่งสายลับผู้หญิงให้คอยคุ้มกันเจ้าหากเราส่งผู้ชายไป ซูเยี่ยนอาจเขม่นเราได้ ดีไม่ดีเขาอาจยอมละทิ้งหน้าที่แล้วขอเป็นคนคุ้มกันเจ้าเสียเอง”องค์ชายหกทรงรู้ทันผู้ชายขี้หวง
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“ท่านนี่ยังหวงฮูหยินไม่เปลี่ยนเลยนะ”หยางสือแซว
“อย่าว่าซูเยี่ยนนักเลยท่านเองก็ไม่แพ้กันหรอกท่านหยางสือ วันนี้ท่านยังไม่ให้ฮูหยินมาร่วมประชุมเลย”องค์ชายหกทรงแซวบ้าง
“นางกำลังเข้าครัวทำอาหารเลี้ยงพระองค์กับพรรคพวกอยู่พะย่ะค่ะ”ท่านหยางสือกล่าวอ้าง
“เอาเถอะ! พวกเราเตรียมตัวไปรับประทานอาหารกันดีกว่านะ”องค์ชายหกทรงตัดบท
*****************************
เช้าวันรุ่งขึ้นซูเยี่ยนไปส่งฮูหยินที่ประตูเมือง
“ฝากปกป้องฮูหยินของข้าด้วยนะเผิงเจิน”ซูเยี่ยนฝากฝังจอมยุทธ์สาว
“อย่าห่วงเลย! ข้าจะปกป้องนางยิ่งชีวิต ตอนนี้พวกท่านล่ำลากันให้เรียบร้อยเถิดข้าจะไปรอฮูหยินของท่านที่รถม้า” เผิงเจินไม่อยากเป็นก้างขวางคอ
“ขอบคุณมาก” ซูเยี่ยนกล่าว
เผิงเจินขึ้นไปนั่งบนรถม้าเพื่อรอเหวยเหนียง
“หากฤทธิ์ยาของท่านหมอเทวดาไม่ทำให้ข้าง่วงนอนเมื่อคืนข้าคงผลิตทายาทกับเจ้าไปแล้ว” ซูเยี่ยนกล่าวยิ้มๆ
“ท่านพี่ล้อข้าเล่นอีกแล้วในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ท่านคงยังไม่อยากมีลูกเพราะท่านคงเป็นห่วงจนไม่มีสมาธิทำศึก ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงรู้ใจสามี
“เจ้าช่างรู้ใจข้ายิ่งนักหากบ้านเมืองสงบเมื่อไหร่ รับรองว่าข้าจะดูแลเจ้าและลูกเป็นอย่างดีแน่นอน” ซูเยี่ยนกล่าวคำมั่น
“ท่านพี่โปรดระวังตัวด้วยเจ้าค่ะในช่วงเวลาก่อนจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงฝ่าบาททรงจะจับกุมตัวขุนนางที่น่าสงสัยทั้งหมด และบีบบังคับให้พวกเขาบอกที่ซ่อนขององค์ชายหกแม้ฝ่าบาทจะใช้ยาของมารจันทน์ผาเพื่อให้พวกเขาบอกความจริงแล้วขุนนางบางคนที่ไม่รู้ก็ยังต้องถูกนำตัวไปคุมขังโทษฐานเป็นปรปักษ์ต่อฝ่าบาทอยู่ดีนั่นจะทำให้องค์ชายหกทรงทนไม่ไหวยอมมอบตัวกับฝ่าบาทเพื่อแลกชีวิตกับเหล่าขุนนาง”เหวยเหนียงทำนาย
“หากถึงเวลานั้นจริงข้าคงห้ามปรามองค์ชายหกไม่ได้” ซูเยี่ยนกล่าว
“ดังนั้นคืนพระจันทร์เต็มดวงท่านพี่จะต้องเกลี้ยกล่อมแม่ทัพเหวินตี้ให้จงได้เมื่อเหล่าทหารทั้งหมดยอมสวามิภักดิ์ต่อองค์ชายหก อะไรๆ ก็คงจะดีขึ้นเจ้าค่ะ”เหวยเหนียงชี้แนะ
“อ้าว! หากองค์ชายหกทรงสามารถครอบครองทหารทั้งหมดได้แล้วนั่นหมายความว่าพระองค์ทรงยึดแคว้นฉินได้แล้วน่ะสิ” ซูเยี่ยนสงสัย
“เรื่องราวมันไม่ง่ายแบบนั้นสิเจ้าคะข้ารู้สึกว่าศิษย์พี่หยุนฮวาได้เตรียมการอะไรอีก แต่ข้าทำนายไม่ได้เจ้าค่ะ”เหวยเหนียงกังวล
“ไว้ถึงคืนนั้นก่อนค่อยว่ากันก็แล้วกันรักษาตัวด้วยนะเหวยเหนียง” ซูเยี่ยนกล่าว
“ท่านพี่เองก็เช่นกันข้าไปนะเจ้าคะ” เหวยเหนียงกำลังจะละจากสามี
ซูหยางรีบดึงฮูหยินเข้ามากอดอย่างทะนุถนอม “เจ้าห้ามเสี่ยงอันตรายรู้มั้ยหากมีภัยขึ้นมา ต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด”
“เจ้าค่ะท่านพี่ข้าไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก ข้าอยากอยู่กับท่านพี่และท่านแม่เจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านพี่ไม่กลัวข้าเหมือนที่ฝ่าบาททรงกลัวศิษย์พี่หรือเจ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“เจ้าเป็นเพียงหมอดูหาใช่แม่มดหมอผีไม่ เจ้าไม่เคยคิดปองร้ายผู้อื่น ข้าจะกลัวเจ้าทำไม” ซูเยี่ยนกล่าว
“ข้าสบายใจแล้วเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงรู้สึกโล่งใจที่ซูเยี่ยนไม่ได้เกรงกลัวนาง
“อย่าห่วงเลย! ข้าจะไม่มีวันเหมือนฝ่าบาทพระองค์นี้อย่างแน่นอน ข้ารักเจ้าจริงๆข้าไม่ได้หลอกใช้เจ้าเพื่อภารกิจปกป้องแคว้นฉิน เจ้าเข้าใจข้าใช่มั้ย” ซูเยี่ยนกล่าว
“ข้าได้เห็นความรักและความจริงใจของท่านพี่แล้วส่วนเรื่องภารกิจล้มอำนาจฝ่าบาท ข้าเป็นฝ่ายเต็มใจยอมช่วยเองเจ้าค่ะไม่มีใครบีบบังคับข้า อาจารย์เคยสอนข้าว่า บ้านเมืองต้องร่มเย็นเป็นสุขเสียก่อนพวกเราถึงจะได้อยู่อย่างสงบสุขเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงจดจำคำสอนของอาจารย์ได้ดี
“ข้าขอโทษที่ไม่ได้คุ้มครองเจ้าด้วยตัวเองนะดูแลตัวเองดีๆ ด้วย” ซูเยี่ยนกล่าว
กว่าที่ซูเยี่ยนจะยอมปล่อยฮูหยินไปขึ้นรถม้าก็ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยามตอนนี้แม่นางเผิงเจินถึงกับนั่งหาวฟอด
ท่านหยางสือถึงขั้นจะต้องเดินมาตามซูเยี่ยนกลับไปที่ฐานลับกันเลยทีเดียว
ระหว่างที่ท่านหยางสือเดินทางกลับพร้อมกับซูเยี่ยนเขาก็เลยว่า “แม่นางเผิงเจินเป็นจอมยุทธ์บุปผาฝีมือดีเยี่ยมท่านอย่าห่วงฮูหยินมากนักเลย”
“ก็ข้าไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับนางนี่ขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็หวังเพียงว่าแคว้นฉินจะร่มเย็นเป็นสุขเสียทีครอบครัวของทุกคนจะได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา” ท่านหยางสือกล่าวกับตัวเอง
*****************************
และแล้วสิ่งที่เหวยเหนียงได้ทำนายเอาไว้ก็เกิดขึ้นจริงๆฝ่าบาททรงระแวงคนไปทั่วทำให้เหล่าขุนนางที่น่าสงสัยทุกคนถูกจับตัวไปเค้นสอบความจริงเพื่อหาที่ซ่อนของเหล่ากบฏ
ฝ่าบาทเสด็จไปที่คุกหลวงพร้อมกับมารจันทน์ผาตอนนี้พระองค์เสด็จเข้าไปในคุกห้องที่ขังใต้เท้าฉายจิ้ง
“ทูลฝ่าบาทกระหม่อมไม่เคยคิดก่อการกบฏเลยนะพะย่ะค่ะ” ใต้เท้าฉายจิ้งกล่าว
“เดี๋ยวก็รู้” ฝ่าบาททรงไม่เชื่อ
มารจันทน์ผารีบกรอกยาบอกความจริงใส่ปากใต้เท้าจนเขากลืนยาลูกกลอนนั่นเข้าไป
“เอาล่ะ จงบอกมาเจ้าคิดก่อการกบฏหรือไม่” ฝ่าบาทตรัสถาม
“กระหม่อมไม่ได้ทำพะย่ะค่ะ”ใต้เท้ากล่าว
“แล้วเจ้าทำตัวลับๆ ล่อๆ ทำไม”ฝ่าบาททรงสงสัย
“กระหม่อมแอบติดต่อพวกก่อการกบฏพะย่ะค่ะแต่ไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการด้วย” ใต้เท้ากล่าวตามตรง
ฝ่าบาททรงขมวดพระขนงเพราะสงสัย ก็เลยตรัสว่า “หมายความว่ายังไง”
“กระหม่อมเคยสืบได้ว่าใครคิดก่อการกบฏบ้างและได้จดบันทึกรายชื่อไว้เพื่อเอาผิดพวกเขาในภายหลังแต่พอเห็นว่าฝ่าบาททรงเอาแต่เสพสุขสำราญไปวันๆทรงไม่เคยออกว่าราชการหรือสนพระทัยความทุกข์ของราษฎรเลยสักนิดกระหม่อมก็เลยละเว้นความผิดของเหล่ากบฏพวกนั้นพะย่ะค่ะ” ใต้เท้ากล่าวอย่างไม่ไว้พระพักตร์
ฝ่าบาททรงกำพระหัตถ์ไว้แน่นเพราะทรงกริ้วมากที่ขุนนางผู้นี้กล้าวิจารณ์พระองค์ต่อหน้าพระพักตร์เช่นนี้และกำลังจะใช้กำลังเอาเรื่องเขา แต่มารจันทน์ผารั้งพระองค์ไว้ได้ทัน
“พวกเราจำเป็นต้องรู้ที่ซ่อนของรายชื่อกบฏพวกนั้นเสียก่อนอย่าบุ่มบ่ามเด็ดขาด” มารจันทน์ผาเตือน
“เจ้าเก็บบันทึกรายชื่อกบฏไปไว้ที่ไหน”ฝ่าบาททรงเค้นถาม
“ในห้องลับที่จวนพะย่ะค่ะ”ใต้เท้ากล่าว
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครคือผู้นำก่อการกบฏครั้งนี้”ฝ่าบาททรงรอฟัง
“องค์ชายหกพะย่ะค่ะ” ใต้เท้าเผย
“เป็นไปได้อย่างไรเจ้านั่นเอาแต่สำมะเลเทเมา วันๆ ก็เอาแต่ไปเที่ยวหอนางโลมนี่” ฝ่าบาททรงไม่เชื่อ
“นั่นเพราะองค์ชายหกทรงปรีชาแกล้งตบตาพระองค์ต่างหากพะย่ะค่ะเมื่อฝ่าบาททรงไม่สนพระทัยพระอนุชาแล้ว การกระทำสิ่งต่างๆ จะง่ายขึ้นเพราะไม่ถูกจับตามองอีก” ใต้เท้ากล่าวชมองค์ชายหกต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาท
“เจ้ากำลังจะบอกว่าองค์ชายหกปรีชาชาญจนสามารถปกป้องแคว้นฉินได้ดีกว่าเราสินะ”ฝ่าบาททรงกัดพระทนต์
“ถูกแล้วพะย่ะค่ะ” ใต้เท้ากล่าวโดยไม่ปกปิด
ฝ่าบาททรงทนฟังไม่ได้อีกต่อไปพระองค์ทรงดึงดาบจากทหารองครักษ์เสียบแทงเข้ากลางอกของใต้เท้าฉายจิ้งจนสิ้นชีวิตทันที
“ฝ่าบาท! พวกเรายังไม่รู้ที่ซ่อนของห้องลับเลยนะ”มารจันทน์ผาตกใจ
“ก็ค้นให้หมดจวนก็สิ้นเรื่องทหาร! รีบทำลายศพนั่นซะ” ฝ่าบาทตรัส
“ท่านจะไม่ทำพิธีศพหน่อยหรือ”มารจันทน์ผาสงสัย
“จะไปทำพิธีศพให้คนทรยศทำไมกัน”ฝ่าบาททรงแค้นพระทัย
“ตามใจก็แล้วกัน” มารจันทน์ผายักไหล่เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา
และแล้วการเสียชีวิตของใต้เท้าฉายจิ้งก็เป็นที่โจษจันไปทั่วแคว้นฉินฝ่าบาททรงมอบหมายให้ทหารไปเป่าประกาศว่าใต้เท้าฉายจิ้งคิดก่อการกบฏเลยถูกประหารชีวิต
แม่ทัพเหวินตี้ที่ได้ทราบข่าวเขาเป็นคนหนึ่งที่เคารพใต้เท้าฉายจิ้งอย่างมากและไม่เชื่อว่าใต้เท้าจะกล้าคิดก่อการกบฏได้แต่เขาก็ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจเท่านั้น เขาคิดในใจว่า “เหตุใดฝ่าบาทถึงทรงอำมหิตกล้าประหารขุนนางตงฉินอย่างใต้เท้าฉายจิ้งได้นะ”
*****************************
ณ ฐานลับของท่านหยางสือ
“แย่แล้วพะย่ะค่ะฝ่าบาททรงได้บันทึกรายชื่อผู้เข้าร่วมก่อการกบฏจากในห้องลับของใต้เท้าฉายจิ้งไปแล้วพะย่ะค่ะ”หยางสือรายงาน
“ไหนว่าใต้เท้าบอกว่าจะไม่เปิดเผยความลับเรื่องก่อการกบฏไงล่ะทำไมใต้เท้าถึงตระบัดสัตย์ได้” องค์ชายหกทรงสงสัย
“ใต้เท้าคงไม่ได้เสียคำพูดหรอกพะย่ะค่ะแต่อาจเป็นเพราะฝ่าบาททรงบังคับให้ใต้เท้ากินยาบอกความจริงของมารจันทน์ผามากกว่า”ซูเยี่ยนคาดการณ์
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีกว่าอาจารย์ของเหวยเหนียงจะมาที่นี่ พรรคพวกของพวกเราคงถูกจับกันไปหมดแล้ว”องค์ชายหกทรงกังวล
“กระหม่อมจะสร้างค่ายกลท้ารบกับแม่ทัพเหวินตี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเองพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนอาสา
“ฝ่ายของพวกเราน้อยกว่าฝ่ายศัตรูยิ่งนักท่านไม่ควรเอาชีวิตไปทิ้งนะ” องค์ชายหกทรงไม่เห็นด้วย
“เชื่อใจกระหม่อมนะพะย่ะค่ะกระหม่อมจะเอาชนะแม่ทัพเหวินตี้และเกลี้ยกล่อมให้เขายอมสวามิภักดิ์พระองค์ให้จงได้พะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างมั่นใจ
“ก็ได้! งั้นเราจะดำเนินการให้การช่วยเหลือเหล่าขุนนางที่ถูกคุมขังเพียงเพราะถูกสงสัยว่าร่วมมือก่อการกบฏให้เอง”องค์ชายหกตรัส
“ระวังพิษของมารจันทน์ผาด้วยพะย่ะค่ะพระองค์ทรงควรไปไหนมาไหนกับหมอเทวดา เพราะเขาเองก็เชี่ยวชาญพิษเช่นกันอย่างน้อยหากเกิดอะไรขึ้น หมอเทวดาจะได้แก้พิษได้ทันท่วงที” หยางสือเสนอ
“ทำไมอุปสรรคถึงเยอะนักนะแถมวันที่เข้าข้างฝ่ายเราก็มีเพียงแค่วันที่มีคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นอีก”องค์ชายหกทรงเห็นว่าโอกาสของพระองค์ช่างน้อยยิ่งนัก
“กระหม่อมก็หวังเพียงว่าหยุนฮวาจะสำนึกได้ในสักวันพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าว
“คงไม่ถึงขั้นต้องให้ฝ่ายเราตายกันหมดก่อนแล้วหยุนฮวาค่อยสำนึกผิดยอมบอกวิธีแก้พิธีบ้าๆ นั่นหรอกนะพะย่ะค่ะ” ท่านหยางสือกังวล
“เอาเถอะ! ยังไงเราก็เชื่อว่าสวรรค์นั้นมีเมตตาต่อมวลมนุษย์คงมีสักวันที่ภารกิจของพวกเราจะสำเร็จ” องค์ชายหกตรัส
ดังนั้นวันต่อมา ซูเยี่ยนพร้อมกับทหารสองร้อยนายพากันตั้งค่ายห่างจากเมืองหลวงไม่ไกลมากเป็นการประกาศศึกภายในแคว้นฉินอย่างเป็นทางการ
ฝ่าบาทจึงทรงหยุดไล่ล่าพวกกบฏตามรายชื่อแล้วหันมารับมือสงครามภายในแคว้นฉินแทน
*****************************
ณ ถ้ำแห่งหนึ่งในป่าลึก
“เจ้าเลิกตามข้าสักทีได้มั้ยเหวยเหนียงแม้กระทั่งข้าปลดทุกข์ เจ้าก็ยังตามมาขอร้องข้าอีก” อาจารย์ของเหวยเหนียงที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็บ่นลูกศิษย์
“โธ่! อาจารย์ได้โปรดไปช่วยยับยั้งมารจันทน์ผาทีเถิดเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงยังคงขอร้องไม่หยุด
“ก็ข้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าข้าได้ตั้งสัจจะไว้ว่าจะไม่ออกจากถ้ำไปไหนอีก” อาจารย์กล่าว
“ไปแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเองหากท่านสามารถกำจัดมารจันทน์ผาได้นั่นเป็นการช่วยราษฎรแคว้นฉินให้ได้ผู้นำปกครองแคว้นที่ดีเลยนะเจ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าได้ปลอมลายมือของหยุนฮวาเขียนบันทึกความอัดอั้นตันใจของนางให้แล้วไงและตอนนี้แม่นางเผิงเจินก็น่าจะนำไปซ่อนในตำหนักเก่าของหยุนฮวาให้แล้วหากมารนั่นเห็นบันทึกเข้า เขาก็คงจะเลิกเข้าข้างฝ่าบาทพระองค์นี้เองนั่นแหละ”อาจารย์กล่าว
“แต่หากไม่เป็นไปตามแผนการล่ะเจ้าคะใครจะสามารถปราบมารชั่วนั่นได้ ฝีมือของเขาไม่ธรรมดาเลย ท่านอยากให้ฝ่ายขององค์ชายหกตายกันหมดหรือเจ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ไว้ข้าคิดดูก่อนอีกสองวันข้าค่อยให้คำตอบเจ้า” อาจารย์ยังไม่สามารถออกจากถ้ำในตอนนี้ได้
“โห! อีกตั้งสองวันและกว่าจะเดินทางไปถึงเมืองหลวงอีกป่านนี้สงครามภายในแคว้นฉินคงทำให้สูญเสียกำลังพลไปมากมายเลยนะเจ้าคะ” เหวยเหนียงกังวล
“เจ้าเองก็รู้ดีนี่ว่าหากยังไม่ถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงฝ่ายเจ้าก็ไม่มีทางเอาชนะฝ่าบาทพระองค์นี้ได้หรอก” อาจารย์เองก็ทราบชะตาบ้านเมือง
“แล้วทำไมต้องคิดนานขนาดนั้นด้วยล่ะเจ้าคะ”เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“ข้าคำนวณดูแล้วมารจันทน์ผากำลังจะมีเคราะห์ถึงแก่ชีวิต ข้ากำลังหาทางต่อชะตาไม่ให้เขาถึงตาย”อาจารย์ยอมเผย
“ทำไมล่ะเจ้าคะมารนั่นเก่งกาจปานนี้ ใครจะสามารถต่อกรเขาได้” เหวยเหนียงไม่เชื่อ
“เจ้าเองก็รู้ว่าฝ่าบาทพระองค์นี้ทรงเป็นคนขี้ระแวงมากต้องมีสักวันที่พระองค์ทรงหาทางกำจัดมารจันทน์ผาเป็นแน่ ข้ากับมารจันทน์ผาเคยเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันมาข้าไม่อยากให้เขาถึงแก่ชีวิตเพียงเพราะช่วยคนผิด" อาจารย์ยอมเผยอีก
“ท่านจะทำพิธีต่อชะตาให้มารจันทน์ผานี่เองก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะรออีกสองวัน แล้วท่านต้องรีบไปเมืองหลวงพร้อมกับข้านะเจ้าคะ”เหวยเหนียงกำชับ
“ข้าว่าช่วงเวลานี้ เจ้าไปนั่งสมาธิสงบจิตใจก่อนเถิดเจ้ามัวแต่ห่วงสามีมาก เลยพยายามมาเร่งรัดข้าเช่นนี้” อาจารย์บ่น
“ข้าขออภัยเจ้าค่ะข้าเป็นห่วงซูเยี่ยนจริงๆ ” เหวยเหนียงยอมรับ
“อย่าห่วงเลย! เจ้ากับสามีจะได้อยู่กันจนแก่จนเฒ่านั่นแหละ” อาจารย์ทำนาย
“แล้วอาจารย์หิวมั้ยเจ้าคะ ข้าจะไปเก็บผลไม้มาให้”เหวยเหนียงเปลี่ยนเรื่อง
“อย่าหลงไปเก็บตรงบริเวณพื้นที่ของมารจันทน์ผานั่นล่ะที่นั่นมีแต่พืชมีพิษทั้งสิ้น” อาจารย์เตือน
“ในช่วงเวลาที่มารจันทน์ผาไม่อยู่ให้ข้าถางพืชมีพิษให้เรียบดีมั้ยเจ้าคะ” เหวยเหนียงเสนอ
“เป็นความคิดที่ดี เจ้าดำเนินการได้เลยเจ้าจะได้ไม่ต้องฟุ้งซ่านคิดถึงสามีอีก” อาจารย์หางานให้ลูกศิษย์ทำนางจะได้ไม่ต้องว่างมาคอยตามเร่งรัดเขาอีก
“แหม ท่านอาจารย์ก็พูดเกินไป”เหวยเหนียงกล่าวยิ้มๆ
“ข้าเตรียมไปทำพิธีก่อนห้ามเจ้ารบกวนข้าเด็ดขาดรู้มั้ย” อาจารย์กล่าว
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” ดังนั้นเหวยเหนียงจึงแอบไปหยิบจอบของมารจันทน์ผาเพื่อถางทำลายพืชมีพิษให้สิ้นซากนางคิดในใจว่า “หวังว่ามารจันทน์ผาจะกลับใจได้ในสักวันนะ”